เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 กลับไปเยือนมิติพิศวงอีกครั้ง

บทที่ 39 กลับไปเยือนมิติพิศวงอีกครั้ง

บทที่ 39 กลับไปเยือนมิติพิศวงอีกครั้ง


"ไอ้บอร์ดสนทนามลพิษนี่มันเอาไว้ทำอะไรเหรอครับ"

หลินโยวเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น พร้อมกับใช้นิ้วจิ้มเลือก 'ติดตั้ง' ไปด้วย

"เป็นแอปพลิเคชันที่ทางสภาบริหารสร้างขึ้นมาค่ะ มีไว้เพื่อให้พวกผู้ตื่นรู้ใช้ติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันโดยเฉพาะ"

"มีของแบบนี้ด้วยแฮะ"

หลินโยวเปิดแอปบอร์ดสนทนามลพิษขึ้นมาด้วยความสนใจ ไป๋หลิงซิงนั่งรออยู่เงียบๆ ข้างๆ โดยไม่ได้เอ่ยปากเร่งเร้าแต่อย่างใด

หน้าตาของแอปพลิเคชันนี้ก็ดูไม่ต่างจากแอปทั่วๆ ไปในท้องตลาดสักเท่าไหร่ จะมีข้อดีก็ตรงที่ตอนกดเข้าแอป มันไม่มีพวกโฆษณาประเภท 'เขย่าเครื่องเพื่อรับสิทธิ์' เด้งขึ้นมาให้กวนใจ

รูปแบบการใช้งานโดยรวมคล้ายคลึงกับเว็บบอร์ดชื่อดังอย่าง 'เถี่ยปา' มีทั้งกระทู้ที่เป็นคลิปวิดีโอ รูปภาพ และกระทู้ที่มีแต่ข้อความล้วนๆ

หลินโยวลองไถดูพวกกระทู้ยอดฮิตที่กำลังเป็นกระแสอยู่สองสามกระทู้

ราชาลั่วซี:

ด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋า!

มีใครซ่อมรถเป็นบ้างไหม เครื่องปั่นด้ายแห่งเหตุและผลของฉันมันพังง่ะ!

ใครมีความสามารถด้านนี้รบกวนทักหลังไมค์มาด่วนๆ ค่าตอบแทนรับรองว่าสมน้ำสมเนื้อแน่นอน!

(แนบรูปภาพ)

...

นักพรตนิพพาน:

เพิ่งจะหลอมโอสถแปลงวิญญาณเสร็จไปเตานึง ใครสนใจทักแชตส่วนตัวมาได้เลย ราคาคุยกันได้

(แนบรูปภาพ)

...

พุ่งทะยานสู่ระดับห้า:

ตอนนี้อารยธรรมของเราเพิ่งจะเปิดตัว 'ไม้กวาด' รุ่นใหม่ล่าสุด สามารถกวาดล้างและบีบอัดจักรวาลสามมิติให้กลายเป็นสองมิติได้ ไม้กวาดหนึ่งด้ามสามารถลดมิติของระบบดาวฤกษ์มาตรฐานได้ทั้งระบบ ใครสนใจอยากรับไปขายต่อทักแชตมาได้เลยนะ ภายในขอบเขตจักรวาลพื้นผิว เรามีบริการจัดส่งฟรีถึงหน้าบ้านเลยจ้า

......

"นี่คุณแน่ใจนะว่าแอปนี้สภาบริหารเป็นคนสร้างขึ้นมา"

"ใช่ค่ะ ทำไมเหรอคะ มีตรงไหนแปลกเหรอ"

"นี่คุณไม่รู้เลยเหรอครับว่าในบอร์ดนี้ นอกเหนือจากสภาบริหารแล้ว ยังมีกลุ่มอำนาจอื่นๆ แฝงตัวอยู่อีก"

"โอ๊ย กลุ่มอำนาจตั้งเยอะแยะ ฉันจะไปจำได้หมดได้ยังไงล่ะคะ"

ไป๋หลิงซิงถามกลับด้วยความงุนงง

ปกติแล้วเธอจะใช้บอร์ดนี้แค่ตอนรับงานหรือรับภารกิจเท่านั้น ไม่ค่อยได้เอาไว้เสพข่าวสารหรือข้อมูลอะไรหรอก

ก็แน่ล่ะ ข้อมูลส่วนใหญ่ในบอร์ดมันไม่ได้ออกแบบมาให้คนตาบอดอย่างเธอเข้าถึงได้ง่ายๆ นี่นา พอใช้งานลำบาก นานวันเข้าเธอก็เลยไม่ค่อยได้เข้ามาเล่นแล้ว

"คุณรู้หรือเปล่าครับว่าในบอร์ดนี้มีพวกผู้บำเพ็ญเพียร แล้วก็พวกอารยธรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอยู่ด้วย"

"หา?"

ไป๋หลิงซิงชะงักไปชั่วครู่ เธอไม่เคยสังเกตหรือสนใจเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย

แต่จะว่าไป ตอนที่เธอออกไปทำภารกิจจัดการมลพิษ เธอก็เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับผู้บำเพ็ญเพียรผ่านหูมาบ้างเหมือนกัน

อย่างเช่น...

"ฉันคลับคล้ายคลับคลาว่าบนโลกนี้จะมีกลุ่มอำนาจที่เรียกตัวเองว่า 'ผู้บำเพ็ญเพียร' อยู่จริงๆ นะคะ ชื่อกลุ่มน่าจะชื่อว่าอะไรนะ..."

"สำนัก?"

"ใช่ค่ะๆ น่าจะชื่อนี้นี่แหละ"

ไป๋หลิงซิงพยายามขุดคุ้ยข้อมูลจากความทรงจำอันเลือนราง พร้อมกับถ่ายทอดสิ่งที่จำได้ให้หลินโยวฟัง

"มีกลุ่มอำนาจที่ชื่อว่า 'สำนัก' อยู่จริงๆ ด้วยแฮะ"

เมื่อหลินโยวพิมพ์คำว่า 'สำนัก' ลงในช่องค้นหาของบอร์ดสนทนามลพิษ ข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอำนาจนี้ก็เด้งขึ้นมาเป็นพรวน

และหนึ่งในนั้นก็มีข้อมูลระบุไว้ว่า ยูสเซอร์ที่ชื่อ 'นักพรตนิพพาน' ก็เป็นสมาชิกของกลุ่มสำนักนี้ด้วย

"อ่ะนี่ โทรศัพท์ของคุณ"

"อ้อ ว่าแต่ไอ้แอปบอร์ดสนทนามลพิษนี่ ผมจะดาวน์โหลดมาใช้ในเครื่องตัวเองบ้างได้ไหมครับ"

หลินโยวเปิดโหมดการใช้งานสำหรับผู้พิการทางสายตาก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้ไป๋หลิงซิง

"ไม่ได้หรอกค่ะ คุณต้องเอาบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่สำนักงานของสภาบริหารก่อน ถึงจะสามารถใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบัตรประชาชนนั้นดาวน์โหลดแอปนี้ได้"

"ยุ่งยากจังแฮะ"

หลินโยวพยักหน้ารับรู้ และตั้งใจไว้ว่าอีกสองสามวัน ตอนที่พาตาลุงนักตกปลาไปทำบัตรประชาชน เขาจะถือโอกาสไปทำเรื่องยืนยันตัวตนของตัวเองด้วยเลย

...

คืนนั้นไป๋หลิงซิงนอนพักในห้องนอนที่หลินโยวจัดเตรียมไว้ให้ ส่วนหลินโยวก็ขอยืมโทรศัพท์ของเธอมาก่อนที่เธอจะเข้านอน

เพราะเขาดันเกิดความสนใจในเรื่องราวต่างๆ บนบอร์ดสนทนามลพิษขึ้นมาอย่างจริงจัง

ไหนๆ พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดไม่ต้องไปทำงานอยู่แล้ว เขาก็เลยกะจะโต้รุ่งไถบอร์ดหาข้อมูลเกี่ยวกับโลกของผู้ตื่นรู้ให้หนำใจไปเลย

......

เที่ยงวันรุ่งขึ้น เมื่อหลินโยวตื่นขึ้นมา เขาก็พบว่าไป๋หลิงซิงกำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ในมือของเธอถือโทรศัพท์เครื่องสำรองของหลินโยวเอาไว้ และกำลังเปิดฟังเสียงอ่านพระคัมภีร์ไบเบิลอยู่

"กินข้าวเช้าหรือยังครับ"

หลินโยวบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้า พลางเอ่ยถาม

"ยังเลยค่ะ"

ไป๋หลิงซิงส่ายหน้า

เธอไม่คุ้นชินกับแปลนบ้านของหลินโยวเลย การจะเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนสาหัส

ในสถานการณ์ปกติ เธอสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการรับรู้ถึงสิ่งกีดขวางรอบตัว เพื่อหลบหลีกพวกมันได้อย่างแม่นยำ

แต่ทว่า บ้านของหลินโยวในการรับรู้ของเธอนั้น มันยุ่งเหยิงและสับสนวุ่นวายราวกับรังไหมที่พันกันยุ่งไปหมด เธอทำได้เพียงแค่ค่อยๆ คลำทางไปทีละก้าว ซึ่งบางทีก็ยังไม่วายเดินชนนู่นชนนี่อยู่ดี

อันที่จริง ไป๋หลิงซิงก็อยากจะออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง แต่ไม่รู้ทำไม ตาลุงนักตกปลากลับไปนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอจึงจำใจต้องขลุกอยู่แต่ในบ้าน

...

หลังจากจัดการทำธุระส่วนตัวเสร็จ หลินโยวก็ขี้เกียจเกินกว่าจะลงมือทำกับข้าวเอง เขาจึงเสนอไอเดียขึ้นมา

"พวกเราออกไปหาอะไรกินข้างนอกกันไหมครับ ไปแถวๆ ถนนสายของกินใกล้ๆ นี่แหละ"

"กินเสร็จจะได้ถือโอกาสแวะไปดูมิติพิศวงนั่นด้วยเลย"

"แล้วเขาไปด้วยหรือเปล่าคะ"

ไป๋หลิงซิงชี้มือไปทางตาลุงนักตกปลาที่กำลังนั่งไถโทรศัพท์อยู่หน้าประตู

หลินโยวปรายตามองตาลุงนักตกปลาแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไปทันที

"ไปสิ"

"งั้นฉันไม่ไปหรอกค่ะ"

"ฉันกลัวเขา แล้วมิติพิศวงนั่นก็อันตรายด้วย ฉันไม่กล้าไปหรอก"

พอรู้ว่าตาลุงนักตกปลาจะไปด้วย ไป๋หลิงซิงก็รีบเอนหลังพิงโซฟาทันที พร้อมกับสารภาพความในใจออกมาตรงๆ

ที่เธอยอมทนหิวมาครึ่งค่อนวัน ก็เพราะตาลุงนักตกปลาไปนั่งขวางประตูอยู่ไม่ใช่หรือไง

ตอนนี้จะให้ออกไปกินข้าวพร้อมกับเขา ไป๋หลิงซิงก็ต้องเซย์โนอยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น หลินโยวเพิ่งจะบอกว่ากินข้าวเสร็จจะแวะไปที่มิติพิศวงนั่นต่อ ซึ่งเขาก็เคยเล่าความน่าสะพรึงกลัวของสถานที่แห่งนั้นให้เธอฟังไปแล้ว

เจอความเสี่ยงแบบคูณสองเข้าไปแบบนี้ ไป๋หลิงซิงก็ยิ่งขอปฏิเสธเสียงแข็งเข้าไปใหญ่

"งั้นก็ตามใจครับ เดี๋ยวผมสั่งเดลิเวอรีมาให้ก็แล้วกัน ตอนเขามาส่งก็อย่าลืมออกไปรับล่ะ"

เมื่อเห็นท่าทีปฏิเสธอย่างจริงจังของไป๋หลิงซิง หลินโยวก็ไม่คิดจะเซ้าซี้

การที่คนธรรมดาจะรู้สึกหวาดกลัวและอคติต่อตัวตนลี้ลับอย่างตาลุงนักตกปลามันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่หลินโยวเชื่อว่า หากปล่อยให้เวลาผ่านไปสักพัก ไป๋หลิงซิงก็คงจะค่อยๆ ปรับตัวและคุ้นชินกับการมีอยู่ของตาลุงนักตกปลาไปเองแหละ

หลินโยวคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก เดินตรงไปที่ประตูบ้าน แล้วใช้เท้าเตะเบาๆ ไปที่ตาลุงนักตกปลาที่กำลังทำตัวเป็นรูปปั้นสิงโตเฝ้าประตูอยู่

"ไป หาอะไรกินกัน กินเสร็จแล้วก็แวะไปดูมิติพิศวงนั่นด้วย"

"อืม"

ตาลุงนักตกปลาชำเลืองมองไป๋หลิงซิงที่นั่งอยู่ในบ้านแวบหนึ่ง ก่อนจะยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อ แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า

...

หลังจากจัดการมื้อเที่ยงเสร็จ หลินโยวกับตาลุงนักตกปลาก็เดินทอดน่องไปตามถนนสายของกิน

คราวก่อนหลินโยวแค่เดินผ่านก็โดนดูดเข้าไปในมิติพิศวงอย่างง่ายดาย แต่มาคราวนี้ เขาเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบแล้ว กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของมิติพิศวงเลยด้วยซ้ำ

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย

หลินโยวหันไปมองตาลุงนักตกปลาที่เดินอยู่ข้างๆ

"มิติพิศวงนั่นมันหายไปแล้วเหรอ"

"ยัง ยังอยู่ตรงนี้แหละ"

ตาลุงนักตกปลาส่ายหน้า เขายังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมิติพิศวงที่หลินโยวตามหาได้อย่างชัดเจน

"อ้าว แล้วทำไมพวกเราถึงยังไม่โดนดูดเข้าไปอีกล่ะ"

หลินโยวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ไหนใครบอกว่าผู้ตื่นรู้มีแรงดึงดูดมิติพิศวงยังไงล่ะ

"มันกลัวฉันน่ะสิ"

ตาลุงนักตกปลาเบะปากอย่างดูแคลน

เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของหลินโยว ตาลุงนักตกปลาก็ยอมอธิบายให้ฟังเป็นกรณีพิเศษ

"ไอ้สิ่งที่พวกนายเรียกว่ามิติพิศวงน่ะ ส่วนใหญ่มันก็เป็นแค่หนวดที่พวกเงามืดยื่นออกมาสัมผัสกับจักรวาลพื้นผิวเท่านั้นแหละ"

"หนวดพวกนี้มีระดับชั้นต่ำกว่าตัวตนที่แท้จริงของเงามืดมากนัก และพวกมันก็สามารถตายได้"

"เพราะงั้น พวกมันถึงได้มีสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอด รู้จักหลีกหนีจากอันตรายยังไงล่ะ"

จบบทที่ บทที่ 39 กลับไปเยือนมิติพิศวงอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว