เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 สลับตำแหน่ง

บทที่ 10 สลับตำแหน่ง

บทที่ 10 สลับตำแหน่ง


เมื่อได้ยินคำถามของหลินโยว หัวใจของสมาชิกหน่วยดีพไดฟ์เวอร์ทั้งสามคนก็พลันกระตุกวาบขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

พวกเขารีบเร่งเข้ามารับตำแหน่งจนลนลาน จนดูเหมือนลืมเตรียมข้อมูลเรื่องตำแหน่งงานพื้นฐานที่สุดมาเสียสนิท

เมื่อเห็นคนตรงหน้าทั้งสามคนพากันหน้าแดงก่ำแต่กลับอึกอักพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว หลินโยวก็ปรบมือเบาๆ พร้อมส่งยิ้มที่สื่อความหมายว่า 'ผมเข้าใจพวกคุณดี' ออกไป

"ในเมื่อยังไม่มีตำแหน่งงานที่แน่นอน งั้นพวกคุณก็ลองบอกมาหน่อยสิว่าอยากทำอะไร เดี๋ยวผมจะได้จัดสรรตำแหน่งให้ตามความต้องการของพวกคุณเอง"

เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งสามคนก็หันมาสบตากันครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าให้กันเป็นเชิงตกลง

จากนั้น หวังอู่ในฐานะตัวแทนของกลุ่มก็เอ่ยปากขึ้นว่า

"พวกเราไม่ได้เรียนจบมาทางด้านวิชาการพวกนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นงานนั่งโต๊ะในออฟฟิศคงไม่เหมาะกับพวกเราแน่ๆ"

"แต่พวกเรามีแรงเยอะ แล้วก็ชอบเดินเตร่ไปเรื่อยเปื่อยด้วย บางครั้งถ้าเจอเรื่องไม่ได้รับความเป็นธรรมก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย พวกคุณพอจะมีตำแหน่งงานไหนที่เหมาะกับคนอย่างพวกเราบ้างไหมครับ"

หลินโยวฟังพวกเขาพล่ามอยู่ตั้งนาน เมื่อเห็นท่าทางลำบากใจของทั้งสามคน เขาก็หลุดขำออกมาทันที

ถ้าดูจากคุณสมบัติของทั้งสามคนแล้ว มันก็มีตำแหน่งหนึ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เหมาะสมจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยาย

เพียงแต่หลินโยวเองก็แอบรู้สึกลำบากใจอยู่นิดหน่อย เส้นสายเบื้องหลังของทั้งสามคนนี้อุตส่าห์ยอมลงทุนลงแรงมหาศาลเพื่อยัดพวกเขาเข้ามาที่นี่ แต่สุดท้ายกลับมาได้แค่งานพนักงานรักษาความปลอดภัยเนี่ยนะ

มันจะเหมาะสมจริงๆ เหรอ

ช่างเถอะ ให้พวกเขาตัดสินใจกันเอาเองแล้วกัน

หลินโยวอธิบายรายละเอียดงานของพนักงานรักษาความปลอดภัยให้พวกเขาฟังคร่าวๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เขาได้รับรู้มาจากการนั่งคุยสัพเพเหระกับเหล่าจ้าวนั่นแหละ

พอได้ยินว่างานพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่จำเป็นต้องใช้ใบปริญญา แถมยังสามารถเดินตรวจตราไปได้ทั่วทั้งพิพิธภัณฑ์ หวังอู่ก็ประกาศกร้าวทันทีว่านับจากนี้ไปพวกเขาทั้งสามคนจะขอรับหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เอง

"คนพวกนี้มันยังไงกันแน่เนี่ย"

หลินโยวลอบสังเกตทั้งสามคน พลางคิดในใจว่าสมองของพวกเขาน่าจะมีปัญหาอะไรสักอย่างแน่ๆ

ไม่สิ ตั้งแต่เขาทะลุมิติมา สิ่งที่พบเจอมักมีปัญหาทางสมองไม่มากก็น้อยกันทั้งนั้น

...

หลินโยวรายงานเรื่องของพวกหวังอู่ให้ผู้อำนวยการทราบ ซึ่งผู้อำนวยการเองถึงแม้จะแอบประหลาดใจกับการตัดสินใจของทั้งสามคนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพียงสั่งให้หลินโยวพาพวกเขาไปรายงานตัวกับเหล่าจ้าว

อ้อ ลืมบอกไป เมื่อวานนี้เหล่าจ้าวเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าหน่วยพนักงานรักษาความปลอดภัยสดๆ ร้อนๆ เลยล่ะ

...

"สามคนนี้ มีพิรุธสุดๆ เลยแฮะ"

หลังจากกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานในออฟฟิศแล้ว ถึงแม้ดวงตาของหลินโยวจะจ้องมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ใจกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าเลยสักนิด

พอนึกย้อนไปถึงพฤติกรรมของหวังอู่ในวันนี้ ไม่ว่ามองอย่างไรเขาก็รู้สึกว่ามันประหลาดเกินไป

ต่อให้องค์กรจะทุจริตคดโกงแค่ไหน ก็ไม่มีทางยัดคนที่ไม่มีแม้แต่สามัญสำนึกพื้นฐานเข้ามาทำงานได้หรอก

แถมยังยัดเข้ามาทีเดียวถึงสามคนอีกต่างหาก

หลินโยวรู้ซึ้งถึงนิสัยของผู้อำนวยการดี ต่อให้เป็นตัวเขาเอง ถ้าหากไม่มีความสามารถจริงๆ ต่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาจะพยายามดันแค่ไหน ก็ไม่มีทางได้ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่

ยิ่งคิด หลินโยวก็ยิ่งตระหนักถึงปัญหาอีกข้อหนึ่ง

ช่วงเวลาที่ทั้งสามคนนี้เข้ามาทำงานมันช่างประจวบเหมาะจนน่าสงสัย

เมื่อวานเขาเพิ่งใช้พลังพิเศษลอกคราบความ ‘โศกเศร้า’ ของโมนาลิซ่าออกไป วันนี้กลับมีคนสามคนที่ไม่มีแม้แต่สามัญสำนึกพื้นฐานถูกยัดเข้ามาในพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นปริศนา

เรื่องนี้อดไม่ได้ที่จะทำให้เขาคิดเชื่อมโยงต่อไป

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินโยวก็ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ หยิบบัตรพนักงานมาคล้องคอแล้วเดินออกไปข้างนอก

วินาทีที่เขาลุกขึ้น สถานะของ 'ผู้เฝ้าสังเกต' และ 'ผู้ถูกเฝ้าสังเกต' ก็สลับสับเปลี่ยนกันในทันที

ช่างน่าสงสารที่ 'ผู้เฝ้าสังเกต' ทั้งสามคนนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองต้องเฝ้าสังเกตใครกันแน่

ถึงแม้หลินโยวจะสามารถใช้พลังพิเศษของตัวเองมองทะลุถึงข้อมูลแก่นแท้ของพวกหวังอู่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้ทำ และคิดว่าไม่ควรทำอย่างยิ่ง

นั่นเป็นการกระทำที่เสียมารยาทมาก และที่สำคัญคือเสี่ยงที่จะถูกทั้งสามคนจับได้ง่ายเกินไป

ตามที่หลินโยวสันนิษฐานไว้ ทั้งสามคนนี้น่าจะเป็น 'เจ้าหน้าที่ทางการ'

ถ้าจู่ๆ ดวงตาข้างซ้ายของเกิดสว่างวาบขึ้นมา แล้วไปล่วงรู้ข้อมูลทุกอย่างของพวกเขาเข้า เกิดอีกฝ่ายจับได้ขึ้นมา เขาอาจถูกยัดข้อหา 'ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่' เอาได้ง่ายๆ

และแน่นอนว่ามันยังมีความเป็นไปได้อีกอย่าง คือทั้งสามคนอาจมีวิธีการป้องกันการสอดแนมจากพลังของหลินโยว ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ตัวเขาเองนั่นแหละที่จะหนีไม่พ้นความซวย

ยิ่งไปกว่านั้น หลินโยวแค่ต้องการยืนยันว่าทั้งสามคนเป็นเจ้าหน้าที่ทางการหรือไม่เท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นต้องลงมือใช้พลังพิเศษหรอก

สมัยนี้เทคโนโลยีล้ำหน้าไปไกลมาก หลายเรื่องไม่จำเป็นต้องลงมือทำด้วยตัวเองให้เหนื่อยเปล่า

หลินโยวเดินไปที่ห้องรักษาความปลอดภัย บอกกับเหล่าจ้าวว่าเขามีของหาย และอยากขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในโซนจัดแสดงแถวนี้หน่อย

เหล่าจ้าวตอบตกลงอย่างเต็มใจทันที แถมยังถามด้วยความหวังดีว่าต้องการให้ช่วยหาด้วยไหม แต่หลินโยวก็ปฏิเสธไปอย่างสุภาพ

เขาไล่เปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิด โดยเน้นไปที่โซนจัดแสดง 'จอกเหล้าสำริด' และ 'โมนาลิซ่าร่ำไห้' เป็นพิเศษ

หลินโยวพบว่าส่วนใหญ่แล้วพวกหวังอู่มักวนเวียนอยู่แถวๆ จอกเหล้าสำริดและโมนาลิซ่าร่ำไห้ และสายตาที่พวกเขามองวัตถุทั้งสองชิ้นนี้มันช่างแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

จุดนี้เห็นได้ชัดเจนมากจากตอนที่พวกเขามองไปที่ 'โมนาลิซ่าร่ำไห้'

เวลาที่พวกเขามองภาพวาดใบนั้น มันเหมือนกับว่ากำลังมองคนคนหนึ่งอยู่ยังไงยังงั้น

บางครั้งก็ดูเหมือนจะตกใจกลัว บางครั้งก็ดูรังเกียจ และบางครั้งก็ดูเหมือนจะ...

เวทนา?

หลินโยวเข้าใจความรู้สึกเวทนาที่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเขาตอนมองโมนาลิซ่าร่ำไห้ได้เป็นอย่างดี

ความจริงแล้ว ทุกครั้งที่เดินผ่านโมนาลิซ่า เขาก็แอบรู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าสงสารอยู่เหมือนกัน

พอสูญเสียความ ‘โศกเศร้า’ ไป วันๆ เธอก็ทำได้แค่แผลงฤทธิ์อยู่ในกรอบรูปอย่างไร้ทางสู้ คอยพับขากรรไกรบนตลบไปหลังหัวเพื่อขู่ขวัญคนเล่นไปวันๆ

แต่ถ้าจะให้หลินโยวเอาความ ‘โศกเศร้า’ ยัดกลับคืนไปให้เธอล่ะก็ เขาไม่มีทางยอมเด็ดขาด

อย่างน้อยก็จนกว่าเธอจะถูกย้ายออกไปจากที่นี่ เขาถึงจะไม่คืนความ ‘โศกเศร้า’ ให้

หลินโยวสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป จากเนื้อหาในกล้องวงจรปิด เขาสามารถยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าพวกหวังอู่คือเจ้าหน้าที่ทางการแน่นอน

ส่วนเรื่องที่ว่าพวกเขาจะเป็นคนจากองค์กรภาคประชาชนหรือเปล่านั้น หลินโยวตัดตัวเลือกนี้ทิ้งไปตั้งนานแล้ว

ไม่ใช่แค่เพราะพฤติกรรมการใช้เส้นสายเท่านั้น แต่เป็นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ 'ความเป็นระเบียบ' ที่แผ่ออกมาจากตัวของทั้งสามคน

"ดูท่าว่าถ้าจำเป็นจริงๆ คงต้องหาทางติดต่อกับพวกเขาดูสักหน่อยแล้วล่ะ"

หลินโยวครุ่นคิดในใจ

ตอนนี้ไอ้เซียนตกปลาคนนั้นยังตามรังควานไม่เลิก ถึงแม้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะยังไม่มีท่าทีคุกคามอะไรต่อเขา แต่มันก็น่ารำคาญชะมัด

หลินโยวประเมินดูแล้วว่า หลังจากเลิกงานกลับไปที่หมู่บ้าน มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะต้องเจออีกฝ่ายอีกรอบแน่ๆ

และต่อให้ไม่นับเรื่องพวกนี้ แค่ดูจากข้อมูลสุดพิลึกพิลั่นที่เรียงเป็นตับอยู่บนหัวของเซียนตกปลา เขาก็กล้าการันตีได้เลยว่าหมอนั่นต้องเป็นระดับบอสใหญ่แน่นอน

เมื่อต้องเผชิญกับอันตรายระดับนี้ ในฐานะพลเมืองดีเด่นอย่างหลินโยว การไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่รัฐมันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ

จบบทที่ บทที่ 10 สลับตำแหน่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว