เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 602 ราชาหมูป่าผู้มีพรสวรรค์

บทที่ 602 ราชาหมูป่าผู้มีพรสวรรค์

บทที่ 602 ราชาหมูป่าผู้มีพรสวรรค์


บทที่ 602 ราชาหมูป่าผู้มีพรสวรรค์

"พี่ ดูนี่สิ! ทำไมราชาหมูป่าตัวนี้ถึงมีหัวใจสองดวงล่ะ!! ไม่ใช่แค่หัวใจสองดวงนะ ปอดก็ยังมีมากกว่าหมูป่าทั่วไปตั้งกลีบนึงแน่ะ!"

เสี่ยวเทาที่กำลังผ่าช่องอกของราชาหมูป่าอยู่ ถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นอวัยวะภายในของมัน

เยว่เฟิงนึกว่าเสี่ยวเทาพูดเล่น จึงชะโงกหน้าไปดูอวัยวะภายในที่ถูกผ่าออกมา

แต่พอได้เห็น เยว่เฟิงก็ถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน

โอ้โห หลังจากผ่าเปิดหน้าอกตามแนวแกนกลาง ปกติหมูป่าจะมีหัวใจอยู่แค่ฝั่งซ้ายเท่านั้น แต่ราชาหมูป่าตัวนี้ กลับมีหัวใจขนาดเท่าลูกบอลเล็กๆ อยู่ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเลย

มีหัวใจสองดวงยังไม่พอ ปกติหมูป่าจะมีปอดซ้ายและขวาอย่างละกลีบใหญ่ๆ แต่ราชาหมูป่าตัวนี้ กลับมีปอดกลีบเล็กๆ รูปร่างแปลกๆ งอกเพิ่มขึ้นมาอยู่ใต้ปอดกลีบหลักด้านในอีกด้วย

คราวนี้ เยว่เฟิงก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมราชาหมูป่าตัวนี้ถึงได้อึดนักอึดหนา

หัวใจเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ของราชาหมูป่า ส่วนปอดก็คือระบบจ่ายออกซิเจน นี่มันคือ 'สเปกอัปเกรด' ที่เหนือกว่าหมูป่าทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเลือดไม่ไหลออกจนหมดตัวเสียก่อน มันคงวิ่งต่อไปได้อีกหลายกิโลเมตรแน่ๆ

"เชี่ย มิน่าล่ะราชาหมูป่าตัวนี้ถึงได้ตัวใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้! ที่แท้ก็เป็นตัวประหลาดนี่เอง! แต่จะว่าไป หัวใจสองดวงนี้ก็อยู่ตรงกันพอดีเป๊ะเลยนะเนี่ย!!" เย่เสี่ยวจวินที่ชะโงกหน้ามาดูด้วย อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา

เยว่เฟิงพยักหน้าเห็นด้วย เขาใช้นิ้วเขี่ยปอดขึ้นมาดูข้างใต้ "หมูป่ามีหัวใจสองดวงนี่ ฉันก็เพิ่งเคยได้ยินและเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเหมือนกัน! แต่มันก็ตายไปแล้วล่ะนะ ไม่ว่าจะมีหัวใจสองดวงหรือสามดวง ตอนนี้มันก็กลายเป็นแค่อาหารมื้อใหญ่สำหรับสุนัขกับเหยี่ยวของเราเท่านั้นแหละ! เสี่ยวเทา รีบควักหัวใจสองดวงนี้ออกมาเร็ว เหยี่ยว เจ้าเหมยชิว แล้วก็พวกลูกสมุนสุนัขของเราหิวแย่แล้ว!"

"ได้เลยพี่! เรื่องกล้วยๆ! ดูฝีมือผมนะ ฮึบ!!"

เสี่ยวเทาจับมีดสั้นไว้มั่น กรีดลงไปที่ส่วนบนของหัวใจหมูป่าอย่างแผ่วเบา ตัดเส้นเลือดหลักที่เชื่อมต่ออยู่ แล้วควักหัวใจหมูป่าที่สมบูรณ์ออกมาได้อย่างง่ายดาย

ทั้งๆ ที่ราชาหมูป่าตายสนิทไปแล้ว แต่หัวใจของมันก็ยังคงเต้นตุบๆ อยู่เลย พลังชีวิตช่างเหลือล้นจนน่าตกใจจริงๆ

เยว่เฟิงใช้มีดสั้นส่วนตัวแล่ไขมันและพังผืดที่เกาะอยู่บนผิวหัวใจออกอย่างลวกๆ แล้วฝานเนื้อหัวใจเป็นชิ้นบางๆ

"มานี่ ต้าเฮย แกเป็นจ่าฝูงของสุนัขล่าเนื้อ ฉันให้แกกินก่อนเลย!!"

ต้าเฮยดูจะอยากกินหัวใจของราชาหมูป่าตัวยักษ์นี้มาก พอได้ยินเจ้านายเรียก มันก็รีบเงยหน้ารอรับชิ้นเนื้ออย่างใจจดใจจ่อ พองับเนื้อได้ มันก็เงยหน้ากลืนเนื้อชิ้นเบ้อเริ่มลงคอไปรวดเดียว

เยว่เฟิงเห็นจนชินตาแล้ว เขาแล่เนื้อให้บางลงอีกนิด แล้วป้อนต่อเรื่อยๆ กินได้เท่าไหร่ก็ให้กินเท่านั้น

ต้าเฮยตะกละกินจนกระเพาะพักป่องนูน ถึงได้ยอมหยุด

หลังจากให้อาหารเหยี่ยวเสร็จ คิวต่อไปก็คือเจ้าเหมยชิว

ถึงแม้เจ้าเหมยชิวจะได้กินลูกอมเป็นรางวัลไปแล้ว แต่มันก็ยังชอบกินเนื้อสดๆ อยู่ดี ด้วยกฎที่ลุงจ้าวตั้งไว้ว่า 'ถ้าเจ้านายไม่ให้ ห้ามแย่งเด็ดขาด'

ตอนนี้เจ้าเหมยชิวเลยได้แต่น้ำลายสอ ยืนกลืนน้ำลายเอื้อกๆ พยายามข่มความอยากอาหารไว้ รอให้เจ้านายแบ่งส่วนแบ่งให้

"เหมยชิว เมื่อกี้แกก็สร้างผลงานไว้เยอะ! สมควรได้รับรางวัล นี่ส่วนของแก!!"

เยว่เฟิงร้องเรียก แล้วโยนหัวใจราชาหมูป่าที่เหลืออีกกว่าครึ่งให้เจ้าเหมยชิวไปทั้งหมด

เจ้าเหมยชิวรับหัวใจหมูป่ามาด้วยอุ้งเท้าทั้งสองข้าง แล้วรีบฉีกทึ้งเคี้ยวกลืนอย่างตะกละตะกลามทันที

หลังจากให้อาหารเหยี่ยวล่าสัตว์และเจ้าเหมยชิวเสร็จ ก็ถึงคิวของฝูงสุนัขล่าเนื้อทั้งแปดตัว

เยว่เฟิงหั่นหัวใจที่เหลืออีกดวง และปอดอีกสามกลีบออกมาทั้งหมด

ตอนนี้ตำแหน่งจ่าฝูงตกเป็นของชางหลงอย่างไม่มีข้อกังขา รองลงมาคือเจ้าหมาดำและลูกพี่เหลือง ตามด้วยสุนัขตัวอื่นๆ ตามลำดับ

เครื่องในของราชาหมูป่ามีขนาดใหญ่และมีปริมาณมาก เมื่อแบ่งให้สุนัขล่าเนื้อกินกันถ้วนหน้า พวกมันก็อิ่มไปได้ถึงห้าหกส่วน

หลังจากแบ่งหัวใจและปอดหมูป่าเสร็จ เยว่เฟิงก็เฉือนตับหมูป่าออกมาด้วย

ตับราชาหมูป่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรเป็นพิเศษ ปกติก็มักจะเอาไปทำเป็นอาหารสุนัขอยู่แล้ว

แต่คราวนี้ พอเยว่เฟิงแล่ตับออกมา เขาก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างบริเวณท่อน้ำดีและท่อน้ำดีตับที่เชื่อมต่อกับถุงน้ำดี

บนเยื่อบุผิวบริเวณนั้น มีก้อนตุ่มสีแดงสดคล้ายชาด ขนาดประมาณเม็ดถั่วเหลือง และมีพื้นผิวเป็นประกายเงางามเกาะติดอยู่

ภาพหมีควายที่มีก้อนเนื้อประหลาดงอกตามตัวที่เขาเคยล่าได้เมื่อฤดูหนาวปีที่แล้ว ผุดขึ้นมาในหัวเยว่เฟิงทันที

"เฮ้ย พวกนายดูนี่สิ ราชาหมูป่าตัวนี้มันเป็นโรคหรือเปล่าเนี่ย ทำไมมีก้อนอะไรไม่รู้งอกออกมาด้วย"

เยว่เฟิงร้องเรียกเพื่อนๆ แล้วใช้มีดสั้นเขี่ยก้อนสีแดงก้อนหนึ่งให้หลุดออกจากเยื่อบุ

เมื่อก้อนขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลืองตกลงมาในมือ เยว่เฟิงก็รู้ทันทีว่าเขาเดาผิด

เจ้านี่ดูเหมือนนิ่วมากกว่า มันแข็ง มีผิวเรียบเนียน ไม่เหมือนพวกเนื้องอกหรือเนื้อร้ายที่นิ่มๆ

ในเสี้ยววินาทีนั้น ตำนานที่เขาเคยได้ยินจากผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านตอนเด็กๆ ก็แวบเข้ามาในหัว

'นิ่ววัว นิ่วหมา ว่าแพงแล้ว นิ่วหมูเม็ดเดียว มีค่าเท่าทองคำหมื่นชั่ง'

นิ่วหมู หรือที่เรียกกันว่า จูเฉินซา ไม่ใช่แร่ซินนาบาร์หรือแร่ซัลไฟด์ของปรอทที่ใช้เขียนยันต์ แต่เป็นวัตถุธาตุพิเศษที่พบได้ยากยิ่งในตัวหมู

นิ่ววัวและนิ่วหมา ก็เป็นนิ่วชนิดหนึ่งเหมือนกัน นิ่วหมูก็เช่นกัน เพียงแต่มันหายากและมีค่ามากกว่าหลายเท่าตัวนัก

ยิ่งเป็นนิ่วหมูที่ได้จากราชาหมูป่าที่มีอายุยืนยาวขนาดนี้ ถ้าเป็นของแท้ล่ะก็ มูลค่าของมันคงประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว

นิ่วหมูสามารถนำไปทำยาได้ และมีสรรพคุณทางยาที่แรงกว่านิ่ววัวมาก ในแต่ละปีจะมีหมูที่มีนิ่วแบบนี้อยู่น้อยมาก ช่างชำแหละหมูหลายคนที่ทำอาชีพนี้มาทั้งชีวิต ก็อาจจะไม่เคยเห็นของล้ำค่าแบบนี้เลยด้วยซ้ำ

เมื่อคิดได้ดังนั้น เยว่เฟิงก็คลำหาตามท่อน้ำดีและอวัยวะรอบๆ ถุงน้ำดีของราชาหมูป่าต่อไป

มีทั้งที่ผนังด้านในและด้านนอกของท่อน้ำดีตับ ในถุงน้ำดีก็มี ที่ผนังด้านในและด้านนอกของท่อน้ำดีก็มี นิ่วหมูพวกนี้ถึงจะกระจายอยู่ทั่วไป แต่ถ้ารวมๆ กันแล้ว ก็ได้ปริมาณไม่น้อยเลย

"อี๋... ตัวอะไรเนี่ย สงสัยจะป่วยจริงๆ แหงๆ!" เสี่ยวเทามองดูเม็ดสีแดงที่เยว่เฟิงชี้ให้ดู แล้วทำหน้าขยะแขยง

เย่เสี่ยวจวินที่อยู่ข้างๆ ก็จ้องมองนิ่วหมูที่เยว่เฟิงควักออกมาอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วก็โพล่งขึ้นมา "ฉันว่ามันไม่เหมือนพวกเนื้องอกนะ! เจ้านี่น่าจะเรียกว่านิ่วหมู ฉันเคยได้ยินพวกผู้ใหญ่ที่บ้านพูดถึงอยู่เหมือนกัน!"

เยว่เฟิงควักนิ่วหมูออกมาเพิ่ม แล้วพยักหน้าเห็นด้วย "ฉันก็ว่าน่าจะเป็นนิ่วหมูนะ! ของหายากกว่านิ่ววัวนิ่วหมาซะอีก! ถ้าใช่ของจริงล่ะก็ พวกเราเตรียมตัวรวยกันได้เลย! ทั้งข้างในข้างนอกมีตั้งเยอะแหนะ!"

พอได้ยินว่านิ่วหมูมีค่า เสี่ยวเทาก็เปลี่ยนสีหน้าทันที "นิ่วหมูเหรอ แพงกว่านิ่ววัวอีกเหรอเนี่ย โห ยอดไปเลย ระวังอย่าทำแตกนะพี่! หรือว่าเราจะแล่เอาไขมันหมูมาห่อไว้ แล้วเอากลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการดีไหม"

เยว่เฟิงก็มีความคิดแบบเดียวกัน เขาเองก็เพิ่งเคยเห็นของแบบนี้เป็นครั้งแรก และไม่เคยศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก่อน ทางที่ดีควรจะจัดการอย่างระมัดระวัง ถ้าขืนสุ่มสี่สุ่มห้าทำพังไป คงน่าเสียดายแย่

"ตกลง เอาตามที่นายบอกแหละ ไม่ต้องควักออกมาแล้ว แล่ไขมันมาห่อไว้ เอากลับไปศึกษาที่บ้านดีกว่า!"

ระหว่างที่พูด เยว่เฟิงก็จัดการตัดถุงน้ำดีและเนื้อเยื่อรอบๆ ท่อน้ำดีออกมาทั้งยวง เอาไขมันหมูห่อทับไว้อีกชั้น แล้วหยิบถุงผ้าที่เตรียมไว้ใส่ดีหมีออกมาจากเป้ จัดการบรรจุของล้ำค่าลงไปอย่างระมัดระวัง แล้วสอดเก็บไว้ในอกเสื้อ

เมื่อเจอทั้งหัวใจสองดวง ปอดสามกลีบ แถมยังเจอของล้ำค่าที่คาดว่าจะเป็นนิ่วหมูอีก การชำแหละอวัยวะภายในในขั้นตอนต่อไป เสี่ยวเทาจึงทำด้วยความระมัดระวังมากขึ้น

ลำไส้ กระเพาะ และอวัยวะอื่นๆ ถูกแยกและทำความสะอาดอย่างประณีตบรรจง

หลังจากล้วงเอาอวัยวะภายในออกมาจนหมด ทุกคนถึงได้เห็นบาดแผลจากกระสุนที่ราชาหมูป่าได้รับอย่างชัดเจน

หัวกระสุนสองนัดที่เจาะทะลุผิวหนังอันแข็งแกร่งบริเวณหัวไหล่ ไปฝังอยู่ตรงบริเวณด้านในของกระดูกสะบัก

ส่วนกระสุนอีกสามนัดที่ทะลุผ่านลำตัวไปนั้น ทิ้งรูโหว่ไว้สามรูบริเวณลำตัว เนื้อเยื่อบริเวณนั้นถูกแรงปะทะอันมหาศาลของกระสุนฉีกขาดจนเละเทะ

หลังจากจัดการกับอวัยวะภายในเสร็จสิ้น และเตรียมจะถลกหนังและแล่เนื้อเป็นชิ้นๆ เสี่ยวเทาก็หยุดมือลงชั่วคราว

"หัวหน้า ราชาหมูป่าตัวนี้ เราจะแล่เป็นชิ้นๆ แล้วค่อยขนลงเขา หรือว่าจะแบกกลับไปทั้งตัวแบบนี้เลยดีครับ มีเงินรางวัลนำจับด้วยไม่ใช่เหรอครับ ถ้าเราแล่เนื้อ เลาะกระดูก หั่นเป็นชิ้นๆ ไป เกิดเขาเบี้ยวเงินรางวัลขึ้นมาจะทำไงล่ะครับ"

คำถามของเสี่ยวเทา ทำให้เยว่เฟิงฉุกคิดขึ้นมาได้

"อย่าเพิ่งแล่! หนังก็ไม่ต้องถลก แบกกลับไปทั้งตัวแบบนี้แหละ! ไม่ใช่แค่มีเงินรางวัลนำจับอย่างเดียวนะ ฉันได้ยินมาจากเสี่ยวเหวินว่า ทางกรมป่าไม้เขาตั้งรางวัลพิเศษ สำหรับสัตว์ป่าที่มีขนาดใหญ่ผิดปกติเพื่อนำไปทำสตัฟฟ์ด้วย! ถ้าเราแล่เป็นชิ้นๆ ไป อาจจะขายไม่ได้ราคานะ!"

เสี่ยวเทาพยักหน้ารับ แล้วหยุดมือจากการชำแหละ "อ้อ ถ้างั้นการจะขนมันลงเขาก็คงต้องออกแรงกันหน่อยล่ะครับ ต่อให้เอาเครื่องในออกหมดแล้ว ก็น่าจะยังหนักตั้งแปดเก้าร้อยจินอยู่ดี!"

"ไม่เป็นไร พวกเราคนเยอะ! เดี๋ยวรอให้คนอื่นๆ จัดการงานทางนู้นเสร็จก่อน ผู้ชายอกสามศอกหกคน ช่วยกันผูกเชือกลาก ยังไงก็ต้องลากราชาหมูป่าตัวนี้ขึ้นไปบนสันเขาได้แน่ๆ! ทำงานเสร็จแล้วก็นั่งพักกันก่อนเถอะ วิ่งไล่ตามมาตั้งไกล แถมเมื่อคืนก็ไม่ได้นอน คงเหนื่อยกันแย่แล้ว!"

เสี่ยวเทายิ้มกว้าง "ฮี่ๆ ล้มราชาหมูป่าได้ขนาดนี้ ใครจะไปสนเรื่องเหนื่อยล่ะครับ ถ้าเราลากเจ้านี่ลงเขาไปรับรางวัลอย่างเอิกเกริก ต่อไปใครพูดถึงทีมล่าสัตว์ตระกูลเยว่ ก็ต้องยกนิ้วให้ทั้งนั้นแหละ! ปีกว่าๆ ที่ผ่านมา พวกเราจัดการทั้งหมาใน หมาป่า เสือโคร่ง เสือดาว ราชาหมูป่า สัตว์ดุร้ายในป่าลึก เราปราบมาหมดแล้ว ใครจะกล้าหืออีกล่ะ!!"

คำพูดของเสี่ยวเทานั้นไม่เกินจริงเลย ผลงานของหนุ่มๆ ทีมล่าสัตว์ตระกูลเยว่นั้น โดดเด่นยิ่งกว่าพรานเฒ่าที่ล่าสัตว์มาทั้งชีวิตเสียอีก

...

ทั้งสามคนนั่งพักเหนื่อยอยู่ใต้ต้นไม้ครู่หนึ่ง จินหลงและพี่น้องตระกูลจาง หลังจากจัดการกับหมูป่าที่ก้นหุบเขาเสร็จ ก็เดินกลับมาช่วยลากราชาหมูป่า

จินหลงปลดกล้องถ่ายรูปที่สะพายอยู่บนบ่าส่งให้เยว่เฟิง "เสี่ยวเฟิง ช่วยถ่ายรูปให้ฉันหน่อยสิ! จิ๊จิ๊จิ๊ ดูเขี้ยวเบ้อเริ่มนี่สิ ดูหัวโตๆ นี่สิ โคตรมันส์เลย สะใจเป็นบ้า!!"

เยว่เฟิงไม่ขัดศรัทธา เช็ดเลือดที่มือออกแล้วรับกล้องมา จินหลงเองก็ไม่สนว่าพื้นจะมีเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ เขานั่งคุกเข่าลงข้างๆ ราชาหมูป่า แล้วชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ

แชะ แชะ!

เยว่เฟิงกดชัตเตอร์รัวๆ เก็บภาพจินหลงในอิริยาบถต่างๆ ก่อนจะเรียกเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ให้มาถ่ายรูปคู่กับราชาหมูป่าทีละคน

พอจินหลงถ่ายเสร็จ เยว่เฟิงก็ให้จินหลงถ่ายรูปให้เขาบ้าง

สำหรับสัตว์นักล่าอย่างอินทรีทอง เยว่เฟิงอาจจะไม่ตื่นเต้นถึงขั้นต้องถ่ายรูปเก็บไว้ แต่กับราชาหมูป่าที่หนักเกินพันจินตัวนี้ คุ้มค่าที่จะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกแน่นอน

พูดกันตามตรง แม้เสือโคร่งจะหายาก แต่ถ้าตั้งใจหาจริงๆ แถวๆ ชายแดนรัสเซียก็ยังพอมีโอกาสเจอได้

แต่ราชาหมูป่าที่หนักเป็นพันจินแบบนี้ ถือเป็นสุดยอดเหยื่อในฝันที่หาได้ยากยิ่ง โอกาสจะได้เจอนั้น แทบจะเป็นศูนย์

หลังจากถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเสร็จ เยว่เฟิงก็เรียกทุกคนมาช่วยกันผูกเชือกที่ขาทั้งสี่ข้างและหัวของราชาหมูป่า

ทุกคนรวมพลังกัน ออกแรงลากดึงอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็สามารถลากร่างอันสมบูรณ์ของราชาหมูป่าขึ้นมาบนสันเขาได้สำเร็จ

เมื่อขึ้นมาบนสันเขาได้ การลากก็ง่ายขึ้นเยอะ ทุกคนออกแรงกันอีกยกใหญ่ ลากราชาหมูป่ามาจนถึงเส้นทางตัดไม้ข้างแคมป์พัก

เมื่อชายฉกรรจ์ทั้งหกคนลากราชาหมูป่ากลับมาถึงจุดซุ่มโจมตีจุดแรก เหงื่อก็ผุดซึมเต็มหน้าผากของทุกคน

เวลาล่วงเลยมาถึงเก้าโมงเช้ากว่าๆ นับเวลาดูแล้ว พวกเขาออกล่าสัตว์กันมาเกือบสี่ชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว

คนพวกนี้อดหลับอดนอนมาทั้งคืน แถมเมื่อเช้ายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย แต่ก็ไม่มีใครบ่นหิว

ราชาหมูป่าถูกลากกลับมาที่แคมป์แล้ว แต่งานยังไม่จบแค่นี้ ที่ก้นหุบเขายังมีซากหมูป่าตัวอื่นๆ นอนเกลื่อนกลาดอยู่อีกหลายตัว

จากการระดมยิงรอบแรกด้วยปืน 56 กึ่งอัตโนมัติสองกระบอก และปืนลูกซองเบอร์ 16 อีกหนึ่งกระบอก สามารถล้มหมูป่าโตเต็มวัยน้ำหนักกว่าสองร้อยจินได้ถึงเจ็ดแปดตัว

นี่ขนาดยังมีจังหวะที่ราชาหมูป่าล้มแล้วลุกขึ้นมาวิ่งหนี ดึงความสนใจไปจากการยิงหมูป่าตัวอื่นนะเนี่ย

ถ้าเป็นฝูงหมูป่าธรรมดาๆ ยี่สิบกว่าตัวที่ไม่มีราชาหมูป่าเป็นจุดสนใจล่ะก็ คงยิงล้มได้มากกว่านี้อีกสักสามห้าตัวแน่ๆ

พี่น้องตระกูลเยว่ทั้งหกคน ต้องออกแรงลากซากหมูป่าจากก้นหุบเขาขึ้นมาเรียงรายอยู่หน้าแคมป์พักอีกครั้ง

ราชาหมูป่าหนึ่งตัว หมูป่าตัวผู้หรือที่เรียกว่า 'ตูกง' น้ำหนักสองร้อยกว่าจินอีกสามตัว และหมูป่าตัวเมียทั้งใหญ่และเล็กอีกห้าตัว

หากคิดเป็นน้ำหนักรวม การออกล่าครั้งนี้ พวกเขาได้เนื้อหมูป่ากลับไปไม่ต่ำกว่าสองพันห้าร้อยจินเลยทีเดียว

เมื่อเห็นผลงานมากมายขนาดนี้ แม้แต่เย่เสี่ยวจวินและจินหลงก็ยังต้องร้องว้าว นี่มันคือการเก็บเกี่ยวครั้งยิ่งใหญ่จริงๆ!

แต่พอดีใจกันได้พักใหญ่ ทุกคนก็เริ่มหน้าสลด

รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างสองคัน กับรถยนต์อีกหนึ่งคัน ยังไงก็ขนเหยื่อทั้งหมดนี่กลับไปในรอบเดียวไม่ได้แน่ๆ

เยว่เฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกัดฟัน ขี่มอเตอร์ไซค์ลงเขาไปขับรถไถที่บ้านขึ้นมา

การมียานพาหนะขนาดใหญ่อยู่ที่บ้านก็มีประโยชน์ตรงนี้แหละ

พอมีเป็นของตัวเอง ก็ไม่ต้องไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ เยว่เฟิงกลับไปถึงบ้าน ใช้ข้อเหวี่ยงสตาร์ตเครื่องยนต์รถไถ แล้วขับขึ้นเขาไปทันที

เมื่อรถไถมาถึงบนเขา ทุกคนก็ช่วยกันยกซากหมูป่าทั้งหมดที่จัดการเรียบร้อยแล้ว ขึ้นไปบนกระบะท้ายรถไถ ขนลงเขารวดเดียวจบ

เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงกว่าๆ ขบวนรถที่ประกอบด้วยรถยนต์หนึ่งคัน รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างสองคัน และรถไถอีกหนึ่งคัน ก็ขับลงเขามาอย่างยิ่งใหญ่เอิกเกริก

...

อีกด้านหนึ่ง ทีมของโจวมู่โจวทั้งสี่คน ก็ขับรถบรรทุกเจี่ยฟ่างขึ้นเขามาแต่เช้าตรู่เหมือนกัน เมื่อวานพวกเขาตามรอยราชาหมูป่าไปจนมืดค่ำก็ยังไม่เจอตัว วันนี้เลยรีบขึ้นเขามาแต่เช้าเผื่อจะฟลุกเจอ

แต่โชคร้าย เป้าหมายของพวกเขาโดนทีมของเยว่เฟิงจัดการไปเรียบแล้ว เหล่าจี้จูงเจ้าชิงหลาง แกะรอยตามรอยเท้าล่าสุดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใกล้เที่ยง ก็มาถึงสมรภูมิแรกที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและเครื่องในหมูป่า

"เชี่ย! ฝูงหมูป่าที่เราตามรอยมา โดนคนอื่นสอยไปแล้ว!! นายสาม ดูคราบเลือดกับเครื่องในที่ห้อยอยู่บนกิ่งไม้นี่สิ!!" หวังอวี่เฟยพูดด้วยความตกใจ

โจวมู่โจวได้ยินดังนั้น ก็รีบสาวเท้าเดินไปดูข้างหน้า กวาดสายตามองไปรอบๆ "ไม่หรอก ราชาหมูป่าตัวนั้นน่าจะหนีไปได้ ดูสิ รอยเท้าเบ้อเริ่มนี่วิ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามไป!"

"ตามไป!"

คราวนี้ ทุกคนไม่ต้องกังวลว่าจะทำเสียงดังจนราชาหมูป่าตกใจหนีไปอีกแล้ว ต่างพากันก้าวเท้ายาวๆ วิ่งตามรอยเท้าไปอย่างรวดเร็ว

แต่พอตามไปจนถึงป่าฝั่งที่ร่ม ซึ่งเป็นจุดจบของราชาหมูป่า เมื่อเห็นคราบเลือดและร่องรอยการลากถูลู่ถูกังบนพื้น โจวมู่โจวก็ถึงกับเข่าอ่อน

แผนการที่ตั้งใจจะฆ่าราชาหมูป่าแล้วนำซากกลับไปกอบกู้ชื่อเสียงที่เสียไป พังทลายลงไม่เป็นท่า ราชาหมูป่าถูกคนอื่นชิงตัดหน้าฆ่าตายไปซะแล้ว!!

"แม่งเอ๊ย! ไม่ล่งไม่ล่ามันแล้ว! กลับ!!" โจวมู่โจวหน้าซีดเผือด หันหลังเดินกลับทางเดิมทันที

...

บนลานหินที่ยื่นออกมาบริเวณทางลงเขา โจวหยวนเฉานอนหมอบอยู่บนแผ่นหนังหมี รอคอยมาเกือบครึ่งวันแล้ว

โจวหยวนเฉารู้ข่าวเรื่องที่กลุ่มนักล่าของโจวมู่โจวยกเลิกการล้อมล่าแล้ว เมื่อวานเขาก็ตามหาทีมของโจวมู่โจวบนเขามาทั้งวัน แต่ก็ไม่เจอ

พอกลับถึงบ้านตอนเย็น โจวหยวนเฉาก็คิดทบทวนอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจว่า การมาดักซุ่มรอที่ช่องเขาซึ่งเป็นทางผ่านประจำ น่าจะมีโอกาสสำเร็จมากกว่า

ดังนั้น วันนี้เขาจึงมาดักรอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง

เขาเลือกทำเลเหมาะๆ บริเวณช่องเขาเป็นจุดซุ่มโจมตี เกลี่ยหิมะให้เรียบ ปูแผ่นหนังหมีทับเพื่อกันความหนาวเย็น แล้วก็วางกับดักตะปูที่ทำจากแผ่นไม้ไว้ริมถนน

พอมีรถใหญ่ขับผ่านมา เขาก็แค่ดึงเชือกที่ผูกติดกับแผ่นไม้ ตะปูแหลมคมก็จะโผล่ขึ้นมา ถ้ารถขับไม่ระวัง ยังไงก็ต้องเหยียบตะปูจนยางแตกแน่นอน

และแล้ว เวลาประมาณสิบโมงกว่าๆ รถบรรทุกเจี่ยฟ่างของกลุ่มโจวมู่โจวทั้งสี่คน ก็ส่งเสียงเครื่องยนต์คำรามแล่นลงเขามา พอมาถึงบริเวณที่โจวหยวนเฉาดักซุ่มอยู่ ยางรถก็ระเบิดดังปังตามคาด

"เวรเอ๊ย! แค่ไม่กี่วัน ทางลงเขาตรงนี้ยางแตกไปสองรอบแล้ว!! พวกนายรออยู่บนรถนะ เดี๋ยวฉันลงไปดูเอง!"

หวังอวี่เฟยตะโกนบอกเพื่อนร่วมทีม แล้วกระโดดลงจากห้องโดยสารโดยไม่รอฟังคำทัดทาน

โจวมู่โจวที่นั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ที่เบาะนั่งข้างคนขับ เมื่อครู่ยังอารมณ์เสียหงุดหงิดอยู่เลย พอได้ยินเสี่ยวเฟยบอกว่ายางแตกรอบสองในเวลาไล่เลี่ยกันตรงจุดเดิม สัญญาณเตือนภัยในใจก็ดังขึ้นทันที

"เสี่ยวเฟย อย่าเพิ่งลงไป ทุกคนระวังตัวด้วย อาจจะมีคนจงใจทำแบบนี้ก็ได้!"

พอได้ยินคำเตือนจากโจวซาน เหล่าจี้กับผู้เฒ่าโจวก็รีบปลดปืนที่สะพายไหล่อยู่ออกมาถือไว้ในมือทันที

ยังไม่ทันจะได้สอดส่องสายตาหาเป้าหมายต้องสงสัยเพื่อประเมินสถานการณ์ เสียงปืนก็ดังก้องมาจากเนินเขาที่อยู่สูงขึ้นไปเล็กน้อยใกล้ๆ กับช่องเขา

หวังอวี่เฟยเพิ่งจะกระโดดลงจากรถ ยังไม่ทันจะได้ตั้งหลัก ก็ถูกกระสุนเจาะเข้าที่หน้าอกอย่างจัง เขารู้สึกเหมือนถูกค้อนเหล็กทุบเข้าที่หน้าอก เรี่ยวแรงที่มีหายวับไปในพริบตา

หวังอวี่เฟย ยอดนักล่าหมี ร่างร่วงหล่นลงไปนอนกองกับพื้น สิ้นใจตายคาที่

ส่วนอีกสามคนบนรถ ต้องขอบคุณคำเตือนของโจวซาน พอได้ยินเสียงปืน พวกเขาก็รีบหาที่หลบภัยอย่างรวดเร็ว กลิ้งตัวเข้าไปหลบใต้ท้องรถซึ่งเป็นจุดบอดของวิถีกระสุนทันที

โจวหยวนเฉาที่หมอบอยู่บนจุดซุ่มยิง มีสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา หลังจากลั่นไกสังหารหวังอวี่เฟยไปแล้ว เขาก็กวาดสายตาหาเป้าหมายต่อไป

เมื่อไม่เห็นชายอีกสามคน โจวหยวนเฉาก็เล็งปืนไปที่เจ้าชิงหลาง สุนัขจ่าฝูงที่อยู่ท้ายกระบะ แล้วลั่นไกปลิดชีพมันในนัดเดียว จากนั้นก็สาดกระสุนที่เหลือในแมกกาซีนปืน 56 กึ่งอัตโนมัติ กราดยิงสุ่มเข้าไปใต้ท้องรถอย่างบ้าคลั่ง

กระสุนสิบนัดถูกสาดออกไปจนหมดแม็กกาซีน ตำแหน่งซุ่มยิงของโจวหยวนเฉาก็ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน เหล่าจี้ที่หลบอยู่ด้านข้างใต้ท้องรถ ม้วนตัวออกมาจากที่กำบังอย่างชำนาญ พร้อมกับประทับปืนในมือ ยิงสวนกลับไปสามนัดซ้อน

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

เหล่าจี้จ้องเขม็งไปที่จุดที่เกิดเสียงปืนเมื่อครู่ เขาย่อตัวต่ำ ประทับปืนเตรียมพร้อม แล้วค่อยๆ คืบคลานเข้าไปใกล้ช่องเขา ขอเพียงมีความเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย กระสุนปืนก็จะพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำ

สมกับที่เคยเป็นทหารมาก่อน ท่าทางการเคลื่อนไหวทางยุทธวิธีของเหล่าจี้อยู่ในระดับมาตรฐานเป๊ะ แต่การที่เขาอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่า ทำให้เสียเปรียบเรื่องทัศนวิสัยอย่างเลี่ยงไม่ได้

กว่าเหล่าจี้จะค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตรวจตราหาอันตรายอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมั่นใจว่าปลอดภัย แล้วอ้อมขึ้นไปยังจุดซุ่มยิงด้านบน โจวหยวนเฉาก็เผ่นหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว

"นายสาม ทุกคนปลอดภัยดีใช่ไหมครับ คนร้ายหนีไปแล้ว!!!" เหล่าจี้ยังคงรักษาระดับการระวังตัวสูงสุดพลางตะโกนถาม

"ฉันกับผู้เฒ่าโจวไม่เป็นไร แต่เสี่ยวเฟยโดนยิง! รีบมานี่เร็ว เปลี่ยนยางอะไหล่แล้วพามันไปโรงพยาบาล! เสี่ยวเฟย เสี่ยวเฟย แข็งใจไว้นะ อย่าเพิ่งหลับ เดี๋ยวพวกเราจะพาแกไปโรงพยาบาล!"

โจวซานสติแตกไปแล้ว

หวังอวี่เฟยคือลูกน้องคนสนิทที่สุดของเขา ปกติไม่ว่าเรื่องดีหรือเรื่องร้าย ขอแค่โจวซานสั่ง เขาก็พร้อมทำตามโดยไม่ลังเล ไม่ว่าจะเรื่องชกต่อย หรือเรื่องกินเหล้า เขาก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

ปีที่แล้ว เอ้อร์เฉียงโดนลอบยิงจนขึ้นเขาไม่ได้ โจวมู่โจวก็เสียลูกน้องฝีมือดีไปคนหนึ่งแล้ว ตอนนี้หวังอวี่เฟยก็มาเป็นตายเท่ากันอีก โจวมู่โจวรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งไปเดินเฉียดประตูนรกมาหมาดๆ

ถ้าไม่มีหวังอวี่เฟยคอยคุ้มกัน ต่อไปเขาจะกล้าก้าวเท้าออกจากบ้านได้ยังไง

เหล่าจี้เดินอ้อมมาที่หน้ารถ ก้มลงมองหวังอวี่เฟยที่นอนหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมแขนของโจวมู่โจว แล้วยื่นมือไปคลำหาชีพจรที่คอ

ม่านตาเบิกกว้าง หัวใจหยุดเต้น เขาจากโลกนี้ไปแล้ว

"นายสาม ตั้งสติไว้ครับ ท่านขึ้นไปรอเก็บบนรถเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเปลี่ยนยางอะไหล่เอง ผู้เฒ่าโจว รบกวนมาช่วยผมหน่อยครับ!"

ทั้งหมดช่วยกันเปลี่ยนยางอะไหล่อย่างลุกลี้ลุกลน จากนั้นทั้งสี่คน (รวมร่างไร้วิญญาณของหวังอวี่เฟย) ก็ขึ้นรถ แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังโรงพยาบาลประจำเมืองทันที

...

ข่าวการถูกลอบยิงขณะลงเขาของทีมล่าสัตว์โจวมู่โจว ยังไม่ทันแพร่สะพัดไปตามหมู่บ้านละแวกนั้น แต่ข่าวการล้มราชาหมูป่าของกลุ่มเยว่เฟิง กลับรู้กันทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว

เมื่อเยว่เฟิงและพรรคพวกลากซากราชาหมูป่าลงจากเขามาได้ สิ่งแรกที่เขาทำคือแวะไปบอกกล่าวที่บ้านพ่อตา เพื่อให้หวังเจี้ยนกั๋วโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวแก่หมู่บ้านใกล้เคียงและกรมป่าไม้

หลายวันที่ผ่านมา ราชาหมูป่าออกอาละวาดทำร้ายคนบ่อยครั้ง จนชาวบ้านในละแวกนั้นไม่กล้าขึ้นเขากันเลย ตอนนี้ตัวการถูกกำจัดแล้ว ก็ต้องรีบประกาศให้ชาวบ้านทุกคนได้รับรู้

เพียงชั่วอึดใจ เสียงตามสายของทุกหมู่บ้านทั้งเล็กและใหญ่ ก็พร้อมใจกันประกาศข่าวการตายของราชาหมูป่าด้วยฝีมือของทีมล่าสัตว์ตระกูลเยว่แห่งหมู่บ้านซิงอัน

ในยุคสมัยนั้น ฤดูหนาวส่วนใหญ่ชาวบ้านก็มักจะหมกตัวอยู่แต่ในบ้านเพื่อหลบหนาว ไม่ค่อยมีกิจกรรมบันเทิงอะไรให้ทำมากนักเหมือนในยุคหลังๆ

พอชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงได้ยินข่าวว่าทีมล่าสัตว์ของเยว่เฟิงล้มราชาหมูป่าได้ ต่างก็พากันแห่มาที่หมู่บ้านซิงอันเพื่อดูให้เห็นกับตา

ไม่นาน จุดศูนย์รวมข่าวสารของหมู่บ้านซิงอันก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน มีแต่คนที่มาสอบถามข่าวคราวและรอดูซากราชาหมูป่าเต็มไปหมด

พวกที่หูไวตาไวสืบหาตำแหน่งบ้านของเยว่เฟิงได้ ก็รีบไปจับจองพื้นที่หน้าบ้านเก่าและบ้านใหม่ของเยว่เฟิงจนแน่นขนัด

เมื่อคนเริ่มแห่กันมามากขึ้นเรื่อยๆ จนล้นออกมาถึงถนนหน้าบ้าน

หวังเจี้ยนกั๋วก็เดินหน้าบานมาที่บ้านของเยว่เฟิง "ชาวบ้านมารอจนแน่นขนัดเต็มหน้าบ้านไปหมดแล้ว จะมัวรออะไรอยู่อีกล่ะ! สตาร์ตรถไถเลย แล้วพาราชาหมูป่าแห่โชว์รอบหมู่บ้านซะเลยสิ!!"

มาถึงขั้นนี้แล้ว เยว่เฟิงอยากจะทำตัวเงียบๆ ก็คงเป็นไปไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจทำตามคำแนะนำของหวังเจี้ยนกั๋ว สตาร์ตรถไถ แล้วบรรทุกซากราชาหมูป่าคันโตออกไปตระเวนรอบหมู่บ้าน

ทันทีที่รถไถเคลื่อนตัวออกไป เสียงโห่ร้องยินดีของชาวบ้านที่มามุงดูก็ดังกระหึ่มขึ้นทันที

ราชาหมูป่ายักษ์น้ำหนักกว่าพันจิน เขี้ยวที่โค้งงอโผล่พ้นปากยาวเกือบยี่สิบเซนติเมตร หัวที่ใหญ่โตมโหฬารกว่าหมูบ้านถึงสองเท่า

โอกาสที่จะได้เห็นของแปลกตาแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ เด็กๆ ที่มามุงดูต่างพากันวิ่งกลับไปเรียกพ่อแม่ ส่วนชาวบ้านที่ชอบความตื่นเต้นก็กลับไปชวนเพื่อนบ้านให้ออกมาดูความยิ่งใหญ่ของราชาหมูป่า

รถไถแล่นไปข้างหน้าอย่างช้าๆ มีฝูงชนเดินตามหลังมาเป็นพรวนและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นแถวยาวเหยียดไม่ยอมสลายตัว

ในเวลานี้ สี่พี่น้องตระกูลเยว่ถึงได้สัมผัสกับความรู้สึกของอู่ซ้งในหนังสือนิยายตอนที่เขาฆ่าเสือด้วยมือเปล่าบนเขาจิ่งหยางกัง แล้วชาวบ้านช่วยกันหามเสือแห่รอบหมู่บ้านเลยทีเดียว

ชื่อเสียงของทีมล่าสัตว์ตระกูลเยว่ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทุกสารทิศในรัศมีร้อยลี้ ดังเป็นพลุแตกเพียงชั่วข้ามคืน!

จบตอน

จบบทที่ บทที่ 602 ราชาหมูป่าผู้มีพรสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว