- หน้าแรก
- เตาสรรค์สร้างกลืนสวรรค์กับตำนานราชันย์หมื่นพิภพ
- ตอนที่ 14 หมัดวายุอัสนี ปะทะ หมัดราชสีห์สวรรค์
ตอนที่ 14 หมัดวายุอัสนี ปะทะ หมัดราชสีห์สวรรค์
ตอนที่ 14 หมัดวายุอัสนี ปะทะ หมัดราชสีห์สวรรค์
"กรงเล็บวัชระฉีกภูผา!"
ตูม!
เบื้องหลัง ท่อนแขนสายหนึ่งพุ่งพรวดออกมาอย่างรวดเร็ว กรงเล็บของมู่ชิงประดุจกรงเล็บเหยี่ยว แผ่ซ่านคลื่นพลังอันแหลมคม กรีดร้องแหวกอากาศพุ่งตรงไปยังศีรษะของลู่ฉางเซิง
กรงเล็บวัชระฉีกภูผานี้ เป็นถึงวิทยายุทธ์ระดับเหลืองขั้นสาม สามารถฉีกกระชากเหล็กไหลได้อย่างง่ายดาย หากโดนกระบวนท่านี้จู่โจมเข้าที่ศีรษะ เกรงว่าลู่ฉางเซิงคงได้สมองไหลเป็นแน่
ทว่า ปฏิกิริยาตอบสนองของลู่ฉางเซิงก็รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง เขาเบี่ยงศีรษะหลบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะพลิกตัวพุ่งหลบไปทางซ้ายอย่างฉับไว
ปัง!
กรงเล็บวัชระฉีกภูผาพลาดเป้า พุ่งไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ด้านหลังของลู่ฉางเซิง ถึงขั้นฉีกกระชากต้นไม้ทั้งต้นขาดสะบั้นเป็นสองท่อนในทันที!
สีหน้าของลู่ฉางเซิงแปรเปลี่ยนไป เขาไม่คาดคิดเลยว่ามู่ชิงจะไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ฉันศิษย์ร่วมสำนักแม้แต่น้อย ถึงได้ลงมือด้วยกระบวนท่าที่เหี้ยมโหดและอำมหิตปานนี้ หากเมื่อครู่เขาตอบสนองไม่ทัน คงถูกฉีกร่างขาดกระจุยเหมือนต้นไม้ต้นนั้นไปแล้ว
"หึหึ ปฏิกิริยาตอบสนองไม่เลวนี่! ทว่า กรงเล็บวัชระฉีกภูผาของข้าไม่ได้หลบพ้นง่ายดายเพียงนั้นหรอกนะ!"
มู่ชิงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
ตูม!
สิ้นคำ ร่างของมู่ชิงก็กระโจนเข้ามาดุจพยัคฆ์ร้ายอีกครา กรงเล็บของเขาพุ่งตะปบประดุจสายฟ้าฟาด ปลายเล็บแหลมคมฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหร้องบาดแก้วหู
ปัง! ปัง! ปัง!
การโจมตีของมู่ชิงดุดันและหนักหน่วง กรงเล็บวัชระฉีกภูผาฟาดฟันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ระดมจู่โจมเข้าใส่จุดตายรอบกายของลู่ฉางเซิงไม่ยั้ง
ลู่ฉางเซิงทำได้เพียงพลิกตัวหลบหลีกไปมา กรงเล็บฉีกภูผาอันน่าสะพรึงกลัวบดขยี้โขดหินยักษ์โดยรอบจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง!
"หึ!"
ลู่ฉางเซิงแค่นเสียงเย็นชา โคจรเคล็ดวิชากลืนสวรรค์สรรค์สร้าง พลังวิญญาณภายในร่างเดือดพล่านปะทุขึ้นราวกับเกลียวคลื่นในมหาสมุทร
ยามนี้ เขาสัมผัสได้เพียงขุมพลังอันไร้ที่สิ้นสุดที่เอ่อล้นอยู่ในกาย จากนั้นพลังวิญญาณทั้งหมดก็ไปหลอมรวมกันที่หมัดทั้งสองข้าง ก่อนจะพุ่งเข้ากระแทกใส่มู่ชิงอย่างรุนแรง
หมัดของลู่ฉางเซิงไร้ซึ่งท่วงท่าที่สลับซับซ้อน ทว่าอานุภาพที่ระเบิดออกมาจากหมัดแต่ละหมัด กลับทำให้สีหน้าของมู่ชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ตูม! ตูม! ตูม!
สองเงาร่างเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด ความเหี้ยมโหดของกรงเล็บวัชระฉีกภูผา ปะทะเข้ากับกำปั้นของลู่ฉางเซิง ก่อให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวประดุจอัสนีบาตฟาดฟัน
"เป็นพลังหมัดที่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!"
มู่ชิงลอบตื่นตระหนกอยู่ในใจ
ชัดเจนเลยว่า พลังรบที่ลู่ฉางเซิงระเบิดออกมาทำให้เขาตกตะลึง!
เพียงแค่ขั้นหลอมรวมจินตันระดับหนึ่ง กลับสามารถระเบิดพลังรบได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้นอีกระลอก ลู่ฉางเซิงปล่อยหมัดกระแทกเข้าปะทะกับกรงเล็บวัชระฉีกภูผา ส่งผลให้ร่างของมู่ชิงถูกกระแทกถอยร่นไปไกลหลายสิบจั้ง ซ้ำกรงเล็บของเขายังถูกกระแทกจนชาหนึบปวดร้าว
"ไอ้หมอนี่ ทำไมมันถึงได้แข็งแกร่งเยี่ยงสัตว์อสูรในร่างมนุษย์เช่นนี้!"
มู่ชิงตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
"ฝ่ามือคลื่นคำราม!"
ลู่ฉางเซิงตวาดก้องในใจ วาดฝ่ามือทั้งสองออกไป อากาศรอบกายพลันกระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่น
ตูม!
ลู่ฉางเซิงฟาดฝ่ามือออกไป พลังฝ่ามืออันกล้าแกร่งก็ซัดกระหน่ำออกมาราวกับเกลียวคลื่นที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ พุ่งทะยานไปเบื้องหน้า
คลื่นพลังฝ่ามือกวาดม้วนเข้ามา สีหน้าของมู่ชิงแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง พลังวิญญาณภายในร่างพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นม่านพลังวิญญาณคุ้มครองกายเอาไว้
ปัง! ปัง! ปัง!
ฝ่ามือคลื่นคำรามถาโถมเข้าใส่ บดขยี้โขดหินยักษ์นับไม่ถ้วนจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง ก่อนที่พลังฝ่ามืออันดุดันจะกระแทกเข้าใส่ม่านพลังวิญญาณอย่างจัง
เพล้ง!
ทว่า ม่านพลังวิญญาณที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งรอบกายมู่ชิง เมื่อเผชิญกับการกระแทกอย่างบ้าคลั่งของฝ่ามือคลื่นคำราม กลับแตกกระจายเป็นละอองแสงไปในชั่วพริบตา
อั้ก!
อานุภาพที่หลงเหลือของพลังฝ่ามือ กระแทกร่างของมู่ชิงจนปลิวลิ่วไปอย่างแรง พร้อมกับกระอักเลือดคำโตพ่นออกมา
เมื่อเห็นภาพฉากนี้ เฉิงเสวี่ยที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลก็ถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง
นางคิดไม่ถึงเลยว่า แม้แต่มู่ชิงเองก็ไม่ใช่คู่มือของลู่ฉางเซิง!
"บัดซบ!"
มู่ชิงพยุงร่างให้ทรงตัว เช็ดคราบเลือดที่มุมปากด้วยสีหน้ามืดทะมึน
เขาผู้เป็นถึงขั้นหลอมรวมจินตันระดับสี่ผู้สง่างาม กลับสู้ขั้นหลอมรวมจินตันระดับหนึ่งไม่ได้ นี่มันเรื่องน่าอัปยศอดสูเพียงใด หากเรื่องนี้แพร่งพรายกลับไปถึงในสำนัก เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์พี่เฉิงเสวี่ยยังยืนดูอยู่ข้างๆ หากพ่ายแพ้แก่ลู่ฉางเซิง มันช่างน่าขายหน้านัก!
เมื่อคิดถึงจุดนี้ มู่ชิงก็กัดฟันกรอด ดูเหมือนว่าเขาคงต้องงัดไพ่ตายของตนเองออกมาใช้เสียแล้ว
"หมัดราชสีห์สวรรค์!"
โฮก—
มู่ชิงตวาดลั่น วาดหมัดทั้งสองเบ่งบานพลัง ด้านหลังปรากฏวงเวทย์รูปวงกลม เมื่อวงเวทย์หมุนวน ภายในนั้นก็ปรากฏร่างราชสีห์ขนสีทองกำลังแยกเขี้ยวกางกรงเล็บอย่างดุร้าย
หมัดราชสีห์สวรรค์นี้ คือวิทยายุทธ์ระดับเหลืองขั้นห้า เมื่อใช้วิชานี้จะสามารถเนรมิตภาพมายาราชสีห์สวรรค์ สยบสังหารทุกสรรพสิ่ง!
"ตายซะเถอะ!"
ตูม!
มู่ชิงปล่อยหมัดกระแทกออกไป ภายในวงเวทย์แสงด้านหลัง ราชสีห์สวรรค์สีทองก็แผดเสียงคำรามก้องฟ้า แล้วพุ่งทะยานออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ทั่วร่างของมันอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว ก่อนจะพุ่งเข้าขย้ำลู่ฉางเซิง
"หมัดวายุอัสนี!"
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ลู่ฉางเซิงสูดลมหายใจเข้าลึก กำหมัดทั้งสองข้างแน่น พลังแห่งสายฟ้าแลบปลาบปะทุขึ้นบนกำปั้นของเขา
ชั่วพริบตา กำปั้นของเขาก็ถูกห่อหุ้มด้วยกลุ่มแสงสีเงิน ระเบิดพลังสายฟ้าอันบ้าคลั่งออกมา
"ทำลาย!"
หมัดวายุอัสนีถูกชกออกไป กำปั้นที่แฝงด้วยขุมพลังอัสนีอันบ้าคลั่ง พุ่งเข้าปะทะกับราชสีห์สวรรค์อย่างจัง
ตูม—
อานุภาพของหมัดวายุอัสนี เทกระหน่ำลงบนร่างของราชสีห์สวรรค์ ทันใดนั้น ราชสีห์ตัวนั้นก็แผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะระเบิดแตกกระจายเป็นเศษแสงดังปัง ท่ามกลางสายตาอันตื่นตะลึงของมู่ชิง
"อะไรนะ?!"
รูม่านตาของมู่ชิงหดเกร็ง
หมัดราชสีห์สวรรค์ถึงกับพ่ายแพ้อย่างนั้นหรือ!
เห็นได้ชัดเลยว่า ในการปะทะกันของหมัดทั้งสอง อานุภาพของหมัดวายุอัสนีนั้นเหนือชั้นกว่าก้าวหนึ่ง!
และพลังที่หลงเหลือของหมัดวายุอัสนี ก็ดุจดั่งกำปั้นอัสนีสีเงินที่พุ่งกระแทกเข้าที่หน้าอกของมู่ชิงอย่างรุนแรง
ตูม!
อั้ก!
มู่ชิงพ่นเลือดออกมากองโต ร่างทั้งร่างราวกับถูกกระแทกอย่างหนัก ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ กระแทกพื้นดินจนเกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่
ลู่ฉางเซิงปรายตามอง มู่ชิงนอนจมกองเลือดอยู่ในหลุมลึกราวกับสุนัขตายซาก ดูเหมือนว่าจะสลบเหมือดไปแล้ว ต่อให้ไอ้หมอนี่จะไม่ตายสนิท แต่เกรงว่าคงต้องใช้เวลาพักฟื้นรักษาตัวไปอีกหลายเดือน
"นังแพศยานั่นล่ะ?"
เวลานี้ ลู่ฉางเซิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ร่างของเฉิงเสวี่ยได้อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว เห็นได้ชัดว่านางสังเกตเห็นท่าไม่ดี จึงชิงหลบหนีเอาตัวรอดไปก่อนแล้ว
"ต่อไปนี้ จะปล่อยให้ใครเห็นเตากลืนสวรรค์สรรค์สร้างไม่ได้อีกเด็ดขาด"
ลู่ฉางเซิงพึมพำกับตัวเองในใจ
ครั้งนี้ เขาไม่มีความระแวดระวังเฉิงเสวี่ยเลยแม้แต่น้อย ถึงได้หยิบเอาเตากลืนสวรรค์สรรค์สร้างออกมา คิดไม่ถึงว่าจะนำพาความซวยมาสู่ตนเช่นนี้ แต่ถือเสียว่าเป็นบทเรียนให้จดจำก็แล้วกัน
แน่นอนว่า สำหรับเฉิงเสวี่ย ลู่ฉางเซิงไม่มีความเพ้อฝันใดๆ หลงเหลืออยู่อีกแล้ว จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำกล่าวประโยคหนึ่งขึ้นมา... สตรีที่ยิ่งงดงามมากเท่าใด ก็ยิ่งไม่น่าไว้วางใจมากเท่านั้น
ใครจะไปคิดกันเล่าว่า เฉิงเสวี่ยผู้มีรูปโฉมงดงามสะคราญปานนั้น กลับเป็นสตรีที่มีจิตใจอำมหิตเยี่ยงอสรพิษได้?
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่ฉางเซิงก็เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของมู่ชิงที่สลบไศลไม่ได้สติ เขายื่นมือออกไปค้นตัวอีกฝ่าย หวังจะดูว่าไอ้หมอนี่มีของล้ำค่าอะไรติดตัวมาบ้างหรือไม่
"ยากจนขนาดนี้เชียว..."
ลู่ฉางเซิงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เพราะบนตัวของมู่ชิง นอกจากหินวิญญาณขั้นต่ำร้อยกว่าก้อนแล้ว กลับไม่มีของมีค่าอะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
"แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังได้รับโชคก้อนโต ข้าคงต้องหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อหลอมรวมหญ้าวิญญาณม่อหยางเสียแล้ว"
สิ้นคำ ลู่ฉางเซิงก็ทะยานร่างหายเข้าไปในป่าทึบ และเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในเวลาอันรวดเร็ว...