- หน้าแรก
- ยอดหมอเทวดาไร้เทียมทาน
- บทที่ 33 - มาๆ อ้าปาก
บทที่ 33 - มาๆ อ้าปาก
บทที่ 33 - มาๆ อ้าปาก
บทที่ 33 - มาๆ อ้าปาก
หลังจากเย่เฉินเดินจากไป ซุนอี๋ก็ก้มลงมองยาลูกกลอนที่อยู่ในมืออีกครั้ง ตอนแรกเธอตั้งใจจะโยนทิ้ง แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เธอก็ชักมือกลับ
"หมอนี่คงไม่เอายาพรรค์นี้ไปหลอกชาวบ้านเขาอีกหรอกนะ ไม่ได้การล่ะ วันจันทร์ฉันต้องเอาไปให้ที่บริษัทตรวจดูหน่อยแล้ว ถ้าไม่มีสารพิษก็แล้วไป แต่ถ้ามีพิษ ฉันต้องคุยกับเย่เฉินให้รู้เรื่อง ห้ามเขาทำอะไรแผลงๆ แบบนี้อีก"
หลังจากนั้น ซุนอี๋ก็จัดของในครัวให้เข้าที่เข้าทางนิดหน่อย แล้วมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจเมืองเจียงเฉิงฉบับวันนี้บนโซฟา
นี่เป็นนิสัยที่เธอทำเป็นประจำมาหลายปีแล้ว
จู่ๆ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นวันที่บนหนังสือพิมพ์ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอพึมพำกับตัวเองว่า "ใกล้จะถึงวันครบรอบวันตายของตระกูลเย่ทั้งสามคนแล้วสินะ สงสัยปีนี้ฉันคงต้องไปไหว้พวกเขาคนเดียวอีกแล้ว ถึงฉันจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเย่ก็เถอะ แต่เรื่องบางเรื่องมันก็ต้องมีคนทำ ในเมื่อพวกคนในเมืองเจียงเฉิงใจจืดใจดำนัก งั้นฉันทำเองก็ได้"
อันที่จริง หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่คฤหาสน์อวิ๋นหูเมื่อห้าปีก่อน เธอพยายามไปสืบเสาะหาความจริงจากคนหลายคน เพื่ออยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการฆ่าล้างตระกูลเย่
แต่กลับไม่มีใครยอมปริปากบอกเธอเลย ท่าทีของทุกคนดูเหมือนจะหวาดกลัวการเข้าไปข้องเกี่ยวกับตระกูลเย่เอามากๆ
เธอถึงขั้นไปหาอาของเย่เฉินด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายไม่เพียงแต่ไม่ยอมบอกความจริง ซ้ำยังไล่ตะเพิดเธอออกมาอีกต่างหาก!
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอพยายามสืบจนพอจะได้ข้อมูลมาบ้าง
ได้ยินมาว่า เมื่อก่อนพ่อของเย่เฉินไปล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่จากเมืองหลวงเข้า ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นโกรธจัด เลยสั่งฆ่าพ่อแม่ของเย่เฉิน
ส่วนเย่เฉินก็พลัดตกลงไปในทะเลสาบตงเฉียน เป็นตายร้ายดีไม่มีใครรู้
จุดที่เย่เฉินตกลงไปนั้น เธอเคยไปดูมาแล้ว กระแสน้ำตรงนั้นเชี่ยวกรากมาก ตกลงไปแล้วไม่มีทางรอดชีวิตมาได้หรอก
"ตระกูลเย่ไปทำกรรมอะไรมานะ ครอบครัวดีๆ แท้ๆ ต้องมามีจุดจบแบบนี้ เฮ้อ!" ซุนอี๋ถอนหายใจยาว
……
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เย่เฉินเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ต้าตู เขาก็พบว่ามีรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ จี-คลาส คันหนึ่งจอดรออยู่หน้าหมู่บ้าน
เหมือนกับคันที่จอดอยู่หน้าสวนสาธารณะเฉิงเป่ยเป๊ะเลย
มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนพิงรถจี-คลาสคันนั้นอยู่ เธอคือเสิ่นเมิ่งเจียนั่นเอง ตอนนี้เธอกำลังชะเง้อคอมองหาใครบางคนอย่างกระวนกระวายใจ
วันนี้เสิ่นเมิ่งเจียไม่ได้ใส่หมวกแก๊ป ผมสีดำขลับตรงยาวสยายลงมาถึงเอว เธอสวมชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวเรียบๆ ดูราวกับนางฟ้าจำแลง
รถหรูคู่กับสาวสวย สองสิ่งนี้พอมาอยู่รวมกัน ก็ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องมาที่เธอ!
ภายในหมู่บ้านก็มีกลุ่มผู้ชายจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอย่างออกรส
"นายว่า คนสวยคนนั้นเขามารอผู้ชายหรือผู้หญิงวะ?"
"ก็ต้องรอเพื่อนผู้หญิงสิวะ รถจี-คลาสคันนั้นราคาตั้งหลายล้านเลยนะเว้ย แถมตามผลการวิจัย ผู้หญิงที่ขับจี-คลาสส่วนใหญ่จะเป็นพวกมั่นใจในตัวเองสูงปรี๊ด แถมบ้านก็รวยล้นฟ้า คุณหนูบ้านรวยแบบนี้ จะมารอผู้ชายในที่แบบนี้ได้ยังไง?" ชายอ้วนสวมแว่นตาพูดอวดภูมิ "พี่จะกระซิบบอกอะไรให้นะ ถ้าคนสวยโดนเสี่ยเลี้ยง ส่วนใหญ่จะขับบีเอ็มดับเบิลยู เพราะมันทั้งดูหรูแถมยังสวยด้วย พวกแกเห็นด้วยป่ะ?"
คำวิเคราะห์ของเจ้าอ้วนดูมีเหตุผล จึงเรียกความสนใจจากแฟนคลับมาได้กลุ่มใหญ่
พอเห็นคนมามุงเยอะเข้า เจ้าอ้วนก็ยิ่งพล่ามหนักขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นวิเคราะห์ไปถึงท่ายืนของหญิงสาวว่าเธอยังเวอร์จิ้นอยู่หรือเปล่า ทำเอาพวกผู้ชายข้างหลังฟังแล้วถึงกับร้องซี๊ดปาก
ในตอนนั้นเอง เย่เฉินก็เดินเข้ามา ขมวดคิ้วแล้วพูดกับเจ้าอ้วนว่า "ฉันว่านายวิเคราะห์ผิดหมดเลยนะ"
"พรึ่บๆๆ!" ทุกสายตาหันมามองเย่เฉินเป็นตาเดียว
เจ้าอ้วนดันแว่นตาขึ้น มองเย่เฉินด้วยสายตาไม่เป็นมิตร "ไอ้น้อง แกเป็นใครวะ? รู้ไหมว่าฉายาฉันคืออะไร 'เจ้าชายยอดนักรัก' เว้ย! ฉันฟันผู้หญิงมาเยอะกว่าข้าวที่แกกินซะอีก... แกจะมารู้เรื่องผู้หญิงดีกว่าฉันได้ไง?"
เย่เฉินส่ายหน้า "ฉันไม่รู้เรื่องผู้หญิงหรอก แต่ฉันรู้ว่าผู้หญิงที่ใส่ชุดเดรสคนนั้นกำลังรอฉันอยู่ เพราะงั้นที่นายพล่ามมาทั้งหมดน่ะ ผิดหมดเลย"
สิ้นประโยคนี้ ไม่ใช่แค่เจ้าอ้วนที่หัวเราะ แต่ทุกคนก็พากันหัวเราะร่วน
"มารอแกเนี่ยนะ? ฮ่าๆ ไปตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองก่อนไป!"
"คนสวยขับรถจี-คลาสจะมารอไอ้ขี้แพ้อย่างแกเนี่ยนะ? ตลกตายชัก"
"หนังหน้าอย่างแกเนี่ยนะ ถ้าคนสวยคนนั้นรอแกจริงๆ ฉันยอมไลฟ์สดตัดไอ้นั่นทิ้งเลยเอ้า!" เจ้าอ้วนชูนิ้วขึ้นสาบาน
เย่เฉินขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับคำเยาะเย้ยของคนรอบข้าง เขาเดินตรงไปหาเสิ่นเมิ่งเจียทันที
พอทุกคนเห็นเย่เฉินหน้าด้านเดินเข้าไปจริงๆ ก็ทำหน้าตารอดูเรื่องสนุก
ผู้หญิงระดับนี้มักจะมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ขืนสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปจีบหรือลวนลามล่ะก็ ตายยังไงก็ไม่รู้ตัว!
เสิ่นเมิ่งเจียที่ยืนอยู่ข้างรถจี-คลาสย่อมสังเกตเห็นเย่เฉินมาแต่ไกล ความตึงเครียดในใจเธอผ่อนคลายลงทันที!
ถ้าเย่เฉินไม่มา หรือมาสายไปสักสองสามชั่วโมง พ่อของเธอต้องตายแน่!
พ่อของเธอถึงกับกำชับนักหนาว่า ตอนที่ไปเชิญคุณเย่เฉินมา ต้องนอบน้อมให้ถึงที่สุด!
ไม่รอช้า เธอรีบก้าวสั้นๆ เข้าไปหา พร้อมกับโค้งคำนับเย่เฉินอย่างนอบน้อม "สวัสดีค่ะ คุณเย่ ฉัน..."
เธอเพิ่งจะอ้าปากพูดคำทักทาย เย่เฉินก็โบกมือตัดบท "พาฉันไปที่บ้านตระกูลเสิ่นเถอะ ฉันว่าป่านนี้เสิ่นไห่ฮวาคงร้อนใจแย่แล้วมั้ง"
ใบหน้าของเสิ่นเมิ่งเจียขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบเปิดประตูรถให้เย่เฉินอย่างกระตือรือร้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "เชิญค่ะ คุณเย่"
ทุกคำพูดที่เอ่ยออกมาล้วนเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ซึ่งเป็นท่าทีที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อนเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอกลัวว่าจะเผลอไปล่วงเกินเย่เฉินเข้าตรงไหนสักแห่ง
แม้จะสัมผัสไม่ได้ถึงรังสีอำมหิตใดๆ จากตัวเย่เฉิน แต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงความกดดันที่มองไม่เห็นครอบงำเธออยู่
รอจนเย่เฉินนั่งเรียบร้อย เสิ่นเมิ่งเจียถึงค่อยขึ้นรถตามไป ทำเอาเธอโล่งใจไปเปราะหนึ่ง
รถจี-คลาสค่อยๆ แล่นออกไปจากหมู่บ้าน...
วินาทีนี้ กลุ่มคนที่จับกลุ่มคุยกันเมื่อครู่นี้ถึงกับแข็งทื่อเป็นหินไปเลย
ตอนแรกพวกเขารอดูไอ้หนุ่มนั่นหน้าแตก แต่ใครจะไปคิดว่าไอ้หนุ่มนั่นจะได้ขึ้นรถไปจริงๆ! ที่สำคัญคือ ตลอดกระบวนการ สาวสวยเจ้าของรถจี-คลาสคนนั้นกลับก้มหัวให้ราวกับเป็นสาวใช้สมัยโบราณที่กำลังปรนนิบัติเจ้านาย!
เชี่ยเอ๊ย นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!
สมัยนี้สาวสวยเขาชอบสไตล์นี้กันแล้วเหรอ?
"นี่... นี่ฉันคงไม่ได้ฝันไปใช่ไหม..." ชายหนุ่มคนหนึ่งพึมพำเสียงสั่น
"ฉันจำได้ว่าเมื่อกี้เหมือนจะมีใครบอกว่าจะตัดหำทิ้งนะ... พี่ชายคนนั้นหายไปไหนแล้วล่ะ?"
"นั่นดิ พี่ชายยอดนักรักคนที่บอกว่าจะตัดทิ้งไปมุดหัวอยู่ไหนแล้ว?"
เจ้าอ้วนหน้าแดงก่ำ ไม่สนปฏิกิริยาของคนรอบข้าง รีบเผ่นแน่บหายเข้ากลีบเมฆไปเลย
……
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ บ้านตระกูลเสิ่น เมืองเจียงเฉิง
เย่เฉินลงจากรถ ก็พบว่าคนของตระกูลเสิ่นแทบทุกคนออกมายืนรอต้อนรับกันพร้อมหน้า ดูยิ่งใหญ่อลังการมาก
เสิ่นไห่ฮวารีบก้าวออกมารับหน้าทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "คุณเย่ครับ ในที่สุดคุณก็มาสักที เมื่อคืนผมนอนไม่หลับทั้งคืนเลย กลัวว่านี่จะเป็นชั่วโมงสุดท้ายในชีวิตผม! ถ้าคุณมาช้ากว่านี้อีกนิด ผมคงต้องสั่งเสียเตรียมตัวตายแล้วครับ..."
ภรรยาของเสิ่นไห่ฮวาก็เข้ามาทักทายด้วยความนอบน้อมเช่นกัน "คุณเย่ ทานอาหารเช้ามาหรือยังคะ ฉันเพิ่งให้แม่บ้านเตรียมอาหารเช้าไว้ให้พอดีเลยค่ะ"
เย่เฉินรำคาญที่ต้องมารับมือกับความกระตือรือร้นที่มากเกินไปแบบนี้ จึงตัดบทสั้นๆ ว่า "ไปที่ชั้นสองเถอะ ฉันจะรักษาให้ ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีก็เสร็จแล้ว"
เมื่อได้ยินคำว่าไม่กี่วินาที มุมปากของทุกคนก็กระตุกยิกๆ
มีหมอที่ไหนเขารักษากันเร็วขนาดนี้?
หมอเทวดาเขาไม่ได้มีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยโรคตามหลักแพทย์แผนจีนหรอกเหรอ?
ถ้าไม่ได้เห็นฝีมืออันน่าทึ่งของเย่เฉินเมื่อวันก่อน ป่านนี้คนในตระกูลเสิ่นคงเตะโด่งเย่เฉินออกจากบ้านข้อหาเป็นคนบ้าไปแล้ว
เสิ่นไห่ฮวาถามอย่างไม่แน่ใจ "คุณเย่ คุณแน่ใจเหรอครับว่า แค่ไม่กี่วินาที? ฝังเข็มก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนั้นมั้งครับ..."
เย่เฉินตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ "ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ ช่างเถอะ ไม่ต้องขึ้นไปชั้นสองแล้ว มารักษาขั้นที่สองกันตรงนี้เลยดีกว่า"
ทุกคนยิ่งงงหนักกว่าเดิม การรักษาโรคแบบนี้มันจะดูเล่นๆ เกินไปไหม
"คุณเย่ ไม่ต้องให้นอนลงเหรอครับ?" หัวใจของเสิ่นไห่ฮวาแทบจะรับไม่ไหวแล้ว ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ไม่จำเป็น"
"คุณเย่ แล้วผมต้องทำยังไงบ้างครับ?" เสิ่นไห่ฮวาถามต่อ
"แค่อ้าปากก็พอ"
แม้เสิ่นไห่ฮวาจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย
วินาทีต่อมา ทุกคนก็เห็นเย่เฉินล้วงเอาขวดพลาสติกยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋า เปิดฝา แล้วเทก้อนดำๆ บิดๆ เบี้ยวๆ ออกมาห้าก้อน
"มาๆๆ กลืนลงไปให้หมดเลยนะ..."
(จบแล้ว)