เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ยาน้ำนพคุณ

บทที่ 3 ยาน้ำนพคุณ

บทที่ 3 ยาน้ำนพคุณ


บทที่ 3 ยาน้ำนพคุณ

“สุดยอดเลย เป็นการนอนหลับที่เต็มอิ่มจริงๆ!” ลู่หยุนตื่นขึ้นมาอย่างร่าเริง เขายังไม่ตื่นจากภวังค์ดีและเดินไปล้างหน้าแปรงฟัน "เดี๋ยวก่อน!"

ด้วยความตื่นตัวเต็มที่เขามองไปรอบ ๆ ตัว

“จริงเหรอเนี่ย! ฉันเข้ามาในโลกเซียนจริงๆ เหรอ!” เขาเริ่มรู้สึกตัว “มันไม่ใช่ความฝัน”

"...ใช่แล้ว!" เหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแล่นเข้ามาในหัวเขา “มังกรแบกโลงศพ! ฮวงจุ้ยที่นี่กำลังอยู่ในวิกฤต!”

เขาตัวสั่นด้วยความกลัว “ฉันต้องออกไปจากที่นี่ ไม่งั้นฉันจะต้องตายอย่างแน่นอน!”

เขาไม่สามารถแก้ฮวงจุ้ยที่นี่ได้ แต่สิ่งที่ตัวเขามั่นใจที่สุดก็คือยิ่งเขาอยู่ที่นี่นานมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าใกล้ความตายมากขึ้นเท่านั้น

ว่าแล้วลู่หยุนเดินออกจากห้องไป

“นายท่านตื่นแล้ว!” ว่านเฟิงเดินไปหาเขาพร้อมถาดอาหาร เธอตะลึงเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินออกไป ที่แท้ก็คือเธอนี่เองที่เป็นคนช่วยเหลือเขาไว้เมื่อครั้งที่เขาสลบที่หอดักจันทรา

“มานี่เร็วเข้า พวกเราต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!” ลู่หยุนจับมือของว่านเฟิงและวิ่งออกไปยังประตูใหญ่

"หนีงั้นเหรอ? ไปที่ไหนกัน?” ว่านเฟิงมองดูนายท่านของเธออย่างว่างเปล่า

"ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่!" ความวิตกกังวลทำให้เสียงของลู่หยุนเต็มไปด้วยความหยาบกระด้าง

“นายท่าน ท่านจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้นะ” เสียงแหบแก่ของชายชราที่มีผมขาวดังขึ้น “พวกเราจะไปตามหาท่านจากที่ไหนได้กัน ถ้าหากท่านละทิ้งตำหนักเจ้าเมืองแห่งนี้ไป?”

ลู่หยุนรู้สึกเหมือนว่าเขาชนเข้ากับกำแพงอากาศในวินาทีถัดไป แรงถีบกลับที่รุนแรงทำให้เขาร่วงลงกับพื้น

"เจ้าเป็นใคร?" ด้วยความเจ็บปวดเขาก็ถูด้านหลังของเขา

“ท่านไม่รู้จักข้างั้นหรือ?” ชายชรากระพริบตา

“ฉันก็อยากรู้จักอยู่หรอก ถ้าเจ้ามีลูกสาวที่น่ารักล่ะก็นะ” ลู่หยุนประกาศอย่างขวยเขิน

“นายท่าน เขาคือราชเลขาของตระกูลเก้อ เก้อหลง” ว่านเฟิงกระซิบ

“ราชเลขาตระกูลเก้อ?” ลู่หยุนขมวดคิ้ว “แล้วราชเลขาแห่งตระกูลเก้อมาทำอะไรในบ้านของฉันล่ะ?”

“ทำไมน่ะเหรอ ข้ามาที่นี่ก็เพื่อปกป้องนายท่านน่ะสิ” เก้อหลงกล่าวเยินยอ “ท่านน่ะมีศัตรูมากมาย มันไม่แปลกหรอกถ้าหากท่านจะถูกจัดการให้หายไปในพริบตา ข้าอาจจะไม่มีลูกสาวที่น่ารักแต่ข้าน่ะมีหลานสาวอยู่นางหนึ่ง ท่านสนใจจะพบนางรึเปล่าล่ะ?”

ลู่หยุนตอบโต้อย่างรวดเร็วเมื่อเขาสังเกตเห็นดวงตาที่แคบลงพร้อมด้วยน้ำเสียงน่ากลัวของเก้อหลง

เขาเหลือเวลาอีกครึ่งปีในการเป็นเจ้าเมือง แต่เขาทำให้ผู้คนมากมายกลายเป็นศัตรูไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงส่งคนจำนวนมากมาเพื่อจับตาดูเขา ไม่งั้นแล้วพวกเขาอาจจะทำแรงเกินไปนิดหน่อยเพื่อเป็นการไม่ให้เขาหนีไปได้

พวกเขาจะจัดการลู่หยุนทันทีหลังจากที่เขาถูกปลดออกจากตำแหน่ง

“ฮึ่ม!” ลู่หยุนส่ายหัวไปมาอย่างเชื่องช้า เขาไม่สามารถถูกรบกวนด้วยการถกเถียงไร้สาระและหนีไปแบบนี้

“เขาน่าเกลียดมาก เพราะงั้นหลานสาวของเขาคงไม่ดีไปกว่านี้แล้ว นั่นคือเหตุผลที่ทำให้มีกำแพงลมนั่นสินะ ใช่ไหมล่ะผู้ฝึกฝน?” แทนที่จะกลับไปยังห้องของเขา ลู่หยุนเลือกที่จะไปยังหอดักจันทราอีกครั้งด้วยความช่วยเหลือของว่านเฟิง

“เก้อหลงเป็นผู้ฝึกตนระดับพลังปราณเปลี่ยนแปลง เขาสามารถสร้างกำแพงด้วยพลังปราณที่แท้จริงเมื่อครู่นี้ได้ แต่ด้วยความที่เขาไม่ได้ทำอะไรท่าน ข้าจึงไม่ได้ทำอะไรเหมือนกัน” หญิงสาวอธิบายอย่างระมัดระวังกลัวว่าลู่หยุนจะต่อว่าเธอ

“เธอเก่งกว่าเขารึเปล่า?” ดวงตาของลู่หยุนเปล่งประกาย

“นางกำนัลผู้นี้สามารถใช้พลังต่อสู้ได้ด้วยแก่นทองคำของข้าเอง ตัวข้านั้นอยู่ในระดับแกนกลาง” หญิงสาวเอียงคอของเธออย่างภาคภูมิใจ แต่ก็เหมือนตัวเธอจะนึกอะไรขึ้นได้ เธอจึงพูดอย่างระมัดระวัง“นายท่าน ท่านไม่โกรธที่ข้าไม่ทำอะไรเมื่อกี้หรือ?”

ลู่หยุนคนเก่าไม่ใช่คนที่ดูแลว่านเฟิงดีเท่าไหร่ เขาให้อาหารเธอเพียงน้อยนิดแถมยังดุด่าแทบทุกวัน เธอคือลูกสาวที่ถูกทอดทิ้งจากครอบครัวเดิมของเธอ พ่อของลู่หยุนเป็นคนเก็บมาเลี้ยง และถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเมืองคนก่อน เธอคงจะอดอาหารตายไปแล้ว

แม้เธอจะรู้ว่าตระกูลลูไม่ได้เลี้ยงเธออย่างดีเท่าไหร่ แต่เธอก็ดีใจที่ได้อยู่ในตระกูลของเจ้าเมืองนี้ เธอไม่เคยบ่นหรืออะไรทั้งนั้น ต่อให้นายท่านจะเอาแส้เฆี่ยนฟาดเธอบ่อยมากมายแค่ไหนก็ตาม

แน่นอนว่าลู่หยุนไม่รู้อะไรเลย

“ปราณเปลี่ยนแปลง? แก่นทองคำ?” เขาไม่สนใจสิ่งอื่นใดที่เธอพูด “บอกเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เพิ่มเติมหน่อยสิ”

“รับทราบเจ้าค่ะ!” ว่านเฟิงเห็นด้วยอย่างมีความสุข เนื่องจากเจ้าเมืองคนนี้ไม่ใช่ผู้ฝึกวิชามาก่อน ดังนั้นจึงเป็นปกติที่เขาไม่เข้าใจเรื่องนี้

“มีทั้งหมด 3 ระดับใหญ่ๆ ในโลกของการฝึกตน และแบ่งเป็น 9 ขั้น”

“ปราณ แกนกลาง และจิตวิญญาณ แต่ละระดับก็จะแบ่งออกเป็น 3 ขั้น”

“ในระดับปราณจะมี 3 ขั้น ปราณประยุกต์ ปราณรวมตัว และปราณเปลี่ยนแปลง”

“ในระดับแกนกลางจะมี 3 ขั้น แก่นทองคำ,แก่นชีวิต และแก่นดั้งเดิม”

"ในระดับจิตวิญญาณจะมี 3 ขั้น วิญญาณเริ่มต้น,หล่อหลอมจิตวิญญาณ และจิตวิญญาณเปลี่ยนแปลง”

“หลังจากนั้นผู้ฝึกตนก็จะกลายเป็นเซียน แต่ข้ายังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นยังไง”

ลู่หยุนพยักหน้า “ฉันไม่สามารถฝึกพลังได้จริงหรือ?”

สีหน้าของว่านเฟิงเริ่มจางลง “นายท่านไม่อาจทำได้ ท่านเจ้าเมืองคนก่อนเขาได้ทำการเปลี่ยนแปลงร่างกายของนายท่านแล้ว แต่เขาทำไม่สำเร็จ”

“ถ้างั้นก็...” ลู่หยุนบิดริมฝีปากของเขาเป็นรอยยิ้มครึ่งหนึ่ง

“แต่ข้าได้ยินมาว่ามีเซียนพูดถึงยานพคุณ ที่สามารถเปลี่ยนพลังกายในร่างของท่านเพื่อให้ฝึกฝนเหมือนคนอื่นได้” คำพูดสุดท้ายลอยเข้ามาในหัวของว่านเฟิงพอดี

“ยานพคุณงั้นเหรอ?” ดวงตาของลู่หยุนเบิกกว้าง

“แต่วิธีการปรุงมันหายไปแล้ว ยานั่นหลงเหลือเป็นสมบัติจากโลกเซียนครั้งก่อน มันมีค่ามากถึงขนาด 1 เม็ดสามารถใช้แลกทั้งเขตสนธยาได้เลย” ว่านโจวยิ้มแย้มแจ่มใส

“นั่นเป็นเพียงแค่เงินใช่มั้ย” เขามองออกไปนอกกำแพงเมืองอีกครั้ง มีสุสานของเซียนตั้งอยู่ที่นั่น!

แม้จะมีสัญญาณบ่งบอกถึงการขุดค้นไปแล้วบางส่วน แต่มันก็ยังอยู่ในสภาพที่ดีอยู่ ฮวงจุ้ยยังไม่พังทลาย นั่นบ่งบอกได้เลยว่าพวกโจรขุดสุสานเอาไปได้แค่รอบนอกเท่านั้น พวกเขายังไม่สามารถเข้าไปข้างในสุสานได้

ยานพคุณมีค่ามากเพราะวิธีการปรุงของมันได้หายสาบสูญไปแล้ว ถ้าเขาพบอะไรบางอย่างในสุสานนั่นก็ย่อมเป็นของที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น เขาอาจจะหาทางแลกมันมาก็ได้

“ว่านเฟิง เธอสามารถจัดการเก้อหลงได้ใช่ไหม? มีใครอื่นที่ถูกส่งมาจับตามองฉันอีกไหม?” ลู่หยุนถามเธออีกครั้งเพราะในเมื่อว่านเฟิงพูดเองกว่าแกร่งกว่าราชเลขาเซีย

“อืม...” ว่านเฟิงพยักหน้า “ข้าได้เข้าสู่ระดับแกนกลางได้เมื่อสองวันก่อนโดยที่ไม่มีใครอื่นรู้นอกจากราชเลขาเซีย”

“ส่วนพวกที่มาจับตาดูท่าน นอกจากเก้อหลงแล้วก็มีกงซุนโหยว จากตระกูลกงซุน และเฟิงเหลียงเฉิงจากตระกูลเฟิง เก้อหลงและกงซุนโหยวเทียบข้าไม่ติดก็จริง แต่เฟิงเหลียงเฉิงเองก็อยู่ในระดับแกนกลางเช่นกัน ข้าที่เพิ่งมาถึงระดับนี้ไม่คิดว่าจะสามารถโค่นเขาได้หรอก” ว่านเฟิงกล่าวด้วยความขุ่นมัว

“แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอที่จัดการสองคนนั้นได้!” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของลู่หยุน “งั้นให้เก้อหลงตามพวกเรามา พวกเราจะออกเดินทางจากที่นี่ไปยังภูเขาแดงสนธยาเพื่อจะไปดูสุสานเซียนกัน!”

เลือดของเขาเดือดพล่านด้วยความคิดเช่นนั้น

“นายท่าน ท่านจะไปไหนนะ?” ราวกับได้ยินความคิดนั้น เก้อหลงปรากฏตัวขวางทางเขาอีกครั้งผ่านทางประตูเล็ก

“ฉันเบื่อๆ น่ะ ก็เลยจะออกไปเดินในเมืองซักหน่อย” ลู่หยุนตอบอย่างเมินเฉย

เก้อหลงขมวดคิ้ว “คงไม่อาจให้ท่านได้ทำได้ ท่านจะออกไปไหนไม่ได้ในช่วง 6 เดือนนี้”

“อย่าบอกนะว่าองค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เป็นคนออกกฎนี้น่ะ?” ลู่หยุนพูดอย่างเย็นชา

“ไม่” เก้อหลงส่ายหัว “ตระกูลชนชั้นสูงในสนธยาเป็นคนจัดการเอง”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ!” ลู่หยุนโยกหัวของเขากลับมาด้วยเสียงหัวเราะ “ตระกูลชนะชั้นสูงในเมืองสนธยาใช่ไหม? ไม่ใช่ว่าพวกนั้นกำลังจะก่อกบฏหรอกเหรอ?”

“ไร้สาระ!” ท่าทีของเก้อหลงเปลี่ยนไป

“ไร้สาระงั้นเหรอ?” ลู่หยุนยิ้มอย่างขมขื่น “มีเวลาอีกตั้งครึ่งปีก่อนที่ฉันจะถูกองค์เหนือหัวถอดจากตำแหน่ง แต่พวกแกก็ดันกล้ากักขังให้ฉันต้องอยู่แต่ในตำหนักงั้นเหรอ? ถ้าแบบนั้นไม่เรียกว่าก่อกบฎแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ?”

สีหน้าของราชเลขากะพริบอย่างรวดเร็ว ลู่หยุนยังเป็นเจ้าเมืองในอีกครึ่งปีต่อจากนี้ แต่ศัตรูของเขาก็ได้เคลื่อนไหวแล้ว เพราะว่าพวกเขานั้นมีความสัมพันธ์กัน

“ว่านเฟิง เตรียมการสำหรับฉันและจุดกำยานเพื่อบอกองค์จักรพรรดิด้วย ฉันต้องรายงานเรื่องการก่อกบฏของชนชั้นสูงเมืองสนธยา เผื่อว่าเขาจะประทานรางวัลเป็นยานพคุณให้ฉัน”

ดวงตาของว่านเฟิงลุกโชนขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งนี้ “ท่านไม่ต้องกังวลไป ข้าน้อยมีตราสั่งการสำหรับกองทัพสนธยาอันยิ่งใหญ่ ดังนั้นท่านไม่จำเป็นต้องรบกวนองค์จักรพรรดิหรอก”

กลายเป็นลู่หยุนที่เปลี่ยนสีหน้าเขา

"ช้าก่อน!" ใบหน้าของเก้อหลงมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด ด้วยท่าทางและคำพูดนั่น เขาน่าจะปลดปล่อยกองทัพประจำเขตมาแน่ๆ เพื่อจัดการกลุ่มผู้ฝึกตนในเขตนี้

“ท่านเจ้าเมืองจะไปยังที่แห่งใด?” ดวงตาของราชเลขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและยิ้มในที่สุด นายท่านมีศัตรูมากมายที่พยายามจะกำจัดท่าน ได้โปรดให้ข้ารับใช้ผู้แก่เฒ่าคนนี้ตามท่านไปด้วยเถิด?”

ถ้าเขาอยู่ในเมืองมันก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่เขาออกจากเมืองมาล่ะก็... บางทีฉันอาจจะจัดการมันให้ตายคามือเลยก็ได้!

ไม่มีสิ่งใดที่จะผ่านพ้นความโกรธเกรี้ยวของเก้อหลงไปได้ และที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ หลานสาวของเขาถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของลู่หยุน โอกาสดี ๆ แบบนี้ เขาต้องแก้แค้นได้แน่!

จบบทที่ บทที่ 3 ยาน้ำนพคุณ

คัดลอกลิงก์แล้ว