- หน้าแรก
- พ่อค้าสมบัติสะท้านภพ เปิดกล่องทีไรได้ของระดับพระเจ้าทุกที
- บทที่ 24 ปรมาจารย์มาถึงแล้ว!
บทที่ 24 ปรมาจารย์มาถึงแล้ว!
บทที่ 24 ปรมาจารย์มาถึงแล้ว!
"อะแฮ่ม"
"พ่อครับ ไม่ใช่ว่าผมอยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่เห็นพ่อยังไม่ตื่น ผมก็เลยมาปลุกไงครับ!"
"ถึงวิธีจะผิด แต่วัตถุประสงค์ของผมก็ดีนะครับ!"
ลูกเวรที่ไหนมันพังประตูเข้ามาก่อน แล้วค่อยมาบอกว่าปีศาจแห่งห้วงลึกกำลังบุกเมืองล่ะห๊ะ
ก็ลูกตัวเองไม่ใช่หรือไง
ช่างมันเถอะ
ฉู่ขวงเหรินปรายตามองลูกชายตัวแสบที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางรู้สึกปวดหัวตุบๆ
"อาจารย์ครับ รีบๆ มาเถอะครับ!"
เขาเริ่มกังวลจริงๆ ว่าถ้าอาจารย์มาช้ากว่านี้ คงจะไม่ได้เห็นหน้าไอ้ลูกทรพีคนนี้แล้วล่ะ
ฉู่ผิงอันย่อมไม่รู้ว่าตาเฒ่ากำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงพูดต่อ "อีกอย่าง นี่ก็เที่ยงแล้ว ทุกคนต่างก็กำลังทำงานหนักกันทั้งนั้น พ่อเป็นถึงเจ้าเมือง จะมามัวนอนกินบ้านกินเมืองอยู่ได้ยังไงล่ะครับ!?"
แกนั่นแหละคือคนสุดท้ายที่มีสิทธิ์พูดคำนั้น!
อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าเมื่อคืนแกออกไปเถลไถลที่ไหนมา
ฉู่ขวงเหรินถลึงตาใส่และขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วย
เพราะเหตุการณ์วุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ เมื่อครู่ ทำให้คนอื่นๆ ที่เดิมทีเมาพับหลับเป็นตาย ต่างก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจนหมด
หลังจากได้รับแจ้งจากฉู่ขวงเหริน พวกเขาทั้งหมดก็มารวมตัวกันที่ลานเรือนเล็ก ซึ่งเป็นที่พักประจำของฉู่ผิงอัน
"ลูกพี่ ที่พี่เรียกพวกเรามาที่นี่ก็เพื่อ..."
ขณะที่พูด ม่อจิ่วเกอก็ถูมือไปมา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังและความปรารถนา
ไม่มีใครปฏิเสธสกิลที่ทรงพลังได้หรอก
เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแกร่งของพวกเขาเลยนะ!
"ใช่แล้ว เรื่องที่เราคุยกันเมื่อวานนี้นั่นแหละ"
ฉู่ขวงเหรินพยักหน้ารับ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "พวกนายเอาหินเวทมนตร์ที่ฉันบอกให้เตรียมไว้มาด้วยหรือเปล่า"
"ไม่ต้องห่วง!" ม่อจิ่วเกอตบหน้าอกตัวเองดังป้าบ "ผ่านไปตั้งหลายปี ถึงฉันจะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็สะสมหินเวทมนตร์ไว้ได้เยอะเลยล่ะ!"
ดวงตาของฉู่ผิงอันเป็นประกาย "คุณลุงมีถึง 100 ล้านก้อนเลยเหรอครับ"
"อ-อะแฮ่ม เท่าไหร่นะ!?"
ม่อจิ่วเกอแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง
โอเค เข้าใจละ
ดูจากปฏิกิริยาของเขา ก็ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลยว่าเขาไม่มีเงินถึงขนาดนั้นแน่นอน
สมแล้วที่เป็นเพื่อนกับตาเฒ่า ยากจนพอกันเลย!
ฉู่ผิงอันถอนหายใจอยู่ในใจและรูดซิปปากเงียบ
"ท่านปรมาจารย์ โอ้ ท่านปรมาจารย์ ท่านคือความหวังเดียวของหมู่บ้านแล้วนะครับ!"
แม้ว่าฉู่ผิงอันจะไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แต่สายตาแบบนั้นก็แทงใจดำม่อจิ่วเกอเข้าอย่างจัง
ตามมาด้วยบทสนทนาที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่อย่าง "หินเวทมนตร์ 1 ก้อนมีค่าแค่ไหน" "หินเวทมนตร์ 10 ล้านก้อนมีค่าแค่ไหน" และ "ต้องใช้อุปกรณ์มากขนาดไหน" ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดี
บรรยากาศภายในลานเรือนเล็กเต็มไปด้วยความครื้นเครงในพริบตา
ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่ามีร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นข้างต้นไม้ใหญ่ในลานเรือน
ร่างนี้ถูกปกคลุมไปด้วยพลังลึกลับบางอย่าง ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นการมาถึงของเขาเลย
มีเพียงฉู่ผิงอันเท่านั้นที่เหลือบมองไปทางนั้นด้วยความงุนงงเล็กน้อย แต่เขาก็รีบละสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว
"โอ้? น่าสนใจดีนี่"
ผู้มาใหม่หัวเราะเบาๆ แต่น่าเสียดายที่เสียงนั้นถูกกลืนหายไปโดยพลังลึกลับนั้น
"เอาล่ะ เลิกเล่นกันได้แล้ว"
ฉู่ขวงเหรินพูดแทรกขึ้นมา "คุยธุระกันก่อนดีกว่า"
"ผิงอัน"
"ครับ"
ฉู่ผิงอันรับคำ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ หีบสมบัติใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
"หือ"
คนอื่นๆ ที่ไม่เคยเห็นฉากนี้มาก่อน ต่างก็จ้องมองด้วยความประหลาดใจ
"หลานชาย นี่มันอาชีพอะไรกันเนี่ย"
"แล้วหีบใบนี้นี่มันเอาไว้ทำอะไรล่ะ"
"พ่อค้าหีบสมบัติน่ะครับ"
ฉู่ขวงเหรินอธิบายต่อ "ส่วนเรื่องประโยชน์ของมัน พวกนายจำสกิลเมื่อวานได้ใช่ไหมล่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งสามคนก็เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "หรือว่า..."
ฉู่ขวงเหรินพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ก็อย่างที่พวกนายคิดนั่นแหละ"
ร่างที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ถึงกับมุมปากกระตุกยิกๆ
ไอ้พวกชอบพูดจาอมพะนำเอ๊ย พูดให้มันชัดเจนหน่อยไม่ได้หรือไงวะ!?
แต่น่าเสียดาย
ไม่มีใครล่วงรู้ความคิดของเขา และไม่มีใครสนใจด้วย
เมื่อจับจุดเชื่อมโยงกันได้แล้ว กลุ่มคนก็เริ่มพูดคุยกันต่อ
"วิธีเปิดหีบก็ง่ายนิดเดียว แค่จ่ายหินเวทมนตร์"
"ยิ่งจ่ายหินเวทมนตร์มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้ของดีก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น"
ฉู่ขวงเหรินพูดเสริม "จากสถิติที่รวบรวมมาก่อนหน้านี้ 10 ล้านหินเวทมนตร์ถือว่าเป็นช่วงราคาที่เหมาะสมที่สุดแล้วล่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ม่อจิ่วเกอและคนอื่นๆ ก็ถึงบางอ้อทันที
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงบอกให้เตรียมเงินมาด้วยตอนที่เรียกมา ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ม่อจิ่วเกอก็โบกมือ "งั้นเอามาให้ฉัน 3 ใบเลย!"
ดวงตาของฉู่ผิงอันเป็นประกาย
ถึงแม้จะไม่มีหินเวทมนตร์ 100 ล้านก้อน แต่การเปิดหีบระดับ 10 ล้านหินเวทมนตร์ตั้งหลายใบ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับไม่ได้เสียทีเดียว!
"ได้เลยครับ"
ฉู่ผิงอันหยิบหีบสมบัติออกมาอีกสองใบ แล้ววางมันลงตรงหน้าม่อจิ่วเกอ
โหยวจื่ออ๋างและเหอยวี่เฟยก็ยิ้มและพูดขึ้นบ้าง "งั้นเอามาให้พวกเราคนละ 3 ใบด้วยเหมือนกันนะ"
ฉู่ขวงเหรินและเว่ยชุนชิวอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากัน พวกเขาสามารถอ่านสายตาของกันและกันออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"สรุปคือมีแค่เราสองคนที่จนที่สุดใช่ไหมเนี่ย"
แน่นอนว่า
พวกเขาต้องนำเงินไปเลี้ยงดูกองกำลังของตัวเอง จะเอามาเปรียบเทียบกันแบบนี้ก็คงไม่ได้หรอก
ร่างที่ยืนอยู่ด้านข้างมองดูเหตุการณ์นี้แล้วถอนหายใจออกมาดังๆ "เปิดหีบราคา 10 ล้านหินเวทมนตร์ ไอ้พวกเด็กเปรตพวกนี้มันใจป้ำกันจริงๆ!"
"ชักอยากรู้แล้วสิว่าหีบพวกนี้มันจะเปิดได้อะไรกันแน่ ถึงทำให้พวกเขายอมจ่ายเงินมากมายขนาดนี้"
เมื่อลองคิดดู เขาก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มตั้งตารอเหมือนกัน
ฉู่ผิงอันหยิบหีบสมบัติออกมาได้แค่ 5 ใบ เขากางมือออกอย่างจนใจ "ผมมีเหลือแค่นี้แหละครับ"
ฉู่ขวงเหรินมองดูด้วยความตกตะลึง "8 ใบเหรอ แกอัปเลเวลอีกแล้วใช่ไหม"
"พ่อคิดว่าผมจะเป็นเหมือนพ่อหรือไง ที่มัวแต่นอนอุตุจนถึงเที่ยงน่ะ!"
นี่แกกะจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปจริงๆ ใช่ไหม!
ใบหน้าแก่ๆ ของฉู่ขวงเหรินแดงก่ำ เขาหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที
"เราคงเปิดพร้อมกันหมดไม่ได้หรอกมั้ง ลองเปิดดูก่อนคนละใบดีไหม"
เมื่อได้ยินข้อเสนอของม่อจิ่วเกอ โหยวจื่ออ๋างและเหอยวี่เฟยก็พยักหน้าเห็นด้วย
ทั้งสามคนถือหีบสมบัติไว้คนละใบ และเปิดมันพร้อมกันโดยไม่ลังเล
ทันใดนั้น แสงสีต่างๆ ก็สะท้อนเข้าตาของทุกคน
แสงสีฟ้าอันเจิดจ้าและสว่างไสวสองสายพุ่งวาบขึ้นมา
ทว่ามันก็ถูกกลบด้วยกลิ่นอายสีม่วงอันสูงส่งที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาตรงกลางในทันที
จากนั้น สีม่วงอันเข้มข้นนี้ก็แปรสภาพกลายเป็นหมอกทึบ บดบังวิสัยทัศน์ของทุกคนจนหมดสิ้น
"หืม?"
เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ตัวตนที่ซ่อนอยู่ในเงามืดก็เอ่ยขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ
เพราะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหมอกนี้ แม้แต่เขาก็ยังมองทะลุผ่านมันไปไม่ได้!
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่าพวกเขาคือ...
"น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ"
"ไม่คิดเลยนะว่าอาชีพของเจ้าหนูนี่มันจะแปลกประหลาดขนาดนี้!?"
ปรากฏการณ์นี้มาไวไปไว
โหยวจื่ออ๋างและเหอยวี่เฟยที่เปิดได้แค่แสงสีฟ้า อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา "รู้สึกเหมือนไอ้หมอนี่จะได้ของดีไปเลยนะเนี่ย"
"แหงสิ! ปรากฏการณ์จากหีบใบนี้มันอลังการกว่าของพวกเราเยอะเลย!!"
ม่อจิ่วเกอบิดปาก รอยยิ้มที่น่าโดนต่อยปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ก็บอกแล้วไงว่าดวงฉันน่ะดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว!"
"ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉันขอเป็นคนเก็บของจากศพ พวกนายก็ไม่ค่อยจะพอใจกัน ตอนนี้รู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้วล่ะสิ"
ฉู่ขวงเหรินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ฉันได้แสงสีทองมานะ"
ม่อจิ่วเกอยิ้มเจื่อนๆ "ลูกพี่เป็นข้อยกเว้น เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกน่า"
"เลิกพล่ามได้แล้ว รีบๆ ดูสกิลเถอะ แล้วเอามาให้พวกเราดูด้วย"
"โอเค!"
ม่อจิ่วเกอพยักหน้ารับ เขาเหลือบมองม้วนคำภีร์ในมือ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก
"เชี่ยอะไรเนี่ย??"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อีกสองคนก็ไม่สนจะดูสกิลในมือของตัวเองด้วยซ้ำ
"เลิกทำหน้าตกใจได้แล้ว รีบๆ เอาออกมาให้ทุกคนดูสิวะ!"
ม่อจิ่วเกอทำตามที่บอก
วินาทีต่อมา เมื่อเห็นคำอธิบายสกิลตรงหน้า ทุกคนก็เงียบกริบ มีเพียงความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัว
สกิลบ้าอะไรมันจะโคตรโกงขนาดนี้วะเนี่ย??
และในตอนนั้นเอง
เสียงอันแก่ชราและกังวาน แฝงไว้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ก็ดังก้องกังวานอยู่ในหูของทุกคน
"หีบใบนี้มันสามารถเปิดได้ตำราสกิลแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย??"