เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - มาๆ อ้าปาก

บทที่ 33 - มาๆ อ้าปาก

บทที่ 33 - มาๆ อ้าปาก


บทที่ 33 - มาๆ อ้าปาก

หลังจากเย่เฉินเดินจากไป ซุนอี๋ก็ก้มลงมองยาลูกกลอนที่อยู่ในมืออีกครั้ง ตอนแรกเธอตั้งใจจะโยนทิ้ง แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เธอก็ชักมือกลับ

"หมอนี่คงไม่เอายาพรรค์นี้ไปหลอกชาวบ้านเขาอีกหรอกนะ ไม่ได้การล่ะ วันจันทร์ฉันต้องเอาไปให้ที่บริษัทตรวจดูหน่อยแล้ว ถ้าไม่มีสารพิษก็แล้วไป แต่ถ้ามีพิษ ฉันต้องคุยกับเย่เฉินให้รู้เรื่อง ห้ามเขาทำอะไรแผลงๆ แบบนี้อีก"

หลังจากนั้น ซุนอี๋ก็จัดของในครัวให้เข้าที่เข้าทางนิดหน่อย แล้วมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจเมืองเจียงเฉิงฉบับวันนี้บนโซฟา

นี่เป็นนิสัยที่เธอทำเป็นประจำมาหลายปีแล้ว

จู่ๆ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นวันที่บนหนังสือพิมพ์ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอพึมพำกับตัวเองว่า "ใกล้จะถึงวันครบรอบวันตายของตระกูลเย่ทั้งสามคนแล้วสินะ สงสัยปีนี้ฉันคงต้องไปไหว้พวกเขาคนเดียวอีกแล้ว ถึงฉันจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเย่ก็เถอะ แต่เรื่องบางเรื่องมันก็ต้องมีคนทำ ในเมื่อพวกคนในเมืองเจียงเฉิงใจจืดใจดำนัก งั้นฉันทำเองก็ได้"

อันที่จริง หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่คฤหาสน์อวิ๋นหูเมื่อห้าปีก่อน เธอพยายามไปสืบเสาะหาความจริงจากคนหลายคน เพื่ออยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการฆ่าล้างตระกูลเย่

แต่กลับไม่มีใครยอมปริปากบอกเธอเลย ท่าทีของทุกคนดูเหมือนจะหวาดกลัวการเข้าไปข้องเกี่ยวกับตระกูลเย่เอามากๆ

เธอถึงขั้นไปหาอาของเย่เฉินด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายไม่เพียงแต่ไม่ยอมบอกความจริง ซ้ำยังไล่ตะเพิดเธอออกมาอีกต่างหาก!

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอพยายามสืบจนพอจะได้ข้อมูลมาบ้าง

ได้ยินมาว่า เมื่อก่อนพ่อของเย่เฉินไปล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่จากเมืองหลวงเข้า ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นโกรธจัด เลยสั่งฆ่าพ่อแม่ของเย่เฉิน

ส่วนเย่เฉินก็พลัดตกลงไปในทะเลสาบตงเฉียน เป็นตายร้ายดีไม่มีใครรู้

จุดที่เย่เฉินตกลงไปนั้น เธอเคยไปดูมาแล้ว กระแสน้ำตรงนั้นเชี่ยวกรากมาก ตกลงไปแล้วไม่มีทางรอดชีวิตมาได้หรอก

"ตระกูลเย่ไปทำกรรมอะไรมานะ ครอบครัวดีๆ แท้ๆ ต้องมามีจุดจบแบบนี้ เฮ้อ!" ซุนอี๋ถอนหายใจยาว

……

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เย่เฉินเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ต้าตู เขาก็พบว่ามีรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ จี-คลาส คันหนึ่งจอดรออยู่หน้าหมู่บ้าน

เหมือนกับคันที่จอดอยู่หน้าสวนสาธารณะเฉิงเป่ยเป๊ะเลย

มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนพิงรถจี-คลาสคันนั้นอยู่ เธอคือเสิ่นเมิ่งเจียนั่นเอง ตอนนี้เธอกำลังชะเง้อคอมองหาใครบางคนอย่างกระวนกระวายใจ

วันนี้เสิ่นเมิ่งเจียไม่ได้ใส่หมวกแก๊ป ผมสีดำขลับตรงยาวสยายลงมาถึงเอว เธอสวมชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาวเรียบๆ ดูราวกับนางฟ้าจำแลง

รถหรูคู่กับสาวสวย สองสิ่งนี้พอมาอยู่รวมกัน ก็ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องมาที่เธอ!

ภายในหมู่บ้านก็มีกลุ่มผู้ชายจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอย่างออกรส

"นายว่า คนสวยคนนั้นเขามารอผู้ชายหรือผู้หญิงวะ?"

"ก็ต้องรอเพื่อนผู้หญิงสิวะ รถจี-คลาสคันนั้นราคาตั้งหลายล้านเลยนะเว้ย แถมตามผลการวิจัย ผู้หญิงที่ขับจี-คลาสส่วนใหญ่จะเป็นพวกมั่นใจในตัวเองสูงปรี๊ด แถมบ้านก็รวยล้นฟ้า คุณหนูบ้านรวยแบบนี้ จะมารอผู้ชายในที่แบบนี้ได้ยังไง?" ชายอ้วนสวมแว่นตาพูดอวดภูมิ "พี่จะกระซิบบอกอะไรให้นะ ถ้าคนสวยโดนเสี่ยเลี้ยง ส่วนใหญ่จะขับบีเอ็มดับเบิลยู เพราะมันทั้งดูหรูแถมยังสวยด้วย พวกแกเห็นด้วยป่ะ?"

คำวิเคราะห์ของเจ้าอ้วนดูมีเหตุผล จึงเรียกความสนใจจากแฟนคลับมาได้กลุ่มใหญ่

พอเห็นคนมามุงเยอะเข้า เจ้าอ้วนก็ยิ่งพล่ามหนักขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นวิเคราะห์ไปถึงท่ายืนของหญิงสาวว่าเธอยังเวอร์จิ้นอยู่หรือเปล่า ทำเอาพวกผู้ชายข้างหลังฟังแล้วถึงกับร้องซี๊ดปาก

ในตอนนั้นเอง เย่เฉินก็เดินเข้ามา ขมวดคิ้วแล้วพูดกับเจ้าอ้วนว่า "ฉันว่านายวิเคราะห์ผิดหมดเลยนะ"

"พรึ่บๆๆ!" ทุกสายตาหันมามองเย่เฉินเป็นตาเดียว

เจ้าอ้วนดันแว่นตาขึ้น มองเย่เฉินด้วยสายตาไม่เป็นมิตร "ไอ้น้อง แกเป็นใครวะ? รู้ไหมว่าฉายาฉันคืออะไร 'เจ้าชายยอดนักรัก' เว้ย! ฉันฟันผู้หญิงมาเยอะกว่าข้าวที่แกกินซะอีก... แกจะมารู้เรื่องผู้หญิงดีกว่าฉันได้ไง?"

เย่เฉินส่ายหน้า "ฉันไม่รู้เรื่องผู้หญิงหรอก แต่ฉันรู้ว่าผู้หญิงที่ใส่ชุดเดรสคนนั้นกำลังรอฉันอยู่ เพราะงั้นที่นายพล่ามมาทั้งหมดน่ะ ผิดหมดเลย"

สิ้นประโยคนี้ ไม่ใช่แค่เจ้าอ้วนที่หัวเราะ แต่ทุกคนก็พากันหัวเราะร่วน

"มารอแกเนี่ยนะ? ฮ่าๆ ไปตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองก่อนไป!"

"คนสวยขับรถจี-คลาสจะมารอไอ้ขี้แพ้อย่างแกเนี่ยนะ? ตลกตายชัก"

"หนังหน้าอย่างแกเนี่ยนะ ถ้าคนสวยคนนั้นรอแกจริงๆ ฉันยอมไลฟ์สดตัดไอ้นั่นทิ้งเลยเอ้า!" เจ้าอ้วนชูนิ้วขึ้นสาบาน

เย่เฉินขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับคำเยาะเย้ยของคนรอบข้าง เขาเดินตรงไปหาเสิ่นเมิ่งเจียทันที

พอทุกคนเห็นเย่เฉินหน้าด้านเดินเข้าไปจริงๆ ก็ทำหน้าตารอดูเรื่องสนุก

ผู้หญิงระดับนี้มักจะมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ขืนสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปจีบหรือลวนลามล่ะก็ ตายยังไงก็ไม่รู้ตัว!

เสิ่นเมิ่งเจียที่ยืนอยู่ข้างรถจี-คลาสย่อมสังเกตเห็นเย่เฉินมาแต่ไกล ความตึงเครียดในใจเธอผ่อนคลายลงทันที!

ถ้าเย่เฉินไม่มา หรือมาสายไปสักสองสามชั่วโมง พ่อของเธอต้องตายแน่!

พ่อของเธอถึงกับกำชับนักหนาว่า ตอนที่ไปเชิญคุณเย่เฉินมา ต้องนอบน้อมให้ถึงที่สุด!

ไม่รอช้า เธอรีบก้าวสั้นๆ เข้าไปหา พร้อมกับโค้งคำนับเย่เฉินอย่างนอบน้อม "สวัสดีค่ะ คุณเย่ ฉัน..."

เธอเพิ่งจะอ้าปากพูดคำทักทาย เย่เฉินก็โบกมือตัดบท "พาฉันไปที่บ้านตระกูลเสิ่นเถอะ ฉันว่าป่านนี้เสิ่นไห่ฮวาคงร้อนใจแย่แล้วมั้ง"

ใบหน้าของเสิ่นเมิ่งเจียขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบเปิดประตูรถให้เย่เฉินอย่างกระตือรือร้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "เชิญค่ะ คุณเย่"

ทุกคำพูดที่เอ่ยออกมาล้วนเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ซึ่งเป็นท่าทีที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อนเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอกลัวว่าจะเผลอไปล่วงเกินเย่เฉินเข้าตรงไหนสักแห่ง

แม้จะสัมผัสไม่ได้ถึงรังสีอำมหิตใดๆ จากตัวเย่เฉิน แต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงความกดดันที่มองไม่เห็นครอบงำเธออยู่

รอจนเย่เฉินนั่งเรียบร้อย เสิ่นเมิ่งเจียถึงค่อยขึ้นรถตามไป ทำเอาเธอโล่งใจไปเปราะหนึ่ง

รถจี-คลาสค่อยๆ แล่นออกไปจากหมู่บ้าน...

วินาทีนี้ กลุ่มคนที่จับกลุ่มคุยกันเมื่อครู่นี้ถึงกับแข็งทื่อเป็นหินไปเลย

ตอนแรกพวกเขารอดูไอ้หนุ่มนั่นหน้าแตก แต่ใครจะไปคิดว่าไอ้หนุ่มนั่นจะได้ขึ้นรถไปจริงๆ! ที่สำคัญคือ ตลอดกระบวนการ สาวสวยเจ้าของรถจี-คลาสคนนั้นกลับก้มหัวให้ราวกับเป็นสาวใช้สมัยโบราณที่กำลังปรนนิบัติเจ้านาย!

เชี่ยเอ๊ย นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!

สมัยนี้สาวสวยเขาชอบสไตล์นี้กันแล้วเหรอ?

"นี่... นี่ฉันคงไม่ได้ฝันไปใช่ไหม..." ชายหนุ่มคนหนึ่งพึมพำเสียงสั่น

"ฉันจำได้ว่าเมื่อกี้เหมือนจะมีใครบอกว่าจะตัดหำทิ้งนะ... พี่ชายคนนั้นหายไปไหนแล้วล่ะ?"

"นั่นดิ พี่ชายยอดนักรักคนที่บอกว่าจะตัดทิ้งไปมุดหัวอยู่ไหนแล้ว?"

เจ้าอ้วนหน้าแดงก่ำ ไม่สนปฏิกิริยาของคนรอบข้าง รีบเผ่นแน่บหายเข้ากลีบเมฆไปเลย

……

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ณ บ้านตระกูลเสิ่น เมืองเจียงเฉิง

เย่เฉินลงจากรถ ก็พบว่าคนของตระกูลเสิ่นแทบทุกคนออกมายืนรอต้อนรับกันพร้อมหน้า ดูยิ่งใหญ่อลังการมาก

เสิ่นไห่ฮวารีบก้าวออกมารับหน้าทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "คุณเย่ครับ ในที่สุดคุณก็มาสักที เมื่อคืนผมนอนไม่หลับทั้งคืนเลย กลัวว่านี่จะเป็นชั่วโมงสุดท้ายในชีวิตผม! ถ้าคุณมาช้ากว่านี้อีกนิด ผมคงต้องสั่งเสียเตรียมตัวตายแล้วครับ..."

ภรรยาของเสิ่นไห่ฮวาก็เข้ามาทักทายด้วยความนอบน้อมเช่นกัน "คุณเย่ ทานอาหารเช้ามาหรือยังคะ ฉันเพิ่งให้แม่บ้านเตรียมอาหารเช้าไว้ให้พอดีเลยค่ะ"

เย่เฉินรำคาญที่ต้องมารับมือกับความกระตือรือร้นที่มากเกินไปแบบนี้ จึงตัดบทสั้นๆ ว่า "ไปที่ชั้นสองเถอะ ฉันจะรักษาให้ ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีก็เสร็จแล้ว"

เมื่อได้ยินคำว่าไม่กี่วินาที มุมปากของทุกคนก็กระตุกยิกๆ

มีหมอที่ไหนเขารักษากันเร็วขนาดนี้?

หมอเทวดาเขาไม่ได้มีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยโรคตามหลักแพทย์แผนจีนหรอกเหรอ?

ถ้าไม่ได้เห็นฝีมืออันน่าทึ่งของเย่เฉินเมื่อวันก่อน ป่านนี้คนในตระกูลเสิ่นคงเตะโด่งเย่เฉินออกจากบ้านข้อหาเป็นคนบ้าไปแล้ว

เสิ่นไห่ฮวาถามอย่างไม่แน่ใจ "คุณเย่ คุณแน่ใจเหรอครับว่า แค่ไม่กี่วินาที? ฝังเข็มก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนั้นมั้งครับ..."

เย่เฉินตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ "ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ ช่างเถอะ ไม่ต้องขึ้นไปชั้นสองแล้ว มารักษาขั้นที่สองกันตรงนี้เลยดีกว่า"

ทุกคนยิ่งงงหนักกว่าเดิม การรักษาโรคแบบนี้มันจะดูเล่นๆ เกินไปไหม

"คุณเย่ ไม่ต้องให้นอนลงเหรอครับ?" หัวใจของเสิ่นไห่ฮวาแทบจะรับไม่ไหวแล้ว ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ไม่จำเป็น"

"คุณเย่ แล้วผมต้องทำยังไงบ้างครับ?" เสิ่นไห่ฮวาถามต่อ

"แค่อ้าปากก็พอ"

แม้เสิ่นไห่ฮวาจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย

วินาทีต่อมา ทุกคนก็เห็นเย่เฉินล้วงเอาขวดพลาสติกยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋า เปิดฝา แล้วเทก้อนดำๆ บิดๆ เบี้ยวๆ ออกมาห้าก้อน

"มาๆๆ กลืนลงไปให้หมดเลยนะ..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 33 - มาๆ อ้าปาก

คัดลอกลิงก์แล้ว