เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[GS] บทที่ 11 คัมภีร์เป็นตาย

[GS] บทที่ 11 คัมภีร์เป็นตาย

[GS] บทที่ 11 คัมภีร์เป็นตาย


[GS] บทที่ 11 คัมภีร์เป็นตาย

อันที่จริงแล้วลู่หยุนไม่ได้อยากจะเข้ามาในห้องฝังศพมากนัก เขาพยามใช้เท้าตะกายไปทั่วห้องและมองไปรอบ ๆ

นี่เป็นห้องโถงมากกว่าห้องธรรมดา มันกว้างขวางและภายในตกแต่งอย่างหรูหรา ไข่มุกมหึมาส่องประกายในแต่ละมุมทั้งสี่เพื่อส่องสว่างห้องโถง เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาเขาก็ถึงกับกระตุก “มีคนอื่นที่นี่แน่ๆ!”

โลงศพยักษ์ตั้งเงียบ ๆ อยู่กลางห้องโถง ข้างใต้นั่นมีร่างแปดร่างที่ดูน่าขนลุกในชุดดำยืนอยู่ในรูปแบบแปลก ๆ มือของพวกเขาบิดและทำท่าทางประหลาด ที่ด้านหน้าของหีบห่อมีแผ่นยันต์สีแดงเข้มผูกติดไว้บนโลง

เมื่อสังเกตถึงการมาถึงของลู่หยุน สายตาชั่วร้ายก็จ้องมองมาที่เขาเสียจนทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นโครมคราม

“ว่านเฟิง!” เขาหันกลับมามองอย่างระมัดระวังเพื่อหาใครบางคน หากแต่ไม่มีใครอยู่ข้างหลังเลยแม้แต่น้อย สาวรับใช้ตัวน้อยของเขาไม่ได้ติดตามเขามาด้วย แถมประตูที่ท่านเจ้าเมืองหนุ่มผ่านมานั้น มันก็ไม่มีอีกต่อไปแล้ว เหลือแค่เพียงกำแพงที่ราบเรียบปราศจากร่องรอยใด ๆ ตอนนี้ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เสียแล้ว

“ดูสิ เจ้านอนแมลงที่น่าสงสาร” เสียงหนักดังกึกก้องไปที่หูของลู่หยุน มันแหบแห้งและไร้ชีวิตชีวา หลังจากนั้นไม่นาน พลังอันมหาศาลก็ลากเขาขึ้นก่อนที่เขาจะถูกโยนไปที่เท้าข้างหนึ่งของพวกมัน “มนุษย์งั้นเหรอ? ไม่ใช่ผู้ฝึกตนใช่ไหม?”

“เป็นไปได้ยังไงกัน มนุษย์ธรรมดาเนี่ยนะจะจัดการกับหุ่นเชิดของข้าได้?” ชายอีกคนหนึ่งถามขึ้น และถึงเสียงของชายคนนี้จะไม่มีชีวิตชีวาเช่นกัน หากแต่มันก็แต่งแต้มไปด้วยความประหลาดใจ

ลู่หยุนเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีแดงเข้มไร้อารมณ์คู่หนึ่ง สายตาที่จ้องมองมายังเขา มันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกราวกับว่ามีของหนักนับพันชั่งทับโถมไปทั่วร่างกายของเขา

คนพวกนี้ต้องมาที่นี่ก่อนหน้าอย่างน้อยสองสามศตวรรษแล้ว! เรื่องราวตรงหน้าทำให้เกิดความหวาดกลัวในใจของลู่หยุน ภายในหัวความคิดของชายหนุ่มเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว

“เขาไม่ใช่ผู้บุกรุกคนเดียว เมื่อกี้ไอ้เด็กนี่มันกำลังเรียกหาใครอยู่”

“ฮิ ฮิ ดีนะที่เขาเป็นมนุษย์ เลือดและเนื้อที่บริสุทธิ์ไม่ได้รับการปนเปื้อน มันเหมาะมากสำหรับการนำไปบูชายัญ”

“เลิกพูดไร้สาระแล้วรีบเร็วเข้า ผู้ฝึกตนคนนั้นไม่ได้อ่อนแอนะ ถ้านางเข้ามาได้ล่ะก็พวกเราจบแน่ รีบทำพิธีแล้วเอาของมาได้แล้ว”

มือจากเงามืดยกลู่หยุนขึ้นไปกลางอากาศ

นี่มันไม่ใช่มือของมนุษย์สินะ? ลู่หยุนถึงกับตัวสั่นเมื่อเห็นเข้ากับนิ้วที่หนาและแข็งแรงเหมือนกรงเล็บของสัตว์ร้ายที่ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ด พวกมันต้องการอะไรกันแน่? นี่คิดจะใช้ข้าเป็นเครื่องสังเวยงั้นเหรอ?!

หัวใจของเจ้าเมืองหนุ่มทรุดลง ครั้งนี้เขาได้ตายแน่ ๆ ยังไงเสียตัวเขาก็เป็นแค่มดปลวกที่ไม่สามารถต่อกรคนพวกนี้ได้เลย

"การบูชายัญเป็นเรื่องต้องห้ามในโลกเซียน แต่ในเมื่อสุสานแห่งนี้ไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวันอยู่แล้ว งั้นก็ไม่มีใครรับรู้ได้หรอก" ชายคนหนึ่งกล่าว เขาตวัดนิ้วเบา ๆ ผ่านข้อมือของลู่หยุน

ฉัวะ!

เลือดสีแดงสาดขึ้นไปบนอากาศ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ทั้งแปดคนทเริ่มร่ายมนตร์

‘ไม่คิดว่าเลือดของเราจะพุ่งได้ไกลแบบนี้เลยแฮะ’ ลู่หยุนรู้สึกได้ถึงความอ่อนแอที่คืบคลานเข้ามาและสติที่เลือนราง

หวือ!

ทันใดนั้นเปลวไฟสีแดงก็ลุกไหม้ท่วมตัวลู่หยุน ร่างของเขาค่อย ๆ ลุกขึ้นและนอนลงบนโลงศพที่ลอยอยู่ โลงศพคือแท่นบูชา ส่วนลู่หยุนเป็นเครื่องสังเวย

เลือดของชายหนุ่มย้อมโลงศพจนกลายเป็นสีแดง ระลอกคลื่นกระเพื่อมของเลือดสั่นไหวจะเห็นผิวคลื่น ร่างทั้งแปดพยายามทำให้ยันต์หลอมรวมเข้ากับโลงด้วยความตื่นเต้น

ร่างกายของลู่หยุนกำลังไหม้ เปลวไฟสีแดงตกแต่งห้องโถงทั้งหมดด้วยความร้อน และแสงสว่างเจิดจ้า

ครืน!

หลังเกิดเสียงมากมาย ฝาโลงก็ได้เปิดออก

"เราทำได้! เราทำได้!" หนึ่งในแปดร่างตะโกนด้วยความตื่นเต้น พวกเขาอยู่ในสุสานมานานหลายศตวรรษ และในที่สุดความพยายามของพวกเขาก็เห็นผล! ความสำเร็จครั้งนี้ทำเอาทั้งแปดคนน้ำตาไหล

“เราควรนำมนุษย์มาบูชายัญตั้งแต่เมื่อครึ่งศตวรรษที่แล้ว มันน่าจะทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นเยอะเลย” หนึ่งในพวกเขาคร่ำครวญอย่างเงียบ ๆ

"ช้าก่อน!" เรียกชายอีกคนหนึ่งออกมาด้วยชุดดำ “ร่างของไอ้เด็กนั่นหายไปไหนแล้ว?”

......

ที่นี่เป็นอีกที่ที่ไม่เคยเห็นแสงตะวัน ลู่หยุนจ้องมองรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ต่อหน้าเขาด้วยความตะลึง “นี่คือคัมภีร์สัมฤทธิ์จากสุสานราชวงศ์ฮั่นไม่ใช่เหรอ นี่ข้ากำลังจะได้กลับไปที่นั่นงั้นเหรอ?”

เจ้าเมืองหนุ่มมองไปรอบ ๆ อย่างว่างเปล่า ไม่มีแหล่งกำเนิดแสงอื่นใดนอกจากแสงสลัวที่มาจากโคมโบราณ

“คัมภีร์เป็นตาย” เขาเปล่งเสียงพูดโดยไม่รู้ เมื่อได้เห็นตัวอักษรในหนังสือเล่มนั้น

“ข้ารับใช้ยู่อิง ขอต้อนรับนายท่าน” เสียงเย็น ๆ ผ่านหูลู่หยุน

เขาหันไป ก่อนที่จะตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้เห็นภาพเบื้องหน้า มีผู้หญิงเปลือยกายนั่งคุกเข่าต่อหน้าลู่หยุน สะโพกของเธอยกสูงในอากาศ

“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” ลู่หยุนถามอีกครั้ง “เดี๋ยวก่อน จ จะ เจ้าคือ ยู่อิง!”

“ข้ารับใช้ ยู่อิงขอต้อนรับนายท่าน” ผู้หญิงเปลือยกายเงยหน้าขึ้นและพูดอีกครั้ง

ได้ไงกัน...

นี่มันบ้าเกินไปแล้ว หญิงสาวร่างเปลือยตรงหน้าเขาคือผู้หญิงในภาพวาดนั่น!

นางคือเซียนโอสถ ยู่อิง

ยู่อิงที่ตายไปแล้วในช่วงสงครามเซียนเมื่อหลายพันปีก่อน

ลู่หยุนก้าวถอยออกไปโดยไม่คิด นางตายไปแล้ว! แต่ที่นี่ตอนนี้นางกลับยังมีชีวิตอยู่!

หวือ!

ก่อนที่ชายหนุ่มจะฟื้นจากอาการช็อก เสียงระเบิดดังขึ้น เปลวไฟสีดำล้อมรอบร่างของเจ้าเมืองหนุ่มเอาไว้ และทันใดนั้นหน้ากระดาษของคัมภีร์ก็เปิดอย่างช้า ๆ ในหน้าแรกที่ว่างเปล่า บัดนี้ได้มีสองชื่อถูกเขียนลงไป : เก้อหลง ยู่อิง

"เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่?" ลู่หยุนรู้สึกว่าความคิดของเขาไม่สามารถทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย สองคนที่มีชื่อเขียนไว้ในคัมภีร์ได้ตายไปแล้ว และตอนนี้พวกเขาก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง? ตัวเขาเองก็ตายในสุสานราชวงศ์ฮั่น แต่กลับชาติมาเกิดในโลกแห่งเซียน

“ทั้งหมดนี่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์เล่มนี้งั้นเหรอ?”

หวือ!

เปลวไฟสีดำที่ล้อมรอบกระแทกเข้าสู่ร่างกายของลู่หยุน ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ตอบสนองอะไร ข้อมูลจำนวนมหาศาลก็ทะลักเข้ามาในหัวของเขาอย่างไม่หยุด

“การคืนชีพอยู่ในเงื้อมมือของข้า ชีวิตและความตายของทุกโลกล้วนแต่อยู่ใต้บัญชาของข้าทั้งสิ้น!” ปากของเขาเปล่งถ้อยคำออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

ยู่อิงตัวสั่นเมื่อได้ยินแบบนั้น หญิงสาวก้มหัวที่เพิ่งเงยขึ้นมาลงไปอีกครั้ง

แสงสีดำมืดส่งผ่านดวงตาลู่หยุน “ชีวิตและความตาย!” ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งแสงและทักษะวิชาต่าง ๆ ก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา ...นี่มันคือหนทางแห่งการฝึกตน!

ลู่หยุนไม่เคยฝึกตนมาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้วิธีการ อย่างไรก็ตามร่างกายของเขากลับมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็วและเริ่มกระบวนการในทันทีเมื่อวิธีการดังกล่าวปรากฏขึ้น พลังงานบางอย่างไหลเวียนอย่างช้า ๆ จนก่อให้เกิดคลื่นลม และกระแสปราณก็ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาแล้ว นี่คือปราณประยุกต์ ขั้นแรกของระดับปราณ!

นี่คือช่วงเวลาที่ลู่หยุน ท่านเจ้าเมืองสนธยากลายเป็นผู้ฝึกตนอย่างเป็นทางการ!!!

ลู่หยุนหลับตา ตอนนี้เขาสามารถมองเห็นพื้นที่ว่างเปล่าซึ่งมีศูนย์กลางเป็นคัมภีร์เป็นตาย ที่ถูกรายล้อมไปด้วยเปลวไฟสีดำ ถัดจากนั้นก็มีมังกรเก้าตัวที่แบกโลงศพขนาดยักษ์นอนอยู่

“ดูเหมือนว่าคัมภีร์จะเป็นสาเหตุว่าทำไม มังกรแบกโลงศพ ถึงกลายเป็นวิชาการต่อสู้ของข้าสินะ” ลู่หยุนบ่น “และเจ้าคัมภีร์ก็เป็นคนพาข้าออกจากสุสานมาสู่โลกแห่งเซียนด้วยเช่นกัน”

เมื่อเขาเปิดดวงตาอีกครั้ง ไฟสีดำสองเส้นก็สะบัดผ่านพวกเขาไป เจ้าเมืองหนุ่มหันไปหายู่อิงและได้รับข้อมูลทั้งหมดของนางในทันที

“ยู่อิง เจ้าเมืองคนที่ 8 แห่งเขตสนธยา มณฑลหลางเซี๋ยเทียน ผู้สามารถปรุงโอสถแห่งเซียนได้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เป็นเซียนก็ตาม และด้วยความขัดแย้งที่มีต่อผู้อื่น นางจึงตายในระหว่างที่กำลังทำการบวงสรวงให้กับสวรรค์อยู่ ดวงจิตของนางกระจัดกระจาย ก่อนจะเกิดใหม่ในร่างของเซียนในโลกแห่งนี้ นางคือทูตแห่งสังสารคนแรก”

ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับหญิงสาวเบื้องหน้าพุ่งเข้ามาที่ลู่หยุนอย่างง่ายดาย ทั้งประสบการณ์ชีวิต วิธีการฝึก วิชาต่อสู้ และข้อมูลอื่น ๆ ไม่มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับนางที่ลู่หยุนไม่รู้

ลู่หยุนคุกเข่าบนพื้นพร้อมกับจ้องมองสาวงามตรงหน้า

“เจ้านะลุกขึ้นได้แล้ว” ลู่หยุนเสนอ

“รับทราบเจ้าคะ” ภาพที่หญิงงามตรงหน้าลุกขึ้นเกือบทำให้เลือดกำเดาของชายหนุ่มไหลออกมา

“เจ้า...หาเสื้อผ้าใส่ก่อนจะได้ไหม?” เจ้าเมืองหนุ่มพูดติดอ่าง ดูเหมือนว่าการควบคุมตัวเองในสถานการณ์แบบนี้ช่างเป็นเรื่องที่ยากเสียเหลือเกิน

“ชุดของข้าน้อยถูกเผาไปจนหมดสิ้นแล้ว ได้โปรดให้อภัยด้วยเจ้าคะที่ไม่สามารถทำตามคำบัญชาได้” ขณะที่พูดหญิงสาวก็หมุนตัวอย่างช้า ๆ ให้เห็นรูปร่างทั้งหมด ก่อนที่จะปรากฏแสงสีขาวคลุมร่างของนางเอาไว้ให้กลายเป็นชุดกระโปรงสีขาวนวล ซึ่งนั่นก็ทำให้นางดูงดงามราวกับเทพธิดายังไงยังงั้น

“นี่เจ้าคิดจะยั่วยวนข้าใช่ไหมเนี่ย!” ลู่หยุนลูบจมูกของเขา อย่างน้อยตอนนี้ชายหนุ่มก็ยังสามารถควบคุมตัวเองไว้ได้

“ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมเก้อหลงและว่านเฟิงถึงไม่รู้ว่าตัวข้ากลับชาติมาเกิดในร่างนี้ คัมภีร์นั่นมีพลังแห่งการเกิดใหม่ เมื่อมันพาข้ามาที่นี่ นั่นก็ทำให้ข้าคนนี้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของเจ้าเมืองหนุ่มแทน” เขากล่าว

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว คัมภีร์เล่มนี้ก็คือสิ่งที่ทำให้เขาเกิดใหม่! และด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างมันจึงทำให้คัมภีร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา

“แต่อะไรกันที่ทำให้ข้าเป็นแบบนี้ล่ะ? *เยียนหลัว*สักคนรึเปล่านะ? ถึงพลังของข้าในตอนนี้จะสูงกว่าเยียนหลัวเองก็เถอะ”

สายตาของยู่อิงในตอนนี้ดูไม่น่าเชื่อสุด ๆ

......

“ทำไมมันถึงว่างเปล่า! ของสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน!” ชายแปดคนกำลังโวยวายอย่างลนลาน การหายตัวไปของร่างของลู่หยุนว่าแปลกแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น สิ่งสำคัญคือพวกเขาต้องการสิ่งที่อยู่ในโลงนั่น ทัศนียภาพแห่งความเด่นชัด ต่างหาก!

อย่างไรก็ตามร่างกายและสมบัติของเจ้าของโลงกลับไม่อยู่ภายในโลงศพที่เปิดโล่งตรงหน้าของพวกเขา

“เป็นไปได้ไหมว่ายู่อิงไม่ได้ถูกฝังที่นี่? แล้วทำไมไฟถึงไหม้อยู่ข้างใต้นี่กันล่ะ?”

“ผู้เดินทางมันวางกับดักเอาไว้แล้วงั้นเหรอ?”

“เจ็ดร้อยปี! พวกเราเสียเวลากว่าเจ็ดร้อยปี!” ชายแปดคนหัวเสีย พวกเขากลับมาคร่ำครวญชีวิตของตัวเองอีกครั้ง พวกเขาเป็นสาวกที่ดีที่สุดในกลุ่ม หากพวกเขาไม่ได้เสียเวลาที่นี่ ป่านี้พวกเขาคงจะกลายเป็นเซียนไปนานแล้ว!

“พวกเจ้ามันอ่อนแอ พวกเจ้าไม่มีวันเป็นเซียนได้หรอก!” เสียงอันหนาวเหน็บของหญิงสาวดังขึ้นจากด้านบนสุสาน หญิงสาวมีรูปร่างที่สวยงามและอยู่ในชุดสีขาว

“เซียนโอสถ ยู่อิง! เป็นไปได้อย่างไร? เจ้าตายไปแล้วนี่!” ชายคนหนึ่งร้องไห้ด้วยความกลัวและสับสน

“เจ้ากล้าดียังไงถึงใช้นายท่านของข้าเป็นเครื่องสังเวย? จงชดใช้ด้วยชีวิตของเจ้าซะ!” หญิงสาวชี้นิ้วของนาง ก่อนจะส่งเปลวไฟเขียวขจีใต้โลงศพที่ลอยอยู่เหนือพื้นให้ระเบิดคลื่นเปลวเพลิงออกมา อัคดีได้เผาผลาญและแปรเปลี่ยนห้องนี้ให้กลายเป็นทะเลเพลิงในทันที

...

*เยียนหลัว เทพแห่งความตายของชาวจีน ที่คอยตัดสินความดีชั่วในตัวผู้ตาย หรือจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆในความเชื่อไทยๆก็คือ พระยม หรือ พระยมราช นั่นเอง*

จบบทที่ [GS] บทที่ 11 คัมภีร์เป็นตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว