- หน้าแรก
- วนลูปมรณะก่อนวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 7 พลิกโผ!
ตอนที่ 7 พลิกโผ!
ตอนที่ 7 พลิกโผ!
ตอนที่ 7 พลิกโผ!
“เดี๋ยวฉันเข้าไปก่อน ถ้าฉันสู้ไม่ได้ พวกนายรีบเข้ามาช่วยฉันนะ!”
“รับทราบครับเถ้าแก่!”
หวังชงล้วงเงินสองพันหยวนออกจากกระเป๋า ยัดใส่มือวัยรุ่นนักเลงสองคนที่หามาจากริมถนน
การรุมกระทืบยังไงก็เป็นเรื่องไม่ค่อยน่าภูมิใจ โดยเฉพาะต่อหน้าผู้หญิง
หวังชงคนนี้ก็เป็นคนรักหน้าตาเหมือนกัน
ดังนั้น เขาเลยตัดสินใจจะลองสู้แบบตัวต่อตัวดูก่อน
บริเวณหน้าประตูมหาวิทยาลัยอู้ตูในตอนเย็น ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา
หวังชงหาตู้ขายหนังสือพิมพ์เป็นที่กำบัง สายตาจ้องเขม็งไปที่ทางออกประตูมหาวิทยาลัย
และแล้ว ไม่นานนัก ร่างของจางหรานก็ปรากฏตัวขึ้น
ข้างกายของเธอ ยังคงเป็นผู้ชายตัวผอมสูงคนนั้น มือข้างหนึ่งยังคงจับมือเธอไว้อย่างสนิทสนม
เมื่อมองดูผู้ชายที่สูงกว่าตัวเองเกือบครึ่งศีรษะคนนั้น หวังชงก็รู้สึกลังเลนิดหน่อย
หรือว่าจะเริ่มรุมกระทืบตั้งแต่แรกเลยดี!
ช่างเถอะ ตายก็ตายมาหลายรอบแล้ว อย่างมากก็แค่โดนต่อยไม่กี่หมัด!
อาศัยจังหวะที่ทั้งสองคนหันหลัง หวังชงก็ก้มตัวต่ำ พุ่งพรวดออกไปจากหลังตู้ขายหนังสือพิมพ์อย่างแรง
เล็งไปที่ก้นของผู้ชายคนนั้น แล้วกระโดดถีบขาคู่ไปหนึ่งที!
“ปัง!”
ผู้ชายคนนั้นเซถลา เกือบล้มลงไปกองกับพื้น
“กรี๊ด!”
จางหรานส่งเสียงร้องลั่น
“ไอ้ชายโฉดหญิงชั่ว ไปตายซะ!”
หวังชงด่ากราดพลางพุ่งตัวเข้าใส่ผู้ชายคนนั้น!
เขาต้องการจะระบายความโกรธในใจออกมาให้หมด!
สิบวินาทีต่อมา
“โอ๊ยๆๆ รีบมาช่วยฉันเร็ว!”
พอผู้ชายคนนั้นตั้งสติได้ แล้วสวนหมัดกลับมา หวังชงก็รู้ทันทีว่าสู้ไม่ได้!
อีกฝ่ายผอมก็จริง แต่มีกล้ามเนื้อนะ!
เรี่ยวแรงอันน้อยนิดที่หวังชงบ่มเพาะมาจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ แทบจะเทียบไม่ติดเลย
โชคดีที่วัยรุ่นสองคนนั้นยังพอมีจรรยาบรรณวิชาชีพอยู่บ้าง รับเงินมาแล้วก็ทำงาน
พุ่งพรวดออกมาจากกลุ่มคนที่ยืนมุงดูอยู่
ทั้งสองคนกรูเข้าใส่ สถานการณ์การต่อสู้พลิกผันทันที
ผู้ชายคนนั้นจะสู้เก่งแค่ไหน ก็รับมือกับการโดนสามคนรุมกระทืบไม่ไหวหรอก
หวังชงสบโอกาส ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้น แล้วเตะอัดผู้ชายคนนั้นไปอย่างแรงหลายที
โคตรสะใจเลยโว้ย!
จางหรานที่อยู่ด้านข้างร้อนรนจนหน้าซีดเผือด ร่างกายโอนเอนไปมา สุดท้ายก็รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดตะโกนลั่นออกมาว่า:
“หวังชง! ฉันแจ้งตำรวจแล้วนะ! นายอย่าตีพี่ชายฉันอีกนะ!”
พี่ชาย?
เท้าของหวังชงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
เขาหันขวับไป มองจางหรานด้วยความเคียดแค้นกัดฟันกรอด
“เราคบกันมาตั้งหลายปี ทำไมเธอไม่เคยเรียกฉันว่าพี่ชายบ้างเลยวะ!”
จางหรานร้องไห้สะอึกสะอื้นตะโกนว่า: “เขาก็เป็นพี่ชายแท้ๆ ของฉันอยู่แล้วนี่!”
“ถึงจะเป็น...”
“หา!”
สมองของหวังชง “วิ้ง” ขึ้นมา มึนงงไปหมด
ไกลออกไป มีเสียงไซเรนตำรวจดังแว่วมา
วัยรุ่นสองคนนั้นสบตากัน แล้วก็สับตีนแตกหนีไป ยังไงก็รับเงินมาแล้วนี่!
ทั้งสองคนหายวับไปในพริบตา
ทิ้งให้หวังชงอยู่คนเดียว แล้วก็โดนต่อยไปอีกหลายหมัด!
……
ในห้องไกล่เกลี่ย
พอหวังชงฟังความจริงทั้งหมดจบ ทั้งคนก็ถึงกับช็อกไปเลย
ที่แท้ ผู้ชายคนนั้นก็คือพี่ชายแท้ๆ ของจางหรานจริงๆ ชื่อจางเฉียง
ที่แท้ การที่จางหรานจับมือพี่ชาย ก็ไม่ใช่เพราะความรักบ้าบอบอคอแตกอะไรนั่น
แต่เป็นเพราะจางหรานป่วยเป็นโรคไตวายระยะสุดท้าย อ่อนแอจนแทบจะเดินไม่ไหว
ที่แท้ เหตุผลที่เธออารมณ์ร้ายขนาดนั้น เอะอะก็เย็นชาใส่ ไม่ใช่เพราะหมดรักแล้ว แต่เป็นเพราะต้องทรมานจากความเจ็บปวดของโรคภัยไข้เจ็บทุกวัน
หวังชงนั่งอยู่บนเก้าอี้ ก้มหน้าก้มตา ไม่กล้ามองจางหรานที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบาปหนาที่ชั่วร้ายที่สุด
หวังชงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเงียบๆ ค้นหาคำว่า [โรคไตวายระยะสุดท้าย]!
โรคไตวายระยะสุดท้าย:
การทำงานของไตเสื่อมลงอย่างรุนแรงหรือสูญเสียไป ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการฟอกเลือดระยะยาวเพื่อรักษาชีวิต มักมีอาการอ่อนเพลีย โลหิตจาง และอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก
การปลูกถ่ายไตเป็นวิธีการรักษาในอุดมคติ ซึ่งสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตและยืดอายุขัยได้อย่างมีนัยสำคัญ
“เข้าใจผิด มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งหมดครับ” จางเฉียงคือพี่ชายของจางหราน
บนใบหน้าของเขายังมีรอยฟกช้ำ แน่นอนล่ะ รอยฟกช้ำบนหน้าหวังชงก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเขาเลย
จางเฉียงเป็นฝ่ายเอ่ยปากช่วยแก้สถานการณ์: “คุณตำรวจครับ พวกเราไม่เอาเรื่องแล้ว ให้เขาขอโทษก็พอแล้วครับ”
หวังชงเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าซีดเผือดของจางหราน หัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้แน่น
เสียใจ โทษตัวเอง หวาดกลัว...
อารมณ์นับไม่ถ้วนปั่นป่วนอยู่ในใจของเขา
“ทำไม... ทำไมไม่บอกฉัน!”
ขอบตาของจางหรานแดงก่ำ น้ำตาใสสองสายไหลรินลงมาตามแก้ม
“รักลึกซึ้งดั่งห้วงทะเลยากจะข้ามผ่าน สิ่งที่ทำร้ายจิตใจที่สุดคือความรักที่ปักใจ!”
เธอเรียนสาขาวรรณกรรมภาษาจีน พูดออกมาก็เป็นคำคมสมคำร่ำลือจริงๆ
“ถ้าหาไตที่เหมาะสมไม่ได้ ฉันยอมให้นายมองว่าฉันเป็นผู้หญิงเลวๆ แล้วลืมฉันไปให้เร็วที่สุด เริ่มต้นชีวิตใหม่ซะยังจะดีกว่า”
“ฉันไม่อยากให้นายต้องมาทนทุกข์ทรมานไปพร้อมกับฉัน และยิ่งไม่อยากเป็นตัวถ่วงนายด้วย”
หวังชงพูดอะไรไม่ออกอีกเลย
เขานึกถึงเรื่องราวต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมา
เขานึกถึงช่วงมัธยมปลาย เด็กผู้หญิงที่ชอบหัวเราะคนนั้น!
ทำไปทำมา ตัวตลกก็คือฉันเองนี่หว่า
จู่ๆ หวังชงก็หันไปมองจางเฉียง ทันใดนั้นดวงตากก็สว่างวาบ ตะโกนเสียงดังว่า:
“นายไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของจางหรานเหรอ ทำไมนายไม่ช่วยน้องสาวตัวเองล่ะ!”
จางเฉียงไม่ได้โกรธ เพียงแค่ส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยล้า
“เพราะ... ฉันมีไตแค่ข้างเดียว!”
สมองของหวังชงหยุดชะงักไปชั่วขณะ
ไตข้างเดียว?
เมื่อกี้ฉันโดนคนที่มีไตข้างเดียวต่อยจนสภาพเป็นแบบนี้เนี่ยนะ?
จางเฉียงมองความสงสัยของเขาออก จึงพูดเสริมว่า:
“ครอบครัวเรามีกรรมพันธุ์ พ่อก็เสียไปเพราะโรคนี้เหมือนกัน”
“ฉันรักษาไว้ได้ข้างนึงก็นับว่าโชคดีมากแล้ว”
“ดังนั้นคนในครอบครัวเลยช่วยไม่ได้ ไม่มีทางปลูกถ่ายให้เธอได้เลย”
หวังชงไม่สนใจจางเฉียงอีก หันไปมองจางหราน
เขานึกถึงเงินในบัตรธนาคารของตัวเอง นั่นคือที่พึ่งเดียวที่เขามีอยู่ในตอนนี้
“ฉันมีเงิน เสี่ยวหราน ตอนนี้ฉันมีเงินแล้วนะ!”
“มีเงินต้องช่วยเธอหาไตที่เข้ากันได้แน่ๆ!”
จางเฉียงพูดขัดขึ้นมา
“นี่ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ได้ด้วยเงินนะ”
“น้องสาวฉันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว เธอมีเวลาอย่างมากก็แค่ครึ่งปีเท่านั้น!”
หวังชงอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกเลย
เวลา...
ในหัวของเขามีคำสองคำนี้วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา
เขาไม่ขาดแคลนเวลาที่วนลูป
แต่เขาขาดแคลนเวลาปกติไง!
พรุ่งนี้โลกก็จะถึงจุดจบแล้ว
ต่อให้เขาสามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตได้ไม่จำกัดครั้ง ก็ไม่มีทางหาไตมาให้จางหรานและเปลี่ยนถ่ายได้ทันภายในเวลาสองวันหรอก
ทุกครั้งที่เริ่มต้นใหม่ จางหรานก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความทุกข์ทรมาน
ไม่มีที่สิ้นสุด
หวังชงเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าซีดเผือดและดวงตาแดงระเรื่อของจางหราน
ความรู้สึกเสียใจและโทษตัวเองทั้งหมด แปรเปลี่ยนเป็นประโยคเดียว
“ไม่ว่าเธอจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ฉันขอสาบาน... ฉันจะต้องรักษาเธอให้หายให้ได้!”
[จบตอน]