- หน้าแรก
- ผู้ยิ่งใหญ่พลังเซียนไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 6 การขาย
ตอนที่ 6 การขาย
ตอนที่ 6 การขาย
“ข้าคิดว่าเป็นอะไร ที่แท้แอบ ๆ ซ่อน ๆ…”
ลุงหวังแค่นเสียงเยาะ หยิบยาเขากวางเป็นยาบำรุงที่พบเห็นได้ทั่วไป ทุกครั้งที่ร่างกายของเขาอ่อนแรงก็มักจะต้องใช้มันเป็นตัวช่วยเสริม
แม้ว่าเขาจะอายุมากแล้ว แต่สมองก็ยังคงว่องไว เขาตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว “อะไรนะ เจ้าพกยาเขากวางมาด้วยงั้นหรือ?”
ดวงตาของลุงหวังพลันเป็นประกาย เขาลุกขึ้นจากเตียงด้วยความกระตือรือร้น หัวเราะพลางยื่นฝ่ามือแห้งเหี่ยวออกมา “มาเถอะ ๆ ให้ข้าลองหน่อย”
“ข้าไม่อยากอวดหรอกนะ แต่ข้าน่ะรู้เรื่องยาเขากวางดียิ่งนัก ประสบการณ์มากมายทีเดียว”
แม้ว่าเกาเซียนจะดูถูกนิสัยชอบเอาเปรียบของลุงหวังในใจ แต่เมื่อมองหาเป้าหมายทดลองยาแล้ว ก็ไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้
“นี่คือยาเขากวางสองเม็ด ลองดูเถิด”
เกาเซียนยื่นโอสถให้ลุงหวัง “หากเห็นว่าใช้ได้ดี ก็กลับมาหาข้า”
เขาไม่อยากเสียเวลาคุยกับลุงหวังนัก หลังจากพูดจบก็รีบออกจากห้องไป
“แค่ขายยาบำรุง ยังทำเป็นวางท่าภูมิใจ!”
พอเกาเซียนออกจากบ้าน ลุงหวังก็แค่นเสียง พลางถ่มน้ำลายลงพื้น เจ้าหนุ่มคนนี้อาศัยว่าหลอมโอสถได้ ก็ทำท่าหยิ่งผยองเสียเหลือเกิน น่าหมั่นไส้จริง ๆ
สุดท้ายก็แค่ขายยาบำรุงเท่านั้น ยังจะทำเป็นวางมาดอะไรอีก...
ลุงหวังอ้าปากแล้วกลืนโอสถเขากวางลงไปทั้งสองเม็ด หัวเราะหยัน “ข้าจะใช้ให้เปล่าก็แล้วกัน เจ้าคิดจะให้ข้าซื้อ? ฝันไปเถอะ!”
เขากินโอสถระดับต่ำนี้จนชินเสียแล้ว กินรวดเดียวสองเม็ดก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ
แต่ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็เริ่มรู้สึกถึงกระแสอุ่นวาบแผ่ไปทั่วร่าง พลังชีวิตพลันกลับคืนมาจนเขารู้สึกกระปรี้กระเปร่า แม้แต่สมองยังปลอดโปร่งขึ้น
เป็นบุรุษสูงวัย เมื่อมีเรี่ยวแรงขึ้นมา สิ่งแรกที่คิดถึงก็คือสตรี เดิมทีก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมา ก็เหมือนโดนกระตุ้นอย่างหนัก
ยี่สิบปีที่ผ่านมา พลังบ่มเพาะของเขาเสื่อมถอย พลังชีวิตก็ลดลงเรื่อย ๆ ไม่เคยมีความรู้สึกแข็งแกร่งถึงเพียงนี้มาก่อน
ลุงหวังไม่ได้รู้สึกยินดี แต่กลับรู้สึกตกใจ นี่มันยาสะเทือนโลกอะไรถึงได้รุนแรงเช่นนี้!
เขารีบวิ่งไปที่ห้องครัว เอาน้ำเย็นล้างหน้าจนความร้อนที่แผ่ซ่านอยู่ในร่างหายไปหมด
แต่ความรู้สึกอบอุ่นในร่างกายยังคงอยู่ ทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังแช่น้ำพุร้อน อบอุ่นผ่อนคลายอย่างยากจะบรรยาย
แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงผู้บ่มเพาะระดับห้าของขั้นหลอมปราณ แต่ด้วยวัยห้าสิบกว่าปี ก็ยังมีประสบการณ์ไม่น้อย
ยาออกฤทธิ์ตรงเข้าไต ก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ที่สำคัญที่สุดคือยาให้พลังโดยไม่ร้อนเกินไป ช่วยบำรุงรากฐานของร่างกาย
เขาตระหนักได้ทันทีว่ายานี้ไม่ธรรมดา
แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่อยากเชื่อ เด็กน้อยระดับหลอมปราณขั้นต้น จะสามารถหลอมโอสถชั้นยอดเช่นนี้ได้จริงหรือ?
เขาตัดสินใจทดลองยาอีกครั้ง...
ในขณะเดียวกัน เกาเซียนก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับลุงหวัง ขณะนี้เขากลับมาพักผ่อนที่บ้านครึ่งวัน ก่อนจะเริ่มเปิดเตาหลอมโอสถอีกครั้ง
ด้วยประสบการณ์จากการหลอมโอสถฟื้นปราณ การหลอมโอสถก่อรากฐานจึงราบรื่นขึ้นมาก
ภายในสองวัน โอสถก็ออกจากเตา
เช่นเคย เขาปั้นเม็ดยาด้วยมือ ได้โอสถกว่าสองร้อยเม็ด
โดยปกติแล้ว โอสถต้องมีขนาดมาตรฐาน น้ำหนักควรจะอยู่ที่หนึ่งร้อยเม็ดต่อหนึ่งจิน
แต่เกาเซียนสามารถควบคุมน้ำหนักของโอสถแต่ละเม็ดให้เท่ากันที่หนึ่งส่วนสิบของหนึ่งเหลี่ยง หรือประมาณหนึ่งเฉียน
จากการคำนวณของเขา ความก้าวหน้าในการหลอมโอสถช่วยให้สามารถใช้วัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และหลอมโอสถได้มากขึ้น
แต่ปัญหาคือ เจ้าของร่างเดิมใช้วัตถุดิบไปถึงหนึ่งในสามเพื่อหลอมโอสถไป่ลู่ห้าร้อยเม็ด แล้วเอาไปแลกกับโอสถเลือดแดงทั้งหมด
ช่องว่างที่เกิดขึ้นนั้นมหาศาล แม้ว่าเทคนิคของเขาจะดีขึ้น ก็ไม่สามารถเติมเต็มได้ จึงต้องหาทางซื้อวัตถุดิบใหม่
เขาจัดโอสถที่ปั้นเสร็จเรียบร้อยใส่กล่องไม้เป็นระเบียบ ก่อนจะคิดว่าควรนำไปส่งเสียก่อนในวันนี้
โอสถเหล่านี้มีมูลค่าไม่น้อย หากมีขโมยหรือโจรมา ก็จะเป็นปัญหาใหญ่
ขณะที่คิดเรื่องนี้ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากหน้าลานบ้าน ผู้มาเยือนเคาะประตูแรงและเร่งรีบ ราวกับไร้มารยาท
เกาเซียนลูบกระบี่เหล็กลายสนข้างตัว มันช่วยป้องกันตัวได้จริงหรือ?
หากมันไม่ช่วยอะไร แล้วยิ่งไปกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดจิตสังหารแทน แบบนั้นคงซวยแน่ ๆ
ใช้ยันต์เวทน่าจะน่าเชื่อถือกว่า!
เขากำยันต์น้ำแข็งแน่น นี่เป็นหนึ่งในยันต์โจมตีที่เหลืออยู่เพียงสามแผ่น
ด้วยความช่วยเหลือของพี่หลัน เขาสามารถร่ายยันต์น้ำแข็งได้เกือบจะทันที ปัญหาเดียวก็คือ เขาไม่มั่นใจว่าพลังทำลายของมันจะแรงเพียงใด
แต่ก่อนที่เขาจะคิดอะไรออก ก็เห็นชายชราแอบปีนกำแพงเข้ามา
ท่าทางของอีกฝ่ายเบาและคล่องแคล่ว คล้ายกับหนูตัวใหญ่ตัวหนึ่ง
แม้ว่าเกาเซียนจะมองหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดนัก แต่เมื่อเห็นชุดคลุมเต๋าสีดำมันเยิ้ม เขาก็รู้ทันทีว่าผู้มาเยือนคือ... ลุงหวังจากข้างบ้าน
“ลุงหวัง ท่านมาทำอะไร?”
เกาเซียนตะโกนผ่านหน้าต่าง เขารู้สึกเกรงกลัวผู้บ่มเพาะแปลกหน้า แต่กับลุงหวังที่เป็นแค่ชายชราหื่นกามและขี้โกง เขากลับไม่ได้กลัวแม้แต่น้อย
ลุงหวังหัวเราะหึ ๆ แล้วเดินเข้ามาใกล้ “เจ้าหนู เจ้ายังมียาเขากวางเหลืออีกหรือไม่?”
หลังจากกินโอสถเขากวางสองเม็ดไป ลุงหวังก็รู้สึกว่าตัวเองกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง สามารถระเบิดพลังได้เต็มที่ถึงสองวันเต็ม
แต่เมื่อฤทธิ์ยาหมดลง เขากลับกลายเป็นอ่อนปวกเปียกเหมือนเดิม
สองวันของประสบการณ์ตรงทำให้เขาตระหนักได้ว่ายาของเกาเซียนไม่ธรรมดา มันทรงพลังเกินกว่าของทั่วไป
ดังนั้นเขาจึงรีบมาหาเกาเซียนเพื่อขอยาเพิ่ม
แต่ถึงยาเหล่านี้จะดีเพียงใด เขาก็ไม่อยากเสียเงินซื้อ
เขายิ้มแห้ง ๆ แล้วกล่าวว่า “เจ้าหนู ข้าช่วยโฆษณายาของเจ้าไปทั่วแล้ว เพื่อนของข้าหลายคนอยากลองดูบ้าง”
“หากได้ผลดี พวกเขาย่อมยอมจ่ายเงินซื้อแน่นอน”
เกาเซียนเดินออกมาจากห้อง เพียงได้ยินก็รู้ทันทีว่าลุงหวังกำลังพูดจาเหลวไหล หวังจะเอาของฟรี
“โอสถเขากวางระดับปรมาจารย์” ต่อให้มองทั่วทั้งโลกก็มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถหลอมมันขึ้นมาได้
ที่ให้ลุงหวังไปลองสองเม็ดก่อนหน้านี้ ก็เพื่อเปิดช่องทางการขายเท่านั้น
แต่หลังจากนี้ อย่าหวังว่าจะได้ของฟรีอีก!
เกาเซียนกล่าวกับลุงหวัง “หนึ่งหินวิญญาณชั้นต่ำ แลกกับโอสถเขากวางสิบเม็ด”
เห็นได้ชัดว่าลุงหวังกำลังจะอ้าปากต่อรอง แต่เกาเซียนก็ยกนิ้วขึ้นแล้วกล่าว “ไม่ลดราคา”
ลุงหวังถึงกับลำบากใจ ต้องรู้ว่าเขาต้องเสี่ยงชีวิตเข้าป่าล่ามารอสูรถึงจะหาเงินได้เพียงแค่สามถึงห้าหินวิญญาณชั้นต่ำในแต่ละครั้ง
ราคานี้มันหนักเกินไปสำหรับเขา
ลุงหวังพึมพำ “โอสถฟื้นปราณสิบเม็ดยังขายแค่หนึ่งหินวิญญาณ เจ้าตั้งราคาแบบนี้มันแพงเกินไปแล้ว”
“จะซื้อก็ซื้อ ไม่ซื้อก็แล้วไป”
เกาเซียนมองคนตรงหน้าออกหมด ลุงหวังแก่ตัวแล้ว ชีวิตนี้ก็พึ่งพาสิ่งนี้เพื่อความสุขของตัวเอง
เขาไม่มีทางต้านทานสิ่งล่อลวงนี้ได้แน่
ลุงหวังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กัดฟันควักหินวิญญาณชั้นต่ำออกมาหนึ่งก้อน ก่อนจะโยนให้เกาเซียน
“สิบเม็ด!”
เกาเซียนรับหินวิญญาณมา หินนี้เป็นทรงสี่เหลี่ยมมาตรฐาน ทั้งก้อนเป็นสีเขียวมรกตใสดั่งหยก มีขนาดเท่าลูกเต๋าทั่วไป
หินวิญญาณชั้นต่ำเมื่อถูกใช้พลังไปจนหมดแล้ว ความเรืองรองภายในก็จะจางหายไป มันเป็นสิ่งที่ปลอมแปลงไม่ได้
แค่ดูแวบเดียวก็รู้ว่าไม่มีปัญหา เขายิ้มแล้วหยิบโอสถเขากวางสิบเม็ดส่งให้ลุงหวัง
ลุงหวังมองโอสถในมือ สีหน้าปวดใจสุดขีด ของพวกนี้ใช้ดีจริง แต่ก็แพงอย่างบัดซบ!
เกาเซียนมองท่าทางของลุงหวังแล้วก็รู้สึกสมเพช เขาจึงเตือนอีกฝ่าย “ลุงหวัง เจ้าก็เอาไปขายได้นี่นา… ด้วยความสามารถของเจ้า แค่ขายต่อก็กำไรเป็นเท่าตัวแล้ว”
ลุงหวังตกตะลึง ก่อนจะดีใจอย่างยิ่ง ใช่สิ! โอสถเขากวางของเกาเซียนนั้นยอดเยี่ยมมาก ถ้าเอาไปขายให้พวกพ้องในวงการ แน่นอนว่าต้องได้รับความนิยม
ทำกำไรเป็นเท่าตัวก็ไม่ใช่เรื่องยาก!
เมื่อมองเห็นเส้นทางทำเงิน ลุงหวังก็เดินออกไปอย่างร่าเริง
เกาเซียนส่งลุงหวังออกไปด้วยตัวเอง เขาก็คาดหวังกับลุงหวังอยู่ไม่น้อย
โอสถเขากวางนั้นดีเยี่ยม ย่อมขายได้ง่าย
แต่ในเขตเฟยหม่านั้นเล็กเกินไป ตลาดแห่งนี้มีขนาดจำกัดอยู่แล้ว
หากเอาไปขายในสถานที่เฉพาะ อาจเกิดความขัดแย้งหรือมีคนอิจฉาจนเป็นปัญหาได้
ปล่อยให้ลุงหวังไปขายเอง หากขายได้มากก็คือความสามารถของลุงหวัง เขาเพียงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากตรงนี้ก็พอ
โอสถเขากวางสองร้อยเม็ด สามารถแลกได้ถึงยี่สิบหินวิญญาณชั้นต่ำ ซึ่งเพียงพอจะซื้อวัตถุดิบมาชดเชยที่ขาดไป
เกาเซียนกำลังจะปิดประตูเข้าห้อง แต่พลันได้ยินเสียงตะโกนจากที่ไกลออกไป
“เดี๋ยวก่อน!”
เมื่อมองตามเสียงที่แหบต่ำและเย็นชาไป ก็พบร่างสูงโปร่งสง่างามที่กำลังเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
หัวใจของเกาเซียนเต้นสะท้านขึ้นมา
คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจ้าของร้านโอสถ “จู้ฉี่เหนียง” หรือที่เขาแอบเรียกว่า “วันเดอร์วูแมนแห่งแดนตะวันออก”
จู้ฉี่เหนียงก้าวขายาวไม่กี่ก้าวก็มาถึงตรงหน้าเขา นางมองเขาแล้วแค่นเสียง “โอสถที่หลอมได้ล่ะ?”
“โอสถฟื้นปราณและโอสถก่อรากฐานอย่างละสองร้อยเม็ด ข้ากำลังจะนำไปส่งพอดี”
เกาเซียนตอบด้วยความเคารพ “ไม่คิดว่าเจ้าของร้านจะมาด้วยตัวเอง”
จู้ฉี่เหนียงเดินผ่านเขาเข้าบ้านไปโดยไม่สนใจ เกาเซียนรีบไปห้องเก็บโอสถเพื่อนำของออกมา
กล่องไม้สีแดงที่ใช้เก็บโอสถถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อปกป้องโอสถให้สมบูรณ์และคงฤทธิ์ยาไว้
เกาเซียนเปิดกล่องและกำลังจะอธิบายเกี่ยวกับโอสถ แต่ไม่ทันไร จู้ฉี่เหนียงก็จับมือเขาแน่น
แม้ว่าเขาจะตัวเตี้ยกว่านางเพียงครึ่งศีรษะ แต่เมื่อมือของเขาถูกกำโดยนาง มันให้ความรู้สึกเหมือนชายร่างยักษ์กำมือเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ
เขาถึงกับตื่นตระหนก นางกำลังจะทำอะไร?
“เจ้าของร้าน…”
จู้ฉี่เหนียงเลิกคิ้วเรียวยาวขึ้นเล็กน้อย สีหน้าของนางดูไม่ค่อยพอใจ “ยังจะเรียกเจ้าของร้านอีก!”
“...พี่สะใภ้…”
เกาเซียนอาจจะมีประสบการณ์ในสังคมบ้าง แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าจู้ฉี่เหนียงต้องการอะไร เขารู้สึกกระวนกระวายยิ่งกว่าเดิม
จู้ฉี่เหนียงกล่าวอย่างเยือกเย็น “ไม่ต้องกลัว เจ้าแก่จูออกไปทำธุระ ข้ามีเวลาอยู่กับเจ้าทั้งวัน…”
…………