- หน้าแรก
- พ่อค้าสมบัติสะท้านภพ เปิดกล่องทีไรได้ของระดับพระเจ้าทุกที
- บทที่ 22 คุณมันสูงส่ง คุณมันยอดเยี่ยม
บทที่ 22 คุณมันสูงส่ง คุณมันยอดเยี่ยม
บทที่ 22 คุณมันสูงส่ง คุณมันยอดเยี่ยม
คืนนั้น
ฉู่ผิงอันที่กรำศึกฟาร์มเลเวลมาทั้งวัน ในที่สุดก็กลับมาถึงจวนเจ้าเมือง
"ในที่สุดก็เลเวล 50 สักที เหนื่อยชะมัด!"
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา คนสี่คนที่เดินตามหลังมาต่างก็ส่งสายตาอาฆาตมาให้ทันที
"นี่นายไม่ได้หลับเป็นตายจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายหรอกเหรอ"
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ไม่สามารถพูดออกมาดังๆ ได้ พวกเขาทำได้เพียงแค่คิดในใจเท่านั้น
ลูกจ้างก็ต้องมีสปิริตของลูกจ้างสิ
แถมถึงจะเหนื่อยไปบ้าง แต่ใครๆ ก็รู้ว่าท่านเจ้าเมืองฉู่ไม่เคยเอาเปรียบคนของตัวเองเลย
ผลตอบแทนที่ได้รับก็คุ้มค่าเหนื่อยสุดๆ
"ทำงานได้ดีมาก ไว้คราวหน้าค่อยลุยกันต่อนะ"
ดังนั้นเมื่อได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็ตบหน้าอกรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะทันที
"นายน้อยวางใจได้เลยครับ!"
"จัดการพวกลูกกระจ๊อกน่ะ งานถนัดของผมเลยล่ะ!"
"เรื่องการยั่วยุเนี่ย ในเมืองชิงอวิ๋นทั้งหมด นอกเหนือจากท่านเจ้าเมืองแล้ว ถ้าผมบอกว่าผมเป็นที่หนึ่ง ก็ไม่มีใครกล้าบอกว่าเป็นที่สองหรอกครับ!"
ฉู่ผิงอันยิ้มและบอกลากลุ่มคนรับจ้าง ก่อนจะลูบท้องที่แฟบแบนของตัวเอง
"ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า"
ส่วนเรื่องการเลื่อนขั้นน่ะเหรอ ไม่ใช่ว่าเขาจะไปเวลานี้ไม่ได้เสียหน่อย
ประตูของโถงแห่งการเลื่อนขั้นเปิดต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว
แต่ไม่ว่าจะยังไง ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเติมเต็มกระเพาะที่ว่างเปล่าของตัวเองหรอก!
จะตระหนี่ถี่เหนียวเรื่องอะไรก็ได้ แต่จะตระหนี่กับท้องตัวเองไม่ได้เด็ดขาด!
"เรื่องกินนี่แหละเรื่องใหญ่"
แต่โชคร้ายนิดหน่อย
เขาเดินเข้ามาได้ไม่กี่ก้าวก็บังเอิญเจอกับฉู่ขวงเหรินที่กำลังจะออกไปข้างนอกพอดี
"กลับมาแล้วเหรอ"
"ครับพ่อ"
ฉู่ผิงอันทักทาย ก่อนจะถามด้วยความสงสัย "พ่อกำลังจะไปไหนครับ"
"ไปรับเพื่อนหน่อยน่ะ"
"ดีเลย งั้นตามพ่อมา"
หือ?
ฉู่ผิงอันกระแอมไอแห้งๆ "พ่อครับ ผมฟาร์มเลเวลมาทั้งบ่ายเลยนะ พ่อไปเองไม่ได้เหรอครับ"
ฉู่ขวงเหรินปรายตามองเขา "แน่ใจนะว่าแกฟาร์มเลเวลด้วยตัวเองน่ะ"
"ทั้งบ่ายมีแค่ผมคนเดียวที่เลเวลอัปไปตั้ง 10 เลเวล ทำไมจะไม่ใช่ผมล่ะครับ"
ฉู่ผิงอันเถียงอย่างมั่นใจ
"เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว ถ้าแกไม่ไป คืนนี้ก็อดกินข้าว"
ฉู่ผิงอันเดินไปได้สิบเมตร ก่อนจะหันกลับมาถามอย่างสงสัย "พ่อบอกว่าเราจะไปรับคนไม่ใช่เหรอครับ"
"แล้วพ่อจะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นทำไมล่ะครับ"
"ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย"
ฉู่ขวงเหรินส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนจะก้าวเดินตามไป
อย่างไรก็ตาม สายตาที่เขามองลูกชายนั้นแฝงไปด้วยความประหลาดใจและความภาคภูมิใจเสียมากกว่า
"เรากำลังจะไปรับใครกันเหรอครับ ถึงขนาดพ่อต้องออกไปรับด้วยตัวเองเลย"
ฉู่ขวงเหรินย่อมฟังน้ำเสียงประชดประชันของฉู่ผิงอันออก แต่ด้วยความที่อารมณ์ดี เขาจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
"เดี๋ยวพอไปถึงแกก็รู้เองแหละ"
ไม่น่าแปลกใจเลยที่มีคนชอบพูดจาอมพะนำเยอะแยะไปหมด การที่ถูกคนรุ่นก่อนทำร้ายจิตใจด้วยวิธีแบบนี้ พอถึงคราวตัวเองบ้าง มันก็คงจะรู้สึกสะใจดีเหมือนกันสินะ?
ทั้งสองคนเดินมาจนถึงประตูเมืองโดยไม่ได้พูดอะไรกันเลยตลอดทาง
แล้วก็ยืนรออยู่เงียบๆ แบบนั้น
สิบนาทีต่อมา
"ฮี้ๆ กั๊บๆ"
ทั้งสองคนที่รออยู่หน้าประตูเมืองได้ยินเสียงตะโกนและเสียงบางอย่างที่ดังใกล้เข้ามาจากที่ไกลๆ
พวกเขามองเห็นคนสามคนนั่งอยู่บนเกวียนเทียมลา ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาหาพวกเขาสองพ่อลูก
ฉู่ขวงเหรินละสายตากลับมาและพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ฉันจำผิดน่ะ พวกนั้นน่าจะมาถึงพรุ่งนี้ต่างหาก"
"แกฟาร์มเลเวลมาทั้งบ่าย คงจะหิวแย่แล้วใช่ไหม ไปเถอะ กลับไปกินข้าวกันดีกว่า"
แต่ฉู่ผิงอันกลับไม่ยอมไป เขายิ้มกว้าง "ขอดูอีกหน่อยสิครับ"
"ยุคสมัยนี้มีวิธีการเดินทางตั้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่ายกลเคลื่อนย้าย เรือเหาะ หรือรถยนต์ ผมก็เคยเห็นมาหมดแล้ว แต่เพิ่งจะเคยเห็นคนสามคนนั่งเบียดกันบนเกวียนเทียมลาก็วันนี้นี่แหละ"
"น่าสนใจดีออก พ่อว่าไหมครับ"
บทสนทนาของทั้งสองคนดึงดูดความสนใจของกลุ่มคนที่อยู่ไกลออกไป
ชายสวมหมวกฟาง ในมือถือแส้ และมีหนวดเคราเฟิ้มเต็มหน้า จู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า
"โย่ เฒ่าฉู่ นี่แกพาหลานชายตัวโตมารับพวกเราเหรอเนี่ย"
จ้อง——
ฉู่ผิงอัน "พ่อ ไหนพ่อบอกว่าไม่รู้จักพวกเขาไงครับ"
"สงสัยพ่อคงจะจำคนผิดมั้ง"
ฉู่ขวงเหรินยังคงตีหน้าขรึม "แกดูจนพอใจแล้วใช่ไหม ไปกันเถอะ"
จะไปงั้นเหรอ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ไปไหน
หลังจากยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่พักหนึ่ง
สีหน้าของฉู่ขวงเหรินก็ดำคล้ำ "นายบอกว่าจะเอาของเจ๋งๆ มาให้ฉันดู ไม่คิดเลยนะว่าจะเอาของห่วยๆ แบบนี้มาอวด"
ม่อจิ่วเกอเอียงคอด้วยความงุนงง "นี่มันไม่เจ๋งตรงไหนกัน"
"หลานชายตัวโต หลานคิดว่าลุงเจ๋งไหม"
"เจ๋งสุดๆ ไปเลยครับ!"
ฉู่ผิงอันยกนิ้วโป้งให้ เขาดวงตาเป็นประกายวาววับขณะจ้องเขม็งไปที่ลาน้อยตัวนั้น
"หลานชายตัวโตของลุงนี่ตาถึงจริงๆ"
ม่อจิ่วเกอยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
เมื่อเห็นฉู่ผิงอันจ้องมองลาน้อยของเขาไม่วางตา เขาก็ถามขึ้น "ชอบเหรอ"
"ชอบครับ!"
ฉู่ผิงอันพยักหน้ารัวๆ
"ถ้าชอบล่ะก็ ลุงยกให้เลย!"
"จริงเหรอครับ"
"แน่นอนสิ"
ฉู่ผิงอันรีบพูดด้วยความตื่นเต้นทันที "เขาว่ากันว่า เนื้อสัตว์ที่อร่อยที่สุดบนสวรรค์คือเนื้ออสูรมังกร ส่วนบนดินก็คือเนื้อลานี่แหละ พ่อครับ คืนนี้เรากินหม้อไฟเนื้อลากันดีไหมครับ!"
ลา: ??
ม่อจิ่วเกอ: ??
"ฮ่าๆๆๆๆ"
อีกสองคนที่ไม่ได้พูดอะไรมาตั้งแต่ต้น ถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
ฉู่ขวงเหรินเองก็เผยรอยยิ้มออกมา "เอาสิ คืนนี้เรามากินเนื้อลากัน"
ลาน้อยจ้องมองม่อจิ่วเกอด้วยใบหน้าแค้นเคือง ราวกับจะบอกว่า: คุณมันสูงส่ง คุณมันยอดเยี่ยม คุณเอาชีวิตน้องชายไปทำดีเอาหน้า!
"ลูกพี่ ลูกชายพี่เนี่ยไม่มีส่วนไหนเหมือนพี่เลยนะ"
อีกคนพยักหน้าเห็นด้วย "แต่เหมือนเมียพี่เปี๊ยบเลยล่ะ"
"แม่ผมเหรอครับ"
ดวงตาของฉู่ผิงอันเบิกกว้าง เขาขยับเข้าไปใกล้ "คุณลุงช่วยเล่าเรื่องแม่ให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ"
ชายคนที่เพิ่งจะยิ้มแย้มอยู่เมื่อครู่ หุบยิ้มทันทีแล้วส่ายหน้า "พูดไม่ได้หรอก พูดไม่ได้"
ฉู่ผิงอันหันไปมองอีกคน แต่อีกฝ่ายกลับเบือนหน้าหนีทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเริ่มผิวปาก
ชิ
ฉู่ผิงอันเดาะลิ้น แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
มันคงมีเหตุผลที่พวกเขาพูดไม่ได้นั่นแหละ
อย่างน้อยจากท่าทีของพวกเขา มันก็ไม่ใช่จุดจบที่เลวร้ายที่สุดอย่างที่เขาเคยจินตนาการไว้
แค่รู้แบบนี้ เขาก็ได้กำไรมากแล้ว
ฉู่ขวงเหรินไม่ได้ห้ามปราม แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรเช่นกัน เมื่อเห็นว่าฉู่ผิงอันเลิกถามเซ้าซี้แล้ว เขาจึงเริ่มแนะนำคนทั้งสามให้ลูกชายรู้จักทีละคน
"ม่อจิ่วเกอ โหยวจื่ออ๋าง เหอยวี่เฟย เพื่อนร่วมทีมของพ่อเอง"
ฉู่ผิงอันกล่าวทักทายทั้งสามคนอย่างสุภาพ
"ดี ดี ดีมาก"
ม่อจิ่วเกอหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้ "เพิ่งเจอกันครั้งแรก นี่คือของขวัญรับขวัญหลานจากลุงนะ"
"ก็ลุงม่อเพิ่งให้ผมไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ"
ม่อจิ่วเกอมองตามสายตาของฉู่ผิงอันไป ก็เห็นลาน้อยของเขากำลังแกว่งหางไปมาอย่างเกียจคร้าน
มุมปากของเขากระตุกยิกๆ ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย!
อีกสองคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา และพากันหยิบของขวัญที่เตรียมไว้ออกมามอบให้ทีละคน
ของขวัญเหล่านั้นล้วนเป็นอุปกรณ์ระดับมหากาพย์เลเวล 70 ทั้งสิ้น! ต่อให้นำไปขาย ก็สามารถทำเงินได้มหาศาลเลยทีเดียว!
หลังจากรับของขวัญมาแล้ว ฉู่ผิงอันก็ยิ้มและกล่าวขอบคุณทั้งสามคน
จากนั้น กลุ่มคนก็พากันเดินเข้าเมืองไปพร้อมกับพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
กลับมาที่จวนเจ้าเมือง
ณ ห้องรับประทานอาหาร
หลังจากอาหารที่เตรียมไว้ถูกยกมาเสิร์ฟและพวกคนรับใช้ถอยออกไปหมดแล้ว
ม่อจิ่วเกอก็ถามขึ้น "ลูกพี่ การที่พี่เรียกพวกเรามาที่นี่อย่างกะทันหัน หรือว่าพี่กำลังวางแผนจะกลับไป"
หลังจากพูดจบ เขาก็จ้องมองฉู่ขวงเหรินด้วยสายตาที่ลุกโชน
อีกสองคนชะงักมือไปครู่หนึ่ง แม้จะพยายามทำทีเป็นไม่สนใจ แต่สายตาของพวกเขากลับเผลอจ้องมองไปที่ฉู่ขวงเหรินโดยอัตโนมัติ
ฉู่ขวงเหรินพยักหน้า "ฉันก็มีความคิดที่อยากจะกลับไปอยู่เหมือนกัน"
"ท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้ผิงอันก็โตป่านนี้แล้ว เขาไม่ต้องให้ฉันคอยดูแลอีกต่อไปแล้วล่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของทั้งสามคนก็เผยให้เห็นถึงความปีติยินดี
ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังจะอ้าปากพูด ฉู่ขวงเหรินก็โบกมือห้าม เพื่อส่งสัญญาณว่าเขายังพูดไม่จบ
"อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นที่ทำให้ฉันเรียกพวกนายมาในครั้งนี้"
"เรื่องที่สำคัญกว่างั้นเหรอ"
พวกเขาสับสน เรื่องอะไรมันจะไปสำคัญกว่าการที่เขายอมกลับไปได้อีกล่ะ
ฉู่ขวงเหรินไม่ได้อธิบายอะไร เขาเพียงแค่เปิดเผยสกิลระดับตำนานที่เขาเพิ่งได้รับมาเมื่อสองวันก่อนให้ทั้งสามคนดูเงียบๆ —การคุ้มครองแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์!