เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 123 : บริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่าย | บทที่ 124 : ปลูกหลิวไร้ใจกลับกลายเป็นร่มเงา

บทที่ 123 : บริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่าย | บทที่ 124 : ปลูกหลิวไร้ใจกลับกลายเป็นร่มเงา

บทที่ 123 : บริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่าย | บทที่ 124 : ปลูกหลิวไร้ใจกลับกลายเป็นร่มเงา


บทที่ 123 : บริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่าย

กัวหยางรู้สึกไม่พอใจกับความคืบหน้าของการวิจัยและพัฒนาจริงๆ

ตั้งแต่เจียเหอเข้าซื้อกิจการบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่าย ก็ทุ่มเงินลงทุนไปแล้วเกือบ 200 ล้านหยวน

แถมยังมีข้อมูลทางเทคนิคที่เขาถอดรหัสมาจากงานแสดงเครื่องจักรกลการเกษตรฮันโนเวอร์คอยรองรับอีกด้วย

แล้วผลลัพธ์ล่ะ?

ผลิตภัณฑ์หลักที่ดันออกมามีแค่เครื่องยนต์สันดาปภายในกับรถแทรกเตอร์ ส่วนเครื่องจักรเก็บเกี่ยวธัญพืชและหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่เป็นหัวใจสำคัญ กลับไม่มีตัวอย่างโผล่มาให้เห็นเลยสักชิ้น

สายตาของกัวหยางกวาดมองทุกคนในศูนย์วิจัยและพัฒนาทีละคน

กวนเฉิงเป็นคนที่เขาสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง เป็นนักเรียนหัวกะทิที่เพิ่งเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศ เขาเคยใช้ทิศทางการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรในอนาคตมาตั้งคำถามทดสอบด้วยซ้ำ

อย่างน้อยความสามารถทางเทคนิคก็มีมากพอ

นอกเหนือจากนั้น ทีมวิศวกรที่รับเข้ามาทีหลังก็ล้วนคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะวุฒิการศึกษาหรือประสบการณ์การทำงานก็ถือเป็นตัวเลือกระดับท็อปทั้งนั้น

ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่

สายตาของกัวหยางหยุดชะงักที่พนักงานเก่าสองสามคนแวบหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ

พวกเขาเอาแต่ก้มหน้า ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ

"ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นอีกไหม?"

"มีครับ มี"

กวนเฉิงได้สติกลับมา

"ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ฉวนหวางไบโอเทคโนโลยีได้เสนอความต้องการใหม่เกี่ยวกับการสกัดพืช ศูนย์วิจัยและพัฒนาจึงปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่องตามนั้นครับ

ตอนนี้ปริมาณการใช้ตัวทำละลายในการสกัดพืชลดลงไปอีกขั้น ประสิทธิภาพก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย แถมยังสามารถสกัดเม็ดสีพืชชนิดอื่นๆ ได้ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากเม็ดสีแดงจากพริกแล้ว อุปกรณ์การผลิตเชิงอุตสาหกรรมสำหรับแคปไซซินและสารสกัดจากพริกก็ถูกนำไปใช้ในการผลิตแล้วด้วยครับ

ก้าวต่อไป ทางฉวนหวางยังอยากลุยงานวิจัยด้านผลิตภัณฑ์ชีวเคมี ซึ่งก็ต้องการให้เราช่วยเหลือด้วยครับ"

กัวหยางเลิกคิ้ว

"ผลิตภัณฑ์ชีวเคมี?"

"ใช่ครับ ตอนนี้ทิศทางการวิจัยหลักของฉวนหวางคือสารกันสนิมและสารต้านการกัดกร่อนสำหรับเรือ รวมถึงยาและสารฆ่าเชื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากสารกำจัดเชื้อรา ทางบริษัทเมล็ดพันธุ์เทียนเหอก็สนใจมากเหมือนกัน"

"สารกำจัดเชื้อรา? ฉวนหวางนี่กะจะทำสารกำจัดศัตรูพืชชีวภาพสินะ"

กัวหยางประหลาดใจ ฉวนหวางนี่มีของดีแฮะ!

กระบวนการสกัดพืชไม่เพียงแต่ขยายไปยังพืชชนิดอื่นเท่านั้น แต่อยู่ๆ ก็มีทิศทางใหม่ให้ได้ลุยในแวดวงการแปรรูปพริกเชิงลึกโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงอีก

สารกำจัดศัตรูพืชชีวภาพมีโอกาสนำไปใช้งานจริงๆ

"พวกเขาทำสารกำจัดเชื้อราแล้วมันเกี่ยวอะไรกับบริษัทเฟิงข่ายล่ะ?"

กวนเฉิงน้ำท่วมปาก ครั้งที่แล้วตอนช่วยฉวนหวางทดสอบสายการผลิต เพราะดันอยากโชว์พาว เลยเผลอหลุดปากบอกอวี๋ฉินไปว่าเครือบริษัทกำลังจะเพิ่มงบลงทุน

แถมยังโม้โอ้อวดไปแบบไม่รู้ประสีประสาอีกว่า

"ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรกลการเกษตรเฉพาะกลุ่มแค่ไหน ตราบใดที่บริษัทในเครือต้องการ เราก็วิจัยและพัฒนาให้ได้หมด"

จากนั้นเขาก็เลยโดนอวี๋ฉินเกาะติดหนึบ

ไม่ว่าจะปรับปรุงกระบวนการ หรือวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ ที่ไหนๆ ก็ต้องลากตัวพนักงานวิจัยของเฟิงข่ายไปด้วย

ถ้าจะให้พูดว่าในเครือเจียเหอใครบ้างานที่สุด ในใจของกวนเฉิงจัดให้ฉวนหวางไบโอมาเป็นอันดับหนึ่งเลย

ภายใต้การนำของอวี๋ฉิน พวกเขาก็คือสัตว์ประหลาดบ้างานกันทุกคนจริงๆ

พอมองท่าทางของกวนเฉิง กัวหยางก็เข้าใจแจ่มแจ้ง

"ยังมีอีกไหม?"

"มีครับ เครื่องเด็ดขั้วพริก"

"นี่นายทำวิจัยและพัฒนาให้ฉวนหวางหรือไง?"

"พรืด..." มีเสียงหัวเราะที่ไม่ถูกเวลาดังขึ้นจากกลุ่มคน ก่อนจะหยุดชะงักไปอย่างกะทันหัน

เป็นพนักงานเก่าสองสามคนนั้นนั่นเอง

ควรจะบอกว่า ทั่วทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเน้นใช้พนักงานเก่าเป็นหลัก ส่วนวิศวกรที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ส่วนใหญ่ถูกส่งไปประจำที่จิ่วเฉวียนแล้ว

กัวหยางพอจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้แล้ว จึงเมินคนเหล่านั้นไป

"ทางบริษัทเมล็ดพันธุ์เทียนเหอก็ส่งคนไปเหมือนกันเหรอ?"

"อืมครับ"

กัวหยางถามด้วยสายตาแปลกๆ "แล้วก็มีผลงานด้วย?"

"มีครับ เครื่องหยอดเมล็ดระดับแปลงทดลอง เครื่องมือวัดผลผลิตการเพาะพันธุ์ระดับแปลงทดลอง แล้วก็ยังช่วยพวกเขาปรับระบบคัดแยกเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมขึ้นด้วยครับ"

กัวหยางพูดอย่างอารมณ์เสีย "เก่งใช้ได้เลยนี่ คลุกคลีจนสนิทกับบริษัทลูกทุกแห่งแล้วล่ะสิ"

กวนเฉิงเกาหลังศีรษะ

"ก็เป็นบริษัทพี่น้องกันทั้งนั้นนี่ครับ"

"ในข้อมูลทางเทคนิคที่เครือบริษัทให้มาก็มีเนื้อหาเกี่ยวกับด้านนี้อยู่บ้างด้วยครับ"

กัวหยางรู้สึกได้ชัดเจนว่าท่าทีของกวนเฉิงตอนนี้ดูผ่อนคลายลง การพูดการจาก็ดูมีความมั่นใจมากขึ้น

"บริษัทพี่น้องกันทั้งนั้น ทำไมไม่เห็นพวกนายวิจัยเครื่องจักรกลการเกษตรให้บริษัทมู่เหอบ้างล่ะ? เล่นพรรคเล่นพวกหรือไง?"

กวนเฉิงโบกมือปฏิเสธรัวๆ "เปล่าครับๆ ผมไม่ได้ทำครับ"

กัวหยางถูกท่าทางตลกๆ ของกวนเฉิงทำให้หัวเราะออกมา พวกปัญญาชนนี่จริงจังกันเกินไปแล้ว

"ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์เป็นยังไงบ้าง สามารถขึ้นสายการผลิตได้เลยไหม?"

กวนเฉิงปรับสีหน้าจริงจัง "ผลิตภัณฑ์ใช้ได้แน่นอนครับ ฉวนหวางกับบริษัทเมล็ดพันธุ์เทียนเหอไม่มีใครไม่ชมเลย!"

"เครื่องเด็ดขั้วพริกกำลังผลิตอยู่ครับ ฉวนหวางไบโอเป็นคนสั่งซื้อทั้งหมด ส่วนสายคัดแยกเมล็ดพันธุ์ก็พร้อมเริ่มงานได้ทันทีที่มีออเดอร์"

มุมปากของกัวหยางกระตุกโดยไม่รู้ตัว

ทำได้แค่บอกว่าปลูกหลิวไร้ใจกลับกลายเป็นร่มเงา ดันเผลอสร้างความก้าวหน้าในเครื่องจักรกลการเกษตรเฉพาะกลุ่มซะอย่างนั้น

โดยเฉพาะเครื่องจักรกลสำหรับอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์

เนื่องจากตลาดค่อนข้างเล็ก แถมเทคโนโลยีหลักก็ยากที่จะเอาชนะ ต้นทุนการวิจัยก็สูง ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ไม่เต็มใจที่จะทำ ส่วนบริษัทเล็กๆ ก็ไม่มีความสามารถที่จะทำ

เรื่องนี้เลยกลายเป็นจุดอ่อนในประเทศมาตลอด

แต่เมื่อมีข้อมูลที่กัวหยางนำมาถอดรหัสประกอบกับความต้องการที่บริษัทเมล็ดพันธุ์เทียนเหอเสนอมา

กวนเฉิงจึงพาคนไปลองทำดู

นึกไม่ถึงว่าจะทำออกมาได้จริงๆ

ยังมีเครื่องเด็ดขั้วพริกอีก ไอ้นี่ในตอนนี้น่าจะเป็นสินค้าที่มีเจ้าเดียว

ด้านการใช้งานจริงก็มี

แค่ของเล่นชิ้นเล็กๆ พวกนี้มันไม่ค่อยเข้ากับภาพลักษณ์ของเจียเหอสักเท่าไหร่

"ต่อไปให้มุ่งเน้นการวิจัยไปที่รถเกี่ยวนวดข้าวและเครื่องจักรครบวงจรสำหรับหญ้าเลี้ยงสัตว์ ชิ้นส่วนวัสดุไหนควรนำเข้าก็ต้องนำเข้า ฤดูเก็บเกี่ยวปีหน้าฉันต้องได้เห็นผลิตภัณฑ์ออกสู่สายการผลิต"

"ครับ!"

"แล้วผู้รับผิดชอบฝั่งสายการผลิตล่ะ? รถแทรกเตอร์สามารถผลิตออกจากสายการผลิตได้แล้ว ส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายในก็ต้องโปรโมตควบคู่กันไป"

"ได้ครับ"

เมื่อมองแผ่นหลังของกัวหยางเดินจากไป ทุกคนในศูนย์วิจัยและพัฒนาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

บรรยากาศในนั้นก็กลับมาหยอกล้อกันเหมือนเดิม

กวนเฉิงมองภาพตรงหน้าแล้วพาวิศวกรสองคนไปวุ่นอยู่กับการประกอบรถเกี่ยวนวดข้าว

ใช่ แค่ประกอบ

ระดับเทคโนโลยีเครื่องยนต์หลายสูบของพวกเขาสามารถตอบสนองความต้องการประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันที่ค่อนข้างสูงของรถเกี่ยวนวดข้าวได้แล้ว

และในเมื่อปัญหาตัวสำคัญที่สุดอย่างเครื่องยนต์ถูกแก้แล้ว ส่วนที่เหลือจะไปยากอะไรล่ะ?

ก็แค่บางคนเคยชินกับการทำงานแบบขอไปทีก็เท่านั้น

……

กัวหยางอยู่ทำงานที่บริษัทเฟิงข่ายต่ออีกสองวัน ถึงจะได้เจอกับอวี๋หงไห่ที่เพิ่งกลับจากการทำงานนอกสถานที่

"ทำไมฉันรู้สึกว่านายอ้วนขึ้นอีกสองระดับวะ"

อวี๋หงไห่หัวเราะพร้อมพูดว่า "ต้องคอยรับมือกับหน่วยงานเครื่องจักรกลการเกษตรทุกระดับ ทุกวันมีแต่อาหารปลาหมูเนื้อไก่ชุดใหญ่ ดื่มจนเมาหัวราน้ำ จะไม่ให้อ้วนได้ไง"

"ผลประกอบการเป็นยังไงบ้างล่ะ?"

"บอกไม่ได้แฮะว่าดีหรือไม่ดี"

อวี๋หงไห่ส่ายหน้า อดไม่ได้ที่จะระบายความคับแค้นใจออกมา

"ฉันดูแล้วนะ เงินอุดหนุนเครื่องจักรกลการเกษตรช้าเร็วก็ต้องกลายเป็นการต่อรองผลประโยชน์ระหว่างสี่ฝ่าย ทั้งผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย หน่วยงานรัฐที่ดูแลเครื่องจักรกลการเกษตร และผู้ใช้งานแน่ๆ

ระดับประเทศก็มีแคตตาล็อกรุ่นเครื่องจักรกลที่ได้เงินอุดหนุนระดับประเทศ แต่ละมณฑลก็มีแคตตาล็อกรุ่นเครื่องจักรที่ได้เงินอุดหนุนเป็นของตัวเอง แม้แต่บางเมืองก็ยังมี

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างหน่วยงานแต่ละระดับมันมีมากเกินไป ต้นทุนทางการตลาดของบริษัทผู้ผลิตเลยถูกดันให้สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"

กัวหยางก็ฟังเข้าใจ ความหมายคร่าวๆ ก็คือต้องจ่าย 'ค่าน้ำชา' มากขึ้นนั่นแหละ

อวี๋หงไห่พูดต่อ "บางที่ยังดึงฉันไปปรึกษาเลยว่า ให้ตั้งราคาในแคตตาล็อกเงินอุดหนุนเครื่องจักรให้สูงขึ้นหน่อย

อย่างเช่นรถแทรกเตอร์ 50 แรงม้าของเรา ราคาตลาด 41,500 หยวน ในแคตตาล็อกก็ตั้งไว้เป็น 45,000 หยวน จำนวนเงินอุดหนุนคือ 7,000 หยวน

สุดท้ายใครเป็นคนได้ประโยชน์? แล้วใครเป็นคนเสียผลประโยชน์ล่ะ?"

กัวหยางเงียบไป

ทำแบบนี้ เกษตรกรผู้ซื้อเครื่องจักรก็จะได้รับเงินอุดหนุนจริงๆ น้อยลงไปครึ่งหนึ่ง

ผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรก็ไม่ได้กำไรเหมือนกัน

แต่บริษัทผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายก็ต้องให้ความสำคัญกับส่วนนี้ เพราะเครื่องจักรกลที่ได้รับเงินอุดหนุนในบางพื้นที่กินส่วนแบ่งตลาดถึง 50-60%

เงินทั้งหมดก็เลยถูกเอาไปจ่ายเป็นค่าน้ำชาซะหมด"

บทที่ 124 : ปลูกหลิวไร้ใจกลับกลายเป็นร่มเงา

สำหรับนโยบายอุดหนุนเครื่องจักรกลการเกษตร รัฐบาลเองก็กำลังคลำหินข้ามแม่น้ำ (ลองผิดลองถูก) เช่นกัน

เท่าที่กัวหยางรู้ ในอนาคตจะยังมีปัญหาต่างๆ อีกมากมายโผล่ออกมา

ผู้ประกอบการรถแทรกเตอร์หรือเกษตรกรที่มีฐานะทางการเงินดีบางคน มีเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่อยู่ในบ้านหลายคัน และแทบจะซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่ที่รัฐบาลอุดหนุนทุกปี

เอามาใช้รับจ้างทำงานเกษตรเพื่อสร้างรายได้ พอใช้ไปได้สักปีสองปีก็ขายเป็นเครื่องจักรมือสอง แล้วค่อยไปซื้อเครื่องที่ได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลใหม่

แถมยังมีเกษตรกรบางส่วนที่ไม่อยู่ในเกณฑ์รับเงินอุดหนุน อาศัยเส้นสายต่างๆ เพื่อให้ได้เงินอุดหนุนมา

ผลลัพธ์สุดท้ายคือ เกษตรกรที่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อพ้นความยากจนจริงๆ กลับไม่ได้รับเงินอุดหนุน และไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร

กัวหยางเหลือบมองอวี๋หงไห่ ที่กำลังเอนหลังพิงโซฟาด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า

"ผมมองคุณเปลี่ยนไปเลยนะ นึกไม่ถึงว่าคุณจะมีมุมที่ห่วงใยบ้านเมืองและประชาชนแบบนี้ด้วย"

"เห็นมาเยอะ ก็เลยบ่นไปอย่างนั้นแหละ"

"ครั้งนี้ผมสู้จนได้รายชื่อรับเงินอุดหนุนจาก 7 มณฑล กับอีกยี่สิบกว่าอำเภอและเมืองมาเลยนะ ยังไงเงินก้อนนี้พวกเราก็ต้องทำกำไรอยู่ดี"

กัวหยางเบ้ปาก "จำนวนแค่นี้ไม่พอหรอก แต่ละมณฑลขายรถแทรกเตอร์ได้ 100 คัน รวมแล้วก็แค่ 700 คัน ยอดขายแค่ยี่สิบสามสิบล้านเอง"

อวี๋หงไห่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง "ปีแรก ทำยอดได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว"

"ฐานการผลิตรถแทรกเตอร์ของพวกเรามีมาตรฐานระดับโลก แต่กลับไม่กล้าเปิดสายการผลิตเต็มกำลัง พูดออกไปก็อึดอัดใจเปล่าๆ"

"อย่ากดดันตัวเองเกินไปเลย ปีหน้ายอดขายเกิน 50 ล้าน ภายใน 5 ปียอดขายเกิน 500 ล้าน ทำได้แค่นี้ก็ถือว่าดีแล้ว"

"ไม่พอหรอก ยังห่างไกลนัก"

กัวหยางบอกเป้าหมายของตัวเอง "ปีหน้าทะลุร้อยล้าน ภายใน 3 ปีทะลุพันล้าน ภายใน 5 ปีทะลุสองพันล้าน ภายใน 10 ปีทะลุหมื่นล้าน"

อวี๋หงไห่เบิกตากว้าง

"ล้อเล่นระดับโลกอะไรกันเนี่ย"

"คุณดูผมเหมือนกำลังล้อเล่นอยู่ไหมล่ะ?"

อวี๋หงไห่ไม่กล้าจินตนาการเลย แม้ว่าเขาจะมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่ายมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยกล้าหวังสูงขนาดนี้มาก่อน

กัวหยางพูดด้วยความมั่นใจ

"ถ้าเรื่องการเป็นตัวแทนจำหน่าย คุณน่ะฝีมือดี แต่ถ้าถามว่าใครเข้าใจความคิดของเจ้าของฟาร์มกับคนขับเครื่องจักรกลการเกษตรมากกว่ากัน คุณยังไม่ผ่าน"

"ต่อจากนี้พวกคุณก็ทำตามที่ผมบอก..."

กัวหยางอธิบายความคิดของตัวเองอย่างละเอียด อวี๋หงไห่ก็คิดตามเป็นระยะๆ หรือไม่ก็จดลงสมุดโน้ต

คุยกันอยู่พักใหญ่ ถึงจะเสร็จสิ้น

อวี๋หงไห่เองก็มีทิศทางแล้ว

"ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้แหละ"

"เดี๋ยวก่อน ทางศูนย์วิจัยและพัฒนา คุณรู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น รถเกี่ยวนวดข้าวล่าช้าก็ช่างเถอะ แต่เครื่องจักรสำหรับหญ้าเลี้ยงสัตว์ตามหลักแล้วไม่น่าจะยืดเยื้อนานขนาดนี้นี่"

หญ้าเลี้ยงสัตว์คือหนึ่งในธุรกิจที่สำคัญที่สุดของเจียเหอกรุ๊ปในปัจจุบัน และยังเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทมู่เหอกำลังขยายตัว ความต้องการเครื่องจักรกลการเกษตรก็พุ่งสูงสุดเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องระเบิดดินดาน เครื่องเก็บเกี่ยว เครื่องอัดฟาง เครื่องจักรขนส่ง และอื่นๆ ล้วนขาดแคลนเป็นจำนวนมาก

อวี๋หงไห่หัวเราะ "เรื่องนี้จะมาโทษผมไม่ได้หรอกนะ มันเป็นปัญหาเรื้อรังจากอดีต ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่วิธีการเข้าซื้อกิจการของเจียเหอมันไร้ความปรานีเกินไป"

"หืม?"

"บอสคนเก่าของบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่ายแซ่ไป๋ ตอนแรกที่ยอมขายก็เพราะเจียเหอสัญญาว่าจะรักษาหุ้นของเขาไว้ และให้เขาทำงานในบริษัทต่อไป

แต่พอลับหลัง เจียเหอก็อัดฉีดเงินลงทุนเข้ามาสองร้อยล้าน ทำการขยายการผลิต วิจัยและพัฒนา บริษัทดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หุ้นของบอสไป๋นอกจากจะถูกลดสัดส่วนลงแล้ว เขายังถูกเตะออกจากบริษัทอีกด้วย

หลังจากนั้นเขาก็เลยเก็บความไม่พอใจไว้ คอยสร้างความปั่นป่วนอยู่เบื้องหลัง ปล่อยข่าวลือ คนงานธรรมดาน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่หลักๆ คือแผนกวิจัยและพัฒนาที่ได้รับผลกระทบหนักกว่า

เดี๋ยวก็กลัวว่าจะถูกย้ายไปตะวันตกเฉียงเหนือ เดี๋ยวก็บอกว่าบริษัทก้าวเร็วเกินไปจนจะล้มละลายแล้ว ทำให้คนแตกตื่นกันไปหมด

ผมเพิ่งมาได้ไม่กี่วัน ก็อยากจะไล่พวกนี้ออกให้หมดแล้วเนี่ย"

กัวหยางหัวเราะ "งั้นก็ไล่ออกเลย พวกเขาอยากไปไหนก็ปล่อยไป"

รับมือกับหน่วยงานที่ดูแลเครื่องจักรกลการเกษตรไม่ได้ แล้วจะจัดการกับพวกที่อยู่ไปวันๆ รอความตายไม่ได้เชียวหรือ

ก็แค่พวกอันธพาลกระจอกๆ เท่านั้นแหละ!

พอเห็นพนักงานเก่าแก่ที่ทำตัวลอยไปลอยมาพวกนั้น กัวหยางก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที

……

วิศวกรหลายคนจากแผนกวิจัยและพัฒนาเดินออกจากฐานการผลิตของบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่ายด้วยความโกรธแค้น

เมื่อกี้นี้เอง พวกเขาถูกไล่ออกแล้ว

เดี๋ยวนี้ ทันที เก็บของออกไปเลย

จะบอกว่าอึดอัดใจแค่ไหน ก็อึดอัดใจสุดๆ นั่นแหละ

เจียงเอ้อร์ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เขาหันขวับกลับไปตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว

"โจวเจี๋ย แม่งเอ๊ย โทษแกคนเดียวเลย ถ้าไม่ใช่เพราะแกคอยยุยง พวกเราคงสร้างเครื่องเก็บเกี่ยวหญ้าเลี้ยงสัตว์เสร็จไปตั้งนานแล้ว"

"คุณอาบ้าบอของแกนั่นแหละที่พาพวกเราซวยกันหมด"

"ดึงเช็ง ยืดเยื้อ เป็นไงล่ะทีนี้ ถูกไล่ตะเพิดออกจากบ้านแล้วไง"

โจวเจี๋ยปาลังกระดาษในมือลงพื้นอย่างแรง มองคนที่เดินเข้ามาล้อมด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ท่าทางของเขาเหมือนพร้อมจะกระโจนเข้าไปชกคนได้ทุกเมื่อ

กัวหยางมองเห็นภาพนี้ผ่านหน้าต่างจากชั้นบน พลางคิดในใจว่า ถ้าในมือมีประแจอีกสักอันคงจะสมบูรณ์แบบเลย วิศวกรนี่นา พกประแจไว้ก็เรื่องปกติ

หลายคนตกใจกับท่าทีของโจวเจี๋ย จนต้องถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว

"โวยวายอะไรกันหนักหนา?"

"ตอนแรกใครกันที่บอกว่าไม่อยากไปตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ใช่แกหรือไงเจียงเอ้อร์ที่ตะโกนเสียงดังกว่าใครเพื่อน!"

"โดนไล่ออกแล้วไง ก็แค่หางานใหม่ มณฑลหลู่มีบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรตั้งเยอะตั้งแยะ กลัวจะหางานไม่ได้หรือไง"

โจวเจี๋ยก่อนไป เหมือนจะเห็นกัวหยางที่อยู่ชั้นบน

"เถ้าแก่กัว ขอบคุณสำหรับเงินชดเชยนะ ผมขอให้บริษัทคุณล้มละลายไวๆ ล่ะ!"

เสียงตะโกนนี้ คนงานหลายคนในโรงงานได้ยินกันหมด

"โจวเจี๋ยคนนี้ยังมีมาดของลูกผู้ชายมณฑลหลู่อยู่นะ ไม่ได้ขี้ขลาดขนาดนั้น"

อวี๋หงไห่มองกัวหยางด้วยสายตาแปลกๆ

มีมาดนายทุนสุดๆ

ข่าวการไล่พนักงานแผนกวิจัยและพัฒนาของบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่ายแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นหัวข้อสนทนาของหลายๆ คนในเวลาว่าง

หลังจากถูกเจียเหอเข้าซื้อกิจการได้หนึ่งปี ชื่อของบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่ายก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในเมืองหลวงแห่งเครื่องจักรกลการเกษตรแห่งนี้

และในตอนนั้นเอง ผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่ายก็เปิดตัว สร้างความฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง

แต่กัวหยางกลับไปตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว

หันมาให้ความสนใจกับการดำเนินงานของฐานการผลิตรถแทรกเตอร์จิ่วเฉวียนของบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่ายแทน

ที่นี่คือฐานที่มั่นหลักของเจียเหอกรุ๊ป

นอกจากการจัดซื้อภายในของบริษัทในเครือเจียเหอกรุ๊ปแล้ว การบุกเบิกที่ดินมณฑลกานซู่ การบุกเบิกที่ดินมณฑลซินเจียง และการบุกเบิกที่ดินมณฑลเหมิง ต่างก็มีความร่วมมือทางธุรกิจกับเจียเหอ

เพื่อรักษาน้ำใจลูกค้าคนสำคัญ หน่วยงานหลายแห่งจึงสั่งซื้อรถแทรกเตอร์ตอนที่มีการเปลี่ยนรุ่น

ตะวันตกเฉียงเหนือมีพื้นที่กว้างใหญ่ สภาพดินและพฤติกรรมการทำงานก็แตกต่างกัน ความต้องการรถแทรกเตอร์จึงไม่เหมือนกันโดยธรรมชาติ

ตัวอย่างเช่นในมณฑลซินเจียง แต่ละอำเภอและฟาร์มกองพลมีโรงงานซ่อมสร้างเครื่องจักรกลการเกษตรเป็นของตัวเอง ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรอย่างเช่นเครื่องหยอดเมล็ด และระยะห่างของแถวในการหยอดเมล็ดของแต่ละที่ก็ไม่เท่ากัน

เพื่อแก้ปัญหานี้ สาขาจิ่วเฉวียนจึงได้วิจัยและพัฒนารถแทรกเตอร์ที่สามารถปรับระยะห่างของล้อหน้าและล้อหลังได้

นอกจากนี้ เพื่อแก้ปัญหาการเหยียบต้นกล้าได้ง่ายขณะทำงานในไร่ฝ้าย สาขาบริษัทจึงได้ติดตั้งยางหลังสองชุดให้กับรถแทรกเตอร์

แบบหนึ่งคือยางหน้าแคบเพื่อป้องกันการเหยียบต้นกล้า ส่วนอีกแบบคือยางหน้ากว้างคู่ ใช้สำหรับงานไถและคราด

การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของผู้ใช้ไม่เคยหยุดนิ่ง

มีการพัฒนาตั้งแต่ประสิทธิภาพของเครื่องจักรโดยรวม ระยะห่างจากพื้น การปรับระยะห่างล้อ และแรงยก ในทุกๆ ด้าน

ขีดความสามารถในการแข่งขันของรถแทรกเตอร์เฟิงข่ายในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือค่อยๆ ปรากฏให้เห็นชัดขึ้น

จบบทที่ บทที่ 123 : บริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรเฟิงข่าย | บทที่ 124 : ปลูกหลิวไร้ใจกลับกลายเป็นร่มเงา

คัดลอกลิงก์แล้ว