- หน้าแรก
- ข้ามโลกไปเป็นเด็กฝึกงานพิพิธภัณฑ์ เปิดฉากมาก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเทพมาร
- บทที่ 39 กลับไปเยือนมิติพิศวงอีกครั้ง
บทที่ 39 กลับไปเยือนมิติพิศวงอีกครั้ง
บทที่ 39 กลับไปเยือนมิติพิศวงอีกครั้ง
"ไอ้บอร์ดสนทนามลพิษนี่มันเอาไว้ทำอะไรเหรอครับ"
หลินโยวเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น พร้อมกับใช้นิ้วจิ้มเลือก 'ติดตั้ง' ไปด้วย
"เป็นแอปพลิเคชันที่ทางสภาบริหารสร้างขึ้นมาค่ะ มีไว้เพื่อให้พวกผู้ตื่นรู้ใช้ติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันโดยเฉพาะ"
"มีของแบบนี้ด้วยแฮะ"
หลินโยวเปิดแอปบอร์ดสนทนามลพิษขึ้นมาด้วยความสนใจ ไป๋หลิงซิงนั่งรออยู่เงียบๆ ข้างๆ โดยไม่ได้เอ่ยปากเร่งเร้าแต่อย่างใด
หน้าตาของแอปพลิเคชันนี้ก็ดูไม่ต่างจากแอปทั่วๆ ไปในท้องตลาดสักเท่าไหร่ จะมีข้อดีก็ตรงที่ตอนกดเข้าแอป มันไม่มีพวกโฆษณาประเภท 'เขย่าเครื่องเพื่อรับสิทธิ์' เด้งขึ้นมาให้กวนใจ
รูปแบบการใช้งานโดยรวมคล้ายคลึงกับเว็บบอร์ดชื่อดังอย่าง 'เถี่ยปา' มีทั้งกระทู้ที่เป็นคลิปวิดีโอ รูปภาพ และกระทู้ที่มีแต่ข้อความล้วนๆ
หลินโยวลองไถดูพวกกระทู้ยอดฮิตที่กำลังเป็นกระแสอยู่สองสามกระทู้
ราชาลั่วซี:
ด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋า!
มีใครซ่อมรถเป็นบ้างไหม เครื่องปั่นด้ายแห่งเหตุและผลของฉันมันพังง่ะ!
ใครมีความสามารถด้านนี้รบกวนทักหลังไมค์มาด่วนๆ ค่าตอบแทนรับรองว่าสมน้ำสมเนื้อแน่นอน!
(แนบรูปภาพ)
...
นักพรตนิพพาน:
เพิ่งจะหลอมโอสถแปลงวิญญาณเสร็จไปเตานึง ใครสนใจทักแชตส่วนตัวมาได้เลย ราคาคุยกันได้
(แนบรูปภาพ)
...
พุ่งทะยานสู่ระดับห้า:
ตอนนี้อารยธรรมของเราเพิ่งจะเปิดตัว 'ไม้กวาด' รุ่นใหม่ล่าสุด สามารถกวาดล้างและบีบอัดจักรวาลสามมิติให้กลายเป็นสองมิติได้ ไม้กวาดหนึ่งด้ามสามารถลดมิติของระบบดาวฤกษ์มาตรฐานได้ทั้งระบบ ใครสนใจอยากรับไปขายต่อทักแชตมาได้เลยนะ ภายในขอบเขตจักรวาลพื้นผิว เรามีบริการจัดส่งฟรีถึงหน้าบ้านเลยจ้า
......
"นี่คุณแน่ใจนะว่าแอปนี้สภาบริหารเป็นคนสร้างขึ้นมา"
"ใช่ค่ะ ทำไมเหรอคะ มีตรงไหนแปลกเหรอ"
"นี่คุณไม่รู้เลยเหรอครับว่าในบอร์ดนี้ นอกเหนือจากสภาบริหารแล้ว ยังมีกลุ่มอำนาจอื่นๆ แฝงตัวอยู่อีก"
"โอ๊ย กลุ่มอำนาจตั้งเยอะแยะ ฉันจะไปจำได้หมดได้ยังไงล่ะคะ"
ไป๋หลิงซิงถามกลับด้วยความงุนงง
ปกติแล้วเธอจะใช้บอร์ดนี้แค่ตอนรับงานหรือรับภารกิจเท่านั้น ไม่ค่อยได้เอาไว้เสพข่าวสารหรือข้อมูลอะไรหรอก
ก็แน่ล่ะ ข้อมูลส่วนใหญ่ในบอร์ดมันไม่ได้ออกแบบมาให้คนตาบอดอย่างเธอเข้าถึงได้ง่ายๆ นี่นา พอใช้งานลำบาก นานวันเข้าเธอก็เลยไม่ค่อยได้เข้ามาเล่นแล้ว
"คุณรู้หรือเปล่าครับว่าในบอร์ดนี้มีพวกผู้บำเพ็ญเพียร แล้วก็พวกอารยธรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอยู่ด้วย"
"หา?"
ไป๋หลิงซิงชะงักไปชั่วครู่ เธอไม่เคยสังเกตหรือสนใจเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย
แต่จะว่าไป ตอนที่เธอออกไปทำภารกิจจัดการมลพิษ เธอก็เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับผู้บำเพ็ญเพียรผ่านหูมาบ้างเหมือนกัน
อย่างเช่น...
"ฉันคลับคล้ายคลับคลาว่าบนโลกนี้จะมีกลุ่มอำนาจที่เรียกตัวเองว่า 'ผู้บำเพ็ญเพียร' อยู่จริงๆ นะคะ ชื่อกลุ่มน่าจะชื่อว่าอะไรนะ..."
"สำนัก?"
"ใช่ค่ะๆ น่าจะชื่อนี้นี่แหละ"
ไป๋หลิงซิงพยายามขุดคุ้ยข้อมูลจากความทรงจำอันเลือนราง พร้อมกับถ่ายทอดสิ่งที่จำได้ให้หลินโยวฟัง
"มีกลุ่มอำนาจที่ชื่อว่า 'สำนัก' อยู่จริงๆ ด้วยแฮะ"
เมื่อหลินโยวพิมพ์คำว่า 'สำนัก' ลงในช่องค้นหาของบอร์ดสนทนามลพิษ ข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอำนาจนี้ก็เด้งขึ้นมาเป็นพรวน
และหนึ่งในนั้นก็มีข้อมูลระบุไว้ว่า ยูสเซอร์ที่ชื่อ 'นักพรตนิพพาน' ก็เป็นสมาชิกของกลุ่มสำนักนี้ด้วย
"อ่ะนี่ โทรศัพท์ของคุณ"
"อ้อ ว่าแต่ไอ้แอปบอร์ดสนทนามลพิษนี่ ผมจะดาวน์โหลดมาใช้ในเครื่องตัวเองบ้างได้ไหมครับ"
หลินโยวเปิดโหมดการใช้งานสำหรับผู้พิการทางสายตาก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้ไป๋หลิงซิง
"ไม่ได้หรอกค่ะ คุณต้องเอาบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่สำนักงานของสภาบริหารก่อน ถึงจะสามารถใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบัตรประชาชนนั้นดาวน์โหลดแอปนี้ได้"
"ยุ่งยากจังแฮะ"
หลินโยวพยักหน้ารับรู้ และตั้งใจไว้ว่าอีกสองสามวัน ตอนที่พาตาลุงนักตกปลาไปทำบัตรประชาชน เขาจะถือโอกาสไปทำเรื่องยืนยันตัวตนของตัวเองด้วยเลย
...
คืนนั้นไป๋หลิงซิงนอนพักในห้องนอนที่หลินโยวจัดเตรียมไว้ให้ ส่วนหลินโยวก็ขอยืมโทรศัพท์ของเธอมาก่อนที่เธอจะเข้านอน
เพราะเขาดันเกิดความสนใจในเรื่องราวต่างๆ บนบอร์ดสนทนามลพิษขึ้นมาอย่างจริงจัง
ไหนๆ พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดไม่ต้องไปทำงานอยู่แล้ว เขาก็เลยกะจะโต้รุ่งไถบอร์ดหาข้อมูลเกี่ยวกับโลกของผู้ตื่นรู้ให้หนำใจไปเลย
......
เที่ยงวันรุ่งขึ้น เมื่อหลินโยวตื่นขึ้นมา เขาก็พบว่าไป๋หลิงซิงกำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ในมือของเธอถือโทรศัพท์เครื่องสำรองของหลินโยวเอาไว้ และกำลังเปิดฟังเสียงอ่านพระคัมภีร์ไบเบิลอยู่
"กินข้าวเช้าหรือยังครับ"
หลินโยวบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้า พลางเอ่ยถาม
"ยังเลยค่ะ"
ไป๋หลิงซิงส่ายหน้า
เธอไม่คุ้นชินกับแปลนบ้านของหลินโยวเลย การจะเดินเหินไปไหนมาไหนด้วยตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนสาหัส
ในสถานการณ์ปกติ เธอสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการรับรู้ถึงสิ่งกีดขวางรอบตัว เพื่อหลบหลีกพวกมันได้อย่างแม่นยำ
แต่ทว่า บ้านของหลินโยวในการรับรู้ของเธอนั้น มันยุ่งเหยิงและสับสนวุ่นวายราวกับรังไหมที่พันกันยุ่งไปหมด เธอทำได้เพียงแค่ค่อยๆ คลำทางไปทีละก้าว ซึ่งบางทีก็ยังไม่วายเดินชนนู่นชนนี่อยู่ดี
อันที่จริง ไป๋หลิงซิงก็อยากจะออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง แต่ไม่รู้ทำไม ตาลุงนักตกปลากลับไปนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอจึงจำใจต้องขลุกอยู่แต่ในบ้าน
...
หลังจากจัดการทำธุระส่วนตัวเสร็จ หลินโยวก็ขี้เกียจเกินกว่าจะลงมือทำกับข้าวเอง เขาจึงเสนอไอเดียขึ้นมา
"พวกเราออกไปหาอะไรกินข้างนอกกันไหมครับ ไปแถวๆ ถนนสายของกินใกล้ๆ นี่แหละ"
"กินเสร็จจะได้ถือโอกาสแวะไปดูมิติพิศวงนั่นด้วยเลย"
"แล้วเขาไปด้วยหรือเปล่าคะ"
ไป๋หลิงซิงชี้มือไปทางตาลุงนักตกปลาที่กำลังนั่งไถโทรศัพท์อยู่หน้าประตู
หลินโยวปรายตามองตาลุงนักตกปลาแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไปทันที
"ไปสิ"
"งั้นฉันไม่ไปหรอกค่ะ"
"ฉันกลัวเขา แล้วมิติพิศวงนั่นก็อันตรายด้วย ฉันไม่กล้าไปหรอก"
พอรู้ว่าตาลุงนักตกปลาจะไปด้วย ไป๋หลิงซิงก็รีบเอนหลังพิงโซฟาทันที พร้อมกับสารภาพความในใจออกมาตรงๆ
ที่เธอยอมทนหิวมาครึ่งค่อนวัน ก็เพราะตาลุงนักตกปลาไปนั่งขวางประตูอยู่ไม่ใช่หรือไง
ตอนนี้จะให้ออกไปกินข้าวพร้อมกับเขา ไป๋หลิงซิงก็ต้องเซย์โนอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หลินโยวเพิ่งจะบอกว่ากินข้าวเสร็จจะแวะไปที่มิติพิศวงนั่นต่อ ซึ่งเขาก็เคยเล่าความน่าสะพรึงกลัวของสถานที่แห่งนั้นให้เธอฟังไปแล้ว
เจอความเสี่ยงแบบคูณสองเข้าไปแบบนี้ ไป๋หลิงซิงก็ยิ่งขอปฏิเสธเสียงแข็งเข้าไปใหญ่
"งั้นก็ตามใจครับ เดี๋ยวผมสั่งเดลิเวอรีมาให้ก็แล้วกัน ตอนเขามาส่งก็อย่าลืมออกไปรับล่ะ"
เมื่อเห็นท่าทีปฏิเสธอย่างจริงจังของไป๋หลิงซิง หลินโยวก็ไม่คิดจะเซ้าซี้
การที่คนธรรมดาจะรู้สึกหวาดกลัวและอคติต่อตัวตนลี้ลับอย่างตาลุงนักตกปลามันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่หลินโยวเชื่อว่า หากปล่อยให้เวลาผ่านไปสักพัก ไป๋หลิงซิงก็คงจะค่อยๆ ปรับตัวและคุ้นชินกับการมีอยู่ของตาลุงนักตกปลาไปเองแหละ
หลินโยวคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก เดินตรงไปที่ประตูบ้าน แล้วใช้เท้าเตะเบาๆ ไปที่ตาลุงนักตกปลาที่กำลังทำตัวเป็นรูปปั้นสิงโตเฝ้าประตูอยู่
"ไป หาอะไรกินกัน กินเสร็จแล้วก็แวะไปดูมิติพิศวงนั่นด้วย"
"อืม"
ตาลุงนักตกปลาชำเลืองมองไป๋หลิงซิงที่นั่งอยู่ในบ้านแวบหนึ่ง ก่อนจะยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อ แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า
...
หลังจากจัดการมื้อเที่ยงเสร็จ หลินโยวกับตาลุงนักตกปลาก็เดินทอดน่องไปตามถนนสายของกิน
คราวก่อนหลินโยวแค่เดินผ่านก็โดนดูดเข้าไปในมิติพิศวงอย่างง่ายดาย แต่มาคราวนี้ เขาเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบแล้ว กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของมิติพิศวงเลยด้วยซ้ำ
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย
หลินโยวหันไปมองตาลุงนักตกปลาที่เดินอยู่ข้างๆ
"มิติพิศวงนั่นมันหายไปแล้วเหรอ"
"ยัง ยังอยู่ตรงนี้แหละ"
ตาลุงนักตกปลาส่ายหน้า เขายังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมิติพิศวงที่หลินโยวตามหาได้อย่างชัดเจน
"อ้าว แล้วทำไมพวกเราถึงยังไม่โดนดูดเข้าไปอีกล่ะ"
หลินโยวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ไหนใครบอกว่าผู้ตื่นรู้มีแรงดึงดูดมิติพิศวงยังไงล่ะ
"มันกลัวฉันน่ะสิ"
ตาลุงนักตกปลาเบะปากอย่างดูแคลน
เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของหลินโยว ตาลุงนักตกปลาก็ยอมอธิบายให้ฟังเป็นกรณีพิเศษ
"ไอ้สิ่งที่พวกนายเรียกว่ามิติพิศวงน่ะ ส่วนใหญ่มันก็เป็นแค่หนวดที่พวกเงามืดยื่นออกมาสัมผัสกับจักรวาลพื้นผิวเท่านั้นแหละ"
"หนวดพวกนี้มีระดับชั้นต่ำกว่าตัวตนที่แท้จริงของเงามืดมากนัก และพวกมันก็สามารถตายได้"
"เพราะงั้น พวกมันถึงได้มีสัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอด รู้จักหลีกหนีจากอันตรายยังไงล่ะ"