- หน้าแรก
- ยอดหมอเทวดาไร้เทียมทาน
- บทที่ 43 - ผู้ชายที่น่าสะพรึงกลัวคนนั้น!
บทที่ 43 - ผู้ชายที่น่าสะพรึงกลัวคนนั้น!
บทที่ 43 - ผู้ชายที่น่าสะพรึงกลัวคนนั้น!
บทที่ 43 - ผู้ชายที่น่าสะพรึงกลัวคนนั้น!
เย่เฉินกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ต้าตู ก็พบว่าซุนอี๋ยังไม่กลับมา
ที่สำคัญคือโทรศัพท์ของเธอก็ยังติดต่อไม่ได้ ดูจากคำพูดของเซี่ยรั่วเสวี่ยแล้ว ซุนอี๋คงไม่ได้ลาพักงานด้วยซ้ำ
นี่ที่บ้านเธอเกิดเรื่องคอขาดบาดตายอะไรขึ้นกันแน่?
หรือว่าจะเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง?
เย่เฉินอดเป็นห่วงไม่ได้ ซุนอี๋เป็นผู้หญิง แถมยังเป็นผู้หญิงที่สวยสะดุดตา สังคมทุกวันนี้ไม่ได้สวยหรูและปลอดภัยอย่างที่เห็นภายนอกหรอกนะ หากลอกคราบความสวยงามจอมปลอมออก ก็อาจจะเหลือเพียงความอันตรายและความเย็นชา
สำหรับเย่เฉินแล้ว ซุนอี๋มีความสำคัญมาก เพื่อตอบแทนบุญคุณในอดีต เขาจะยอมให้เธอเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด
ไม่รอช้า เย่เฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขชุดหนึ่งจากความทรงจำ
……
มณฑลเจียงหนาน ตึกเฉียนหลง
ตึกเฉียนหลงคือตึกที่สูงที่สุดในมณฑลเจียงหนาน ใช้เวลาก่อสร้างนานถึงสามปีเต็ม
ที่นี่ไม่มีร้านค้าแม้แต่ร้านเดียว และไม่ได้เปิดขายให้บริษัทใดๆ เข้ามาตั้งสำนักงาน การดำรงอยู่ของตึกนี้เป็นตัวแทนของความลึกลับ
มันตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางมณฑลเจียงหนาน ทว่ากลับดูเหมือนแยกตัวออกจากความวุ่นวายของเมืองอย่างสิ้นเชิง
ทุกคนที่ต้องการเข้าไปในตึกเฉียนหลงจะต้องผ่านด่านตรวจความปลอดภัยถึงหกขั้นตอน ลำพังแค่รปภ.ติดอาวุธหน้าประตูก็มีถึงสิบแปดคนแล้ว ที่สำคัญคือรปภ.เหล่านี้ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์โบราณทั้งสิ้น
เบื้องหลังของตึกนี้เป็นที่ถกเถียงกันไปต่างๆ นานา ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป และไม่มีใครรู้ว่ามันสร้างขึ้นมาทำไม
มีเพียงบุคคลระดับสูงบางคนในมณฑลเจียงหนานเท่านั้น ที่อาศัยเส้นสายสืบจนรู้ความจริงมาได้เพียงเศษเสี้ยว:
ชั้นบนสุดของตึกเฉียนหลง มีผู้ชายที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุดอาศัยอยู่!
ผู้ชายคนนี้ กุมอำนาจของขุมกำลังทั้งหมดในตึกนี้เอาไว้!
ผู้ชายคนนี้ ควบคุมความเคลื่อนไหวของโลกมืดในมณฑลเจียงหนาน!
ผู้ชายคนนี้ แม้แต่ตระกูลระดับท็อปในมณฑลเจียงหนานยังต้องยอมหลีกทางให้!
เขาคือ ราชันหนานเจียง เย่หลิงเทียน!
ในเวลานี้ ณ ชั้นบนสุดของตึกเฉียนหลง ราชันหนานเจียงกำลังหลับตาเอนกายพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งพาดไว้กับที่ท้าวแขน ส่วนมืออีกข้างกำลังลูบไล้เหรียญตรายศแบบพิเศษอยู่!
ลวดลายบนเหรียญตรายศนั้นดูแปลกตามาก มันคือรูปมังกรดำกระหายเลือดตัวหนึ่ง มังกรดำตัวนั้นราวกับกำลังขดตัวอยู่เหนือมวลเมฆ บดบังแสงอาทิตย์จนมิด และกำลังทอดสายตามองลงมายังเหล่ามนุษย์เดินดินเบื้องล่าง
จู่ๆ โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น!
ในชั่วพริบตา ดวงตาดุดันดั่งเสือร้ายของเขาก็ลืมขึ้น ประกายตาคมปลาบแฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือกที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องขนลุกซู่
เบอร์โทรศัพท์นี้ บนโลกนี้มีแค่หกคนเท่านั้นที่รู้
ราชันหนานเจียงยื่นมือออกไป ขยับมือเพียงเล็กน้อย โทรศัพท์เครื่องนั้นก็ลอยละลิ่วเข้ามาอยู่ในมือเขาราวกับถูกแม่เหล็กดึงดูด!
เขาปรายตามองหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลก
โทรผิดหรือเปล่า?
เขาเพิ่งจะกดตัดสาย แต่จู่ๆ ก็นึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างขึ้นมา หรือว่าจะเป็นเบอร์ของ 'ท่านผู้นั้น' โทรมา?
ไม่รอช้า เขากดรับสายทันที
"ใครน่ะ?"
ปลายสายไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เงียบสงบจนน่าขนลุก
ราชันหนานเจียง เย่หลิงเทียน ส่ายหน้า คงจะโทรผิดจริงๆ นั่นแหละ ขณะที่เขากำลังจะวางสาย น้ำเสียงเกียจคร้านก็ดังขึ้น:
"ฉันเอง"
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ราชันหนานเจียงก็ลุกพรวดขึ้นยืน รังสีอำมหิตอันบ้าคลั่งพวยพุ่งออกมาจากร่าง!
ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ลมหายใจเริ่มติดขัด!
เขาเฝ้ารอโทรศัพท์สายนี้มาสามปีเต็ม!
เสียงโทรศัพท์ไม่เคยดังขึ้นเลยสักครั้ง!
เขาก็ได้แต่หวังว่า ผู้ชายคนนั้นจะนึกถึงเบอร์โทรศัพท์นี้ แล้วโทรหาเขาสักวัน!
แต่ทุกครั้งที่เขาตั้งตารอ ก็มีแต่ความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
เขาถึงขั้นรู้สึกว่า ฉายาราชันหนานเจียงนี่มันไร้ค่าสิ้นดี!
แต่ตอนนี้ ในที่สุดผู้ชายคนนั้นก็โทรมาหาเขาแล้ว แถมสายที่โทรเข้ามา ยังแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายอยู่ในมณฑลเจียงหนานอีกด้วย!
"ประมุขวิหาร..." น้ำเสียงของเขาสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด แถมยังแฝงไปด้วยเสียงสะอื้นไห้
หากพวกคนใหญ่คนโตในมณฑลเจียงหนานมาเห็นราชันหนานเจียงในสภาพนี้ คงได้ช็อกจนกรามค้างแน่ๆ เพราะในสายตาของราชันหนานเจียงมีเพียงการเข่นฆ่าและความตายเท่านั้น! จะไปมีมุมอ่อนไหวแบบนี้ได้ยังไง!
"บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกฉันว่าประมุขวิหาร แล้วก็อย่าคิดจะสะกดรอยเบอร์โทรศัพท์นี้ด้วย ถ้าฉันรู้ว่านายส่งคนมาตามประกบฉันล่ะก็ ฉันขอสาบานเลยว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมอบให้แก ฉันจะเอาคืนให้หมด รวมทั้งชีวิตของแกด้วย" เสียงเย็นชาจากปลายสายดังกึกก้อง
"ท่านประ..." ราชันหนานเจียงไม่กล้าพูดต่อ รีบหุบปากฉับ
"ช่วยสืบเรื่องของคนคนหนึ่งให้ฉันที เธอชื่อซุนอี๋ บ้านเกิดอยู่ตำบลต้าฟั่น เมืองเจียงเฉิง ตอนนี้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของกลุ่มบริษัทอีไหลเหม่ย หายตัวไปเมื่อสิบชั่วโมงที่แล้ว ฉันอยากรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ปลอดภัยดีไหม แล้วที่บ้านเธอเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า อีกห้านาทีฉันจะโทรไปใหม่ ถึงตอนนั้น นายต้องเตรียมข้อมูลทั้งหมดนี้ไว้ให้พร้อม"
น้ำเสียงของปลายสายแฝงไปด้วยความเด็ดขาด พูดจบก็ตัดสายไปทันทีโดยไม่รีรอ
ทั่วทั้งมณฑลเจียงหนาน ไม่มีใครกล้าพูดกับราชันหนานเจียงด้วยน้ำเสียงแบบนี้!
ถ้าเป็นเมื่อก่อน คนที่อยู่ปลายสายคงได้กลายเป็นศพไปแล้ว แต่ในตอนนี้ ราชันหนานเจียงกลับรีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ มือข้างหนึ่งพิมพ์เข้าเว็บไซต์ลึกลับ ส่วนมืออีกข้างก็ยกโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมากดโทรออก
"ซา ให้เวลาสามนาที สืบประวัติผู้หญิงที่ชื่อซุนอี๋มาให้หมด..."
ตัดภาพกลับมาที่อพาร์ตเมนต์ต้าตู
เย่เฉินวางสายโทรศัพท์ พลางตกอยู่ในภวังค์
ความจริงแล้ว เขาไม่อยากโทรเบอร์นี้เลย เขาไม่อยากให้การเติบโต หรือแม้แต่การแก้แค้นของเขา ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้
แต่ดูเหมือนว่า การกลับมาประเทศจีนครั้งนี้ เขาคงเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับคนพวกนี้ไม่ได้ซะแล้ว
เขาดูเวลา แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ล้วงบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า เคาะเบาๆ หนึ่งที บุหรี่มวนหนึ่งก็ร่วงลงมาบนฝ่ามือ
เขาจุดไฟแช็ก พ่นควันสีเทาลอยล่องขึ้นไปในอากาศ
เวลาที่รู้สึกว้าวุ่นใจ บุหรี่คือยาระงับประสาทชั้นดี
ห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เย่เฉินบี้บุหรี่ในมือ ดมควัน ดับไฟ แล้วดีดนิ้วส่งก้นบุหรี่ลอยละลิ่วลงถังขยะอย่างแม่นยำ
เขากดโทรออกเบอร์เดิมอีกครั้ง
"ได้เรื่องหรือยัง?"
น้ำเสียงจากปลายสายฟังดูนิ่งสงบขึ้นกว่าเดิม
"ท่านประ... อะแฮ่ม... ผมสืบเรื่องของคุณซุนอี๋ได้แล้วครับ เธอออกจากอพาร์ตเมนต์ต้าตูในเมืองเจียงเฉิงตอน 11.35 น. ขับรถโฟล์คสวาเกน บีเทิล 180TSI ไปถึงโรงพยาบาลประชาชนอันดับห้าเมืองเจียงเฉิงตอน 12.25 น. ตอนนี้รถก็ยังจอดอยู่ที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลครับ
จากการตรวจสอบข้อมูลจากทางฝั่งเจียงเฉิง น้องชายของซุนอี๋ที่ชื่อซุนฮ่าวเจ๋อ มีอาการป่วยกำเริบกะทันหันตอน 11.20 น. ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน ค่าผ่าตัดอยู่ที่ 700,000 หยวนครับ
เราเช็คประวัติการโทรและกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล พบว่าระหว่างนั้นเธอโทรหาคนสามคน สายแรกโทรไปหาเต็นท์รถ คุณซุนอี๋ยอมขายรถบีเทิลคันนั้นในราคาถูกแสนถูกแค่ 50,000 หยวนเท่านั้นครับ
ส่วนสายที่สองกับสายที่สามเป็นเบอร์ส่วนตัวครับ หลังจากวางสายที่สาม เธอก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงถังขยะใบที่สองหน้าห้องพักฟื้น 512 บนชั้นห้า... ผมมีข้อมูลการสืบสวนแบบละเอียดอยู่ที่นี่ จะให้ผมส่งเข้าอีเมลของคุณไหมครับ?"
"ไม่ต้อง" เย่เฉินส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วกดวางสาย
ยัยบ๊องเอ๊ย จนป่านนี้แล้วทำไมไม่ยอมบอกฉันล่ะ คิดว่าฉันไม่ใช่เพื่อนหรือไง?
หรือคิดว่าตัวฉันในตอนนี้คงช่วยอะไรไม่ได้?
ฉันอุตส่าห์บอกแล้วว่าหาเงินได้เกือบร้อยล้าน ทำไมถึงไม่ยอมเชื่อกันบ้างนะ?
มีหมอเทวดาอยู่ข้างๆ แท้ๆ ทำไมต้องไปพึ่งพวกหมอเถื่อนพวกนั้นด้วย?
700,000 หยวน เย่เฉินรู้ดีว่าซุนอี๋มีเงินเก็บอยู่แค่ 300,000 หยวน ต่อให้ขายรถไป ก็ยังขาดอีกตั้ง 400,000 หยวน
ส่วนเบอร์ส่วนตัวสองเบอร์นั่น ก็คงจะโทรไปขอยืมเงินสินะ... แล้วผลลัพธ์ก็คงจะล้มเหลวไม่เป็นท่า
ในเวลานี้ ซุนอี๋คงจะกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังที่สุดสินะ
"เมื่อห้าปีก่อนในเวลานี้ คือช่วงเวลาที่ฉันสิ้นหวังที่สุด ห้าปีต่อมาในวันนี้ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เธอสิ้นหวังที่สุด ถึงเวลาที่ฉันต้องดึงเธอขึ้นมาจากขุมนรกนี้สักที"
"เฮ้อ ยัยผู้หญิงหน้าโง่"
เย่เฉินคว้าเสื้อแจ็คเก็ตมาสวม ปิดประตูห้อง แล้วเดินฝ่าความมืดออกไป
(จบแล้ว)