เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[GS] บทที่ 10 ของสิ่งนั้น

[GS] บทที่ 10 ของสิ่งนั้น

[GS] บทที่ 10 ของสิ่งนั้น


[GS] บทที่ 10 ของสิ่งนั้น

“วิชาหัวบิน!”

ลู่หยุนก็ถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเมื่อหางตาของเขาจับไปที่ราชเลขาเก้อหลงซึ่งกำลังขว้างหัวของตัวเองออกไป นี่มันผีหรือคนกันแน่? แม้แต่พวกผีดิบเอง พวกมันก็มิอาจเคลื่อนไหวได้ถ้าหากหัวของมันขาด แต่ดูไอ้แก่เก้อหลงนี่สิ ไอ้เจ้านี่มันกลับขว้างหัวของตัวเองออกไปเฉยเลย!

อย่างไรก็ตาม ลู่หยุนไม่มีเวลาจุกจิกกับเรื่องแบบนี้ ชายหนุ่มรีบพาว่านเฟิงวิ่งออกไปจากห้องทันที

รอบด้านของเขาเต็มไปด้วยความมืดมิด ไม่มีแม้แต่แสงเงา นางรับใช้ในอ้อมกอดได้แต่เกาะเขาเอาไว้ด้วยความหวาดกลัว ลู่หยุนพุ่งทะยานเร็วเสียจนกระทั่งสายลมซัดเข้าใส่ใบหน้าอย่างแรง ว่าแล้วชายหนุ่มก็เผลอทำว่านเฟิงร่วงลงบนพื้น เจ้าเมืองหนุ่มหมุนตัวทำท่าจะวิ่งกลับไปอุ้มสาวใช้ตัวน้อยของเขา

“คุณชาย นั่นเจ็บมากเลยนะเจ้าคะ!” เสียงเศร้าโศกของว่านเฟิงเพิ่มขึ้นในความมืด

“เจ้าไม่ใช่ว่านเฟิง!” ลู่หยุนตะโกน เขาต้องการกลับไปที่ห้องหิน!

“แล้วใครคือข้ารับใช้ผู้นี้กัน ถ้าหากไม่ใช่ว่านเฟิง” ต้นเสียงดูใกล้กับลู่หยุนมากราวกับว่ามันกำลังกระซิบอยู่ที่ข้างหูของเขา

“ว่านเฟิง นางยังมีชีวิตอยู่ แต่เจ้าน่ะตายไปแล้ว!” ตอนที่เขาเผลอจับมือของนางโดยไม่ได้ตั้งใจ ถึงแม้มันจะอบอุ่นเหมือนคนเป็นมากแค่ไหนก็ตาม แต่ลู่หยุนกลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการเต้นของชีพจรได้เลย ในเมื่อไม่มีชีพจร.. นั่นก็ย่อมหมายถึงคนตาย! ใครก็ตามที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาตอนนี่ต้องไม่ใช่ว่านเฟิงแน่นอน!

ห้วงความคิดของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้ว่าจะมีพวกแมลงวันโลหิตและผีดิบอยู่ในห้องหิน แต่นั่นก็ยังมีโอกาสที่จะรอด เพราะเขามีเก้อหลงอยู่ที่นั่น แต่ถ้าให้เขามาเจอกับตัวประหลาดในความมืดคนเดียวแบบนี้ ผลลัพธ์สุดท้ายก็คงจะมีแต่ความตาย!

“ผู้ฝึกตน…ผู้ฝึกตน! ข้าคนนี้จะยังต้องกลัวของพวกนี้ไหมถ้าข้าได้เป็นผู้ฝึกตนแล้ว?”

สำหรับการขุดสุสานบนโลกแล้ว การได้เจอเข้ากับผีดิบในนั้นก็แสดงว่าเจ้าได้เจอเข้ากับขุมสมบัติเข้าให้แล้ว แต่มันใช่ไม่ได้กับสุสานในโลกเซียนแห่งนี้ ที่โลกเซียนนั้นทุกสิ่งทุกอย่างภายในนี้สามารถที่จะฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ ถ้าเกิดเขามีพลังแบบว่านเฟิงอยู่ล่ะก็ เขาก็คงจะไม่ไร้ค่าแบบนี้

“นี่ข้าเจอเข้ากับอะไรกันแน่?” ชายหนุ่มกัดฟันวิ่งไปด้วยความเร็ว แต่แล้วลู่หยุนก็สังเกตได้ว่า ไม่ว่าเขาจะวิ่งนานเท่าไหร่ ห้องหินที่อยู่ด้านหน้ากลับไม่ใกล้ขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ไม่ว่าชายหนุ่มจะพยามวิ่งเร็วแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถกลับเข้าไปในห้องหินได้

“ข้ากำลังวิ่งวนเป็นวงกลมอยู่งั้นเหรอ? น นะ นี่มัน… กำแพงผีผ่าน!” ลู่หยุนสัมผัสได้ถึงอาการหนาวสั่นที่เย็นยะเยือกไปทั่วกระดูกสันหลัง

กำแพงผีผ่าน เป็นรูปแบบฮวงจุ้ยชนิดล่อลวงประสาทสัมผัส มันจะทำให้เหยื่อวิ่งไปรอบ ๆ เป็นวงกลม อาจกล่าวได้ว่ามีผีร้ายกำลังปิดดวงตาข้างหนึ่งของเหยื่อเพื่อสร้างอาการหลงผิด แต่ปกติแล้วกำแพงผีผ่านทั่วไปจะไม่สามารถดักเขาคนนี้ได้เลย เพราะงั้นความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือประสาทสัมผัสของเขาในตอนนี้กำลังถูกบางสิ่งบางอย่างท่ามกลางความมืดคอยก่อกวนอยู่เบื้องหลัง

“คุณชาย ท่านไม่ต้องการข้าน้อยอีกแล้วหรือเจ้าค่ะ?” เสียงที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายดังก้องที่ข้างหูของเขาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้มันไม่ได้มาเพียงแค่เสียง หากแต่ยังตามมาด้วยกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่คละคลุ้งไปทั่ว

ลู่หยุนพยามคิดไตร่ตรอง แต่เหมือนกับว่าเจ้าบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในความมืดมันไม่อยากรออีกต่อไปเสียแล้ว จู่ ๆ ลู่หยุนก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นเน่าเหม็นที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น มันดูเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างที่เปียกแฉะสัมผัสกับใบหน้าของเขาเบา ๆ

“ในเมื่อคุณชายไม่ต้องการข้าน้อยแล้ว ถ้างั้นก็ให้ข้าน้อยได้ลิ้มลองรสชาติของคุณชายหน่อยเป็นไง? คุณชาย ท่านช่างดูน่าอร่อยเหลือเกิน!”

นี่คือสิ่งที่เก้อหลงเพิ่งพูดไป สิ่งนี้เคยอยู่เคียงข้างลู่หยุนตลอดเวลา!

วู่บ!

ทันใดนั้นแสงดาบสีฟ้าก็ปะทุขึ้นท่ามกลางความมืด

"อ๊า!!" เสียงนั่นดังขึ้น

ประกายไฟก่อให้เกิดแสงสว่าง ว่านเฟิงเดินเข้ามาอยู่ข้างลู่หยุน ใบหน้าของนางดูซีดเซียว

“นายท่าน ข้าน้อยเจ็บมากเลยนะเจ้าคะ ที่ท่านโยนข้าลงบนพื้นแบบนั้น” หญิงสาวลูบก้นของตัวเองพร้อมกับจ้องมองลู่หยุนด้วยแววตาเศร้าสร้อย

เจ้าเมืองหนุ่มยื่นมือออกไปจับข้อมือของสาวใช้ตัวน้อย และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกได้ถึงชีพจรที่กำลังเต้นอยู่ “ข้าถูกหลอก!” ชายหนุ่มได้สติแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าก่อนหน้า เขากำลังอุ้มว่านเฟิงอยู่จริง ๆ หากแต่สิ่งที่อยู่ในความมืดมันเข้ามาบดบังความรู้สึกของเขา และมันก็ได้หลอกให้ลู่หยุนเหวี่ยงหญิงสาวออกไป

สาวใช้ของเขาเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับแกนกลาง ยังไงเสียก็ต้องมีพลังมากพอตัวอยู่แล้ว และนั่นก็ทำให้พวกที่อยู่ในความมืดไม่มีโอกาสที่จะลอบโจมตีชายหนุ่มได้ถ้าหากยังมีนางอยู่ ดังนั้นพวกมันจึงวางแผนที่จะหลอกเจ้าเมืองหนุ่ม ให้เขาทิ้งคนคุ้มครองของตัวเองไว้เบื้องหลัง!

“ข้าผิดเอง ก่อนหน้าข้าโดนปีศาจมันหลอกเอา” ลู่หยุนปลอบโยนอย่างเร่งรีบ

ว่านเฟิงกะพริบตา นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่หยุนขอโทษนาง และนั่นก็ทำให้แก้มของนางถึงกับแดงฉ่า

“ไม่ ไม่ใช่ นี่เป็นความผิดของข้าน้อยเองเจ้าคะ ทั้งหมดนี่เป็นเพราะข้าน้อยมัวแต่กลัวเก้อหลงจนสลบไป” ยังไงตาม ตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าบางสิ่งบางอย่างนั่นจะหายไปแล้ว หลังจากที่สาวใช้ของเขาลงมือ “เมื่อกี้คืออะไรกันแน่? แล้วทำไมมันจึงต้องลอกเลียนแบบข้าน้อยด้วยล่ะเจ้าค่ะ?” ว่านเฟิงรู้สึกอย่ากจะร่ำไห้อีกครั้ง นี่นางโดนเลียบแบบถึงสองครั้งสองคราแล้วนะ!

“ข้าคิดว่ามันต้องเป็นปีศาจร้ายสักตัว หากแต่มันดูแตกต่างจากปีศาจภายในสุสานเนี่ยสิ” ลู่หยุนผ่อนคลายเมื่อเขาเห็นว่าว่านเฟิงไม่เป็นไร อากาศเน่าเหม็นที่อัดแน่นอยู่ภายในสุสาน... หรือบางที กลิ่นพวกนี้อาจจะไม่ได้มาจากสุสาน?

มีสิ่งอื่นเข้ามาข้างในสุสานงั้นเหรอ? หรือมันเป็นวิญญาณพยาบาทที่เกิดจากความแค้นและความเกลียดชังจากวิญญาณที่ตายทางทิศใต้ของภูเขา?

ลู่หยุนรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ

ฝูงแมลงวันโลหิตหายไปแล้ว หลังจากที่พวกเขาเข้าสู่ความมืด

“ที่นี่มันอะไรกัน?” ลู่หยุนเบิกตากว้างพยายามมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ไฟในมือของว่านเฟิงมีขนาดเล็กเกินไป ดังนั้นเขาจึงสามารถมองเห็นรอบ ๆ ตัวได้เพียงน้อยนิด

…นี่เป็นห้องรึเปล่านะ?

“ค คะ คุณชาย ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นห้องส่วนตัวของหญิงสาวสูงศักดิ์นะเจ้าคะ” ต้องขอบคุณสติของว่านเฟิง ที่ทำให้นางมีมุมมองที่ชัดเจนกว่าลู่หยุน

“ห้องนอนงั้นเหรอ?” ความคิดของเจ้าเมืองหนุ่มเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว หากมีห้องพักในสุสาน มันก็เป็นไปได้ว่าที่จะมีแบบแปลนของสุสานแห่งนี้

“มาดูนี่สิคุณชาย! มีภาพวาดอยู่ด้วยเจ้าคะ!” ว่านเฟิงรีบวิ่งไปที่มุมห้องและจ้องมองไปยังภาพวาดที่ถูกแขวนอยู่บนผนัง "นางสวยมากเลย!" หญิงสาวบ่นกับตัวเอง

ลู่หยุนติดตามสาวใช้ของเขาและเพ่งดูที่ภาพวาดด้วยความช่วยเหลือจากไฟของนาง มันเป็นรูปวาดของเด็กสาวน่ารักอายุประมาณสิบหกปี เสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของนางลอยขึ้นไปในอากาศ ภายในรูป หญิงสาวกำลังยืนอยู่บนดาบ และกำลังถือภาพวาดบางอย่างเอาไว้ในมือของนาง

ภาพของสตรีผิวขาวทำให้หัวใจของลู่หยุนเจ็บปวด แม่นางคนนี้สวยมากจริง ๆ!

แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ภาพวาด แต่รูปร่างหน้าตาท่าทางของนางก็ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาได้เป็นอย่างดี มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า หญิงสาวที่แสนงดงามผู้นี้กำลังยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขาจริง ๆ หาใช่เพียงแค่ภาพวาดที่ติดบนผนังไม่

แด่เซียนโอสถ ยู่อิง จากผู้ที่ผ่านทางมา

ลู่หยุน เขาได้สังเกตเห็นข้อความที่เขียนไว้มุมภาพ พร้อมด้วยรอยตราประทับขนาดเล็ก

นี่เป็นรูปแบบหนึ่งของการประดิษฐ์ตัวอักษรที่ได้รับความนิยมในราชวงศ์ฉินและฮั่น ในฐานะที่เป็นโจรขุดสุสานผู้รอบรู้ในประวัติศาสตร์จีน เขาสามารถอ่านข้อความพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย

ดังนั้นการที่ชายหนุ่มเจอเข้ากับภาษาเขียนในรูปแบบตราประทับบนโลกเซียนแห่งนี้ ถึงแม้ว่ามันจะแตกต่างจากบนโลกมนุษย์ แต่นั่นก็ทำให้เขาสบายใจ เพราะอย่างน้อยก็คงไม่มีใครสงสัยตัวตนที่แท้จริงของเขา

“ผู้ผ่านทาง? เซียนโอสถ ยู่อิง?” ชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสงสัย  เป็นไปได้ไหมที่ผู้หญิงในภาพวาดเป็นคนที่ถูกฝังอยู่ในสุสาน?”

“เซียนโอสถ ยู่อิง งั้นเหรอเจ้าค่ะ?” ดวงตาของว่านเฟิงเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “ทำไมถึงเป็นนางได้ล่ะ?”

“เจ้ารู้จักงั้นเหรอ?”

"ใช่เจ้าค่ะ!" หญิงสาวพยักหน้า “ยู่อิงคือคนที่โด่งดังมากเมื่อหลายพันปีที่แล้ว นางคือเจ้าเมืองสนธยาคนที่ 8 ตำนานบอกว่านางมีพลังและความสวยงามที่หาใครเทียบได้ ในยุคสมัยนั้นนางสามารถปรุงยาเซียนได้ทั้งที่ยังเป็นแค่เพียงผู้ฝึกตน อย่างไรก็ตามนางกลับโดนซุ่มโจมตีในขณะที่กำลังได้รับการทดสอบจากสวรรค์ ใครจะไปคิดกันล่ะว่านี่คือสุสานของนาง!”

“นายท่าน!” ว่านเฟิงตื่นเต้นมาก นางเกือบจะกระโดดขึ้นไปในอากาศ “ในเมื่อที่นี่เป็นสุสานของนาง บางทีเราอาจจะหายานพคุณได้ที่นี่นะเจ้าคะ!”

"จริงเหรอ?" ดวงตาของลู่หยุนสว่างขึ้นและหัวใจของเขาก็ตื่นเต้น ชายหนุ่มจะสามารถฝึกฝนได้ถ้าเขากินยาเม็ดนั้น ในที่สุดเขาก็จะสามารถทำสิ่งต่าง ๆ แบบที่ว่านเฟิงทำได้แล้ว!

เพียงเท่านี้ชายหนุ่มก็สามารถเป็นเจ้าเมืองสนธยาต่อได้! ถึงแม้เขตการปกครองของเขาจะยากจนไปหน่อย แต่ถ้าลู่หยุนสามารถเปลี่ยนฮวงจุ้ยมังกรดำที่ตำหนักเจ้าเมืองได้ บางทีเขาอาจจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาทั้งเขตไปเลยก็ได้! นี่มันช่างเป็นความคิดที่ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจเสียจริง!

หวือ!

ลมร้ายพัดผ่านไปเบื้องหลังราวกับว่ามีอะไรบางอย่างจ้องมาที่เขา

“ข้ารอเจ้าอยู่เลย!” ว่านเฟิงหมุนวนไปรอบ ๆ ร่างอันสง่างามของนางดึงดาบยาวออกมา ก่อนที่จะแทงทะลุสิ่งของบางอย่างในความมืด

พรืด!

มีอะไรบางอย่างถูกแทง ของเหลวเหนียวสาดกระจายไปที่ลู่หยุน แสงนวลวาบจากสาวใช้ของเขาสว่างขึ้น ขณะที่นางกำลังทำการปิดกั้นไม่ให้มันมาถึงเขา

กลุก.

ศีรษะปริศนากลิ้งไปหยุดที่เท้าของพวกเขา ร่างมันเน่าเกินกว่าจะระบุตัวตนได้ ดวงตาหลุดออกมาจากเบ้า และมีรูบนหน้าผากคล้ายกับเก้อหลง อย่างไรก็ตามปากของมันก็ยังคงขยับ ราวกับว่าต้องการที่จะกัดอะไรบางอย่าง

“ว่านเฟิงผ่าหัวมันซะ!” ลู่หยุนออกคำสั่งอย่างรีบร้อน

“รับทราบเจ้าคะ!” ว่านเฟิงเติบโตขึ้นมากหลังจากที่ได้ผ่านเรื่องราวไปก่อนหน้านี้ นางกล้าตัดสินใจมากขึ้นเมื่อมันมาถึงจังหวะที่ต้องฆ่าคน

นางยกดาบขึ้นสูง แสงสว่างระเบิดขึ้น และหัวของมันก็ถูกตัดเป็นชิ้น ๆ “เจ้ากล้าลอกเลียนข้างั้นหรอ! กล้าดียังไง!!” หญิงสาวสาปแช่งพลางสับมันเป็นชิ้น ๆ

ภายในส่วนลึกของสุสานห้องเก็บศพ

โลงศพขนาดมหึมาที่ลอยอยู่กลางอากาศ มีเปลวไฟสีเขียวที่กำลังเต้นรำอยู่ข้างใต้เบา ๆ มันสวยและสง่างาม แต่มันก็แตกต่างอย่างชัดเจนจากเปลวไฟสีเขียวที่ลู่หยุนและว่านเฟิงพบก่อนหน้า

คนลึกลับทั้งแปดในชุดดำยืนสวดมนต์รอบโลงศพด้วยมือที่ยกขึ้น ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังทำพิธีกรรมบางอย่างอยู่

ทันใดนั้นหนึ่งในคนเหล่านั้นก็พูดขึ้นว่า “หุ่นเชิดของข้าเพิ่งตายไป มีใครบางคนเข้ามาในนี้” เสียงแหบพร่าบ่งบอกว่าคนคนนี้ไม่ค่อยได้พูดมาเป็นเวลานาน

“จังหวะดีเลยทีเดียว” อีกคนพูดกลับ “เราสามารถใช้คนพวกนั้นเป็นเครื่องสังเวยได้ พวกเราต้องเปิดโลงของยู่อิงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อครอบครองของสิ่งนั้น กลุ่มของพวกเราวางแผนกันมานานหลายพันปีเพื่อทำมันให้สำเร็จ จะต้องไม่มีอะไรขวางพวกเราได้!”

"ไอ้ผู้ผ่านทางบัดซบนั่น ทำไมมันถึงต้องมาฝังร่างของยู่อิงไว้ในสุสานโบราณแบบนี้กันนะ! เสียเวลาเปล่าชัด ๆ "

......

“คราวนี้มันคงตายสนิทแล้วใช่ไหม?”

ว่านเฟิงมองไปที่เศษเล็กเศษน้อยบนพื้น ริมฝีปากของนางบิดไปมาด้วยท่าทางรังเกียจ เปลวไฟที่ปลายนิ้วของหญิงสาวพุ่งเข้าใส่เศษเนื้อพวกนั้นเพื่อเผาให้เป็นเถ้าถ่าน ชัดเจนเลยว่าการคืนชีพของเก้อหลงทำให้นางตกใจมาก

"ไม่มีทางแน่นอนแล้วล่ะ" ลู่หยุนส่ายหัวหลังจากเห็นการกระทำของหญิงสาว “แต่นั่นมันอะไรกันน่ะ? มันทำให้ข้าสับสนจนเกือบจะโดนกินเข้าไปแล้ว แต่ในเมื่อมันสามารถถูกฆ่าได้ มันก็ไม่น่าจะใช่ผีร้าย ข้าระบุอะไรเกี่ยวกับมันไม่ได้เลย หรือว่ามันจะเป็นผีดิบงั้นเหรอ?”

เจ้าเมืองหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ห้องนอนควรจะเป็นห้องหลัก ถ้าข้าเดาไม่ผิด ห้องฝังศพก็น่าจะอยู่ข้าง ๆ กันนี่แหละ ว่านเฟิงใช้ไฟเพิ่มหน่อย ทำให้ที่นี่สว่างขึ้น”

“รับทราบเจ้าค่ะ” ว่านเฟิงยื่นมือออกมา

หวือ!

เปลวไฟเล็ก ๆ ในมือของสาวใช้พุ่งขึ้นเบา ๆ และพองขึ้นจนถึงขนาดของศีรษะมนุษย์

“มันเป็นห้องของหญิงสาวจริงด้วย ๆ ดีล่ะ!” ลู่หยุนมองใกล้ ๆ แม้ว่ามันจะปราศจากชีวิตนานนับพันปี แต่ก็ไม่มีฝุ่นอยู่เลยแม้แต่น้อย การประดับตกแต่งที่ได้รับการขัดเกลาอย่างประณีตบ่งชี้ชัดเจนว่าเจ้าของห้องนั้น เป็นคนรักความสะอาด ชอบของสวยงาม และนางต้องมีหัวใจที่บริสุทธิ์ไปจนถึงจิตวิญญาณอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม มีสี่ประตูที่สามารถนำไปยังห้องถัดไป แต่ว่าบานไหนกันล่ะ?

“มีอย่างอื่นอีก!” ท่านเจ้าเมืองหนุ่มเริ่มคิดให้ลึกขึ้น “นี่เป็นรูปแบบของสี่หน่วย พวกเรามาจากทางใต้ที่เป็นพื้นที่แห่งไฟ ดังนั้นจึงมีไฟสีเขียว ส่วนพวกผีดิบ.. ที่มันเข้ามาได้ก็เป็นเพราะไฟ”

“ทองอยู่ทางทางตะวันตก และถือเป็นดินแดนแห่งการสังหารที่นำความตายมาสู่ทุกคนที่เข้ามา น้ำอยู่ทางเหนือ ดังนั้นหนองน้ำควรอยู่ด้านหลังประตู”

“เพราะฉะนั้นห้องฝังศพต้องอยู่ทางตะวันออก!” หลังจากการคำนวณรอบหนึ่ง ลู่หยุนก็มองไปที่ประตูทางทิศตะวันออก ชายหนุ่มรีบไปหามันอย่างตื่นเต้น

“รอข้าด้วยสิเจ้าคะ คุณชาย!” ว่านเฟิงอุทาน

เมื่อลู่หยุนมาถึงประตู เขาก็ผลักมันเบา ๆ ระลอกคลื่นพุ่งเข้ามาและกลืนเขาทั้งตัว

“นายท่าน ?!” ว่านเฟิงตะลึงในทันที หญิงสาวพยายามผลักประตูออกอย่างเต็มแรงแต่ก็ไม่สามารถทำให้มันขยับได้

จบบทที่ [GS] บทที่ 10 ของสิ่งนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว