เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 สำนักงานสภาบริหาร

บทที่ 21 สำนักงานสภาบริหาร

บทที่ 21 สำนักงานสภาบริหาร


"คุณ... คุณอย่าเข้าใจผิดสิครับ"

"ผม..."

หลินโยวอึกอักอยู่ตั้งนานสองนาน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถสรรหาคำพูดใดๆ มาอธิบายความคิดที่แท้จริงในใจของเขาออกมาได้อยู่ดี

ก็แหงล่ะ เขาเพิ่งจะรู้จักกับแม่สาวน้อยคนนี้ได้ไม่นาน ยังไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรกันสักหน่อย แล้วจะให้เขาพูดอะไรได้เล่า

"คุณไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ค่ะ ฉันก็แค่ถามดูเฉยๆ"

เมื่อสัมผัสได้ถึงความกระอักกระอ่วนใจผ่านน้ำเสียงของชายหนุ่ม ไป๋หลิงซิงก็ส่ายหน้าเบาๆ พร้อมกับเอ่ยปลอบประโลมเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ก่อนที่เธอจะพูดต่อว่า "อีกอย่างนึงนะคะ ถึงแม้คุณจะคิดแบบนั้นจริงๆ ฉันก็ขัดขืนอะไรคุณไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เหรอคะ"

แม้ว่าไป๋หลิงซิงจะสูญเสียการมองเห็น ทว่าเธอกลับมีสัมผัสพิเศษบางอย่างที่ช่วยให้เธอสามารถรับรู้ถึงตัวตนลี้ลับที่อยู่รอบตัวได้

และในความรู้สึกของเธอ แม้ว่าหลินโยวจะไม่ได้มีกลิ่นอายความน่ากลัวเหมือนอย่างพวกตัวตนลี้ลับ แต่ลักษณะเฉพาะบางอย่างของเขากลับมีความคล้ายคลึงกับพวกมันอย่างน่าประหลาด

ตัวตนของเขาโดดเด่นสะดุดตาเอามากๆ ในการรับรู้ของเธอ เผลอๆ อาจจะชัดเจนกว่าตาลุงนักตกปลาเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่เขาไม่ได้แผ่รังสีความน่าขนลุกออกมาเหมือนกับหมอนั่นก็เท่านั้นเอง

ด้วยเหตุนี้ ไป๋หลิงซิงจึงคิดว่าต่อให้หลินโยวอยากจะกักขังเธอไว้ที่นี่ตลอดไปจริงๆ เธอก็คงไม่มีปัญญาไปต่อกรอะไรกับเขาได้อยู่ดี

และในความคิดของเธอ เธอแอบคิดว่าหลินโยวอาจจะทำแบบนั้นจริงๆ ก็ได้

ก็แหม... ถ้าเรื่องที่เขาเล่ามาทั้งหมดเป็นความจริงล่ะก็ ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เธอต้องมาตกระกำลำบากอยู่ที่นี่ มันก็เป็นเพราะความต้องการของเขาทั้งนั้นไม่ใช่หรือไง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ได้พูดคุยกัน น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังและใส่ใจของหลินโยว ก็ทำให้ความหวาดระแวงในใจของไป๋หลิงซิงค่อยๆ มลายหายไป

เธอสัมผัสได้ว่าเขาคอยระแวดระวังและพยายามรักษาน้ำใจของเธออยู่ตลอดเวลา

อย่างน้อยๆ พฤติกรรมเหล่านี้ก็พอจะการันตีได้ว่า เขาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร

"การกักขังหน่วงเหนี่ยวคนอื่นมันผิดกฎหมายนะครับ ผมเป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมาย ไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้นเด็ดขาดหรอก"

เมื่อรู้ตัวว่ากำลังโดนหญิงสาวหยอกล้อเข้าให้ หลินโยวก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของเขาจะไม่ได้ดูขึงขังจริงจังอะไรมากมาย แต่มันกลับแฝงไปด้วยความหนักแน่นและน่าเชื่อถือ

อย่างน้อยมันก็ทำให้ไป๋หลิงซิงเชื่อใจเขาได้อย่างสนิทใจ

"คุณไปทำงานเถอะค่ะ ฉันอยู่คนเดียวได้ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"

"อ้อ ถ้าคุณพอมีเวลาว่างเมื่อไหร่ ก็รบกวนช่วยพาฉันไปส่งที่บ้านทีนะคะ ส่วนเรื่องโทรศัพท์ไม่ต้องชดใช้ให้หรอกค่ะ"

ไป๋หลิงซิงโบกมือปฏิเสธความช่วยเหลือของชายหนุ่ม แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องออกไปทำงาน แต่เธอก็ไม่อยากทำตัวเป็นตัวถ่วงหรือเป็นภาระของเขา

"เฮ้อ"

"เอาอย่างงั้นก็ได้ครับ"

หลินโยวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะถอนหายใจทำไม บางทีอาจจะเป็นเพราะความรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับการทำงานอีกแล้วล่ะมั้ง

......

พอมาถึงโต๊ะทำงาน หลินโยวก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตลอดทั้งบ่าย

เขานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกกระสับกระส่าย จิตใจว้าวุ่นจนไม่เป็นอันทำอะไร สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจลุกออกไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายข้างนอก

ระหว่างทางที่เดินผ่านโมนาลิซ่า เขาก็อดไม่ได้ที่จะแวะแหย่หล่อนเล่นสักสองสามที จนกระทั่งโมนาลิซ่าเริ่มกระอักเลือดสีดำออกมานั่นแหละ เขาถึงได้ยอมผละตัวออกมาด้วยความพึงพอใจ

ระหว่างทางบังเอิญเดินสวนกับหวังอู่ พอหมอนั่นเห็นว่าสีหน้าของหลินโยวดูหมองคล้ำผิดปกติ ก็เลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

หลินโยวชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องของตาลุงนักตกปลาให้หวังอู่ฟัง

ไหนๆ เรื่องของตาลุงนักตกปลาก็ต้องหาทางจัดการให้จบสิ้นอยู่แล้ว ถือโอกาสนี้บอกให้หวังอู่รู้ไปเลยก็แล้วกัน

แต่หลินโยวก็ไม่ได้โง่พอที่จะบอกความจริงทั้งหมดไปตรงๆ หรอกนะ ขืนเขาบอกไปว่า ‘นักตกปลาซ่อนตัวอยู่ที่บ้านของผม’ ด้วยระดับความกลัวที่หวังอู่มีต่อตาลุงนักตกปลาแล้วล่ะก็ มีหวังหมอนั่นคงช็อกตาตั้งจนสลบเหมือดไปในวินาทีนั้นแน่ๆ

หลังจากเรียบเรียงคำพูดในหัวเสร็จสรรพ หลินโยวก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลังเล

"เหล่าหวัง... ช่วงนี้ผมรู้สึกเหมือนโดนของไม่ดีตามรังควานยังไงก็ไม่รู้แฮะ"

ทันทีที่ได้ยินคำพูดของหลินโยว นัยน์ตาของหวังอู่ก็หรี่แคบลง ประกายแสงบางอย่างวาบผ่านดวงตาคู่นั้นไปอย่างรวดเร็ว

"ไหนลองเล่ามาสิ"

เขาเอ่ยถามด้วยความสนใจใคร่รู้

"ก็คือ... ช่วงนี้ผมโดนตัวประหลาดตามตื๊ออยู่น่ะสิ หมอนั่นมันทำตัวแปลกประหลาดมากเลยนะ บางอย่างที่มันทำ ผมก็ไม่เข้าใจเหตุผลของมันเลยสักนิด"

"แถมผมยังสังเกตเห็นอีกนะ ว่าพฤติกรรมของมันในสายตาของผม กับในสายตาของคนอื่นน่ะ มันไม่เหมือนกันเลย"

"คุณพอจะนึกภาพออกไหม แบบว่า..."

ในขณะที่หลินโยวกำลังพยายามเค้นสมองหาข้ออ้างมาอธิบายให้หวังอู่ฟังอยู่นั้น จู่ๆ หวังอู่ก็พูดโพล่งขึ้นมาขัดจังหวะเขาเสียก่อน

"น้องหลิน นายไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันเข้าใจสิ่งที่นายกำลังจะสื่อ"

หวังอู่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลินโยวด้วยสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและทรงพลัง

"น้องหลิน ถ้านายเชื่อใจฉันล่ะก็ สิ่งที่ฉันกำลังจะพูดต่อไปนี้ นายจะต้องตั้งใจฟังและจำให้ขึ้นใจเลยนะ"

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่จริงจังเบอร์นั้น หลินโยวก็แกล้งตีหน้าขรึม พยักหน้ารับอย่างแข็งขัน

"ว่ามาเลยครับ"

"ในโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่นี้ มันมีสิ่งเร้นลับบางอย่างซ่อนตัวอยู่ ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถมองเห็นหรือรับรู้ถึงพวกมันได้"

"สิ่งเร้นลับพวกนั้น อาจจะเป็นตัวตนลี้ลับ หรือไม่ก็อาจจะเป็นวัตถุกักกันที่แผ่กระจายมลพิษออกมา คนธรรมดามองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ และพวกมันก็ไม่สามารถทำอันตรายอะไรคนธรรมดาได้เช่นกัน"

"แต่ทว่า... สำหรับพวกเราที่สามารถมองเห็นพวกมันได้ ไอ้สิ่งเหล่านี้แหละที่มันอันตรายถึงชีวิต"

"พูดกันตามตรงเลยนะ งานที่ฉันทำอยู่ทุกวันนี้ ก็คือการจัดการกับไอ้เรื่องพวกนี้นี่แหละ"

"จริงๆ แล้ว ฉันไม่ได้กะจะเล่าเรื่องนี้ให้นายฟังหรอกนะ แต่ในเมื่อนายดันเข้าไปพัวพันกับพวกมันแล้ว บางที... นี่อาจจะเป็นโชคชะตาของนายก็ได้ล่ะมั้ง"

หวังอู่ถอนหายใจออกมายืดยาว

ในความเข้าใจของเขา เมื่อคนธรรมดาเข้าไปพัวพันกับสิ่งเร้นลับ จุดจบก็มีแค่สองทางเท่านั้น คือไม่กลายเป็นผู้ตื่นรู้ที่คอยต่อกรกับตัวตนลี้ลับ ก็ต้องพบกับความตาย

ถ้าหลินโยวโชคดีพอที่จะกลายเป็นผู้ตื่นรู้ได้ มันก็คงจะดีไม่น้อย แต่ถ้าหากเขาโชคร้าย หวังอู่ก็คงทำได้แค่ยืนไว้อาลัยให้เขาอย่างเงียบๆ

ในการรับมือกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ความตายถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา คนที่ทำงานสายนี้อย่างเขา จะมามัวอ่อนไหวหรือแสดงอารมณ์มากเกินความจำเป็นไม่ได้เด็ดขาด

"ผมเชื่อคุณครับ"

หลินโยวพยักหน้ารับคำพูดของหวังอู่อย่างแข็งขันอีกครั้งด้วยท่าทีราวกับเข้าใจโลก

เมื่อเห็นว่าหลินโยวมีท่าทีที่สงบและเยือกเย็นขนาดนี้ หวังอู่ก็ลอบถอนหายใจในใจ

ขนาดต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ สภาพจิตใจของหลินโยวก็ยังคงมั่นคงและมองโลกในแง่ดีเหมือนเคย ดูเหมือนว่าเขาจะมองไอ้ตัวตนลี้ลับที่ตามรังควานเขาอยู่ เป็นแค่ตัวน่ารำคาญที่สร้างความวุ่นวายให้ชีวิตก็เท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้นเลย

คิดได้ดังนั้น หวังอู่ก็ไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาเตือนสติชายหนุ่มดี

เขาไม่สามารถดึงตัวหลินโยวเข้าร่วมสภาบริหารได้ โดยอาศัยแค่ความสัมพันธ์อันผิวเผินที่เพิ่งจะรู้จักกันได้เพียงสองวัน ยิ่งไปกว่านั้น จากการสังเกตพฤติกรรมของหลินโยวในช่วงที่ผ่านมา เขามั่นใจเลยว่า ต่อให้เขาเป็นคนออกหน้าแนะนำ หลินโยวก็คงปฏิเสธที่จะเข้าร่วมสภาบริหารอยู่ดี

ไม่มีเหตุผลอะไรซับซ้อนหรอก ก็แค่ด้วยนิสัยส่วนตัวของหลินโยว โอกาสที่เขาจะเห็นดีเห็นงามไปกับอุดมการณ์ของสภาบริหารนั้น แทบจะเป็นศูนย์

ถึงอย่างนั้น หวังอู่ก็คงทนดูหลินโยวโดนไอ้ตัวตนลี้ลับนิรนามนั่นฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอก

เขาล้วงมือเข้าไปควานหาของในกระเป๋าเสื้ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบนามบัตรใบหนึ่งออกมา

"น้องหลิน นี่คือนามบัตรของสำนักงานสภาบริหารของเรา นายสามารถใช้มันเป็นใบเบิกทางเพื่อเข้าไปขอความช่วยเหลือที่นั่นได้นะ"

"ถ้าไอ้ตัวลี้ลับนั่นมันยังตามรังควานนายไม่เลิก นายก็เอานามบัตรใบนี้ไปที่สำนักงานสภาบริหาร แล้วขอความคุ้มครองจากพวกเขาสิ"

"จงเชื่อมั่นในสภาบริหารเถอะ หน้าที่หลักของพวกเราคือการปกป้องมวลมนุษยชาติ ซึ่งนั่นก็รวมถึงผู้ตื่นรู้ระดับธรรมดาอย่างนายด้วย"

"พอดีฉันมีภารกิจต้องไปจัดการต่อ ก็เลยไม่สะดวกพานายไปส่ง แต่ไม่ต้องห่วงนะ ตามที่อยู่บนนามบัตรนี่ นายสามารถเรียกแท็กซี่ หรือไม่ก็นั่งรถเมล์ไปเองได้สบายๆ เลย"

หลินโยวรับนามบัตรที่หวังอู่ยื่นให้มาถือไว้ เขาเหลือบมองที่อยู่บนนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะลอบยิ้มที่มุมปากด้วยความพึงพอใจอย่างเงียบงัน

ไอ้ตาลุงนักตกปลา เตรียมตัวรับโทษทัณฑ์จากทางการได้เลย!

จบบทที่ บทที่ 21 สำนักงานสภาบริหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว