- หน้าแรก
- เมื่อคู่หมั้นถอนหมั้น พ่อแม่ก็เผยความจริงว่าเราคือราชวงศ์ผู้สูงส่ง
- บทที่ 50 น้ำหลากอัคคี
บทที่ 50 น้ำหลากอัคคี
บทที่ 50 น้ำหลากอัคคี
"มดปลวกผู้โง่เขลา บังอาจบุกรุกเข้าสู่พระราชวังของจักรพรรดิ รนหาที่ตาย!"
นัยน์ตาของเพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤต ทอประกายเจตนาฆ่าฟันอันเข้มข้น ก่อนจะสะบัดฝ่ามือฟาดซัดเข้าใส่อู๋หนิงอย่างดุดัน
ตูม!
อู๋หนิงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ทว่ามือขวากลับตวัดเบ็ดตกมังกรที่เป็นศาสตราวุธเซียนออกไปเบา ๆ บดขยี้พลังฝ่ามือที่ซัดเข้ามาจนแตกพ่ายเป็นเสี่ยง ๆ ในพริบตา
เพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของมันจะเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ พลางจ้องมองอู๋หนิงราวกับเห็นผี
"เจ้า... เผ่าพันธุ์มนุษย์... เจ้า..."
"ทำไมเจ้าถึงมีเปลวเพลิงที่เหมือนกับของข้าได้?!"
"เจ้าเป็นใครกันแน่?!"
เพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตลุกพรวดขึ้นมาจากบัลลังก์อัคคีด้วยความตื่นตระหนกตกใจอย่างถึงที่สุด
มันคือก้อนแก่นแท้อัคคีที่หลงเหลือมาจากเศษเสี้ยวชิ้นส่วนศาสตราวุธราชาสวรรค์ และผ่านการวิวัฒนาการมานานนับหลายพันล้านปี จนกลายเป็นตัวตนที่เอกอุและมีเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้า!
แล้วเหตุใดมนุษย์ตรงหน้าจึงได้ครอบครองเปลวเพลิงที่เหมือนกับมันทุกประการเช่นนี้?
นี่มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
ยามที่มันลุกขึ้นยืน คลื่นความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุดพลันแผ่ซ่านออกมาจากร่าง แผดเผาห้วงมิติรอบด้านจนบังเกิดรอยร้าวระแหง ราวกับมันจะแตกสลายลงมาได้ทุกเมื่อ
อู๋หนิงเผยรอยยิ้มมุมปากเยี่ยงตัวร้าย "ข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง จงยอมสยบแทบเท้าข้าซะ"
"มิฉะนั้น ก็จงตายไปเสีย!"
"เจ้ามนุษย์สารเลว เจ้าต่างหากที่รนหาที่ตาย!"
เพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตคำรามลั่น แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวกอปรด้วยความร้อนแรงแผดเผาระเบิดซัดเข้าใส่อู๋หนิง บดขยี้มิติต่าง ๆ รอบตัวจนแตกกระจายราวกับกระจกเงาที่ถูกทุบ
ทันใดนั้น อสูรอัคคีระดับมหาจักรพรรดิร่างยักษ์สองตนพลันปรากฏกายขึ้นขนาบข้าง แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความดุร้ายกระหายเลือด จ้องเขม็งมาที่อู๋หนิงราวกับจะฉีกกินเนื้อหนัง
ทว่าอู๋หนิงกลับทำราวกับมองไม่เห็นพวกมัน
จริงอยู่ที่เพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตตนนี้ทรงพลังมหาศาล ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตมหาจักรพรรดิขั้นสูงสุดก็ยากจะต่อกรด้วย
ทว่าอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของมันก็คืออุณหภูมิความร้อนอันไร้ขีดจำกัด หากสูญเสียความได้เปรียบในเรื่องนี้ไป พลังโจมตีที่แท้จริงของมันย่อมลดฮวบลงจนเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนด้วยซ้ำ
และในเมื่ออู๋หนิงได้หลอมรวมเพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตจากระบบจนแตกฉานแล้ว มีหรือที่เขาจะหวาดกลัวต่อความร้อนแรงแผดเผานี้?
"ฆ่ามัน!"
เพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตสะบัดมือสั่งการ
อสูรอัคคีระดับมหาจักรพรรดิทั้งสองตนพุ่งทะยานเข้าใส่อู๋หนิงในทันที หมายจะฉีกกระชากร่างของเขาให้กลายเป็นชิ้น ๆ
วิ้ง—!
ทว่าในวินาทีนั้นเอง...
เหนือศีรษะของอู๋หนิง น้ำเต้าเทพโกลาหลพลันสั่นไหวเบา ๆ
กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ โบราณ และศักดิ์สิทธิ์พลันแผ่ซ่านออกไปในพริบตา กาลเวลาหยุดชะงัก ห้วงมิติทลายลง พื้นที่โดยรอบรัศมีหลายหมื่นลี้พลันเลือนหายกลายเป็นความว่างเปล่าภายในชั่วพริบตาเดียว!
อสูรอัคคีระดับมหาจักรพรรดิทั้งสองตนถูกลบหายไปจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวธุลี
ในขณะที่เพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตดั้งเดิมเองก็ถูกกลิ่นอายนี้กระแทกเข้าอย่างจังจนได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตาย แสงไฟบนร่างหรี่ริบหรี่ราวกับจะดับลงได้ทุกเมื่อ
อู๋หนิงลอบสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความทึ่ง อานุภาพของน้ำเต้าเทพโกลาหลนี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว
เพียงแค่ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาเศษเสี้ยวเดียวยังทรงพลังปานนี้ หากเขาสามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของมันออกมาทั้งหมด ภาพที่เกิดขึ้นคงยากจะจินตนาการได้
ที่ผ่านมาเขาประเมินสมบัติชิ้นนี้ต่ำเกินไปจริง ๆ
ด้วยสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ในมือ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับตัวตนระดับเซียนแท้จริงเขาก็สามารถสังหารอีกฝ่ายให้ตกตายได้
สมกับที่เป็นสมบัติกำเนิดโกลาหล ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินบรรยาย!
"เจ้ามนุษย์... สิ่งนั้น... สิ่งนั้นมันคือตัวอะไรกันแน่? ทำไมมันถึงได้น่ากลัวขนาดนี้?!"
เพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตจ้องมองน้ำเต้าเทพโกลาหลด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
ในความรับรู้ของมัน ศาสตราวุธระดับราชาสวรรค์ก็นับเป็นสมบัติที่ทรงพลังที่สุดในโลกหล้าแล้ว ทว่าอานุภาพของมันกลับเทียบไม่ได้แม้แต่หนึ่งในสิบล้านส่วนของน้ำเต้าที่อยู่เบื้องหน้านี้เลยด้วยซ้ำ!
อู๋หนิงมองมันด้วยสายตาเรียบเฉย "ในเมื่อเจ้าปฏิเสธที่จะสยบ เช่นนั้นข้าคงทำได้เพียงแค่ใช้กำลังบังคับหลอมรวมเจ้าเสีย"
"อย่าฆ่าข้า! ข้ายอมสยบแล้ว! ข้ายอมสยบแล้ว!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าอันเลือนรางที่แผ่ออกมาจากร่างของอู๋หนิง เพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตก็รีบแผดเสียงร้องขอชีวิตอย่างร้อนรน
"เหอะ สายไปแล้ว!"
"ข้าให้โอกาสเจ้าไปแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าเจ้ากลับไม่เห็นคุณค่าของมันเอง"
อู๋หนิงแค่นเสียงหยัน พลันปลดปล่อยพลังปราณอันมหาศาลออกไปโอบล้อมร่างของมันไว้ พร้อมทั้งควบคุมเพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตให้เริ่มกลืนกินแก่นแท้อัคคีของอีกฝ่ายในทันที
"ไอ้สารเลว! ไม่นะ—!"
เพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต ทว่ายามนี้มันบาดเจ็บสาหัสจนถึงขีดสุด จึงไร้ซึ่งกำลังจะต่อต้าน แม้กระทั่งคิดจะระเบิดตัวเองก็ยังมิอาจทำได้ ทำได้เพียงปล่อยให้แก่นแท้ของตนเองถูกกัดกินและหลอมรวมไปทีละน้อยอย่างสิ้นหวัง
"อ๊ากกกก! ไอ้มนุษย์บัดซบ! เจ้าจะต้องตายอย่างทรมาน! ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!"
อู๋หนิงไม่ได้ใส่ใจต่อคำสาปแช่งนั้น เขานั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้วงความว่างเปล่า ตั้งหน้าตั้งตาหลอมรวมแก่นแท้อัคคีอันบริสุทธิ์ต่อไปอย่างมั่นคง
...
คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ระเบิดออกซ้ำ ๆ จากส่วนลึกของหุบเหวอสูรอัคคีได้เริ่มม้วนตัวและแผ่ขยายทะยานขึ้นสู่ด้านบน ส่งผลให้บังเกิดปรากฏการณ์น้ำหลากอัคคีปะทุครั้งใหญ่หลวงที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
มหาจักรพรรดิชาด เหยียนฉี สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นย่ำแย่อย่างถึงที่สุด เขารีบพุ่งทะยานร่างมุ่งตรงกลับสู่พื้นผิวโลกด้านบนทันที
หากน้ำหลากอัคคีปะทุครั้งใหญ่ขนาดนี้ระเบิดออกไปภายนอก มันจะเป็นภัยพิบัติที่กวาดล้างทำลายล้างจักรวรรดิต้าเยี่ยนจนพังพินาศแน่
และสิ่งที่ทำให้เขาตื่นตระหนกยิ่งกว่านั้นก็คือ เหล่าอสูรอัคคีจำนวนนับไม่ถ้วนภายในหุบเหวต่างพากันตื่นตกใจกลัวราวกับวันสิ้นโลก พวกมันพากันวิ่งพล่านและพุ่งทะยานหนีตายขึ้นสู่ด้านบนอย่างบ้าคลั่ง
หากอสูรอัคคีกลุ่มนี้หลุดรอดออกไปจากหุบเหวอสูรอัคคีได้... นั่นแหละคือหายนะที่แท้จริง!
ครืน!
ครืน!
เสียงกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นดังออกมาจากภายในหุบเหวอย่างต่อเนื่อง หลี่หยวนเป่าและคนอื่น ๆ อีกสองคนยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความกระสับกระส่ายและหวาดหวั่น พวกเขาสัมผัสได้ว่ากำลังมีสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวอย่างยิ่งกำลังจะโผล่พ้นขอบเหวขึ้นมา
"ซวยแล้ว! พวกเราจะดวงกุดขนาดนี้เลยรึไง? มาถึงปุ๊บก็เจอแจ็กพอต 'น้ำหลากอัคคีปะทุ' ที่ร้อยปีจะเกิดขึ้นสักครั้งเลยเนี่ยนะ?!"
หลี่หยวนเป่าลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"จะกลัวไปทำไม? ตราบใดที่พวกเรายังอยู่ภายในวงกลมที่นายน้อยวาดไว้ ต่อให้น้ำหลากอัคคีจะระเบิดรุนแรงแค่ไหนก็ไม่มีทางทำอันตรายพวกเราได้หรอก"
จางเหลียงยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้ แววตาแฝงไว้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในตัวอู๋หนิงอย่างมืดบอด
ในสายตาของเขา นายน้อยคือตัวตนที่รอบรู้และไร้พ่ายในใต้หล้า!
สวี่จื่อเชียนไม่ได้เอ่ยคำใด มีเพียงแววตาแห่งความทะเยอทะยานและโหยหาประกายขึ้นลึก ๆ
เขาปรารถนาที่จะมีความแข็งแกร่งมากพอจะก้าวเดินในหุบเหวอสูรอัคคีได้อย่างอิสระเหมือนเช่นอู๋หนิง มิใช่ทำได้เพียงยืนรอรับความช่วยเหลือและรับการปกป้องอยู่ภายในวงกลมเล็ก ๆ เช่นนี้
สิ่งนี้มันทำให้เขารู้สึกว่าตนเองช่างไร้ประโยชน์เหลือเกิน
ฟุ่บ!
ทันใดนั้น ชายในชุดผ้าป่านธรรมดาผู้หนึ่งที่สะพายกระบี่หักไว้บนแผ่นหลัง พุ่งทะยานพรวดออกมาจากหุบเหวอสูรอัคคี ทั่วร่างของเขาแผ่ซ่านกลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด ยอดฝีมือขอบเขตผู้ทรงเกียรติ! เมื่อเขาโผล่พ้นขอบเหวมาก็สังเกตเห็นคนสามคนและวิหคหนึ่งตัวที่อยู่ไม่ไกลในทันที
"หืม? นั่นมันอะไรกัน?"
เขาทะยานร่างมาหยุดลงที่ด้านนอกวงกลม สัมผัสได้เลือนลางว่ามีพลังงานลึกลับสายหนึ่งกำลังโอบล้อมพื้นที่ตรงนี้เอาไว้
หลี่หยวนเป่าและคนอื่น ๆ พลันร่างกายแข็งเกร็งด้วยความตื่นตระหนก
ชายชุดผ้าป่านปรายสายตามองพวกมันแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกไปหมายจะแตะต้องม่านพลังที่มองไม่เห็นนั้น
ตูม!
วินาทีต่อมา พลังสะท้อนกลับอันมหาศาลและไร้ทางต้านทานพลันระเบิดตูมออกมากระแทกร่างของเขาจนลอยกระเด็นละลิ่วหายวับไปบนเส้นขอบฟ้าราวกับดาวตกภายในพริบตา
"นี่มัน..."
คนทั้งสามต่างพากันอ้าปากค้าง ยืนเซ่อทำอะไรไม่ถูก นึกไม่ถึงเลยว่าวงกลมที่นายน้อยวาดไว้ลอย ๆ จะทรงพลานุภาพขนาดนี้
ขอบเขตผู้ทรงเกียรติ... โดนดีดกระเด็นหายวับไปในพริบตาเนี่ยนะ?
…
สิบอึดใจต่อมา ปรากฏการณ์น้ำหลากอัคคีก็ระเบิดออกอย่างเต็มรูปแบบ
เปลวเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวราวกับไฟโลกันตร์จากนรกภูมิพวยพุ่งทะลักออกมาจากหุบเหวอสูรอัคคี ราวกับมีกระบี่เพลิงขนาดยักษ์ทิ่มแทงทะลวงผ่านชั้นเมฆขึ้นสู่ท้องนภา
เหนือชั้นฟ้าขึ้นไป
มหาจักรพรรดิชาด เหยียนฉี มีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง พลังปราณอันไพศาลถูกควบแน่นไว้บนฝ่ามือ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นม่านบาเรียขนาดมหึมาเข้าโอบล้อมครอบคลุมปากหุบเหวอสูรอัคคีทั้งหมดเอาไว้
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เงาร่างสายแล้วสายเล่าพลันปรากฏขึ้นรอบกายของเขา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าของจักรวรรดิต้าเยี่ยนทั้งสิ้น
พวกเขามีจำนวนหลายสิบคน โดยผู้ที่มีระดับการฝึกตนต่ำที่สุดยังอยู่ในขอบเขตผู้ทรงเกียรติ ทั้งยังมีตัวตนระดับขอบเขตกึ่งจักรพรรดิ มาร่วมด้วยถึงสามท่าน!
"ทุกคน จงร่วมมือกับข้าเพื่อตรึงม่านบาเรียนี้ไว้ให้มั่น!"
เหยียนฉีแผดเสียงคำรามลั่น
คำสั่งขององค์มหาจักรพรรดิย่อมไม่มีใครกล้าขัดขืน
คลื่นพลังปราณอันหนาแน่นและทรงพลังของยอดฝีมือนับสิบสายพุ่งทะยานเข้าหนุนเสริมม่านบาเรียในทันที
สีหน้าของเหยียนฉีดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทว่าแววตายังคงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล การกางม่านบาเรียขนาดใหญ่ยักษ์เช่นนี้ ทั้งยังต้องต้านทานการโจมตีกระแทกจากเปลวเพลิงที่ไม่มีวันหมดสิ้นและฝูงอสูรอัคคีมหาศาล พวกเขาจะสามารถยื้อเวลาไว้ได้มากที่สุดเพียงสามชั่วโมงเท่านั้น
เขาได้แต่ลอบคิดในใจว่า น้ำหลากอัคคีปะทุในครั้งนี้จะดำเนินต่อไปอีกนานเท่าใด
แววตาของเขาฉายแววครุ่นคิดลึกล้ำ ปรากฏการณ์น้ำหลากอัคคีปะทุในครั้งนี้มันแปลกประหลาดเกินไป ดูเหมือนว่ามันจะมีความเชื่อมโยงกับมหาจักรพรรดิหนุ่มผู้นั้นที่เพิ่งดิ่งลึกลงไปในหุบเหว...
ในเวลาเดียวกัน จักรวรรดิต้าเยี่ยนยังคงส่งยอดฝีมือระดับสูงมาสมทบที่นี่อย่างต่อเนื่อง
และในขณะเดียวกัน ตัวตนระดับสูงจากพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของมหาปฐพีเทียนสวนก็เริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ณ หุบเหวอสูรอัคคีแห่งนี้แล้วเช่นกัน
ทว่า กลับมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
คนส่วนใหญ่ทำเพียงแค่เฝ้ามองดูสถานการณ์อยู่ห่าง ๆ ด้วยสายตาเย็นชาเฉยเมย
ชีวิตของพวกมดปลวกเหล่านั้นจะล้มตายไปเท่าใด มันมีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับพวกเขาขนานนั้นเชียวหรือ?
ยิ่งกว่านั้น คนที่เดือดร้อนก็เป็นประชากรของจักรวรรดิต้าเยี่ยน มันยิ่งไม่เกี่ยวกับพวกเขาเข้าไปใหญ่
กาลเวลาค่อย ๆ ขยับเคลื่อนผ่านไปอย่างช้า ๆ
สองชั่วโมงต่อมา
ณ ส่วนลึกที่สุดของหุบเหวอสูรอัคคี ห้วงมิติอันว่างเปล่าที่เคยพังทลายค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับคืนสู่สภาพเดิม และขั้นตอนการหลอมรวมแก่นแท้อัคคีของเพลิงจักรพรรดิเก้าอมฤตโดยอู๋หนิง ก็ดำเนินมาถึงช่วงท้ายสุดแล้วเช่นกัน