- หน้าแรก
- บุกเบิกแดนตะวันตกเฉียงเหนือ เริ่มต้นที่เมล็ดพันธุ์
- บทที่ 407 : โครงสร้างการค้าธัญพืชระหว่างประเทศที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง | บทที่ 408 : การขนส่งแบบสี่เทกอง ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้
บทที่ 407 : โครงสร้างการค้าธัญพืชระหว่างประเทศที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง | บทที่ 408 : การขนส่งแบบสี่เทกอง ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้
บทที่ 407 : โครงสร้างการค้าธัญพืชระหว่างประเทศที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง | บทที่ 408 : การขนส่งแบบสี่เทกอง ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้
บทที่ 407 : โครงสร้างการค้าธัญพืชระหว่างประเทศที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
"วัชพืชและมดแดงเพลิงส่งผลกระทบต่อการผลิตทางการเกษตรของพวกอเมริกันยาวนานกว่าที่คิด ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ต่อหน่วยจึงพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่ภายในประเทศต้นทุนกลับมีแนวโน้มลดลงตามผลผลิตต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น"
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา หลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานเจียเหออินเตอร์เนชั่นแนล เฉินเยี่ยนชิวก็เดินทางไปทำงานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
โดยหลักแล้วเขาทำอยู่สามเรื่อง
หนึ่งคือ เตรียมการสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานธัญพืชในต่างประเทศ ร่วมมือกับประเทศเจ้าบ้านเพื่อสร้างศูนย์กลางท่าเรือธัญพืช เชื่อมโยงระบบ "สถานีรับซื้อธัญพืช — คลังสินค้าเปลี่ยนถ่ายที่ท่าเรือ — คลังสินค้าปลายทางที่ท่าเรือ — การบรรจุและขนส่ง" เข้าด้วยกัน
สองคือ วางผังเส้นทางธัญพืชทั้งในและต่างประเทศแบบบูรณาการ งานนี้เขาทำมาตั้งแต่ตอนที่เข้าร่วมกับเจียเหอแล้ว และเนื่องจากคว้าโอกาสในการเปลี่ยนผ่านธัญพืชภายในประเทศจากการนำเข้าสู่การพึ่งพาตนเองและการส่งออก เจียเหอจึงเป็นผู้นำเหนือพ่อค้าธัญพืชรายใหญ่รายอื่น ๆ ในด้านนี้ ดังนั้นงานในปีนี้ของเขาจึงเน้นไปที่ต่างประเทศเป็นหลัก
สามคือ สร้างแพลตฟอร์มสารสนเทศด้านโลจิสติกส์ธัญพืชในต่างประเทศ เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์การค้าสินค้าธัญพืชระหว่างประเทศและระบบโลจิสติกส์ได้ทันท่วงที
ทั้งสามงานนี้ไม่มีอะไรที่ง่ายเลย
โชคดีที่การส่งออกข้าวโพดปริมาณมหาศาลของประเทศจีนได้นำโอกาสใหม่ ๆ มาสู่เจียเหอ
นี่คือดินแดนที่ยังไม่เคยมีใครบุกเบิก พ่อค้าธัญพืชรายใหญ่ระหว่างประเทศทั้งหมด รวมถึงกั๋วเหลียง ต่างก็มองประเทศจีนเป็นเพียงประเทศผู้นำเข้าธัญพืชเท่านั้น
การส่งออกข้าวโพดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ทุกคนตั้งตัวไม่ทัน มีเพียงเจียเหอและคลังสำรองธัญพืชแห่งชาติเท่านั้นที่มีระบบโลจิสติกส์ การจัดเก็บ และการรับซื้อที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในแหล่งผลิตหลักของประเทศ
และคลังสำรองธัญพืชแห่งชาติก็รับหน้าที่เป็นผู้ควบคุมมากกว่า ดังนั้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาเจียเหอจึงผงาดขึ้นมาโดดเด่นในการค้าข้าวโพดและข้าวสาลีระดับโลก
เดือนมกราคม เขาเดินทางไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในตลาดของมะนิลา ฟิลิปปินส์ ต่อให้มีเงินก็แทบจะหาซื้อข้าวสารไม่ได้ ผู้หญิงและเด็กต้องไปคุ้ยหาอาหารในกองขยะ
ในอินโดนีเซียก็ขาดแคลนอาหารอย่างหนักเช่นกัน ผู้คนพากันออกมาประท้วงบนท้องถนน เกิดเหตุจลาจลขึ้นไม่หยุดหย่อน
ส่วนต่างการขาดแคลนข้าวโพดของฟิลิปปินส์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.8 ล้านตัน ข้าวสาลีขาดแคลน 4.1 ล้านตัน และข้าวสาร 2.3 ล้านตัน
อินโดนีเซียเองก็ไม่น้อยหน้า
ในช่วงเวลานี้ ประเทศผู้ผลิตธัญพืชหลักต่างพากันจำกัดการส่งออก อยากจะนำเข้าธัญพืชก็หาซื้อไม่ได้ง่าย ๆ
ฟิลิปปินส์มีเงินโอนจากต่างประเทศและมีความสัมพันธ์อันดีกับชาติตะวันตก แต่ก็ยังขาดแคลนอย่างหนัก ประกอบกับข้าวโพดของพวกอเมริกันผลผลิตลดลงและระยะทางขนส่งก็ไกล เมื่อเทียบกันแล้ว ธัญพืชในมือของเจียเหอจึงมีความคุ้มค่าสูงมาก
อินโดนีเซียยิ่งไม่มีทางเลือก ในช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้ การหาซื้อธัญพืชได้ก็คือการรักษาสถิติในประเทศเอาไว้
ในปีนี้ เจียเหออินเตอร์เนชั่นแนลทำยอดขายข้าวโพดและข้าวสาลีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมแล้วกว่าหนึ่งล้านตัน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เกี่ยวข้อง กวาดรายได้ไปกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ เฉินเยี่ยนชิวอาศัยจังหวะที่สองประเทศนี้ต้องการธัญพืชอย่างเร่งด่วน ไปตั้งสถานีเปลี่ยนถ่ายที่ท่าเรือมะนิลา, จาการ์ตา และเมดาน เพื่อใช้สำหรับส่งออกธัญพืชและนำเข้าน้ำมันปาล์ม
เดือนมีนาคม เขาเดินทางไปยังอียิปต์
อียิปต์เป็นประเทศผู้ผลิตและบริโภคธัญพืชรายใหญ่ของแอฟริกา อีกทั้งยังเป็นผู้ส่งออกข้าวสารรายสำคัญของโลก แต่สำหรับข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลือง อียิปต์กลับเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่
ในวิกฤตการเงินครั้งนี้ ประชาชนรากหญ้าในอียิปต์ก็ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก
เมื่อสองปีก่อน การค้าข้าวโพดของเจียเหอได้ขยายเข้าไปในอียิปต์แล้ว แต่แหล่งนำเข้าธัญพืชหลักยังคงมาจากอาร์เจนตินา, บราซิล, อเมริกาเหนือ, รัสเซีย, ยูเครน เป็นต้น
ครั้งนี้ เมื่อพิจารณาว่าอียิปต์จะยังคงต้องนำเข้าธัญพืชไปอีกยาวนาน เฉินเยี่ยนชิวจึงอยากถือโอกาสนี้เข้าซื้อหุ้นในท่าเรือสองแห่งของท่าเรืออเล็กซานเดรียในอียิปต์
ก่อนหน้านี้เจียเหอใช้วิธีเช่าท่าเรือสองแห่งนี้มาตลอด
ในตอนนี้ รัฐบาลอียิปต์กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนเงินทุนและเงินตราต่างประเทศ จึงตั้งใจจะขายท่าเรือเพื่อแลกกับเงินทุนเช่นกัน แต่การเจรจาในช่วงแรกกลับไม่ราบรื่นนัก
จนกระทั่งเดือนเมษายน เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในอียิปต์
ผู้ประท้วงบุกจู่โจมสถานที่ราชการในท้องถิ่น เผายางรถยนต์กลางถนน ทุบกระจกร้านค้า ขโมยคอมพิวเตอร์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนท้องถิ่นอย่างน้อยสองแห่งถูกลอบวางเพลิง และธนาคารหลายแห่งก็ได้รับความเสียหาย
อียิปต์ตระหนักถึงความรุนแรงของ 'วิกฤตขาดแคลนอาหาร' จึงออกมาตรการห้ามส่งออกข้าวสาร ยกเลิกภาษีนำเข้าธัญพืชบางส่วน และอื่น ๆ
ในส่วนของข้าวสารและข้าวสาลี เจียเหอไม่สามารถส่งออกได้มากนัก แต่สำหรับแป้งสาลี แป้งข้าวโพด และอาหาร พวกเขามีทรัพยากรที่มากพอ
ในสถานการณ์เช่นนี้ การเจรจาขายหุ้นของท่าเรือทั้งสองแห่งก็เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็มีเกาเต๋อเป็นตัวแทนเซ็นสัญญารับรอง
ในปีนี้ อียิปต์นำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารมูลค่ารวมกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเจียเหอกวาดไปได้ถึง 320 ล้านดอลลาร์ ในขณะเดียวกันฐานเปลี่ยนถ่ายธัญพืชในต่างประเทศก็มีความคืบหน้าอย่างก้าวกระโดด
เดือนมิถุนายน เฉินเยี่ยนชิวเดินทางไปซานโตสของบราซิล
ซานโตสเป็นเมืองท่าที่มีชื่อเสียงของบราซิล ห่างจากเซาเปาโล เมืองที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้เพียง 70 กิโลเมตร และมีทางรถไฟเชื่อมไปยังทั่วประเทศบราซิล
รัฐเซาเปาโลยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ที่สำคัญที่สุดของบราซิล เป็นฐานการผลิตส้ม อ้อย และมันฝรั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ส่วนบริเวณโดยรอบของรัฐเซาเปาโล อย่างรัฐมาตูโกรสซู รัฐปารานา รัฐรีอูกรันดีดูซูล รัฐโกยาส รัฐมาตูโกรสซูดูซูล และรัฐมีนัสเชไรส์ ก็เป็นแหล่งปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองที่สำคัญที่สุดของบราซิล
ผลผลิตข้าวโพดทั้งหมดของบราซิลมีมากกว่า 100 ล้านตัน โดยราว 40 ล้านตันใช้เพื่อส่งออก ถั่วเหลืองมีผลผลิตราว 58 ล้านตัน และใช้ส่งออกถึง 25 ล้านตัน
ไม่มีพ่อค้าธัญพืชรายใหญ่คนไหนยอมปล่อยมือจากแหล่งผลิตธัญพืชที่สำคัญระดับโลกแห่งนี้ไปได้
ทรัพยากรในต่างประเทศของเจียเหอยังห่างชั้นจากกลุ่มบริษัทธัญพืชแห่งชาติอยู่มาก และยิ่งเมื่อเทียบกับพ่อค้าธัญพืชรายใหญ่ระหว่างประเทศแบบดั้งเดิมแล้ว พวกเขาก็เป็นแค่พวกมือใหม่
แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความทะเยอทะยานของเจียเหอ
เจียเหอได้ตั้งสำนักงานในอเมริกาใต้มาตั้งแต่สามปีก่อน และค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาทีละก้าว
ตลอดสามปีนี้ พ่อค้าธัญพืชรายใหญ่ทั้งสี่คอยแสดงตัวตนอยู่ทุกหนทุกแห่ง ตลาดของประเทศจีนไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขารู้สึกแค้นเคือง แต่ยังเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
ตอนนี้เมื่อเจียเหอเข้ามาถึงถิ่นฐานของพ่อค้าธัญพืชรายใหญ่ทั้งสี่ในอเมริกาใต้ พวกนั้นก็เริ่มจำกัดการเคลื่อนไหวของเจียเหอไปซะทุกอย่าง
เมื่อใดที่บริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันหมายตากิจการใหญ่ ๆ เตรียมจะเข้าซื้อกิจการ พ่อค้าธัญพืชพวกนี้ก็จะกระโดดออกมาขัดขวาง คอยปั่นราคา ยุยงผู้ถือหุ้น ปลุกระดมชาวนา ซึ่งรับมือยากมาก
เป้าหมายของบริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันคือการทำกำไร ไม่ใช่เป็นไอ้งั่งให้คนอื่นมาหลอกฟัน
ด้วยเหตุนี้ เป็นเวลานานแล้วที่เจียเหอธัญพืชและน้ำมันไม่มีผลงานชิ้นใหญ่ในบราซิล มีเพียงปริมาณการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
ในทางกลับกัน พ่อค้าธัญพืชรายใหญ่อย่างมารุเบนิ อิโตชู จากประเทศหมู่เกาะ และเฟิงอี้อินเตอร์เนชั่นแนล กลับเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่ไปได้หลายรายการ
ทว่าเวลาสองสามปี ก็มากพอที่จะทำให้ทีมบริหารขององค์กรพัฒนาระบบจนสมบูรณ์ และจับทางตลาดได้ชัดเจน
เมื่อเจียเหออินเตอร์เนชั่นแนลก่อตั้งขึ้น เฉินเยี่ยนชิวก็เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เขาบรรลุข้อตกลงการลงทุนกับกลุ่มการท่าเรือซานโตส โดยจะลงทุนสร้างคลังสินค้าและท่าเรือภายในเขตการท่าเรือ คาดว่าจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการได้ในปีหน้า
จนถึงตอนนี้ ฐานเปลี่ยนถ่ายของเจียเหออินเตอร์เนชั่นแนลในซานโตสก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ในปีนี้มีปริมาณการค้าธัญพืชสะสมถึง 300,000 ตัน ก้าวผ่านก้าวแรกอันแสนยากลำบากมาได้สำเร็จ
ก้าวต่อไปคือการเจาะลึกเข้าไปในแหล่งปลูกถั่วเหลืองบนที่ราบสูงบราซิล และแหล่งปลูกข้าวโพดทางตะวันตกเฉียงใต้ของบราซิล เพื่อสร้างความร่วมมือกับบรรดาเจ้าของฟาร์ม
เจียเหออินเตอร์เนชั่นแนลเป็นผู้จัดหาแพลตฟอร์ม ตามมาติด ๆ ด้วยบริษัทเมล็ดพันธุ์เทียนเหอและฉวนหวางไบโอ
หลังจากบราซิล ก็คืออาร์เจนตินา
ฐานเปลี่ยนถ่ายที่เจียเหออินเตอร์เนชั่นแนลตั้งไว้อยู่ในศูนย์กลางของทุ่งหญ้าปัมปัส: เมืองโรซาริโอ
เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของอาร์เจนตินา และเป็นบ้านเกิดของเมสซี่ ราชาลูกหนัง และเช เกววารา ผู้นำการปฏิวัติคิวบา
ที่นี่คือท่าเรือแม่น้ำที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปารานา เป็นท่าเรือเทกองที่สำคัญของอเมริกาใต้ การส่งออกธัญพืชคิดเป็น 70% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมดของอาร์เจนตินา
ปีนี้ อาร์เจนตินาได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างหนัก ผลผลิตถั่วเหลืองลดลงอย่างมาก แต่ก็ยังมีถึง 33 ล้านตัน ส่วนข้าวโพดมี 18.7 ล้านตัน ซึ่งต่ำกว่าบราซิลมาก
แน่นอนว่าในอาร์เจนตินา เจียเหอก็ถูกกลุ่มพ่อค้าธัญพืชระหว่างประเทศลอบโจมตีเช่นกัน เป้าหมายการเข้าซื้อกิจการสองแห่งถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่อง
แต่เจียเหออินเตอร์เนชั่นแนลก็ยังคงฝ่าฟันอุปสรรคในอาร์เจนตินามาได้
เนื่องจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน และการที่รัฐบาลอาร์เจนตินาเพิ่มภาษีส่งออกธัญพืชที่ท่าเรือโรซาริโอ ทำให้เกิดความวุ่นวายในหมู่เกษตรกรและธุรกิจในประเทศ
บางบริษัทก็ประสบปัญหาในการดำเนินงาน
ในที่สุดเฉินเยี่ยนชิวก็คว้าโอกาสเอาไว้ได้ ในเดือนกรกฎาคม เขาประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อท่าเรือธัญพืชแบบพิเศษภายในท่าเรือโรซาริโอ ซึ่งสามารถให้บริการขนถ่ายสินค้าสำหรับเรือบรรทุกสินค้าที่มีน้ำหนักกว่า 70,000 ตัน
ท่าเรือโรซาริโอเป็นท่าเรือแม่น้ำที่อยู่ลึกเข้าไปในแหล่งผลิตธัญพืช บริเวณโดยรอบก็เป็นฟาร์มปศุสัตว์ที่กว้างขวาง
แม้ปริมาณการขนถ่ายจะน้อยกว่าซานโตส แต่ก็เหมาะกับการเริ่มต้นทำงานของเจียเหออินเตอร์เนชั่นแนลที่เป็นมือใหม่
ที่นี่กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่เฉินเยี่ยนชิวมุ่งเน้น ผ่านการทำงานของทีมงานในพื้นที่ของโรซาริโอ ในเดือนสิงหาคมปีนี้ สินค้าเรือลำแรกก็ถูกส่งออกไป
นั่นคือเรือบรรทุกสินค้าเทกองที่บรรทุกข้าวบาร์เลย์เต็มลำ 70,000 ตัน มูลค่าประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งไปยังท่าเรือจินเหมินในประเทศ
เรือขนาดเจ็ดหมื่นตัน ท่าเรือจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วันในการขนถ่ายสินค้า หนึ่งเดือนก็สามารถส่งเรือบรรทุกสินค้าเทกองออกไปได้ประมาณ 6 ลำ หรือประมาณ 400,000 ตัน
และนับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการ ท่าเรือแห่งนี้ก็รักษาปริมาณงานอยู่ที่ 60% ในแต่ละเดือน
ตั้งแต่ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ถั่วเหลืองในช่วงแรก ๆ ไปจนถึงข้าวสาลีในตอนนี้ ปริมาณการจัดส่งธัญพืชของบริษัทเจียเหออินเตอร์เนชั่นแนลสาขาโรซาริโอพุ่งสูงถึง 1.4 ล้านตัน
แถมยังถือโอกาสเปิดตลาดเม็กซิโก พบพาร์ทเนอร์ความร่วมมือในท่าเรือเวรากรูซในอ่าวเม็กซิโกและท่าเรือมันซานีโยริมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
นับเป็นความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่
เมื่องานในอเมริกาใต้เริ่มเข้าที่เข้าทาง เฉินเยี่ยนชิวก็กลับมาที่ตงย่า ซึ่งที่นี่คือสมรภูมิหลักของการค้าธัญพืชอย่างแท้จริง
ปีที่แล้ว ผลผลิตข้าวโพดในประเทศพุ่งสูงถึง 250 ล้านตัน เกินความต้องการในประเทศไป 80 ล้านตัน และกว่า 40 ล้านตันถูกระบายออกผ่านการส่งออก
ในจำนวนนั้น 20 ล้านตันถูกส่งออกไปยังประเทศหมู่เกาะ เกาหลีใต้ และมณฑลเกาะไต้หวัน
สำหรับปริมาณ 20 ล้านตันนี้ นอกเหนือจากหลายล้านตันที่คลังสำรองธัญพืชแห่งชาติส่งออกจากแถบตะวันออกเฉียงเหนือไปยังเกาหลีใต้แล้ว อีกกว่าสิบล้านตันล้วนไหลมาจากเจียเหอ
แต่ปริมาณที่ส่งออกไปยังโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์โดยตรงนั้นมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นการซื้อต่อจากเจียเหอโดยบริษัทการค้าของประเทศหมู่เกาะอย่าง มารุเบนิ อิโตชู เป็นต้น
ปีนี้ ไม่เพียงแต่พ่อค้าธัญพืชรายใหญ่ทั้งสี่และเฟิงอี้อินเตอร์เนชั่นแนลจะเพิ่มการลงทุนในแหล่งปลูกธัญพืชภายในประเทศ พ่อค้าธัญพืชของประเทศหมู่เกาะอย่างมารุเบนิ อิโตชู ฉวนหมิน และซีเจของเกาหลีใต้ ต่างก็เร่งแย่งชิงฐานที่มั่นในอู่ข้าวอู่น้ำแห่งใหม่ของประเทศจีน
เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดในประเทศลดลงอีกครั้ง ถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ผลผลิตธัญพืชในประเทศก็ยังไม่ทำให้ผิดหวัง
ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม ข้าวโพดและถั่วเหลืองในลุ่มแม่น้ำหวงหวยไห่ก็เป็นกลุ่มแรกที่ก้าวเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ ให้ผลผลิตสูงอย่างต่อเนื่อง ผลผลิตเฉลี่ยต่อหน่วยก็เพิ่มขึ้นอีก
ต้นเดือนกันยายน ข้าวโพดและถั่วเหลืองสีเหลืองในแถบตะวันออกเฉียงเหนือก็เริ่มเก็บเกี่ยว จำนวนเกษตรกรและพื้นที่ที่แจ้งข่าวดีก็เพิ่มขึ้นอีกเพียบ
ศูนย์ข้อมูลธัญพืชและน้ำมันแห่งชาติยังได้ประกาศประมาณการผลผลิตล่าสุดด้วย
พื้นที่ปลูกข้าวโพดลดลงอีก 30 ล้านหมู่ เหลือ 320 ล้านหมู่ คาดการณ์ผลผลิต 224 ล้านตัน
พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นเป็น 235 ล้านหมู่ คาดการณ์ผลผลิต 50.52 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอีก 6 ล้านตัน แต่ปริมาณการบริโภคโดยประมาณกลับเพิ่มขึ้นเป็น 60.85 ล้านตัน อัตราการพึ่งพาตนเองกลับลดลงสองเปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ อัตราการเติบโตของผลผลิตข้าวสาลีและข้าวสารต่อหน่วยก็เพิ่มขึ้นด้วย ผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ไม่ต้องพูดถึงว่าตัวเลขคาดการณ์นี้จะแม่นยำหรือไม่ แค่ตัวเลขชุดนี้ประกาศออกมา ความมั่นใจในความมั่นคงทางอาหารของประเทศก็เพิ่มขึ้นแล้ว
พอประชาชนอ่านหนังสือพิมพ์ แล้วเอาไปเทียบกับราคาข้าวและน้ำมันที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาเกือบปีในประเทศ จากนั้นก็ไปดูข่าวประท้วงและการจลาจลในต่างประเทศที่เกิดจากแป้งแผ่นเดียว แค่นี้ความรู้สึกถึงความสุขของคนในชาติก็เด่นชัดขึ้นมาเลย
บรรดาพ่อค้าธัญพืชระดับโลกเมื่อเผชิญกับแหล่งผลิตธัญพืชแห่งใหม่นี้ ก็ได้เพิ่มเงินลงทุนลงไปอีก
พวกที่ลงทุนมานานอย่าง เฟิงอี้อินเตอร์เนชั่นแนล ก็มีโรงงานที่เริ่มการผลิตในแถบตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว
พวกที่มีข้อได้เปรียบทางภูมิหลัง อย่าง กลุ่มบริษัทธัญพืชแห่งชาติ ก็ได้สร้างศักยภาพในการจัดซื้อและคลังสินค้าขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
ส่วนพวกที่ลงทุนช้าอย่าง พ่อค้าธัญพืชรายใหญ่ทั้งสี่ กำลังการผลิตยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง
และพ่อค้าธัญพืชจากประเทศผู้บริโภคอย่างมารุเบนิ อิโตชู ซีเจ ต่างก็มีความหวังอย่างยิ่งที่จะรับซื้อธัญพืชโดยตรงจากชาวนาจีน หรือนำเข้าอาหารสัตว์โดยตรง ยกตัวอย่างเช่น มารุเบนิ ก็ได้ร่วมทุนตั้งบริษัทอาหารสัตว์กับซินซีว่างในมณฑลหลู่
ตลาดธัญพืชในประเทศมีการแข่งขันอย่างดุเดือด แต่เฉินเยี่ยนชิวรู้ว่าทุกอย่างนี้มีทีมในประเทศคอยรับมืออยู่แล้ว
บริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันได้เปิดเส้นทางโลจิสติกส์ธัญพืชในประเทศ ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ วัสดุการเกษตร ฐานการปลูก การรับซื้อ การจัดเก็บ การแปรรูป ไปจนถึงโลจิสติกส์ จึงมีความสามารถในการแข่งขันในการรับซื้อธัญพืชจากแหล่งผลิตสูงสุด
ต่อให้มารุเบนิ อิโตชู และซีเจ จะดิ้นรนแค่ไหน ก็ไม่สามารถรับซื้อธัญพืชในราคาที่ถูกพอได้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน
ต่อให้พ่อค้าธัญพืชรายใหญ่ทั้งสี่จะยิ่งใหญ่ทรงพลังและมีอิทธิพลรอบด้านแค่ไหน แต่ในประเทศจีน พวกเขาก็ต้องเริ่มต้นจากศูนย์
สิ่งที่เขาต้องทำคือรักษาความมั่นคงและขยายตลาดต่างประเทศ
ดังนั้น เฉินเยี่ยนชิวจึงเดินทางไปที่ท่าเรือขนถ่ายธัญพืชหลัก 3 แห่งของประเทศหมู่เกาะ ได้แก่ โตเกียว นาโกย่า และโยโกฮาม่า ตามลำดับ จากนั้นก็ไปเยี่ยมบริษัทอาหารสัตว์และปศุสัตว์
หลังจากบรรลุข้อตกลงด้วยวาจา เขาก็ไปที่เกาหลีใต้ และใช้วิธีเดิมซ้ำอีกครั้ง
นับตั้งแต่วิกฤตการเงิน ประชาชนในสองประเทศนี้ก็ใช้ชีวิตยากลำบากไม่แพ้กัน ข้าวของแพงขึ้นอย่างมาก ทั้งธัญพืช น้ำมัน ข้าว แป้ง ผัก ผลไม้ ล้วนทำให้คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย
ตอนที่เฉินเยี่ยนชิวพูดคุยกับผู้คนในปูซาน เขาก็พบว่าแม้แต่กิมจิธรรมดา ๆ ยังกลายเป็นของใช้ประจำวันที่หายากในเกาหลีใต้
ความจริงที่ว่าประเทศจีนสามารถเลี้ยงดูผู้คน 1.3 พันล้านคนได้นั้นไร้ข้อกังขา กลับกลายเป็นว่าประเทศหมู่เกาะและเกาหลีใต้ดูเหมือนกำลังเผชิญกับวิกฤตความมั่นคงทางอาหารเสียเอง
โอ้ นี่ก็ต้องขอบคุณลูกพี่อเมริกาของพวกเขาล่ะนะ
ภายใต้แรงกดดันจากภาวะขาดแคลนอาหาร แม้ว่างานของเฉินเยี่ยนชิวในตงย่าจะพบกับอุปสรรค แต่ธุรกิจและฟาร์มส่วนใหญ่ก็ไม่ปฏิเสธสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผล
สิ่งที่น่ากังวลเพียงอย่างเดียวคือการตรวจสอบจากทางการ และการแทรกแซงจากพ่อค้าธัญพืชอย่างมารุเบนิ
เฉินเยี่ยนชิวมองว่าปัญหานี้แก้ไม่ยาก
เจียเหอก็สามารถแทรกแซงการรับซื้อธัญพืชของมารุเบนิและอิโตชูในประเทศจีนได้ ทำให้คุณไม่สามารถรับซื้อได้ หรือไม่ก็ต้องมารับซื้อผ่านมือของฉันเท่านั้น
ในเวลาหนึ่งปี เจียเหออินเตอร์เนชั่นแนลได้สร้างความมั่นคงให้กับตลาดในแหล่งนำเข้าข้าวโพดอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกาเหนือ ตงย่า ตะวันออกกลาง เม็กซิโก ในขณะเดียวกันการตั้งสถานีเปลี่ยนถ่าย ก็ได้วางรากฐานสำหรับขั้นตอนการตลาด เช่น การแปรรูปและการขายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในขั้นต่อไป
ตามความคิดของเฉินเยี่ยนชิว พวกอเมริกันไม่มีทางจมปลักอยู่กับโคลนตมของวัชพืชและมดแดงเพลิงไปตลอดกาล
เมื่อพวกเขากู้คืนกำลังการผลิตได้ รูปแบบการค้าธัญพืชของโลกก็จะดุเดือดมากยิ่งขึ้น ถึงตอนนั้นขีดความสามารถในการแข่งขันในประเทศผู้บริโภคก็จะมีความสำคัญเป็นพิเศษ
ปัจจุบัน ปริมาณการค้าธัญพืชทั่วโลกของบริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันเพิ่งจะทะลุสองสิบล้านตัน ซึ่งยังห่างไกลจากการเป็นพ่อค้าธัญพืชรายใหญ่ระดับนานาชาติของจริงอยู่อีกระยะหนึ่ง
แต่ในปีนี้พวกเขาก็ได้วางจุดยึดในแหล่งผลิตธัญพืชอย่างบราซิลและอาร์เจนตินา ถือเป็นการก้าวที่มั่นคงยิ่งขึ้นในการค้าระดับโลก
…
หลังจากฟังรายงานการทำงานของเฉินเยี่ยนชิว เวลาผ่านไปครึ่งค่อนวัน กัวหยางก็ดื่มชาหมดไปหนึ่งกา
เขารู้สึกพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก แต่เฉินเยี่ยนชิวกลับรู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีพอ
"ตอนแรก บอสวงกลมพื้นที่บนแผนที่ไว้ตั้ง 8 โซน รวมทั้งหมด 80 ท่าเรือ ทั้งท่าเรือน้ำลึก ท่าเรือแม่น้ำ และสถานีรถไฟใน 21 ประเทศ แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราทำสำเร็จเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น"
"แค่นี้ก็พอใจแล้ว" กัวหยางยิ้ม เขายังจำการประชุมแผนยุทธศาสตร์ระบบโลจิสติกส์ครั้งนั้นได้
"ตอนนั้นผมก็แค่วาดไปเรื่อยเปื่อยน่ะ"
เฉินเยี่ยนชิวจิบชาแล้วพูดว่า "ที่แอฟริกามีท่าเรือมาตาดี อวี๋หงไห่วางรากฐานไว้ที่นั่นแล้ว ตะวันออกกลางก็มีหยูเสี่ยวชวนคอยเคลื่อนไหวอยู่ ที่เดียวที่ยังว่างเปล่าอยู่ก็คือแหล่งผลิตธัญพืชในยุโรปตะวันออก และเขตผู้บริโภคในยุโรปตะวันตก"
"แล้วอเมริกาเหนือล่ะ?"
"มีฐานอยู่ที่นิวออร์ลีนส์และเซนต์หลุยส์แล้ว อย่างน้อยตอนที่จำเป็นก็คงไม่ถึงกับมืดแปดด้าน ปีหน้าอเมริกาเหนือก็จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายการทำงานหลักด้วยครับ"
กัวหยางพยักหน้า
นิวออร์ลีนส์เป็นท่าเรือในอ่าวเม็กซิโก
ส่วนเซนต์หลุยส์เป็นท่าเรือแม่น้ำบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำมิสซิสซิปปี อยู่ติดชายแดนระหว่างรัฐมิสซูรีและรัฐอิลลินอยส์ เป็นพื้นที่เพาะปลูกหลักของพวกอเมริกัน เพียงแต่สองปีมานี้เจอแต่เรื่องโชคร้าย
นอกจากนี้ เทียนเหอก็มีสาขาอยู่ที่อิลลินอยส์ด้วย
กัวหยางคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ถามขึ้นว่า "ถ้าเจียเหอตั้งกลุ่มการท่าเรือขึ้นมา จะมีโอกาสเติบโตแข็งแกร่งได้ไหม?"
"ยากครับ ยากมาก" เฉินเยี่ยนชิวตอบอย่างครุ่นคิด "อย่างแรกเลยคือเจียเหอขาดแคลนท่าเรือหลัก (Home Port)"
กัวหยางขมวดคิ้วสงสัย "ท่าเรือหลัก? เรือบรรทุกเครื่องบินเหรอ?"
เฉินเยี่ยนชิวชะงักไปครู่หนึ่ง เรือบรรทุกเครื่องบินเลยเหรอ ประเทศจีนเหมือนจะยังไม่มีของแบบนั้นเลยนะ ช่างกล้าคิดจริง ๆ "ไม่ใช่ครับ"
"ตัวอย่างเช่น กลุ่มการท่าเรือฮัทชิสัน เริ่มแรกพัฒนามาจากการมีฮ่องกงเป็นท่าเรือหลัก ภายหลังก็ได้เข้าซื้อกิจการท่าเรือฟีลิกซ์สโตว์ ท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ พอเข้าสู่ยุค 90 ก็ใช้ท่าเรือเหยียนเถียนในเผิงเฉิงเป็นท่าเรือหลักแห่งที่สอง
ในทำนองเดียวกัน กลุ่มการท่าเรือสิงคโปร์ก็ใช้ท่าเรือสิงคโปร์เป็นท่าเรือหลัก
กลุ่มการท่าเรือยักษ์ใหญ่ทั้งสองกลุ่มนี้ ล้วนมีรากฐานมาจากท่าเรือหลักที่มีคุณภาพเยี่ยม จึงประสบความสำเร็จกลายเป็นห้าอันดับแรกของกลุ่มการท่าเรือระดับโลกในปัจจุบัน"
กัวหยางรู้ว่ากลุ่มการท่าเรือฮัทชิสันเป็นหน่วยงานด้านท่าเรือของบริษัทฉางเจียงฮัทชิสันโฮลดิ้งส์ ซึ่งก็คือธุรกิจของหลี่เจียเฉิง
แต่ไม่คิดว่ามันจะทรงพลังขนาดนี้
คิดอยู่ครู่หนึ่ง กัวหยางก็ถามว่า "มาตาดีของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มีศักยภาพที่จะเป็นท่าเรือหลักได้ไหม?"
"เป็นไปไม่ได้ครับ" เฉินเยี่ยนชิวส่ายหน้าโดยไม่ลังเล "เศรษฐกิจแถวคองโกนั้นย่ำแย่ การเมืองก็วุ่นวาย อาจจะต้องใช้เวลาเป็นสิบเป็นร้อยปีถึงจะพัฒนาขึ้นมาได้"
กัวหยางก็ไม่ได้ปฏิเสธ
คองโก (คินชาซา) เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่วุ่นวายที่สุดบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ตอนนี้เขาแค่ปล่อยอวี๋หงไห่ทำงานอิสระ
ส่วนแบ่งเงินปันผลที่ควรจะให้ก็ให้ไปแล้ว แต่สุดท้ายจะทำเงินได้มากแค่ไหนก็ต้องดูความทุ่มเท
แต่เขารู้สึกว่าสวนปาล์มน้ำมันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกยังมีโอกาสพัฒนาเติบโตได้
เพียงแต่การให้มาตาดีเป็นท่าเรือหลักนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝันไปหน่อย สู้อ่าวเป่ยปู้ยังไม่ได้เลย... เอ๊ะ?
"แล้วอ่าวเป่ยปู้ล่ะ?" กัวหยางถามอย่างร้อนรน แต่ในใจรู้สึกว่าไอเดียนี้น่าจะมีหวัง
อ่าวเป่ยปู้มีท่าเรือสามแห่ง ได้แก่ ท่าเรือฝางเฉิง ท่าเรือชินโจว และท่าเรือเป๋ยไห่ ส่วนคลองผิงลู่ก็จะไหลออกสู่ทะเลจากท่าเรือชินโจว
หากในอนาคตคลองผิงลู่เปิดใช้สัญจรได้ ก็จะเชื่อมต่อพื้นที่แถบตะวันตกเฉียงใต้ทั้งหมด และหากแนวคิดเรื่องแม่น้ำหงฉีเป็นจริงได้ หรือทางรถไฟหลานอวี๋ที่กำลังก่อสร้างอยู่เปิดให้ใช้บริการ
ภาคตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ทั้งหมดก็จะเชื่อมเข้าด้วยกัน ซึ่งนี่ก็คือส่วนหนึ่งของนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในอนาคต
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่ออุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพพัฒนาขึ้น ปริมาณการขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ก็จะเพิ่มสูงขึ้น การจะเป็นท่าเรือหลักก็ถือว่ามีคุณสมบัติเพียงพอแล้ว
เฉินเยี่ยนชิวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พูดว่า "อ่าวเป่ยปู้อาจจะมีศักยภาพนี้ แต่คงจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้ไม่ง่าย การลงทุนระดับนี้องค์กรเอกชนเข้าไปแทรกแซงได้ยากครับ"
"ไม่เป็นไร" กัวหยางยิ้ม "เคยติดต่อกับมณฑลกุ้ยมาตั้งเยอะแล้ว ก็คิดซะว่าคุยโม้เล่น ๆ แล้วกัน"
เมื่อคิดได้ดังนั้น กัวหยางก็แทบรอไม่ไหว หยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาหม่าเปียว เพื่อคุยเรื่องท่าเรืออ่าวเป่ยปู้
สำหรับความต้องการที่เจียเหออยากจะเข้าไปมีส่วนร่วม หม่าเปียวก็บอกว่าเป็นเรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธซะทีเดียว บอกแค่ว่าจะนำไปหารือกัน
ในมุมมองของหม่าเปียว เจียเหอปฏิเสธที่จะลงทุนในคลองผิงลู่ แต่กลับอยากมาลงทุนในท่าเรือ มันดูจะข้ามขั้นตอนไปหน่อย คลองไม่เปิดให้สัญจร ท่าเรือจะมีศักยภาพได้ยังไง?
กัวหยางก็ได้แต่บอกว่าตอนนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้
ในขณะเดียวกันเขาก็แสดงจุดยืนว่า หากเจียเหอสามารถเข้าร่วมในการก่อสร้างและการบริหารท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ได้ เจียเหอก็ยินดีที่จะออกแรงในส่วนของคลองผิงลู่ด้วย
แรงที่ว่านี้ก็คือเรื่องเงินนั่นเอง
เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ก็มีเรื่องให้เจรจากันต่อได้แล้ว
วางสายเสร็จ กัวหยางก็มองไปที่เฉินเยี่ยนชิวแล้วพูดว่า "เห็นไหมล่ะ เรื่องมันก็ไปได้เกินครึ่งแล้ว ดูเหมือนมันจะไม่ได้ยากขนาดนั้นนะ"
เฉินเยี่ยนชิวเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน เรื่องใหญ่ขนาดนี้ กลับคุยกันแค่ไม่กี่ประโยคก็ได้ผลสรุปซะแล้ว แต่พอคิดดูดี ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจ
ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้มีข้อได้เปรียบทางธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร แต่กลับมีปัญหาเรื่องแม่น้ำสายในที่สัญจรไม่ได้ ทำให้ปริมาณการขนถ่ายสินค้าไม่เพียงพอ ในขณะที่เจียเหอสามารถช่วยเหลือได้ทั้งสองส่วนนี้ การจะขอร่วมสร้างท่าเรือเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนก็ไม่ได้เรียกร้องมากเกินไปหรอกน่า!
ในเมื่อการท่าเรือฮัทชิสันยังสามารถร่วมทุนกับท่าเรือเหยียนเถียนได้ แล้วทำไมเจียเหอจะร่วมมือกับท่าเรือชินโจวไม่ได้ล่ะ?
นี่ก็มีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้ว
หลังจากอยู่ในห้องทำงานของเฉินเยี่ยนชิวมาครึ่งค่อนวัน ช่วงบ่ายกัวหยางก็เดินทางไปที่บริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันที่อยู่อีกฝั่ง
เกาเต๋อไม่อยู่ แต่บริษัทการค้าเจียเหอธัญพืชและน้ำมัน ซึ่งอยู่ภายใต้เครือเจียเหอธัญพืชและน้ำมัน ก็บังเอิญมีผู้รับผิดชอบศูนย์คนหนึ่งอยู่ในห้องทำงานพอดี
คนคนนี้ชื่อเป้าเนี่ยนชุน เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด
บริษัทการค้าเจียเหอธัญพืชและน้ำมันยังเป็นส่วนสำคัญที่สุดในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรและธัญพืชของเจียเหอภายในประเทศอีกด้วย
ประกอบด้วยหกส่วนหลัก ๆ
ได้แก่ ส่วนงานธุรกิจ: ศูนย์ข้าวโพด ศูนย์ถั่วเหลือง ศูนย์ธัญพืชรวม และศูนย์โลจิสติกส์
ฝ่ายปฏิบัติการ: ฝ่ายบริหารสินทรัพย์ ฝ่ายข่าวกรองธุรกิจ ฝ่ายป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า ฝ่ายอุตสาหกรรมเกษตรกรรม และฝ่ายบริหารคลังสินค้า
ส่วนภูมิภาค: ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภูมิภาคริมแม่น้ำ ภูมิภาคชายฝั่ง และภูมิภาคตอนใน แต่ละภูมิภาคจะมีบริษัทสาขา 2-4 แห่ง
บริษัทแพลตฟอร์มท่าเรือ
บริษัทในเครือโดยตรง
และฝ่ายสนับสนุน: สำนักงานบัญชี การเงิน ทรัพยากรบุคคล ตรวจสอบภายใน และกฎหมาย
เป้าเนี่ยนชุนเป็นผู้รับผิดชอบหลักในธุรกิจของศูนย์ข้าวโพด เมื่อเข้าสู่เดือนธันวาคม ข้าวโพดในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำหวงหวยไห่และแถบตะวันออกเฉียงเหนือต่างก็ถูกเก็บเกี่ยวเข้ายุ้งฉางจนหมด
ด้วยรูปแบบต่าง ๆ เช่น การทำเกษตรแบบพันธสัญญา บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร และการรับฝากจัดการที่ดิน ภารกิจรับซื้อของศูนย์ข้าวโพดจึงบรรลุเป้าหมายเกินคาดไปตั้งนานแล้ว
งานหลักในตอนนี้คือการเชื่อมโยงกับธุรกิจปลายน้ำ ได้แก่ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ การแปรรูปอาหาร และองค์กรการแปรรูปเชิงอุตสาหกรรม
ตามที่เป้าชุนไหลกล่าวไว้ แรงกดดันในการขายข้าวโพดของปีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เช่นกัน
โดยเฉพาะข้าวโพดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งปกติแล้วข้าวโพดที่เหลือจากการบริโภคจะถูกส่งไปป้อนให้ทางตะวันตกเฉียงใต้ แต่ด้วยการส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ดีอย่างต่อเนื่อง ส่วนต่างการขาดแคลนข้าวโพดของตะวันตกเฉียงใต้ก็ลดลง ทำให้ข้าวโพดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีปริมาณมากเกินความจำเป็นตามไปด้วย
การที่เป้าชุนไหลกลับมาที่จิ่วเฉวียน ก็เป็นเพราะปริมาณการรับซื้อของศูนย์ข้าวโพดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือทะลุเป้าหมายไปแล้ว เลยต้องมาหาวิธีจัดการ
"ไม่คิดเลยว่าตอนนี้ผลผลิตดีเกินไปก็กลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวซะได้"
บทที่ 408 : การขนส่งแบบสี่เทกอง ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้
“ตอนนี้เป็นช่วงเจ็บปวดของการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม” กัวหยางกล่าว ในช่วงสองสามปีมานี้ปริมาณธัญพืชในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมากติดต่อกันทุกปี แรงกดดันต่อคลังสำรองธัญพืชนั้นมหาศาลมากจริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวโพด ข้าวโพดในคลังสำรองของทั้งประเทศมีอย่างน้อย 150 ล้านตันขึ้นไป
แม้ว่าราคาธัญพืชจะตกต่ำ ทำให้ผู้ปลูกข้าวโพดหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน แต่มันก็ยังต้องใช้เวลา
และพื้นที่ปลูกข้าวโพดก็ลดลงในอัตราที่ไม่ช้านัก ปีที่แล้วลดลงไป 70 ล้านหมู่ ปีนี้ก็ลดลงอีก 30 ล้านหมู่ เวลาสองปีก็สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างไปได้ถึง 100 ล้านหมู่
พื้นที่ปลูกข้าวโพดลดลงเหลือ 320 ล้านหมู่ กัวหยางรู้ดีว่าในมิติเวลาเดิม พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดในประเทศนั้นเพิ่มขึ้นมาตลอด และในท้ายที่สุดก็คงพื้นที่ระดับ 600 - 700 ล้านหมู่ต่อเนื่องหลายปี
การที่เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น เป็นเพราะผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ ทำให้การจัดหาข้าวโพดมีปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในทางตรงกันข้าม แม้พื้นที่ปลูกถั่วเหลืองจะเพิ่มขึ้นแปดเก้าสิบล้านหมู่ แต่ปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นโดยรวมก็ยังคงน้อยกว่าการเติบโตของตลาดผู้บริโภคอยู่ดี
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการปรับโครงสร้างยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก หากผ่านไปอีกสักหนึ่งหรือสองปี สถานการณ์นี้ก็อาจมีให้เห็นมากขึ้น
เปาชุนไหลถอนหายใจยาว “การปรับเปลี่ยนนี้กินเวลานานเกินไปแล้ว อาจเป็นเพราะลักษณะเด่นที่ให้ผลผลิตสูงของตระกูลเทียนอวี้ มีผลผลิตขั้นต่ำคอยรับประกัน ชาวนาจึงไม่ยอมเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น”
กัวหยางไม่ได้ต่อบทสนทนาประเด็นนี้ แต่กลับถามว่า “ฝั่งเขตตะวันตกเฉียงเหนือมีข้าวโพดอยู่เท่าไหร่?”
“ความจุคลังข้าวโพดทางตะวันตกเฉียงเหนือมีทั้งหมด 2 แสนตัน ตอนนี้เต็มหมดแล้ว” เปาชุนไหลพูดด้วยน้ำเสียงอึดอัด “ปีนี้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาขายธัญพืชยากอีกครั้ง ท้องถิ่นก็กำลังเรียกร้องให้บริษัทต่างๆ เพิ่มการรับซื้อ เราเองก็ต้องแสดงท่าทีอะไรบ้าง”
“อืม” กัวหยางพยักหน้า “พยายามประสานงานให้เต็มที่เถอะ ฉันว่าพยายามหาทางออกจากการค้าให้ได้ ถ้าฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ไม่ไหวก็ลองหาตลาดอื่นดู”
“คงทำได้แค่นั้นแหละ”
ปัญหาชาวนาขายธัญพืชยากเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรพิจารณาแก้ไข แต่ศูนย์ข้าวโพดของบริษัทการค้าก็มีการทำเกษตรแบบพันธสัญญาในภาคตะวันตกเฉียงเหนือด้วย ปริมาณผลผลิตส่วนนี้จำเป็นต้องได้รับการจัดการ
แม้ต้นทุนการขนส่งจะสูงก็ต้องยอมรับ
“ผลผลิตเยอะแต่รายได้ไม่เยอะตามเลย!” กัวหยางถอนหายใจ
ช่วงที่อยู่เมืองหลวง เขาก็สังเกตเห็นทิศทางความเปลี่ยนแปลงของรายงานข่าวบางชิ้น
ทีแรกก็เป็นการสรรเสริญการเก็บเกี่ยวธัญพืชครั้งใหญ่ สถิติผลผลิตธัญพืชที่ทำสถิติสูงสุด แต่พอผ่านไปได้ระยะหนึ่งก็กลายเป็นปัญหาธัญพืชขายไม่ออก ชาวนาขายธัญพืชน้ำตาตกใน
ความจริงไม่ได้ขายไม่ออก แค่ราคาไม่ตรงตามความคาดหวัง
เพราะเวลาชาวนาเหล่านี้คำนวณต้นทุน พวกเขามักเอาไปเปรียบเทียบกับราคาปีก่อนๆ แต่ตอนนี้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นเรื่อยๆ ผลผลิตรวมก็ล้นตลาด ราคาธัญพืชจึงไม่มีทางขยับขึ้นได้เลย
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีชาวนาที่ยอมรับ ‘ราคาต่ำ’ แบบนี้ได้ และบริษัทส่งออกก็ต้องการราคาต่ำเช่นนี้เหมือนกัน
เมื่อมองจากตลาดส่งออก ต้นทุนการผลิตข้าวโพดของบราซิลและอเมริกาใต้ก็ยังคงได้เปรียบ ตลาดส่งออกข้าวโพดของประเทศจีนก็แย่งชิงมาจากมือของพวกอเมริกัน
แม้ภาคการผลิตทางการเกษตรของพวกอเมริกันจะกำลังประสบปัญหาในตอนนี้ แต่มันก็ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจด้านการผลิตทางการเกษตรของโลกใบนี้อยู่ดี
สินค้าเกษตรของพวกเขาก็ยังต้องการตลาดรองรับการบริโภค
ถ้าหากราคาสูงเกินไป ความนิยมของข้าวโพดในประเทศบนตลาดโลกก็จะลดลงตามไปด้วย สิ่งนี้ทำให้ในตลาดมีทั้งคนดีใจและคนเสียใจ
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการกระจายสินค้า
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง กัวหยางก็ถามขึ้นอีก “นายมีแผนจะทำยังไง?”
“ก็คงต้องเร่งโรงงานแปรรูปข้าวโพดดู ว่าจะพอเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีกได้มั้ย” เปาชุนไหลยิ้มขื่นๆ ที่จริงเขารู้ดีว่าโรงงานแปรรูปข้าวโพดเองก็มีแรงกดดันไม่น้อยเช่นกัน
“ฉันก็อยากฟังเหมือนกัน” กัวหยางกล่าวพึมพำ
ปีที่แล้วเขาจัดประชุมเฉพาะเรื่องการแปรรูปข้าวโพด โดยเสนอเป้าหมายว่า ‘ใช้เทคโนโลยีสกัดคุณค่าทุกหยดจากข้าวโพดทุกเมล็ด ข้าวโพดหนึ่งเมล็ดสามารถเติบโตเป็นต้นไม้อุตสาหกรรมได้’ ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
...
บริษัทเจียเหอไบโอเทคโนโลยี จำกัด เป็นองค์กรแปรรูปข้าวโพดขั้นสูงภายใต้สังกัดบริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมัน มีการจัดตั้งสาขาในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดที่สำคัญหลายแห่ง
ปัจจุบันได้มีโรงงานเริ่มทำการผลิตแล้วในสามพื้นที่ ได้แก่ มณฑลจี๋ มณฑลอวี้ และมณฑลหลู่
ผลิตภัณฑ์หลักมีจำพวกแป้ง วัตถุดิบอาหารสัตว์ และแอลกอฮอล์
เมื่อรวมทั้งสามโรงงานเข้าด้วยกันแล้ว จะสามารถสร้างกำลังการผลิตในการแปรรูปข้าวโพดขั้นสูงรวมกันได้ราว 2.5 ล้านตัน
“บอสเปา ไม่ใช่ว่าผมไม่มีน้ำใจนะ แต่มณฑลอวี้ก็เป็นมณฑลที่ผลิตธัญพืชได้เยอะ ปริมาณผลผลิตข้าวโพดสูงกว่าฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือตั้งเยอะ การทิ้งที่ใกล้ไปเอาที่ไกลมันไม่ใช่เรื่องเลยนะ!”
“เหล่าเปา นายคิดว่าการขนข้าวโพดจากภาคตะวันตกเฉียงเหนือมาที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนี่ย มันฟังดูเข้าท่ามั้ย?”
“ในเมื่อขนส่งออกมาทางเส้นทางรถไฟสายหลงไห่ได้ ทำไมไม่ขายให้บริษัทต่างชาติไปตรงๆ เลยล่ะ?”
เปาชุนไหลหน้าแตกติดกันสามครั้ง อีกทั้งเหตุผลที่ถูกปฏิเสธก็ฟังดูมีเหตุผลจนเถียงไม่ออก
“ดูท่าทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือคงไม่สามารถรับซื้อธัญพืชต่อได้แล้ว” เปาชุนไหลพูดด้วยความจนใจ “ช่องทางการขายและการขนส่งยังมีจำกัดเกินไป”
ตามสถานการณ์ในช่วงสองปีก่อน ช่วงเวลานี้ควรจะมีข้าวโพดจากภาคตะวันตกเฉียงเหนือส่งไปยังฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ทุกวัน ปริมาณการซื้อขายก็นับว่าไม่เลว
ทว่ากระแสการปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวโพดที่ดีกว่าก็ได้พัดไปถึงฝั่งตะวันตกเฉียงใต้แล้ว ทำให้ผลผลิตข้าวโพดในพื้นที่เหล่านั้นเพียงพอต่อความต้องการและสามารถพึ่งพาตนเองได้เป็นส่วนใหญ่
แต่ศูนย์ข้าวโพดของบริษัทการค้ายังคงดำเนินการรับซื้อข้าวโพดในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือตามจังหวะเดิมของปีก่อนๆ ผลก็เลยทำให้เกิดสถานการณ์อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
กัวหยางที่อยู่ด้านข้างเป็นพยานรับรู้เหตุการณ์ทั้งหมด มองเผินๆ อาจดูเหมือนว่าเป็นปัญหาเรื่องการรวบรวมข้อมูลไม่ดีพอ แต่แท้จริงแล้วต้นเหตุสำคัญก็คือความต้องการภายในประเทศยังไม่ได้รับการพัฒนาให้เพียงพอ
ศักยภาพในการบริโภคข้าวโพดในประเทศนั้นมหาศาลมาก
ปีนี้ปริมาณผลผลิตข้าวโพดในประเทศอยู่ที่ 224 ล้านตัน ความต้องการอยู่ที่ราว 150 ล้านตัน ยังคงมีข้าวโพดส่วนเกินกว่า 70 ล้านตัน
แต่ในมิติเวลาเดิม ปริมาณการบริโภคข้าวโพดในประเทศตลอดทั้งปีนั้นทรงตัวอยู่ในระดับ 280 ล้านตันขึ้นไปมานานหลายปีแล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับว่าปริมาณการผลิตในตอนนี้ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้
“เดี๋ยวฉันโทรหาสยงจิ่งเอง” กัวหยางไม่ได้หลบเลี่ยงเปาชุนไหล เขากดโทรหาสยงจิ่งสายตรงทันที
สยงจิ่งคือผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเจียเหอไบโอเทคโนโลยี จำกัด ในปัจจุบัน เคยทำงานเป็นคู่หูกับฟางเสี่ยวจาง กัวหยางเองก็เคยพบหน้ากันหลายครั้งและได้ขอเบอร์ติดต่อเอาไว้
สัญญาณโทรศัพท์ถูกรับอย่างรวดเร็ว
“ฮัลโหล สวัสดีครับท่านประธาน” สยงจิ่งไม่คาดคิดว่าจะได้รับสายจากบอสใหญ่กะทันหันแบบนี้ คิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ในใจก็เลยตุ๊มๆ ต่อมๆ
กัวหยางเข้าประเด็นทันทีที่เอ่ยปาก “หากโครงการที่กำลังก่อสร้างทั้งหมดเริ่มทำการผลิต กำลังการผลิตในการแปรรูปข้าวโพดขั้นสูงจะสูงถึงปีละเท่าไหร่?”
“7 ล้านตันครับ”
“หมายความว่ายังมีอีก 4.5 ล้านตันที่ยังไม่ได้เดินสายการผลิต?”
“ใช่ครับ” สยงจิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงขรึมว่า “ยังมีปัญหาที่น่าปวดหัวอีกอย่างหนึ่ง ต่อให้เปิดสายการผลิตแล้ว ก็ยากที่จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มกำลังครับ”
กัวหยางเลิกคิ้ว “กำลังการผลิตล้นตลาดเหมือนกันเหรอ?”
สยงจิ่งพูดว่า “ใช่ครับ สองปีมานี้บริษัทอย่างกั๋วเหลียง ซีหวัง อวี้เฟิง และที่อื่นๆ ต่างก็ขยายกำลังการผลิตกันอย่างบ้าคลั่ง การแข่งขันในตลาดปลายน้ำก็ดุเดือดมาก หากรอจนโครงการที่กำลังก่อสร้างทั้งหมดเริ่มเดินสายการผลิต ตลาดในประเทศก็คงจะถึงจุดอิ่มตัวจริงๆ ครับ”
“แล้วเอทานอลล่ะ?”
“เหมือนกันครับ อุตสาหกรรมปลายน้ำของเอทานอลส่วนใหญ่ได้แก่ เหล้าขาว ยา ผลิตภัณฑ์เคมี และเอทานอลเชื้อเพลิง ในจำนวนนั้นเหล้าขาวคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ถือเป็นกำลังหลักในการบริโภคเอทานอล ผลิตภัณฑ์เคมีและยาคิดเป็น 30% แต่ทั้งสามอย่างนี้ก็จัดหาได้ล้นตลาดไปแล้ว ที่พอจะพึ่งพาได้เพียงอย่างเดียวก็คือเอทานอลเชื้อเพลิง น่าเสียดายที่การส่งเสริมยังไม่เป็นผลเท่าที่ควรครับ!”
กัวหยางเข้าใจสิ่งที่สยงจิ่งต้องการสื่อได้อย่างชัดเจน
ไม่ได้มีแค่ขั้นตอนการเพาะปลูกเท่านั้นที่ผลิตล้นตลาด แต่ในส่วนการแปรรูปก็เกิดภาวะล้นตลาดเช่นกัน นี่คือผลลัพธ์ที่ตามมาจากการที่ผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
แต่นี่ล้วนเป็นปัญหาของคนที่มีความสุข
วิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ถูกวางไว้บนโต๊ะตั้งนานแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเบื้องบนจะตัดสินใจอย่างไรเท่านั้น
จากนั้น กัวหยางก็คุยกับสยงจิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการผลิตอีกเล็กน้อย แต่ไม่ได้ออกคำสั่งอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่ให้กำลังใจให้อดทนสู้ต่อไป และการก่อสร้างโรงงานก็อย่าปล่อยให้ล่าช้า
โดยเฉพาะโครงการเอทานอลเชื้อเพลิง เขาคาดการณ์ว่าประเทศจะดำเนินการขยายการส่งเสริมการใช้เอทานอลเชื้อเพลิงต่อไป และในระดับหนึ่งก็อาจจะผ่อนปรนข้อจำกัดเรื่องการนำธัญพืชไปผลิตเอทานอลเชื้อเพลิง
นี่เป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาผลผลิตธัญพืชล้นตลาด
หลังจากวางสาย กัวหยางก็คุยกับเปาชุนไหลต่ออีกพักหนึ่ง รับฟังรายละเอียดที่สำคัญในกระบวนการค้าขายธัญพืช
จนเมื่อใกล้จะเลิกงาน เขาก็กลับไปที่ออฟฟิศ จากนั้นก็โทรศัพท์หาเกาเต๋อ เล่ารายละเอียดการพูดคุยกับเฉินเยี่ยนชิว เปาชุนไหล และสยงจิ่งให้ฟัง
แม้ว่าความมั่นคงของตลาดผู้บริโภคในต่างประเทศและรากฐานที่แข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศจะน่าตื่นเต้น
แต่พวกเขาสองคนต่างก็รู้ดีว่าภาวะผลผลิตล้นตลาดคือแนวโน้มหลักในอนาคต แม้ว่าบนโลกใบนี้จะยังมีคนยากจนอีกมากมายที่ต้องทนหิวโหย แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ได้
การค้าธัญพืชทั่วโลกในปัจจุบันนี้ถือว่ามีกำไรน้อยมาก ต้องอาศัยปริมาณที่มหาศาลช่วยประคองเอาไว้ เมื่อภาคการผลิตทางการเกษตรของอเมริกาเหนือฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ การแข่งขันก็ย่อมจะทวีความดุเดือดขึ้นอย่างแน่นอน
บริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันจำเป็นต้องเร่งจัดระเบียบช่องทางทั้งในและต่างประเทศให้ราบรื่นโดยเร็ว เพื่อทำให้บริษัทเข้าสู่สถานะทำกำไร
ในช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้ ปัญหาชาวนาขายธัญพืชยากก็ทวีความชัดเจนมากขึ้น
เริ่มต้นจากการที่สื่อท้องถิ่นต่างๆ ลงข่าวรายงาน จากนั้นก็เกิดเป็นกระแสในโลกออนไลน์ ทำให้เกิดประเด็นร้อนแรงขึ้น
เว็บไซต์ฮุ่ยหนงและเว่ยไหลเวยป๋อก็ได้รับผลกระทบไปด้วย
คำพูดจำพวกผลิตได้มากแต่รายได้ไม่มากตาม หรือมีแต่ปัจจัยการผลิตที่ขึ้นราคาแต่ราคาธัญพืชกลับไม่ขึ้นเลยนั้น มีให้เห็นอยู่เกลื่อนกลาด
พักหลังมากัวหยางเอาแต่หมกตัวอยู่ในออฟฟิศ คอยสะสางธุรกิจในแต่ละภาคส่วนของกรุ๊ปไปพร้อมๆ กับรับสายโทรศัพท์สารพัดสายที่โทรเข้ามา
มีทั้งสายจากอำเภอและเมืองในระดับท้องถิ่น มีทั้งจากมณฑลที่ผลิตธัญพืชรายใหญ่ สุดท้ายกระทรวงเกษตรและสำนักงานธัญพืชแห่งชาติก็ยังส่งจดหมายมาด้วย
และในตอนนี้ เขาก็กำลังคุยโทรศัพท์กับผู้อำนวยการเนี่ยจากสำนักงานธัญพืชอยู่
“ผู้อำนวยการเนี่ย ตั้งแต่ขั้นตอนการรับซื้อธัญพืช แปรรูป ขาย ไปจนถึงส่งออก เจียเหอพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วครับ ปีนี้เจียเหอส่งออกข้าวโพดแค่ชนิดเดียวก็เกือบ 15 ล้านตันแล้ว ในประเทศคงไม่มีใครทำได้เยอะกว่าเราแล้วมั้งครับ!”
ผู้อำนวยการเนี่ยพูดเสียงขรึม “คนเก่งก็ย่อมต้องทำงานหนักหน่อยล่ะนะ ในระยะเวลาสั้นๆ ก็คงมีแค่เจียเหอเท่านั้นที่มีศักยภาพนี้ กำลังการขนส่งธัญพืชตามไม่ทัน มีแต่เจียเหอที่ทำจนบรรลุเป้าหมายการขนส่งแบบ ‘สี่เทกอง’ สำหรับธัญพืชได้แบบครบวงจร”
ความจริงแล้วสำนักงานธัญพืชแห่งชาติก็ตระหนักถึงปัญหาการกระจายธัญพืชในประเทศมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ภายในประเทศก็ค่อยๆ ผลักดันการขนส่งแบบสี่เทกอง แต่ผลลัพธ์กลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า
อีกทั้งในอดีตประเทศก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการส่งออกธัญพืชขนานใหญ่เช่นนี้มาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากการปรับโครงสร้างการเพาะปลูกตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งก็คือการเปลี่ยนจากข้าวโพดไปปลูกถั่วเหลืองหรือพืชชนิดอื่นๆ สุดท้ายก็ทำให้ช่วงเวลาในการขนส่งคลาดเคลื่อนกันไป
ใครจะคิดล่ะว่าปีนี้จะเกิดปัญหาเรื่องการกระจายสินค้าขึ้นมาอีก นอกเหนือจากนี้ ข้าวโพดส่วนใหญ่ที่คลังสำรองของรัฐรับซื้อไปเก็บเมื่อปีที่แล้วก็กลายเป็นสินค้าในสต็อกกันไปหมด
ถ้าจะให้รับซื้อไปเก็บอีกในปีนี้ มันก็ยังพอจุไหวอยู่ แต่ขืนเอาแต่เก็บดองไว้แบบนี้มันก็ใช่เรื่อง ทำได้เพียงเพิ่มการส่งออกไปต่างประเทศให้มากขึ้นเท่านั้น
แต่การส่งออกมันจะไปง่ายได้ยังไงล่ะ
ระบบขนส่งทางรถไฟขาดแคลนอย่างหนัก ยานพาหนะที่ใช้ขนส่งขาดแคลน สิ่งอำนวยความสะดวกในการรับ ส่งและบรรทุกขนถ่ายสินค้าขาดแคลนอย่างรุนแรง
ผู้อำนวยการเนี่ยนำทีมไปตรวจสอบที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยุ้งฉางและคลังพักสินค้าส่วนใหญ่ต่างใช้วิธีเทกองเพื่อจัดเก็บ แต่ตอนขนส่งกลับกลายเป็นการบรรจุใส่กระสอบ และการส่งออกก็มักจะใช้การขนส่งด้วยเรือเทกอง
แล้วไอ้การไปๆ มาๆ แบบนี้เนี่ย มันจะเสียกำลังการขนส่งไปเปล่าๆ ปลี้ๆ เท่าไหร่กัน?
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับช่องทางโลจิสติกส์ห่วงโซ่อุปทานธัญพืชที่บริษัทเจียเหอนำแบบอย่างมาจากบริษัทค้ายักษ์ใหญ่ระดับนานาชาติ ความแตกต่างนี้ก็ยิ่งเด่นชัดจนเตะตา
คลังพักสินค้าของคนอื่นมีขนาดเล็ก สิ่งอำนวยความสะดวกก็ล้าหลัง เวลาที่ใช้ขนถ่ายสินค้าลงรถคันหนึ่ง เจียเหอก็สามารถทำให้เสร็จได้ถึงสองสามคันแล้ว
ที่ท่าเรือก็มีสภาพเดียวกัน เรือเทกองลำหนึ่ง เจียเหออาจใช้เวลาเพียงแค่สามวันก็สามารถบรรทุกได้เต็มลำ ขณะที่บริษัทอื่นๆ อาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือนานกว่านั้น อีกทั้งยังมีปัญหาการรอคิวเรือเทียบท่าที่ท่าเรือ ปัญหาของตกค้างบนรถขนส่งธัญพืชเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ...
จัดเก็บแบบเทกอง บรรจุแบบเทกอง ขนส่งแบบเทกอง และขนถ่ายแบบเทกอง เหล่านี้คือกระบวนการที่สำคัญที่สุดของระบบโลจิสติกส์ธัญพืช
ผู้อำนวยการเนี่ยจำได้ว่าบริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันทุ่มเงินลงทุนไปกว่าหกพันล้านหยวนเพื่อทำการปฏิรูปเข้าสู่ระบบสี่เทกอง เมื่อรวมกับการลงทุนในอดีตและปัจจุบันแล้ว ตัวเลขรวมทั้งหมดก็อาจจะสูงถึงหมื่นล้านหยวน
แต่หากพิจารณาดูในตอนนี้แล้ว การลงทุนนี้ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามหาศาลเลยทีเดียว
รถขนธัญพืชจะวิ่งไปรับธัญพืชกลางทุ่งนาโดยตรง จากนั้นก็ขนส่งธัญพืชแบบเทกองไปจัดเก็บในคลังพักสินค้า ก่อนจะขนส่งผ่านทางรถไฟและทางหลวงไปยังคลังสินค้าที่ท่าเรือหรือขนขึ้นเรือโดยตรง กระทั่งรถบรรทุกเหล็กที่ใช้ขนส่งธัญพืชแบบเทกองก็ยังเป็นรถสั่งทำพิเศษ อุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือก็นำเข้ามาจากต่างประเทศ สิ่งอำนวยความสะดวกสารพัดอย่างก็ล้วนทำขึ้นเพื่อรองรับการขนส่งแบบสี่เทกองทั้งนั้น
สิ่งนี้ทำให้ในสถานการณ์ที่ระบบขนส่งทางรถไฟทั้งหมดกำลังตึงเครียด ขั้นตอนการกระจายสินค้าของบริษัทเจียเหอก็ยังคงเป็นระเบียบเรียบร้อย ประสิทธิภาพก็ยังสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ผู้อำนวยการเนี่ยมองว่าเจียเหอเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง
“ผู้อำนวยการเนี่ย เจียเหอพยายามอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ ครับ” กัวหยางกล่าวเสียงเครียดเล็กน้อย “เจียเหอมีแพลตฟอร์มสารสนเทศเกี่ยวกับธัญพืชอยู่ ตอนนี้แสดงให้เห็นว่าทุกขั้นตอนกำลังทำงานอย่างเต็มสูบแล้ว หากมากกว่านี้เดี๋ยวจะรวนกันไปหมด”
“แล้วนายมีข้อเสนอแนะอย่างอื่นบ้างหรือเปล่าล่ะ?” ผู้อำนวยการเนี่ยก็บังคับอะไรไม่ได้ ที่โทรศัพท์มาถามก็เป็นเพราะได้เห็นระบบโลจิสติกส์ธัญพืชของบริษัทเจียเหอแล้วเกิดความรู้สึกประทับใจขึ้นมา
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเวลาครับ” กัวหยางกล่าว “นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในระยะสั้น”
“แล้วระยะยาวล่ะ?”
“มีสองทางที่สามารถเดินไปพร้อมๆ กันได้ครับ อย่างแรกคือให้เกษตรกรพักที่ดินทำการเกษตรขนานใหญ่ อย่างที่สองคือเพิ่มการส่งเสริมการใช้เอทานอลเชื้อเพลิง”
“อืม” ผู้อำนวยการเนี่ยกลับมาใช้น้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง สองวิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ยุโรปและอเมริกาต่างเคยค้นพบและนำไปปฏิบัติเช่นกัน
กัวหยางลองหยั่งเชิงดู “เรื่องพักหน้าดินน่าจะได้ข้อสรุปแล้วใช่ไหมครับ!”
ผู้อำนวยการเนี่ยตอบรับสั้นๆ อีกครั้ง ภายใต้เงื่อนไขที่สามารถรับประกันความมั่นคงทางอาหารของชาติได้อย่างเพียงพอ การปลูกพืชหมุนเวียนและการพักหน้าดินเพื่อให้ผืนดินได้พักฟื้น ถือเป็นไปตามหลักการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์
ส่วนเอทานอลเชื้อเพลิงก็สามารถนำมาส่งเสริมได้เช่นกัน แต่เขาเดาว่าการที่เจ้าหมอนี่พูดถึงเรื่องนี้ในเวลานี้ ก็น่าจะเป็นเพราะอยากให้ทางภาครัฐผ่อนปรนข้อจำกัดในการนำข้าวโพดมาแปรรูปเป็นเอทานอลเชื้อเพลิงเสียมากกว่า
สำหรับการนำธัญพืชมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ มันถือเป็นเรื่องที่เป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศจีนที่ให้ความสำคัญกับธัญพืชเป็นพิเศษ
แม้ว่าธัญพืชหลักๆ จะสามารถพึ่งพาตนเองได้แล้ว แต่ในส่วนของถั่วเหลืองและฝ้ายก็ยังคงขาดแคลนและต้องพึ่งพาการนำเข้า
ในหัวข้อนี้ ผู้อำนวยการเนี่ยไม่อยากจะถกเถียงลงลึกไปมากกว่านี้ เขาจึงเปลี่ยนไปถามถึงประสบการณ์ในการสร้างระบบการขนส่งแบบสี่เทกองแทน
กัวหยางจึงทำได้เพียงแค่เค้นสมองรวบรวมคำพูดเพื่อบอกเล่าถึงความคิดเห็นของตนออกมา โชคดีที่ช่วงนี้เพิ่งจะได้คุยกับเฉินเยี่ยนชิวและเปาชุนไหลมาไม่น้อย เขาเลยพูดอธิบายข้อมูลที่มีสาระและใช้งานได้จริงออกมาได้ค่อนข้างเยอะ
ผู้อำนวยการเนี่ยรู้สึกพอใจมาก เมื่อนำไปผสานกับประสบการณ์บางส่วนของเจียเหอ เขาก็สามารถนำไปปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ธัญพืชให้ดีขึ้นได้
ในช่วงหลายวันต่อมา แต่ละพื้นที่ได้ออกมาตรการรับมือกับปัญหาขายธัญพืชยากมาหลายข้อ รอจนกว่ากระแสความสนใจจะเริ่มซาลง สุดท้ายแล้วก็ยังคงเป็นชาวนาที่ต้องทนแบกรับปัญหาทั้งหมดนี้ไว้
กัวหยางก็กลับมาที่มณฑลกุ้ยอีกครั้ง เพื่อดำเนินการพูดคุยปรึกษาหารือกับผู้บริหารระดับสูงของเขตปกครองตนเองอย่างหม่าเปียว กัวเซิง และผู้รับผิดชอบท่าเรือทั้งสามแห่งของอ่าวเป่ยปู้
ในเวลานี้กุ้ยเซิงเป่ยปู้หวันอินเตอร์เนชั่นแนลพอร์ตกรุ๊ปได้ถูกก่อตั้งขึ้นแล้ว นอกจากท่าเรือสำคัญสามแห่งแล้ว ยังรวมไปถึงบริษัทกุ้ยเซิงโคสทัลเรลเวย์ จำกัด ด้วย
การปรับโครงสร้างทรัพย์สินนั้นเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ท่าเรือทั้งสามแห่งยังคงใช้ชื่อเดิม ไม่ได้เรียกด้วยชื่อที่เป็นทางการแต่อย่างใด
ในตอนแรก กัวหยางอยากจะขอซื้อหุ้นส่วนหนึ่งของเป่ยปู้หวันพอร์ตกรุ๊ป แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมาอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าเจียเหอจะเป็นผู้ออกทุนสำหรับการสร้างคลองผิงลู่ แต่ก็ไม่มีการเปิดโอกาสให้เจรจาได้เลย
แต่มณฑลกุ้ยกลับยินดีต้อนรับการเข้ามาลงทุนของเจียเหอที่ท่าเรือแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง
ในการประชุม ความร่วมมือระหว่างท่าเรือเหยียนเถียนแห่งเมืองหยางเฉิงและท่าเรือเหอจี้ได้ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในปี 1992 มีชายชราผู้หนึ่งได้วาดวงกลมไว้ทางตอนใต้ พอปีถัดมา ท่าเรือเหยียนเถียนกับท่าเรือเหอจี้ก็ร่วมกันก่อตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อสร้างท่าเทียบเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 3.5 หมื่นตัน 2 แห่ง และท่าเทียบเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 5 หมื่นตันอีก 3 แห่งร่วมกัน
นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีการร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่องอีกหลายครั้ง
ท่าเรือเหยียนเถียนจึงค่อยๆ พัฒนาเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
แต่ทว่า เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ ถูกเปิดกว้างขึ้น แถมยังไม่สามารถขอรับหุ้นของเป่ยปู้หวันพอร์ตกรุ๊ปได้ ในครั้งนี้เจียเหอจึงเลือกที่จะก่อตั้งบริษัทลงทุนแต่เพียงผู้เดียว โดยเตรียมที่จะดำเนินการพัฒนาและก่อสร้างท่าเทียบเรือระดับหมื่นตันขึ้นไปจำนวน 10 แห่ง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่อ่าวเป่ยปู้แห่งนี้
ในขณะเดียวกัน ก็มีการวางแผนที่จะสร้างโรงกลั่นไบโอดีเซลระดับ 1 ล้านตันภายในสวนอุตสาหกรรมท่าเรือฝางเฉิงก่างด้วย แต่นี่เป็นเพียงข้อตกลงปากเปล่าของกัวหยางเท่านั้น
ส่วนเรื่องการร่วมลงทุนในโครงการคลองผิงลู่ สุดท้ายแล้วทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันอย่างเงียบๆ ว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก
กัวหยางคาดเดาว่า เมื่อเริ่มมีการก่อตั้งบริษัทขึ้นมาจริงๆ ทางมณฑลกุ้ยจะต้องเป็นฝ่ายมาหาถึงที่อย่างแน่นอน
หลังจากจบการเจรจาต่อรอง กัวหยางก็นำเรื่องนี้ไปแจ้งให้ทีมที่เกี่ยวข้องทราบในทันที
อ่าวเป่ยปู้จะกลายมาเป็นท่าเรือหลักของแผนกท่าเรือแห่งเจียเหอได้หรือไม่ก็ยังพูดได้ยาก แต่ในขณะนี้ ก็นับว่าคุ้มค่าแก่การเฉลิมฉลองอยู่เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากทางตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ว่าจะเป็น อัลฟัลฟ่า มันฝรั่ง หรือธัญพืช ต่อไปเวลาจะส่งออกไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือแม้แต่ตะวันออกกลาง ก็สามารถขนส่งออกทางอ่าวเป่ยปู้ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปอ้อมไกลถึงทางเส้นทางหลงไห่อีกต่อไป
กัวหยางจงใจเดินทางไปตรวจสอบที่ท่าเรือทั้งสามแห่งของอ่าวเป่ยปู้เป็นการเฉพาะ ในแง่ของตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ที่แห่งนี้ก็ถือว่าโชคดีอย่างยิ่งที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบ
มีการคาดเดากันว่า ตามแนวชายฝั่งของอ่าวเป่ยปู้จะสามารถพัฒนาเป็นท่าเทียบเรือได้อย่างน้อยถึงสองร้อยแห่งขึ้นไป แต่ในปัจจุบันมีที่ก่อสร้างเสร็จและเปิดใช้งานไปแล้วเพียง 42 แห่งเท่านั้น ยังมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก
...
หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันขึ้นปีใหม่ กัวหยางเดินทางกลับไปที่จิ่วเฉวียนอีกครั้ง
ในวันนี้หิมะได้โปรยปรายลงมาอย่างที่หาดูได้ยาก เพียงแต่มันไม่ได้ตกลงมาหนักหนาอะไรนัก กัวหยางยืนอยู่ริมหน้าต่าง สิ่งที่มองเห็นไม่ใช่ทิวทัศน์ของแดนเหนือ แต่กลับเป็นภาพความสูงตระหง่านของภูเขาฉีเหลียน
จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตัวเขาไม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการจัดการระบบนิเวศน์มาพักใหญ่แล้ว
ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาฉีเหลียนซาน พื้นที่ชุ่มน้ำซีหูแห่งตุนหวง ขอบทางใต้ของทะเลทรายปาตานจี๋หลิน ลุ่มแม่น้ำซูเล่อ พื้นที่รกร้างชายฝั่งแม่น้ำและพื้นที่ดินเค็ม 7.8 แสนหมู่ในพื้นที่ตอนกลางของแม่น้ำเถ่าไหลแห่งจิ่วเฉวียน ป่าต้นน้ำบนเทือกเขาฉีเหลียนซานและอูเช่าหลิ่ง... โครงการต่างๆ ที่ยังไม่เสร็จสิ้นต่างพากันผุดขึ้นมาในหัวทีละอย่างสองอย่าง
สุดท้ายก็กลายเป็นการถอนหายใจยาว “เรี่ยวแรงมีจำกัดจริงๆ แฮะ!”
ปัจจุบัน ภายใต้ชื่อของเจียเหอมีบริษัททั้งหมด 22 แห่ง ภายใต้ชื่อนั้นก็ยังมีบริษัทย่อยอีก เอาแค่ผู้จัดการทั่วไปก็มีหลายร้อยคนแล้ว
กองกำลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถึงเขาจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงทุกส่วน เขาพอจะเดาออกแล้วว่าการมีสนมสามพันนางในวังหลังนั้นรู้สึกยังไง
คงต้องมีคนที่โปรดปรานบ้างแล้วล่ะ
กัวหยางมองดูภูเขาหิมะฉีเหลียนอยู่พักหนึ่ง ทันใดนั้นก็เกิดความกระจ่างแจ้งขึ้นมาในใจ สิ่งที่เขาอาจจะชอบมากกว่าคือการเปลี่ยนทะเลทรายให้กลายเป็นป่า เปลี่ยนทะเลทรายโกบีให้เป็นทุ่งหญ้า เปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นผืนนาอันอุดมสมบูรณ์...
หรืออาจจะเป็นเพราะเขาโดนเรื่องจุกจิกวุ่นวายดึงตัวไปมากเกินไป
ต้องปรับอารมณ์หน่อยแล้ว คิดไปคิดมา กัวหยางก็นึกถึงรายการ ‘บินลัดฟ้าถ่ายภาพทั่วจีน’ ซึ่งทีมงานรายการนี้กำลังอยู่ในช่วงเตรียมการ
บางทีอาจจะใช้โอกาสนี้ไปดูทิวทัศน์แม่น้ำและขุนเขาที่สวยงามบ้าง
ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเขา ฉีจื่อเหวินเดินเข้ามา “บอสครับ มีสองสามเรื่องที่ต้องรายงานให้ทราบครับ”
“นั่งสิ”
กัวหยางเดินไปสองก้าว แล้วก็นั่งลงบนโซฟา เขาหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะตัวเตี้ยขึ้นมารินชาสองถ้วย
ฉีจื่อเหวินกล่าวว่า “กระทรวงเกษตรได้ประกาศผลของการนำร่องการปลูกพืชหมุนเวียนและการพักหน้าดินในปีนี้แล้วครับ
สี่มณฑลเฮย จี๋ เหลียว เหมิง หลังจากที่ได้ทดลองการปลูกพืชหมุนเวียนและการพักหน้าดินมาเป็นเวลาหนึ่งปี ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่เพาะปลูกและระดับความเค็มในดินได้รับการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัดครับ
พื้นที่น้ำบาดาลรูปกรวยของมณฑลจี้ พื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของโลหะหนักในมณฑลเซียง และพื้นที่แกรไฟต์ทางตะวันตกเฉียงใต้ต่างก็ได้รับผลลัพธ์ที่ดีครับ
แน่นอนว่าผลงานที่ดีที่สุดย่อมต้องเป็นที่จิ่วเฉวียน นี่ไม่เพียงเป็นโครงการสาธิตความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน แต่สิ่งแวดล้อมทางนิเวศในพื้นที่ยังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมผลผลิตธัญพืชก็อยู่ในระดับคงที่ด้วย
เมื่อพิจารณาดูแล้วว่าการทดลองปลูกพืชหมุนเวียนและพักหน้าดินนี้ประสบความสำเร็จ บวกกับการที่ผลผลิตธัญพืชในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมากติดต่อกัน ทางภาครัฐก็เลยตัดสินใจว่าจะขยายขอบเขตของการทดลองพักหน้าดินในปีหน้า คาดว่าพื้นที่ปลูกพืชหมุนเวียนและพักหน้าดินจะสูงถึง 60 ล้านหมู่ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 3.3% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดครับ”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง ฉีจื่อเหวินก็ยิ้มออกมา “แบบนี้นับเป็นข่าวดี หรือว่าข่าวร้ายกันแน่ครับ?”
“อืม...” กัวหยางแสร้งทำเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “สัดส่วนของการพักหน้าดินมันน้อยไปหน่อย แต่ถ้าเทียบกับปีนี้ก็ถือว่าจู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นมาตั้งห้าสิบล้านกว่าหมู่ คงต้องฝืนใจนับว่าเป็นข่าวดีก็แล้วกัน”
ฉีจื่อเหวินกล่าว “ถ้าสัดส่วนการพักหน้าดินมันสูงเกินไป ทางเทียนเหอก็คงต้องปวดหัวอีกแน่ครับ”
“จะให้เหมาหมดทั้งสองทางเลยก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก” กัวหยางหัวเราะ การผลักดันนโยบายการพักหน้าดิน นอกจากการทำตามนโยบายระดับชาติแล้ว มันยังเป็นประโยชน์ต่อโครงการการจัดการระบบนิเวศหลายแห่งของเจียเหออีกด้วย
“แล้วอีกเรื่องล่ะ?”
ฉีจื่อเหวินหยิบเอกสารออกมาหนึ่งชุด แล้วพูดขึ้นว่า “เครือเจียฮว่าได้ติดประกาศขายทอดตลาดอย่างเป็นทางการแล้วครับ”
ข่าวนี้กัวหยางรู้ล่วงหน้ามาจากเก๋อเหวินเย่าแล้ว สำหรับเขาจึงไม่นับว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอะไร แต่เขาก็ยังคงก้มลงอ่านเอกสารนั้น
คณะกรรมการกำกับดูแลและบริหารทรัพย์สินของรัฐแห่งเซี่ยงไฮ้ประกาศขายหุ้น 29.24% ของเซี่ยงไฮ้เจียฮว่า เมื่อรวมกับสินทรัพย์อื่นๆ ทั้งหมดแล้วคิดเป็นมูลค่ารวม 5,109 ล้าน
หลังจากกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว กัวหยางก็ถามขึ้น “นอกจากพวกเราแล้ว มีบริษัทไหนที่ลงทะเบียนไว้อีกบ้าง?”
ฉีจื่อเหวินตอบ “ผิงผู่ ไห่หาง และฟู่ซิงครับ”
กัวหยางเลิกคิ้ว รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขารู้มาว่าฟู่ซิงเคยติดต่อกับทางเจียฮว่ามาแล้ว แต่ไอ้ไห่หางนี่มันโผล่มาจากซอกหินไหนกันล่ะ?
“ไห่หางน่าจะเพิ่งกระโดดเข้ามาร่วมวงกะทันหันครับ” ฉีจื่อเหวินพูด “ผมลองสอบถามทางเจียฮว่าดูแล้ว ก่อนหน้านี้ไห่หางไม่เคยติดต่อกับเจียฮว่าเลย น่าจะเป็นเพราะเพิ่งมาลงทะเบียนกะทันหันหลังจากที่มีประกาศขายทอดตลาดนี่แหละครับ”
“ช่างเถอะ ปล่อยเขาไป” กัวหยางวางเอกสารลง ในความทรงจำของเขานั้น เขารู้แค่ว่าความจริงแล้วผู้ที่รับซื้อเจียฮว่าก็คือผิงอัน คิดว่าทางไห่หางกับฟู่ซิงก็เป็นแค่ไม้ประดับล่ะมั้ง
และเนื่องจากทางผิงอันกับเจิ้งต้าและเป่าเจี๋ยนั้นอาจจะมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ทีมผู้บริหารที่นำโดยเก๋อเหวินเย่าจึงมีความระแวดระวังผิงอันอยู่ลึกๆ ด้วยเช่นกัน
ไห่หางกับฟู่ซิง... กัวหยางไตร่ตรองดูแล้ว คงไม่สามารถสร้างความคุกคามให้กับเจียเหอได้หรอก
“บอกเหมียวหลานชุนด้วยล่ะว่าอย่าให้ปัจจัยภายนอกมารบกวน”
“บอสเหมียวก็หมายความแบบนั้นแหละครับ” ฉีจื่อเหวินหัวเราะร่วน “อวี้เจ๋อได้รับผลตอบรับในตลาดดีขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ผ่านพ้นช่วง 11.11 ยอดขายทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่เจียฮว่ายังอยากจะร่วมมือในส่วนของตัวผลิตภัณฑ์ต่อไป ก็จะต้องมีแนวโน้มเอนเอียงมาทางเจียเหออยู่แล้วครับ”
“เจียฮว่าคงไม่โง่หรอกน่า” กัวหยางพูดเสียงขรึม “ยังมีเรื่องอะไรอีกมั้ย?”
ถึงตอนนี้ฉีจื่อเหวินก็หยิบเอกสารออกมาอีกสองสามฉบับ แล้วกล่าวว่า “มีเอกสารที่ออกโดยหลายกระทรวงเกี่ยวกับเรื่องการขยายการนำร่องการส่งเสริมเอทานอลเชื้อเพลิงครับ”
กัวหยางยิ้ม รับมาแล้วก็กวาดสายตาดูคร่าวๆ เช่นเคย “ก็แค่การชกแบบผสมผสานพร้อมกับเรื่องการพักหน้าดินนั่นแหละ แค่ยังไม่ยอมคลายคาถาตึงรัดของข้อจำกัดในการนำธัญพืชมาผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพแค่นั้นเอง”
“คงจะมีความกังวลมากเกินไปนั่นแหละครับ เพราะยังไงนี่มันก็เป็นเรื่องของธัญพืช”
ในช่วงสองสามปีแรกของศตวรรษ เนื่องจากมีธัญพืชเก่าค้างสต็อกอยู่มากเกินไป ประเทศก็เลยทำการผ่อนปรนข้อจำกัดเป็นครั้งแรก
ในช่วงสองสามปีมานี้ ก็เป็นเพราะแรงกดดันจากการที่ผลผลิตข้าวโพดเพิ่มขึ้นนั้นหนักหนาเกินไป ประเทศจึงผ่อนปรนให้อีกครั้งในระยะเวลาสั้นๆ ทางเจียเหอก็ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการในช่วงนี้นี่เอง
แต่ทว่าบริษัทเหล่านี้ก็มีข้อจำกัดเรื่องกำลังการผลิตของเอทานอลเชื้อเพลิงที่ทำจากข้าวโพด
กัวหยางส่งเอกสารให้ฉีจื่อเหวิน ก่อนจะพูดว่า “จริงๆ แล้วคนเราก็ยังโลภกันเกินไป แค่มีการปลูกพืชหมุนเวียนกับการพักหน้าดินก็น่าจะพอใจได้แล้วแท้ๆ”