- หน้าแรก
- คุณตำรวจครับ ผมแค่แสดง
- ตอนที่ 360 ผลประโยชน์สูงสุด
ตอนที่ 360 ผลประโยชน์สูงสุด
ตอนที่ 360 ผลประโยชน์สูงสุด
“แน่นอนสิ ฉันเตรียมมาแล้ว” ลวี่คานพยักหน้า
เขาตบมือเบาๆ ลูกน้องของเขาก็ยื่นกล่องใบหนึ่งออกมาให้ทันที
จากนั้นเมื่อกล่องถูกเปิดออก สวี่หยวนก็รีบมองเข้าไป
เขาเห็นของเป็นถุงๆ อยู่ข้างใน
สวี่หยวนใช้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งเสพติดที่เรียนรู้มาในไม่กี่วันนี้ ทำให้เขาจดจำของเหล่านั้นได้มากมาย
ทว่ายังมีอีกบางส่วนที่เขาไม่รู้จัก
นั่นหมายความว่ามันมีหลากหลายประเภทมาก
สวี่หยวนเห็นแล้วถึงกับตื่นตกใจ
เพียงแค่ปริมาณที่เอาออกมาให้เห็นอย่างไม่ได้ตั้งใจเหล่านี้
ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนในที่นี้ถูกเรียงแถวเป้ายิงทิ้งได้เลย
และนี่เป็นเพียงแค่การแสดงให้สวี่หยวนดูเท่านั้น ในความเป็นจริง มันจะต้องมีมากกว่านี้หลายเท่าแน่ๆ
สวี่หยวนมั่นใจแล้ว
คนเหล่านี้ที่อยู่เบื้องหลังลวี่คาน จะต้องเป็นตัวการระดับบิ๊กบึ้มเป็นแน่
มีโอกาสสูงมาก ที่มันจะเป็นคดีใหญ่
ใจของสวี่หยวนยิ่งเกิดความตื่นตระหนกมากขึ้น
“เทียบกับของนายแล้ว เป็นไงบ้าง?”
ลวี่คานยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ
ของเหล่านี้ ยิ่งมีหลากหลายเท่าไหร่ ยิ่งสามารถแสดงให้เห็นถึงพลังของพวกเขาได้มากเท่านั้น
สวี่หยวนยิ้ม จากนั้นเขาก็หยิบกล่องออกมาจากรถอีกใบหนึ่ง
เมื่อเปิดออก ประเภทของมันอาจจะน้อยกว่าของลวี่คานเล็กน้อย แต่ก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย
เหล่านี้ ล้วนเป็นของที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดให้สวี่หยวนมาเป็นอุปกรณ์
อันที่จริงแล้ว ถ้าเทียบกันเรื่องความหลากหลาย ต่อให้ลวี่คานและพวกพ้องควักไส้เอาของหมดตัวออกมา ก็ไม่มีทางเทียบได้กับของที่หน่วยปราบยาเสพติดเก็บไว้ได้หรอก
เพียงแต่ว่า อิทธิพลของสวี่หยวน จะแสดงให้เห็นว่าแข็งแกร่งกว่าลวี่คานไม่ได้ เพราะนั่นจะมีแต่ทำให้พวกเขาเกิดความตื่นตระหนกเพิ่มมากขึ้น
และอาจจะไม่กล้าร่วมมือกับสวี่หยวน
แค่อ่อนแอกว่าพวกเขาเล็กน้อย แต่ไม่ได้อ่อนเกินไป กำลังพอดีเลย
เมื่อเห็นสิ่งที่สวี่หยวนหยิบออกมา ลวี่คานก็เผยรอยยิ้มที่โล่งอกออกมา
สายตาเหลือบมองไปยังข้างหลังอย่างไม่ตั้งใจ
จากนั้นก็กระแอมเบาๆ
ลูกน้องก็รีบเก็บของเข้าไปอย่างรวดเร็ว
สวี่หยวนเห็นดังนั้น จึงเก็บของเข้าไปเช่นกัน
“ตอนนี้คุยเรื่องความร่วมมือได้หรือยัง?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ยังไม่ต้องรีบ ยังไม่ต้องรีบ”
ลวี่คานโบกมือ
สวี่หยวนขมวดคิ้ว รู้สึกไม่สบายใจลึกๆ ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร
“เพราะลูกพี่ของฉัน นายก็รู้ว่าคนที่ทำงานแบบฉันน่ะ ต้องระมัดระวังตัวมาก ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจนายหรอกนะ แต่หลักๆ เลยคือถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง พวกเขาก็จะไม่เกิดความมั่นใจ”
“เห็นด้วยตาตัวเอง? เห็นอะไร?”
สวี่หยวนถามอย่างสงสัย
“ฮ่าฮ่า ก็คือ ตอนนี้นายช่วยเสพให้ฉันดูหน่อยได้ไหม? เดี๋ยวฉันจะถ่ายรูปเอาไว้”
ลวี่คานพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
สีหน้าของสวี่หยวนเย็นเยือกลงทันที
“พี่คิดว่ามันเป็นไปได้หรอ?”
สวี่หยวนพูดด้วยความไม่พอใจ
แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ยอมตกลง
เจ้าของแบบนี้ เขาจะยอมได้ยังไง?
บ้าเอ๊ย!
ถ้าเกิดของเหล่านี้ถูกเขาอัดคลิปไว้ นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาสามารถใช้มันเป็นเครื่องมือขู่เขาได้เลยไม่ใช่เหรอ?
เมื่อถึงเวลาเอาไปปล่อยในเน็ต เขาก็จบเห่กันพอดี
คิดว่าเขาเป็นคนโง่อย่างนั้นเหรอ?
“ถ้าหากนี่คือความจริงใจของพี่ งั้นผมก็คิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคุยเรื่องความร่วมมือกันอีกแล้ว”
สวี่หยวนแค่นเสียงเย็น หันหลังเตรียมตัวขึ้นรถ
แต่ลูกน้องที่ตามลวี่คานมาก็เริ่มเคลื่อนไหว หยิบมีดออกมาจากในเสื้อ
สวี่หยวนมองเขาไปด้วยสายตาเย็นเยือก
“พี่คิดว่าคนแค่ไม่กี่คนเหล่านี้จะสามารถขวางผมได้เหรอ? ผมจะทำให้พวกคุณทุกคนต้องตายอยู่ที่นี่”
สวี่หยวนหยิบมีดเล็กออกมา พูดด้วยเสียงเย็น
“ฮ่าฮ่า เข้าใจผิดแล้ว เข้าใจผิดแล้ว อย่าเพิ่งใจร้อน!”
ลวี่คานยิ้มเก้อๆ พูดออกมา
“เก็บมีดกันไปให้หมด ทำตัวแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน?”
ลวี่คานดุคนข้างหลังไปประโยคหนึ่ง
ลูกน้องเหล่านั้นจึงเก็บมีดลง จากนั้นก็พูดกับสวี่หยวน: “ใจเย็นๆ หน่อย เราเป็นเพื่อนซี้กันแท้ๆ ฉันจะเอาความมาขู่กันแบบนี้ได้ไง? หรือฉันไม่เข้าใจนาย?”
เพื่อนซี้? ไม่ใช่ แล้วใครมันเป็นเพื่อนซี้กับแกกัน? สวี่หยวนแค่นเสียงเย็นในใจ
เขาเองก็รู้ว่า เรื่องนี้เป็นเพียงการหยั่งเชิงเท่านั้น
ถ้าเขาแสดงความอ่อนแอออกมา รับรองได้เลยว่าต้องมีปัญหาตามมาแน่
“ไม่ต้องอัดคลิป ไม่ต้องอัดคลิป นายแค่เสพอันนี้ให้ดูก็พอแล้ว”
ลวี่คานยื่นถุงเล็กๆ มาให้สวี่หยวน
สวี่หยวนขมวดคิ้ว
“พี่หมายความว่าไง?”
“ไม่มีอะไร พวกเราไม่ไว้ใจ ในเมื่อไม่สามารถอัดคลิปได้ งั้นให้ลูกน้องของฉันเป็นพยานก็ไม่เป็นไร ฉันน่ะเชื่อ แต่พวกเขาไม่เชื่อ ก็เลยไม่มีทางเล็อก”
ลวี่คานพูดออกมาด้วยความจนใจ
สวี่หยวนมองเขาลึกๆ อยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นก็ยิ้ม แล้วพยักหน้า
“ได้ แต่สิ่งที่พี่ให้มานี้ ผมไม่มีทางกินมันเข้าไปแน่ พวกพี่ไม่ไว้ใจผม แน่นอน ผมเองก็ไม่ไว้ใจพวกพี่เช่นกัน”
“เรื่องนั้นไม่เป็นไร”
ลวี่คานโบกมือ
“เอาเป็นว่านายเสพก็พอ เอาจากกล่องของนายเองนั่นแหละ”
ลวี่คานและพวกพ้องจับจ้องไปที่สวี่หยวนไม่วางตา
สวี่หยวนมองพวกเขา จากนั้นก็พยักหน้า แล้วหยิบกล่องออกมาอีกครั้ง
เขาเหลือบมองลวี่คานและพวกพ้อง จากนั้นก็หยิบถุงหนึ่งออกมา แล้วเริ่มเสพมันอย่างชำนาญ
...........
“หัวหน้าหลู นั่น!”
จางฟู่เมื่อเห็นสวี่หยวนถูกลวี่คานบีบบังคับให้เสพยา ก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นทั้งร่างก็เกิดความร้อนรนขึ้นมา
ในฐานะคนจีน แน่นอนว่าทุกคนย่อมรู้ถึงพิษภัยของมันดี
และหลูอวี้ซู่ที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ เขาเพียงแต่หน้าตาเคร่งเครียด
เขาเตรียมจะเคลื่อนไหว แต่เมื่อเห็นสวี่หยวนเอามันเข้าปากไปแล้ว ใจเขาก็เกิดความตื่นตระหนก
จากนั้นเขาก็เก็บเท้ากลับมา
“ไม่ทันแล้ว ตอนนี้ไปก็สายเกินไป ฉันไม่คิดเลยว่า... เขาจะกินเร็วขนาดนี้!”
หลูอวี้ซู่หน้ามืดครึ้ม
ในใจรู้สึกผิดอย่างหาที่สุดไม่ได้ กำหมัดแน่น
ตั้งแต่ลวี่คานบังคับให้สวี่หยวนกิน พวกเขายังไม่ทันได้ขยับตัวทำอะไรเพื่อขัดขวาง
สวี่หยวนก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงเริ่มกินทันที
แบบนี้แล้วพวกเขาจะทำอะไรได้
“ตอนนี้ถ้าโผล่ไป สวี่หยวนก็กินฟรีไปแล้วเปล่าๆ ทำได้แค่... เฮ้อ! สวี่หยวนเขา! ทุ่มเทเกินไปแล้ว ดาราคนหนึ่งถึงกับทำได้ขนาดนี้ พูดตามตรง สำหรับเขาแล้ว ฉันมีแต่คำว่านับถือเท่านั้น”
“ความดีความชอบของสวี่หยวน เราจะไม่ลืมมัน” หลูอวี้ซู่กล่าวอย่างจริงจัง
ทว่าจางฟู่ไม่ได้ตอบเขาเลย เอาแต่จ้องเขม็งไปที่สวี่หยวน
ในใจรู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก
สวี่หยวนเสพเข้าไปจริงๆ เหรอ? ไม่น่าใช่หรอกมั้ง? สวี่หยวนคงไม่โง่ขนาดนั้นหรือเปล่า?
แต่ว่า...
หลูอวี้ซู่และจางฟู่เห็นพร้อมกันว่า หลังจากสวี่หยวนสูดเข้าไปอย่างชำนาญ เขาก็ทำหน้าฟินสุดขีด
จากนั้นก็สูดเข้าไปอีกคำด้วยความกระหาย
บนหัวของทั้งสองคนราวกับมีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นพร้อมกัน
จากนั้นก็หันมาสบตากัน
หลูอวี้ซู่ถามอย่างไม่เข้าใจ: “สวี่หยวนเขา... เคยเสพมาก่อนหรือเปล่า?”
“ไม่น่า... นะครับ? ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะไม่มีประวัติในด้านนี้” จางฟู่คิดทบทวนแล้วตอบกลับ
“เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นก็คงเสพเข้าไปจริงๆ แล้วล่ะ แค่... ทำไมถึงดูมีความสุขขนาดนั้น? ต้องเสพเข้าไปแน่ๆ” หลูอวี้ซู่ถอนหายใจ
“ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้แล้ว รอต่อไปเถอะ การเสียสละของสวี่หยวนครั้งนี้ จะให้สูญเปล่าไม่ได้”
คำพูดของหลูอวี้ซู่ทำให้สีหน้าของจางฟู่ดูซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย แต่เขาก็พยักหน้า
แม้จะดูเย็นชาไปบ้าง แต่มันก็เป็นเรื่องจริง จะปล่อยให้การเสียสละของสวี่หยวนสูญเปล่าไม่ได้
อย่างน้อยต้องเห็นผล อย่างน้อยต้องล่อปลาตัวใหญ่ให้ติดเบ็ด
สุดท้ายหลูอวี้ซู่ก็ไม่ได้ออกคำสั่งอะไร ได้แต่สั่งให้จับตาดูให้ดีว่ามีใครออกจากเมืองแล้ววิ่งไปทางทิศของสวี่หยวนอีกไหม
ตอนนี้การหาวิธีทำให้ผลประโยชน์สูงสุดคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
เพียงแต่ น่าสงสารสวี่หยวนเขาจริงๆ...