- หน้าแรก
- สรรพสิ่งฝึกยุทธ์ มีเพียงข้าบำเพ็ญเซียน
- ตอนที่ 14 ฟ้า กำลังจะสว่างแล้ว
ตอนที่ 14 ฟ้า กำลังจะสว่างแล้ว
ตอนที่ 14 ฟ้า กำลังจะสว่างแล้ว
ตอนที่ 14 ฟ้า กำลังจะสว่างแล้ว
มหาวิทยาลัยวิทยายุทธ์เมืองจักรพรรดิ ตอนเช้า เวลา 4 นาฬิกา 48 นาที
ในเวลานี้ ท้องฟ้ายังไม่สว่าง ผืนฟ้าเหนือสถานศึกษาราวกับถูกคลุมด้วยผ้าดำผืนหนึ่ง ความมืดมิดก่อนรุ่งสางเหนียวข้นคล้ายน้ำมันดิบ
ทว่าบนถนนที่มุ่งสู่เขตตรวจวัด 【ม้วนเหล็กกล้า】 กลับมีเงาร่างหลายสายวูบวาบไปมา
"โจวโส่วจง อย่ามัวแชเชือนอยู่เลย เร็วเข้าหน่อย!"
ผู้ที่ถูกเรียกว่า 'โจวโส่วจง' เป็นคนอ้วนคนหนึ่ง เขาซอยเท้าวิ่งเหยาะๆ ตามหลังกลุ่มคน พลางหอบหายใจกระชั้นชิดอยู่บ้าง
"ฉัน ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ..."
โจวโส่วจงกล่าวอย่างขาดห้วงว่า
"พวกเรา... จำเป็นต้อง... ไปวันนี้ด้วยเหรอ?"
ในช่วงสามวันที่ผ่านมา ต้องขอบคุณหวังเจี๋ย โจวโส่วจงจึงได้เผชิญกับการฝึกฝนที่โหดเหี้ยมดั่งปิศาจที่สุดในชีวิต แม้กระทั่งยามนอนหลับก็ยังต้องนอนในสระบำบัด
ส่วนหอพักที่ทางสถานศึกษาจัดสรรให้นั้น ยิ่งไม่ได้กลับไปเลยสักกี่ครั้ง กระทั่งว่ารูมเมตของตัวเองหน้าตาเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้
และคนที่เอ่ยปากเรียกโจวโส่วจงอยู่ด้านหน้า มีนามว่าหลิวเฉินซี ซึ่งเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่เช่นเดียวกัน พวกเขาทั้งหลายล้วนเติบโตมาในคฤหาสน์หลังเดียวกันตั้งแต่วัยเยาว์
หลิวเฉินซีกล่าวด้วยความไม่พอใจว่า
"ก็บอกแล้วไงว่านี่คือการจัดแจงของหัวหน้า! หัวหน้าจะทำร้ายนายได้ยังไงกัน!"
'หัวหน้า' ที่นางเอ่ยถึง ก็คือผู้นำของทุกคนนั่นเอง
เป็นที่ทราบกันดีว่า ยามที่กลุ่มเด็กมารวมตัวกัน ย่อมจะปรากฏ 'ราชาแห่งเด็ก' ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ พวกลูกหลานตระกูลใหญ่เองก็มีกลุ่มก้อนเล็กๆ ของตนเอง และทุกกลุ่มล้วนมีบุคคลระดับแกนนำของตน
และหัวหน้าของโจวโส่วจงคนนี้ มีความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว!
หนานกงเจวี๋ย คุณชายสายตรงในรุ่นนี้ของตระกูลนานกง ลำดับการสืบทอดตำแหน่งติดอยู่ในห้าอันดับแรก ตอนเข้าเรียนโลหิตปราณก็ทะลุกว่า 200 แล้ว!
หลังผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเป็นเวลาสามวัน โลหิตปราณของหนานกงเจวี๋ยก็มีวี่แววว่าจะทะลวงผ่าน 300 อยู่รำไร วันนี้เขาจึงเตรียมอาศัยช่วงที่กำลังมือขึ้น เข้าท้าทายม้วนเหล็กกล้าโดยตรง!
และในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มก้อนเล็กๆ นี้ โจวโส่วจงจึงถูกเรียกตัวมาด้วยเช่นกัน เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในห้วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของหัวหน้าตนเอง
ผู้คนมากันเกือบครบแล้ว หลิวเฉินซีเดินนำทางอยู่ด้านหน้า พลางเอ่ยปากถามขึ้นลอยๆ ว่า
"จริงด้วย รูมเมตของนายยังไม่มาอีกเหรอ เขาชื่ออะไรน่ะ?"
"เขาชื่อ..."
โจวโส่วจงอ้าปากหาว "ชื่อค่อนข้างไพเราะเลยล่ะ"
ทุกคน: ......
ยังดีที่ทุกคนเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก จึงรู้ดีว่าหมอนี่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร เป็นแค่คนซื่อบื้อธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น
เมื่อพูดถึงรูมเมตของตัวเอง โจวโส่วจงก็เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า
"เฉินซีอา เธอว่าเรื่องบังเอิญอย่างการที่มีชื่อและแซ่เหมือนกันเป๊ะๆ นี่ โอกาสความเป็นไปได้มันจะต่ำขนาดไหนกัน!"
มีคนเอ่ยถามว่า
"รูมเมตของนายก็ชื่อโจวโส่วจงเหมือนกันเหรอ?"
ทุกคนพากันหัวเราะฮ่าฮ่าเสียงดัง
โจวโส่วจงยักไหล่ ไม่ได้ใส่ใจอะไร สำหรับรูมเมตที่ยังไม่เคยพบหน้ากันคนนั้น เขากลับตั้งตารอคอยมากกว่าใครๆ
หมอนั่น ดันมีชื่อเหมือนกับหวังเจี๋ยเป๊ะเลย ในช่วงเวลาที่ฝึกซ้อมนี้ คงต้องทนทุกข์ทรมานไม่น้อยแน่ๆ!
ทุกคนรวมตัวกันเสร็จสิ้น ส่วนหนานกงเจวี๋ยนั้นมารออยู่นานแล้ว
หนานกงเจวี๋ยมีความสูงเกือบหนึ่งเมตรเก้าสิบเซนติเมตร รูปร่างกำยำล่ำสัน ใบหน้าคมคายราวกับถูกสลักด้วยมีด ยามนี้เมื่อเห็นทุกคนมาถึง เขาก็เอ่ยปากอย่างสุขุมลุ่มลึกว่า
"ประเดี๋ยวหลังจากฉันทำการทดสอบม้วนเหล็กกล้าเสร็จสิ้นแล้ว พวกนายทุกคนก็เข้าไปด้วย"
"เอ๋?"
เดิมทีหลิวเฉินซีคิดว่าพวกตนมาเพื่อส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจหัวหน้า และร่วมเป็นสักขีพยานในหน้าประวัติศาสตร์เท่านั้น
คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย?
หนานกงเจวี๋ยกำชับว่า "ก่อนมา ผู้อาวุโสในตระกูลของฉันได้คำนวณอันดับไว้แล้ว และได้หารือพูดคุยกับผู้ใหญ่ของแต่ละตระกูลเรียบร้อยแล้ว เรื่องราวสำเร็จได้ด้วยความลับ เพราะกังวลว่าพวกนายบางคนจะพูดจาซั่วๆ จึงไม่ได้บอกพวกนายล่วงหน้า เพียงแต่ให้พวกนายมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรในช่วงสามวันแรกเท่านั้น"
ทุกคนยังคงไม่เข้าใจอยู่บ้าง "ถึงจะเป็นอย่างนั้น พวกเราก็ไม่เห็นจำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนี้เลยนี่นา?"
"จำเป็น!"
หนานกงเจวี๋ยพยักหน้า เผยความจริงออกมา
"การทดสอบม้วนเหล็กกล้านี้ ผู้ที่มีอันดับอยู่แถวหน้าจะได้รับรางวัลพิเศษ หากทำลายสถิติในรอบหลายปีที่ผ่านมา ก็จะมีการเปิดพื้นที่ซากอารยธรรมโบราณพิเศษเพิ่มขึ้นด้วย โควตาเหล่านี้เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยวิทยายุทธ์เมืองจักรพรรดิ ผูกขาดไว้แต่เพียงผู้เดียว มิฉะนั้นแล้ว ตระกูลใหญ่ต่างๆ ของพวกเราก็ไม่มีความจำเป็นต้องส่งลูกหลานแกนหลักมาที่นี่หรอก"
"ตามการคำนวณของผู้อาวุโส ขอเพียงโลหิตปราณของพวกนายบรรลุถึง 260 ขึ้นไป ก็มีโอกาสที่จะไปช่วงชิงโควตานั้นมาได้"
สิ้นเสียงของหนานกงเจวี๋ย ในกลุ่มคนมีหลายคนแสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาล้วนเป็นผู้ที่ทะลุ 260 ไปแล้ว ส่วนโจวโส่วจงกลับรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง เขาห่างจาก 260 อีกเพียงแค่เอื้อมเท่านั้น
หลังผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเป็นเวลาสามวัน โลหิตปราณของโจวโส่วจงขึ้นมาถึง 180 แล้ว!
พูดจบ โดยไม่รอให้ทุกคนเอ่ยปากตอบ หนานกงเจวี๋ยก็หันหลังแล้วก้าวเดินไปข้างหน้า
"ไปกันเถอะ ฟ้าใกล้จะสว่างแล้ว"
หนานกงเจวี๋ยเดินนำหน้ากลุ่มคน หลองเหลือไว้เพียงแผ่นหลังที่ราวกับไร้พ่ายให้แก่ทุกคน พร้อมกับคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยมาดเหนือชั้นว่า
"ก่อนที่ฟ้าจะสว่าง จงทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้จดจำนามหนานกงเจวี๋ยของฉันไว้"
เขาแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ทอดสายตามองไปยังทิศทางที่ดวงตะวันกำลังจะสาดแสง
บางที อาจไม่ใช่แค่สถานศึกษาที่กำลังหลับใหลแห่งนี้เท่านั้น...
หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไป เมืองหลวงอันเป็นเวทีแห่งนี้ ย่อมต้องมีพื้นที่ให้หนานกงเจวี๋ยได้ยืนหยัดเช่นกัน!
...
ภายในห้องทดสอบม้วนเหล็กกล้าอันเป็นส่วนตัว หนานกงเจวี๋ยกำลังทำการอบอุ่นร่างกายอยู่
เขาเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ และยังบำเพ็ญเพียรมาจนถึงวันนี้ได้ทีละก้าวอย่างมั่นคง พรสวรรค์ทางยุทธ์ ทรัพยากรของตระกูล และความพยายามของตนเอง ล้วนขาดไปไม่ได้แม้แต่สิ่งเดียว
ทว่าในเวลานี้ หลังจากอบอุ่นร่างกายอย่างเรียบง่ายเสร็จ หนานกงเจวี๋ยก็หยิบหลอดน้ำยาเคมีออกมาสองสามหลอด และเริ่มทำการฉีดยา
ยารับประทาน ยาทาภายนอก ยาฉีดเสริมความแข็งแกร่ง...
วิธีการทุกรูปแบบที่อยู่ในขอบเขตข้อบังคับอนุญาต หนานกงเจวี๋ยล้วนนำมาใช้จนหมดสิ้น!
ครั้งนี้ เขาจะต้องคว้าชัยมาให้ได้!
ต่อให้หลังจากพยายามในครั้งนี้ หนานกงเจวี๋ยจะต้องสูญเสียโลหิตปราณไปวันสองวัน แต่มันก็คุ้มค่า!
บนเส้นทางสู่ความสำเร็จ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่จ่ายค่าตอบแทน?
ด้วยความตระหนักรู้เช่นนี้ หนานกงเจวี๋ยใช้สองมือกุมแกนเหล็กไว้ เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องว่า
"ลุกขึ้นมา!"
ม้วนเหล็กกล้า ถูกยกขึ้นมาแล้ว!
10 วินาที!
【ผลการทดสอบมีผล!】
ตูม——
ในเวลาเดียวกันกับที่ม้วนเหล็กกล้ากระแทกพื้น หนานกงเจวี๋ยก็ทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นเนื่องจากหมดสิ้นเรี่ยวแรง
สำเร็จแล้ว!
หนานกงเจวี๋ยไม่ได้ไปพิมพ์ผลการทดสอบของตัวเอง เขาซาบซึ้งดีว่าการแสดงฝีมือของตนสามารถติดอยู่อันดับที่เท่าไรในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ม้วนเหล็กกล้าที่เขาเพิ่งยกขึ้นมานั้น มีโลหิตปราณสูงถึง 325!
นั่นมันโลหิตปราณ 325 เชียวนะ!!
โลหิตปราณ 325 และเพิ่งเข้าเรียนไม่ถึงสามวัน!
หากวัดกันที่ตัวเลข '325' เพียงอย่างเดียว ในหมู่นักศึกษาใหม่ในสัปดาห์แรก อาจจะไม่นับว่ายอดเยี่ยมที่สุด
ทว่าหากนับรวมเงื่อนไขเรื่องการเข้าเรียนเพียงสามวันด้วย เช่นนั้นอันดับทางประวัติศาสตร์ก็จะพุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาล!
"ตามวิธีการคำนวณของผู้อาวุโส ระยะเวลาสามวัน ขอเพียงบรรลุถึงโลหิตปราณ 300 ฉันก็สามารถรั้งตำแหน่งอันดับหนึ่งในทำเนียบนักศึกษาใหม่รอบสิบปีได้อย่างมั่นคง..."
สำหรับลูกหลานตระกูลใหญ่ ม้วนเหล็กกล้าไม่ใช่ปัญหาเรื่องเกียรติยศธรรมดาๆ ทว่าเบื้องหลังยังมีการแย่งชิงทรัพยากรสารพัดรูปแบบ ซึ่งเกี่ยวพันถึงโควตาซากอารยธรรมโบราณที่สำคัญยิ่ง!
โลหิตปราณ 325 ต่อให้นักศึกษาใหม่ร่วมรุ่นตระหนักได้ว่าหนานกงเจวี๋ยกำลังจะทำอะไร แล้วคิดจะไล่ตามให้ทัน มันก็ไม่ทันการแล้ว!
หนานกงเจวี๋ยมีความมั่นใจว่า ยามที่สัปดาห์นี้สิ้นสุดลง ตนเองจะยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งเช่นเดิม!
เร็วขึ้นหนึ่งก้าว ย่อมเร็วขึ้นทุกก้าว การเกื้อหนุนจากภายในเผ่า ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยวิทยายุทธ์เมืองจักรพรรดิ หนานกงเจวี๋ยต้องการจะก้าวเดินบนเส้นทางไร้พ่ายที่เป็นของตัวเอง!
หนานกงเจวี๋ยก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกก้าวล้วนเดินได้อย่างมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง
นี่ไม่ใช่ถนนสายธรรมดา นี่คือเส้นทางที่เขาจะมุ่งสู่การเป็นอันดับหนึ่งของรุ่นนี้ ดังนั้นเขาจึงเดินอย่างเชื่องช้ามาก
ท้องฟ้ายังคงมืดมิดอยู่เช่นเดิม
ยังดีที่ความมืดมนอันยาวนานนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว
หนานกงเจวี๋ยกำลังก้าวเดินไปสู่ชีวิตระดับตำนาน ด้านหน้าก็คือกำแพงนักศึกษาใหม่ กำแพงดาวรุ่งที่แบกรับเกียรติยศของหนานกงเจวี๋ยเอาไว้...
ฟ้า กำลังจะสว่างแล้ว!
[จบตอน]