เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 หัวของฉันอยู่ที่ไหน?

บทที่ 5 หัวของฉันอยู่ที่ไหน?

บทที่ 5 หัวของฉันอยู่ที่ไหน?


บทที่ 5 หัวของฉันอยู่ที่ไหน?

“อาวุธวิญญาณ!” สีหน้าของว่านเฟิงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเธอเห็นดาบเล่มยาวนั่น เธอจึงตัดสินใจใช้พลังปกป้องเจ้านายของเธอที่ด้านหลัง

“หึหึหึ สาวน้อย หลังจากที่ข้าจัดการลู่หยุนแล้ว เจ้ากับข้าก็ต้องเดินทางไปด้วยกันทั่วโลก ลู่หยุนมันฆ่าหลานของข้า ดังนั้นเจ้าจะต้องอุ้มลูกเป็นร้อย... ไม่สิ เป็นพันให้กับข้า!” เก้อหลงร้องเสียงดังและกระโดดไปข้างหน้าด้วยดาบของเขาพุ่งตรงไปที่ลำคอของลู่หยุน

เขาเร็วมาก! ความเย็นจัดทำให้หัวใจของลู่หยุนราวกับถูกเงาแห่งความตายโอบล้อมเขาไว้ เขารู้สึกสงบผิดปกติเพราะเขาเคยประสบความตายมาก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกันอีกครั้งเขาสามารถมองมันด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

เขาคิดที่จะถอยหลังกลับ แต่ก็พบความจริงที่น่าตะลึงว่า ร่างของเขานั้นอ่อนแอกว่าพวกมนุษย์ทั่วไปเสียอีก

สมองของลู่หยุนยังคงทำงานได้ดีเกี่ยวกับการสู้และหนี แต่ร่างของเขาไม่สามารถทำตามได้

“ฉันจะตายอีกครั้งเหรอเนี่ย?” เขาบ่นกับตัวเอง รอยเท้าแห่งความตายใกล้เข้ามาเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย

“ทางนี้!” ว่านเฟิงพูดด้วยความโกรธเคือง ลำแสงสีเขียวหยกยิงจากนิ้วมือของเธอไปยังจุดที่เธอชี้

เคร้ง!

ลำแสงนั่นปะทะกับดาบยาวทำให้มันเบี่ยงทิศทางไป

เก้อหลงสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่สัมผัสกับดาบของเขาจนต้องถอยกลับมา ว่านเฟิงเองก็ไม่ได้ดีไปกว่านั้นเลย สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปพร้อมกับดึงพลังกลับมา

“พลังต่อสู้! เจ้าอยู่ในระดับแกนกลางงั้นเหรอ!” ความหวาดกลัวส่องประกายไปทั่วใบหน้าของราชเลขา

“ว่านเฟิงฆ่าเขาซะ!” ลู่หยุนร้องบอกด้วยความหนักอกราวกับมีช่างตีเหล็กมาทุบตี เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย

“ข้า ข้า ข้า... ไม่กล้า” ว่านเฟิงตะลึงกับคำสั่ง ฆ่าใครสักคน?

เธอเคยฆ่าคนมาก่อนหรือเปล่า?

แม้ว่าเธอกับลู่หยุนจะโดนเหยียดหยามบนถนนแต่เธอก็ไม่เคยฆ่าใครมาก่อน

“โฮ่โฮ่ ถ้างั้นก็งานง่ายล่ะ!” ดวงตาของเก้อหลงเปล่งประกายและกระโดดเข้าหาว่านเฟิงอย่างรวดเร็ว

“อย่าเข้ามาใกล้นะ!” ว่านเฟิงชี้แล้วยิงลำแสงออกมาด้วยความตื่นตระหนก

เก้อหลงเห็นมันชัดเจนในครั้งนี้ มันเป็นพายุทอร์นาโดขนาดจิ๋ว

“พลังต่อสู้ต่ำแบบนี้ เจ้าพึ่งจะบรรลุได้ไม่นานสินะ? แม้ว่าจะอยู่ในระดับแก่นทองคำ แต่การด้อยประสบการณ์รบมันช่างขันสิ้นดี!” เก้อหลงหมิ่นการโจมตีของว่านเฟิงพร้อมเข้าไปจับที่หลังคอของเธอ

ดวงตาของหญิงสาวกลอกขึ้นและหมดสติไป

“นายท่าน นี่คือสิ่งที่ท่านคาดหวังงั้นหรือ? ถึงตาท่านแล้ว” เก้อหลงเดินไปหาเหยื่ออย่างไม่เป็นอันตราย "ตายซะ!"

เก้อหลงแกว่งดาบไปที่ลำคอของลู่หยุนตามเสียงคำราม

ฉันจะตายอีกครั้งงั้นเหรอ?

ในขณะนี้ ลู่หยุนรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างลอยออกมาจากร่างกายของเขา สติของเขาบังคับให้ฝ่ามือของเขาประกบเข้าหากัน

ฮื้ม

แสงสีดำเปลงแสงอยู่ระหว่างมือของเขา มังกรเก้าตัวแบกโลงศพสีดำสนิทปรากฏระหว่างมือของเขาและกระแทกอย่างดุเดือดที่หน้าอกของเก้อหลง

“วิชาต่อสู้!” ราชเลขากรีดร้องอย่างน่ากลัวและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

ลู่หยุนไม่สามารถฝึกฝนได้ใช่ไหม ทำไมเขาถึงสามารถใช้วิชาต่อสู้ได้? สิ่งที่เขาใช้นั้นแข็งแกร่งกว่าพายุทอร์นาโดของว่านเฟิงถึง 10 เท่าเสียอีก!

เสียงของกระดูกแตกดังขึ้นจากอกของเก้อหลง เขากระเด็นออกไปเป็นระยะทางหลายสิบเมตรและชนกับพื้นอย่างเจ็บหนัก ฟองเลือดไหลออกมาจากปากของเขาขณะที่ร่างของเขากระตุกและกระตุก เขาตายจากโลกนี้ไปแล้ว

"หา??" ลู่หยุนแข็งตัวในขณะที่เขาดูภาพที่วิ่งออกมาจากมือของเขา "โอ้ใช่! ฮวงจุ้ยที่ปรากฏเมื่อคืนนี้เข้าสู่ร่างกายของฉัน เก้อหลงเรียกมันว่าเป็นวิชาต่อสู้สินะ?”

ความพิศวงทำให้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยพลังทั้งหมดที่ระบายออกจากร่างของเขา ทำให้เขาอ่อนแอมากในตอนนี้

“ถ้างั้น... มังกรที่พุ่งออกมาก็คือสิ่งที่อยู่ในร่างของฉันสินะ? แต่ฉันไม่ใช่ผู้ฝึกฝนนี่ เกิดอะไรขึ้นที่นี่เนี่ย?” เขาสับสนมาก ๆ ในตอนนี้

“นายท่าน?” ว่านเฟิงค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา เธอร้องดังลั่นเมื่อเห็นลู่หยุนนอนอยู่บนพื้น และเก้อหลงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“นายท่าน ปลอดภัยหรือเปล่า?! เพราะว่านเฟิงไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถฆ่าคนได้เอง!” เธอช่วยลู่หยุนลุกขึ้นดวงตาสีแดงของเธอ

“เอาดาบนั้นแล้วตัดหัวของเก้อหลงออก” ลู่หยุนสูดลมหายใจนิด ๆ เพื่อฟื้นฟูพลังงาน

เขาเป็นโจรขุดสุสานไม่ใช่นักบุญ เพราะงั้นต้องจัดการคนที่เข้ามายุ่มย่ามให้เงียบสนิท เขาต้องฆ่าคนเพราะว่าคนตายน่ะพูดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นทุกอย่างจึงต้องถูกจัดการให้ตรงตามรูปแบบของมัน ห่างพลาดเพียงนิดเดียว การโจมตีนั่นก็เข้าถึงจุดสำคัญแล้ว ถึงเขาจะนอนช็อคไปแบบนั้นแต่ก็เพื่อเป็นการรับประกันได้ว่าเขาจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก

“เอ๊ะ?” ว่านเฟิงไม่รู้ว่าต้องทำยังไง

“อ้อ เธอไปได้แล้ว” ลู่หยุนถอนหายใจเมื่อเห็นการแสดงออกของหญิงสาว

“เอ๊ะ?” ว่านเฟิงทำหน้าสงสัยอีกครั้งและมองไปยังเจ้านายของเธอ

“ตัวตนเก่าของฉันทำร้ายคนมานักต่อนักแล้ว อนาคตต้องอันตรายมากแน่ ๆ ถ้าเธอไม่สามารถฆ่าคนหรือจัดการกับศพได้เธอก็ไม่ต้องอยู่กับฉันหรอก จะทำให้เธอตายเปล่าๆ” ลู่หยุนพูดช้าๆ

ว่านเฟิงทำตัวไม่ถูกเมื่อได้ยินคำสั่งแบบนั้น สติของเธอรับคำสั่งและหยิบดาบของเก้อหลงแล้วเดินไปที่ร่างของเขา

“การตัดหัวของเขาหมายความว่าข้าสามารถอยู่ข้าง ๆ นายท่านได้!” หญิงสาวกัดฟันและเฉือนที่คอของเก้อหลง

“แกรู้ได้ยังไงว่าข้าแกล้งตาย!” ทันใดนั้นศพของราชเลขาก็กระโจนขึ้นพร้อมกับรวบรวมพละกำลังของเขาพุ่งออกมาระเบิดที่หน้าอกของว่านเฟิง

“เจ้ายังไม่ตาย!” ว่านเฟิงกรีดร้องแล้วกัดฟันของเธอเพื่อปล่อยพลังผ่านดาบยาวเล่มนั้น

ชิ้ง

แสงดาบพุ่งผ่านหน้าผากของเก้อหลง

“อาวุธวิญญาณ…มีเพียงระดับแกนกลางเท่านั้นที่สามารถ…” เขาล้มลงกับพื้นตายอย่างแท้จริง

ว่านเฟิงดึงดาบกลับมาอีกครั้งแล้วก็ตัดหัวออก เธอหันกลับไปดูลู่หยุน

“เขาจะฆ่าฉัน แถมมันยังจะบังคับให้เธอมีลูกกับมันอีกด้วย เพราะฉะนั้นมันต้องตาย” ลู่หยุนอธิบายเบา ๆ “ถ้าเราอยากจะมีชีวิตรอดก็ต้องจัดการพวกที่อยากจะจัดการเรา นี่แหละคือกฎของโลกนี้”

“ชีวิตของคนอื่นหมายถึงความตายของเรา”

ความจริงถูกพ่นออกมาผ่านปากของลู่หยุนทะลุไปยังหัวใจของว่านเฟิงราวกับยาพิษ ถ้าพวกเขาอยากจะมีชีวิตอยู่ก็ต้องฆ่าคนที่ปองร้ายเรา

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เธอพยักหน้าอย่างมั่นคง

“เอาละ ไปเยี่ยมสุสานกันหน่อย” ด้วยสภาพร่างกายปัจจุบันของลู่หยุน เขาไม่สามารถทำขุดค้นสุสานได้ด้วยตัวคนเดียว จึงได้ให้ว่านเฟิงมาด้วย

ตัวคนเดียวในโลกแห่งเซียนหลังจากฟื้นคืนชีพขึ้นมา คนที่เขาสามารถเชื่อใจได้นอกจากตัวเองก็คือหญิงสาวแสนใสซื่อคนนี้เท่านั้น

......

ร่างของลู่หยุนและว่านเฟิงจางหายไปในระยะไกล ผู้เกิดใหม่ได้จับจ้องพวกเขาผ่านแว่นตาสีกุหลาบและคิดว่ามันจะเป็นสรวงสวรรค์ ไม่งั้นแล้วเก้อหลงก็คงคิดผิด

นี่ก็เป็นโลกที่โหดร้ายเช่นกัน

“หัวฉันอยู่ที่ไหนนะ? โอ้ อยู่นี่เอง”

ทันใดนั้นร่างที่ไร้วิญญาณของเก้อหลงก็ลุกขึ้นนั่งแล้วมือของเขาก็คว้านหาไปรอบ ๆ จนพบหัวของตัวเองแล้ววางมันกลับเข้ามาที่เดิม

รูขนาดใหญ่ตรงกลางหน้าผากของเขา ทะลุตั้งแต่ด้านหน้าไปยังด้านหลังจนเผยให้เห็นวัตถุสีขาวด้านใน ดวงตาของเขาว่างเปล่า รอยยิ้มอันน่าขนลุกปรากฏขึ้น

เก้อหลงลุกขึ้นและเดินตามร่องรอยที่พวกลู่หยุนเดินทางไป

จบบทที่ บทที่ 5 หัวของฉันอยู่ที่ไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว