เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 : หลังเลิกประชุม | บทที่ 28 : การเลือกสถานที่และเรื่องจิปาถะ

บทที่ 27 : หลังเลิกประชุม | บทที่ 28 : การเลือกสถานที่และเรื่องจิปาถะ

บทที่ 27 : หลังเลิกประชุม | บทที่ 28 : การเลือกสถานที่และเรื่องจิปาถะ


บทที่ 27 : หลังเลิกประชุม

การมอบหมายให้สถาบันวิจัยการวางแผนและการออกแบบในสังกัดกระทรวงเกษตร เป็นผู้วางแผนและออกแบบโครงการปรับปรุงดินเค็ม เป็นเรื่องที่กัวหยางไม่คาดคิดมาก่อนจริงๆ

เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดจะทำแผนและออกแบบโครงการมาก่อนเลย

เขาตั้งใจว่าจะพึ่งพาร้านค้าเมล็ดพันธุ์ แล้วลุยดุ่ยๆ ไปจนสุดทางแค่นั้น

รัฐมนตรีหลินมองท่าทางประหลาดใจของกัวหยาง แล้วอดไม่ได้ที่จะแซวว่า "ทำไมล่ะ ไม่เต็มใจเหรอ?"

กัวหยางรีบดึงสติกลับมา "เต็มใจครับ เต็มใจ มีสถาบันวิจัยการวางแผนและการออกแบบกระทรวงเกษตรมาร่วมออกแบบ ผมต้องเต็มใจร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว"

สถาบันวิจัยการวางแผนและการออกแบบกระทรวงเกษตรเป็นหน่วยงานออกแบบระดับท็อปในแวดวงการเกษตรของประเทศ ภายในสถาบันรวบรวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไว้มากมาย รับผิดชอบดูแลโครงการวิจัยระดับชาติ เช่น แผนงานวิจัยและพัฒนาที่สำคัญของชาติ, กองทุนวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติ, แผนงานสนับสนุนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, โครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การเกษตรเฉพาะทาง และโครงการแปลงผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญของชาติ

โครงการเทคโนโลยีและวิศวกรรมการเกษตรระดับชาติและระดับมณฑลหลายแห่งในประเทศก็ได้รับการออกแบบโดยหน่วยงานนี้ แม้กระทั่งเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนและออกแบบโครงการระดับนานาชาติอีกนับไม่ถ้วน

แถมความหมายแฝงทางการเมืองของหน่วยงานนี้ยังไม่ธรรมดาอีกด้วย

เมื่อเห็นกัวหยางพยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว รัฐมนตรีหลินก็ยิ้มออกมา

"แต่ค่าออกแบบก็ต้องจ่ายนะ แล้วราคาก็ไม่เบาด้วย"

"แต่สถาบันวิจัยการวางแผนและการออกแบบกระทรวงเกษตรจะวางแผนและออกแบบให้คุณแบบครบวงจร ตั้งแต่การเลือกที่ตั้งโครงการ การสำรวจ แผนการดำเนินการ การก่อสร้างทางอุตสาหกรรม การวางผังโรงงาน ไปจนถึงการก่อสร้างทางวิศวกรรมในทุกๆ ด้าน"

"หลังจากนี้ก็จะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องด้วย" พูดถึงตรงนี้ รัฐมนตรีหลินก็มองกัวหยางด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง

กัวหยางก็เข้าใจได้ในทันที

พูดแบบหยาบๆ หน่อย นี่ก็คือการจ่ายค่าคุ้มครองนั่นแหละ พอมีหน่วยงานรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนและการออกแบบ ก็เท่ากับได้รับความสนใจจากเบื้องบนในระยะยาว

และยังเป็นการส่งสัญญาณทางอ้อมไปยังท้องถิ่นด้วยว่า: 'คนนี้ฉันคุ้มครองอยู่ พวกนายก็เบาๆ มือหน่อยแล้วกัน'

กัวหยางรู้ดีว่าพวกเจ้าที่เจ้าทางในท้องถิ่นนั้นรับมือยากขนาดไหน เถ้าแก่หลายคนที่กลับมาลงทุนก่อสร้างด้วยความตั้งใจจะพัฒนาบ้านเกิดและช่วยเหลือเพื่อนบ้าน สุดท้ายนอกจากจะหมดเนื้อหมดตัวแล้ว ยังโดนฟ้องร้องกลับจนต้องเข้าซังเตไปก็มี

แต่ตอนนี้เมื่อได้รับความสนใจจากเบื้องบน ถึงจะหลีกเลี่ยงพวกแมลงวันที่ชอบบินมาตอมไม่ได้ แต่ในทางกลับกันมันก็ช่วยคัดกรองพวกผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นออกไปได้มากเลยทีเดียว

คนพวกนี้ยิ่งรู้เยอะก็ยิ่งมีเรื่องให้ต้องกังวลเยอะ เป็นธรรมดาที่จะมีความเกรงใจมากขึ้น

นี่คือเหตุผลที่กัวหยางพยายามหาทางสานสัมพันธ์กับกระทรวงเกษตรมาหลายต่อหลายครั้ง

"แล้วค่าออกแบบคิดยังไงครับ?" กัวหยางถามอย่างตรงไปตรงมา นอกจากการซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรแล้ว นี่เป็นครั้งที่สองที่เขามีความอยากใช้เงินอย่างรุนแรงขนาดนี้

"เรื่องนี้คุณต้องไปคุยกับคนของสถาบันออกแบบเอง แต่คาดว่าค่าออกแบบน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1% - 1.5% ของเงินลงทุนทั้งหมด"

กัวหยางคำนวณเงินลงทุนรวม 500 ล้านหยวนในใจ

ให้ตายเถอะ แค่ค่าออกแบบก็ต้องจ่ายตั้ง 5 ล้านถึง 7.5 ล้านแล้ว

ถ้าคิดจากเงินลงทุนรวม 1 พันล้านหยวน ก็ทะลุ 10 ล้านไปเลย!

นี่มันเห็นเขาเป็นหมูหวานให้เชือดชัดๆ!

"ลดหน่อยไม่ได้เหรอครับ?"

"นั่นคุณต้องไปคุยเอาเอง เงินมันเข้าบัญชีของสถาบันออกแบบ ผมไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายหรอก" รัฐมนตรีหลินพูดพร้อมรอยยิ้ม บรรยากาศในห้องประชุมก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย

ทว่าคนอื่นๆ ที่ได้ยินทั้งสองคนเจรจาธุรกิจกันอย่างเปิดเผยในห้องประชุม ต่างก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ที่แท้พวกเขาก็ถูกรัฐมนตรีหลินลากมาเป็นตัวประกอบฉากสินะ

เฉินเยว่จากฝ่ายบริหารทั่วไปมองกัวหยางที่กำลังต่อล้อต่อเถียงกับรัฐมนตรีหลิน แล้วรู้สึกเลยว่าผู้ชายคนนี้ช่างกล้าบ้าบิ่นจริงๆ ปกติเวลาเธอคุยกับผู้บังคับบัญชายังต้องระมัดระวังแล้วระมัดระวังอีก

กลัวเหลือเกินว่าจะทำอะไรผิดพลาดไป

ส่วนจางเจี้ยนจวินจากกรมส่งเสริมเครื่องจักรกลการเกษตรมองดูรอยยิ้มกว้างของหัวหน้า แล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้

เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของรัฐมนตรีหลิน

เป็นวัยรุ่นนี่มันดีจริงๆ!

……

หลังเลิกประชุม กัวหยางถูกเสี่ยวหยางลูกน้องของผู้อำนวยการจางรั้งตัวไว้

เสี่ยวหยางยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้กัวหยาง บนนั้นเขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้หนึ่งเบอร์

"ประธานกัว ทางสำนักงานทรัพยากรบุคคลและประกันสังคมผมติดต่อให้เรียบร้อยแล้ว พวกเขามีทรัพยากรอยู่ไม่น้อยเลย แต่คุณต้องเป็นคนติดต่อไปเอง เพื่อแจ้งรายละเอียดความต้องการในการรับสมัครและสวัสดิการที่คุณสามารถให้ได้ครับ"

"ส่วนเรื่องมหาวิทยาลัย ผมก็ขอให้เฉินเยว่จากฝ่ายบริหารทั่วไปช่วยติดต่อให้แล้วเหมือนกันครับ"

"เฉินเยว่ รบกวนคุณช่วยอธิบายสถานการณ์ทางฝั่งมหาวิทยาลัยให้ประธานกัวฟังหน่อยนะ"

กัวหยางมองตามไป ก็เห็นเฉินเยว่หญิงสาวผมสั้นกำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกับรายงานการประชุม

"แป๊บหนึ่งๆ รอก่อนนะ ฉันต้องจัดการคร่าวๆ ก่อน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวตัวฉันเองก็จะไม่รู้ว่าตัวเองเขียนอะไรไปบ้าง"

"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ กินข้าวเสร็จยังต้องไปประชุมอีกงานกับหัวหน้าต่อ" เสี่ยวหยางพูด

"คุณไปกินข้าวเถอะ เดี๋ยวฉันคุยกับประธานกัวเอง"

หลังจากเสี่ยวหยางจากไป ภายในห้องประชุมนอกจากเจ้าหน้าที่ที่กำลังทำความสะอาดแล้ว ก็เหลือแค่เขากับเฉินเยว่เพียงสองคน

ด้วยความว่างจัด กัวหยางเลยอดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าเข้าไปดู

อืม ลายมือไก่เขี่ยมากจริงๆ ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าเขียนคำว่าอะไร แต่ตัวหนังสือที่เฉินเยว่คัดลอกออกมาหลังจากนั้นกลับทำให้กัวหยางตาลุกวาว

มันทรงพลังและหนักแน่น เด็ดเดี่ยว ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกของเธออย่างสิ้นเชิง

หลังจากมองตัวหนังสืออยู่พักหนึ่ง กัวหยางก็อดไม่ได้ที่จะพิจารณาหญิงสาวตรงหน้า ลำคอระหงสมส่วน เครื่องหน้าที่งดงามแผ่กลิ่นอายความสดใสออกมา

ก็ไม่เลวนะ!

ถือว่าดูเพลินๆ ฆ่าเวลาได้

รออีกพักหนึ่ง เฉินเยว่ก็พูดด้วยความรู้สึกผิดว่า "ขอโทษด้วยนะคะประธานกัว ที่ทำให้คุณต้องเสียเวลา"

"ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร ผมต่างหากที่รบกวนให้พวกคุณช่วยติดต่อมหาวิทยาลัยให้" กัวหยางดึงสติกลับมา แววตากลับมาเป็นปกติในชั่วพริบตา

และเมื่อได้ยินกัวหยางพูดถึงมหาวิทยาลัย เฉินเยว่ก็นึกขึ้นได้ จึงรีบดึงเอกสารสองสามชุดออกมาจากแฟ้ม

"ประธานกัว ฉันติดต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ประเทศจีน วิทยาลัยเกษตรกรรมจิงเฉิง และมหาวิทยาลัยวนศาสตร์ เป็นหลักค่ะ พวกเขาตกลงให้คุณไปติดประกาศรับสมัครงานในมหาวิทยาลัยได้ แต่เนื่องจากตอนนี้มันค่อนข้างช้าไปสักหน่อย บัณฑิตจบใหม่ส่วนใหญ่ได้ที่ทำงานกันหมดแล้ว ดังนั้นอาจจะหาคนยากสักหน่อยนะคะ"

"ผมก็ยังอยากลองดูอยู่ดีครับ อุตส่าห์มาทั้งที ถ้าไม่ได้ไปคงรู้สึกเสียใจทีหลังแน่ๆ" กัวหยางพูดพร้อมรอยยิ้ม สาเหตุหลักคือเขายังต้องเปิดบริษัทการลงทุนในเมืองหลวง แถมเรื่องเปิดบัญชีเข้าตลาดซื้อขายล่วงหน้าก็ต้องใช้เวลาด้วย

ประการที่สองคือกัวหยางกังวลว่าที่มณฑลกานซู่จะหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้ยาก เพราะคนที่เต็มใจจะทำงานในแถบตะวันตกเฉียงเหนือและพื้นที่ชนบทนั้นมีน้อยนิด

"ได้ค่ะ นี่คือข้อมูลเบื้องต้นและเบอร์โทรติดต่อของคณะต่างๆ จากทั้งสามมหาวิทยาลัย คุณสามารถติดต่อสายตรงได้เลย ฉันประสานงานเอาไว้หมดแล้ว"

"โอเคครับ รบกวนคุณแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาอาหารพอดี สนใจออกไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ?" กัวหยางลองเอ่ยปากชวน

เฉินเยว่เก็บเอกสารบนโต๊ะมากอดไว้แนบอก แล้วพูดอย่างใจกว้างว่า "ออกไปกินข้างนอกไม่จำเป็นหรอกค่ะ เอาเป็นว่ารบกวนประธานกัวทนสักนิด เดี๋ยวฉันพาคุณไปเปิดหูเปิดตาที่โรงอาหารกระทรวงเกษตรของเราดีไหมคะ?"

กัวหยางหัวเราะแล้วบอกว่า "งั้นก็ยอดเยี่ยมไปเลย ประหยัดค่าข้าวไปได้อีกมื้อ วันนี้ผมโดนรัฐมนตรีหลินเล่นงานเข้าให้แล้วจริงๆ"

เมื่อนึกถึงค่าออกแบบที่แสนแพงหูฉี่ ทั้งสองคนก็ประสานเสียงหัวเราะออกมาอย่างรู้กัน

และในเวลาเดียวกัน ณ ห้องทำงานแห่งหนึ่งในกระทรวงเกษตร

รัฐมนตรีหลินกำลังคุยโทรศัพท์กับผู้อำนวยการเหยียนแห่งกรมการเกษตรมณฑลกานซู่

พวกคุณจะลองจ่ายค่าคุ้มครองบ้างไหมล่ะ แค่โหวตตั๋วแนะนำก็พอนะ

ที่บ้านไฟดับน้ำไม่ไหล พิมพ์ด้วยมือถือ แถมแบตมือถือก็ใกล้จะหมดแล้ว

บทที่ 28 : การเลือกสถานที่และเรื่องจิปาถะ

หัวหน้าหลินถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “เหล่าเหยียน ฐานผลิตเมล็ดพันธุ์หญ้าเลี้ยงสัตว์ที่พวกคุณทำในเมืองจิ่วเฉวียนตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว”

“ท่านหัวหน้าครับ ตอนนี้โครงการกำลังดำเนินการอย่างเข้มงวด บริษัทเมล็ดพันธุ์ฮุยฮวงได้สร้างแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์หญ้าเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ ในเมืองซั่งป้าไปแล้ว 3,500 หมู่ครับ”

“ปลูกทั้งหญ้าโบรมนะไร้หาง อัลฟัลฟ่า หญ้าเซนฟอยน์ และหญ้าเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์อื่นๆ อีก 11 ชนิด โดยหลักๆ จะเน้นไปที่หญ้าเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้าจากต่างประเทศหรือสายพันธุ์ที่ใช้สำหรับอนุรักษ์ดินและน้ำเป็นหลักครับ”

ผู้อำนวยการเหยียนพูดข้อมูลที่จำไว้ในหัวออกมาอย่างคล่องแคล่ว

ในปี 2001 ด้วยความร่วมมือกับโครงการระดับนานาชาติที่กระทรวงเกษตรนำเข้ามา มณฑลกานซู่ได้จัดตั้งเขตสาธิตการวิจัยและส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์หญ้าขึ้นในฐานการผลิตของบริษัทเมล็ดพันธุ์ฮุยฮวง

“3,500 หมู่? มีพื้นที่เพาะปลูกอยู่เท่าไหร่ล่ะ”

“ท่านหัวหน้าครับ แปลงเมล็ดพันธุ์ 3,500 หมู่นี้ อย่างน้อย 60% เป็นดินเค็มที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกซึ่งบริษัทฮุยฮวงเพิ่งจัดการไปเมื่อฤดูหนาวปีที่แล้วครับ”

“โอ้? ดูเหมือนว่าบริษัทฮุยฮวงจะมีความสามารถในการทำงานสูงมากทีเดียวนะ”

หัวหน้าหลินพูดด้วยรอยยิ้ม อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก

กระทรวงเกษตรของพวกเขาก็ทำงานหนักมากเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากดินเค็ม เพียงแต่ตอนนี้ยังคงหยุดอยู่แค่ในระดับการวิจัยเทคโนโลยีและการสาธิตเพื่อส่งเสริมเท่านั้น

ดังนั้นแผนการปรับปรุงดินเค็ม 200,000 หมู่ที่กัวหยางนำเสนอในเวลานี้ จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมพอดี

อีกด้านหนึ่งของสายโทรศัพท์ ผู้อำนวยการเหยียนหัวเราะเสียงดังแล้วพูดว่า “แน่นอนครับ บริษัทเมล็ดพันธุ์ฮุยฮวงถือเป็นหนึ่งในบริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์หญ้าที่เชี่ยวชาญที่สุดในประเทศเลยนะครับ”

“เฮ้อ เหล่าเหยียน ดูเหมือนว่าโครงการใหม่ที่กระทรวงเตรียมจะนำเข้ามา พวกคุณคงจะไม่สนใจซะแล้วสิ ฉันไปหาที่อื่นดีกว่า”

เมื่อได้ยินคำถอนหายใจของหัวหน้าหลิน ผู้อำนวยการเหยียนก็ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

เขารีบพูดขึ้นว่า “อย่าเพิ่งสิครับท่านหัวหน้า พื้นที่ทุรกันดารของพวกเรายังขาดแคลนทุกโครงการเลยนะครับ อีกอย่าง ท่านก็ยังไม่ได้บอกเลยว่าเป็นโครงการอะไร”

“ก็เป็นแค่โครงการเล็กๆ มีคนหนุ่มคนหนึ่งวางแผนจะลงทุน 500 ถึง 1,000 ล้านหยวนเพื่อปรับปรุงดินเค็ม 200,000 หมู่สำหรับปลูกอัลฟัลฟ่า ฉันคิดว่าพวกคุณมีบริษัทฮุยฮวงอยู่แล้ว ก็เลยกะจะเอาโครงการนี้ไปลงที่อื่น”

พอฟังสิ่งที่หัวหน้าหลินพูดอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ ผู้อำนวยการเหยียนก็ตาเบิกโพลง และร้อนรนขึ้นมาในทันที

“อย่าเพิ่งสิครับท่านหัวหน้า โครงการนี้ต้องมาลงที่มณฑลกานซู่ของพวกเราจริงๆ ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าพวกเราอีกแล้วครับ”

“เรื่องการจัดการดินเค็มพวกเรามีประสบการณ์ ยิ่งไปกว่านั้นสายพันธุ์อัลฟัลฟ่าท้องถิ่นของเราก็มีสัดส่วนมากกว่า 30% ของทั้งประเทศด้วย”

“ปีที่แล้วแค่มูลค่าการผลิตเมล็ดพันธุ์อัลฟัลฟ่าก็สูงถึงกว่า 8 ล้านหยวนแล้ว พื้นที่อนุรักษ์อัลฟัลฟ่ายังมีมากถึง 6.74 ล้านหมู่ เป็นฐานการปลูกอัลฟัลฟ่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ การซื้อเมล็ดพันธุ์ก็สะดวกและราคาถูกครับ”

หัวหน้าหลินหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “แต่เขามีสายพันธุ์อัลฟัลฟ่าของตัวเองนะ แถมในอนาคตก็จะพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะพันธุ์อัลฟัลฟ่าด้วย แบบนี้ก็เป็นคู่แข่งกับบริษัทฮุยฮวงน่ะสิ”

ผู้อำนวยการเหยียนพูดเหมือนโอดครวญว่า “หัวหน้าอย่าล้อผมเล่นเลยครับ ท่านก็รู้สถานการณ์อุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์หญ้าในประเทศดี ตอนนี้กำลังการผลิตเมล็ดพันธุ์หญ้ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในประเทศด้วยซ้ำ”

“ฮ่าๆ คุณนี่ใจร้อนไม่เปลี่ยนเลย โครงการนี้เดิมทีก็เตรียมไว้ให้คุณอยู่แล้ว” หัวหน้าหลินหัวเราะร่าออกมาก่อน แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจัง

“เพียงแต่ความคืบหน้าโครงการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมกลับเป็นทุ่งหญ้าและป่าไม้ของพวกคุณมันช้าเกินไป ทำให้แผนกลยุทธ์โดยรวมล่าช้าตามไปด้วย ต้องเร่งมือหน่อยนะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อำนวยการเหยียนก็พูดด้วยความหนักใจว่า “หัวหน้าครับ ตามแผนแล้ว พวกเรามีพื้นที่เกษตรกรรมบนพื้นที่ลาดชันถึงยี่สิบสามสิบล้านหมู่ที่ต้องยกเลิกการทำเกษตรเลยนะครับ”

“ตอนนี้รายได้จากการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์มันต่ำเกินไป รายได้จากการผลิตเมล็ดพันธุ์อัลฟัลฟ่ายังเทียบข้าวสาลีไม่ได้ด้วยซ้ำ มีแต่ชาวบ้านในเขตภูเขาเท่านั้นแหละครับที่เลือกปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์เพื่อเพิ่มรายได้ ส่วนชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เต็มใจจะเปลี่ยนมาปลูกหญ้าหรอกครับ”

“ฉันไม่ได้มาฟังคุณบ่นหรอกนะ”

“เอาเป็นว่าตามนี้แล้วกัน พวกคุณไปคัดเลือกสถานที่สำหรับดำเนินโครงการกันภายในก่อน ส่วนการสำรวจและออกแบบในภายหลัง กระทรวงเกษตรจะให้ทางสถาบันวิจัยการวางแผนและการออกแบบเป็นผู้รับผิดชอบเอง”

เมื่อได้ยินเสียงสายตัดไป ผู้อำนวยการเหยียนก็นั่งอย่างหมดหนทางอยู่บนเก้าอี้สำนักงานและจมอยู่ในความคิดเป็นเวลานาน จากนั้นก็ลุกขึ้นมองดูแผนที่มณฑลกานซู่ที่ติดอยู่บนผนัง

ในหน้าประวัติศาสตร์ มณฑลกานซู่เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างเกษตรกรรมและปศุสัตว์ ชาวบ้านมีนิสัยชอบปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์อยู่แล้ว

ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำในมณฑลกานซู่เป็นพื้นที่ที่มีการกัดเซาะของดินและน้ำอย่างรุนแรง การพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์หญ้าเลี้ยงสัตว์มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการพังทลายของหน้าดิน การรักษาเสถียรภาพของความลาดชัน และการปกป้องสิ่งแวดล้อม

แต่สภาพพื้นที่มันย่ำแย่ เขาจะยอมมาหรือเปล่า?

แต่เมื่อเทียบกันแล้ว พื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำมีแสงแดดเพียงพอ อากาศอบอุ่น อุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนต่างกันมาก และยังมีระบบชลประทาน ปัจจุบันพื้นที่นี้ได้กลายเป็นฐานเพาะพันธุ์เมล็ดข้าวโพดลูกผสม ผัก และฐานเพาะปลูกเพื่อการส่งออกที่สำคัญของประเทศเราแล้ว

เมล็ดพันธุ์หญ้าเลี้ยงสัตว์เช่นอัลฟัลฟ่าที่ผลิตได้จะมีสีเหลืองทอง เมล็ดอวบอิ่ม และมีคุณภาพในการเพาะปลูกสูง ถือเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์หญ้าเลี้ยงสัตว์ในอุดมคติเลยทีเดียว

ช้าๆ ผู้อำนวยการเหยียนก็เลื่อนสายตาไปจับจ้องที่ระเบียงเหอซี

เพียงแต่ควรจะเอาไปตั้งไว้ที่ไหนดีล่ะ?

……

เมืองหลวง

ต้องยอมรับเลยว่า ในฐานะโรงอาหารของหน่วยงานรัฐ อาหารของกระทรวงเกษตรนั้นยอดเยี่ยมจนไม่มีอะไรให้ติ

อีกทั้งยังมีสาวสวยมานั่งกินข้าวเป็นเพื่อน ก็ยิ่งทำให้กัวหยางรู้สึกเบิกบานใจมากขึ้น

แต่เพราะทั้งสองคนยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกมาก มื้อนี้จึงกินกันอย่างเร่งรีบ

หลังจากบอกลาเฉินเยว่แล้ว

กัวหยางก็กลับมาที่โรงแรม อย่างแรกที่ทำคือโทรไปที่เบอร์ของสำนักงานทรัพยากรบุคคลและประกันสังคมตามที่เสี่ยวหยางให้ไว้ และแจ้งความต้องการในการรับสมัครงานโดยละเอียด

เมื่อเทียบกับสถานที่ทำงานในมณฑลกานซู่ที่บอกผู้อำนวยการจางไปคราวก่อน ครั้งนี้เพราะเป็นเรื่องของบริษัทการลงทุน กัวหยางจึงทำการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

อย่างแรกคือฝ่ายธุรการและบุคคลของบริษัทการลงทุนในเมืองหลวง ซึ่งรับผิดชอบหลักในการจัดการเรื่องการรับสมัครพนักงานและงานจิปาถะต่างๆ

ต่อมาก็คือผู้รับผิดชอบที่สำคัญที่สุด

ในแผนของกัวหยาง คนๆ นี้ไม่ต้องเป็นมืออาชีพมากนัก แต่ต้องเชื่อฟังและพึ่งพาได้

สิ่งที่เขาต้องการก็เป็นแค่เครื่องมือมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น

และสถานที่ทำงานของคนในบริษัทการลงทุนเหล่านี้ก็จะยังคงอยู่ในเมืองหลวงต่อไป

นอกเหนือจากนี้ ก็คือตำแหน่งที่ต้องติดตามเขาไปทำงานที่มณฑลกานซู่

อย่างแรกคือหัวหน้าฝ่ายเทคนิคด้านการปรับปรุงดินเค็ม คนๆ นี้ต้องมีประสบการณ์ในการจัดการดินเค็มอย่างโชกโชน

รองลงมาคือช่างเทคนิคการผลิต ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวที่ไม่จำกัดจำนวนคน และไม่ได้ต้องการคุณสมบัติที่สูงมากนัก

นอกจากนี้ เขายังเขียนตำแหน่งงานอื่นๆ อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นวิศวกร คนขับเครื่องจักรกลการเกษตร ธุรการ การเงิน และอื่นๆ

สำหรับเรื่องสวัสดิการ นอกจากผู้รับผิดชอบบริษัทการลงทุนและหัวหน้าฝ่ายเทคนิคที่จะได้รับในระดับที่สูงมากแล้ว ตำแหน่งอื่นๆ ก็ให้สูงกว่ามาตรฐานในวงการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

กัวหยางไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถรับสมัครคนในปักกิ่งได้เยอะนัก เป้าหมายหลักของเขาคือการกวาดต้อนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญสักสองสามคนกลับไป

การใช้ประโยชน์จากเครือข่ายความสัมพันธ์ของสำนักงานทรัพยากรบุคคลและประกันสังคมในเมืองหลวงย่อมสามารถดึงดูดผู้มีความสามารถระดับแนวหน้าของวงการได้ดีกว่าการที่เขาไปลงประกาศรับสมัครงานแบบสุ่มสี่สุ่มห้าแน่นอน

และหลังจากพูดคุยกับสำนักงานทรัพยากรบุคคลและประกันสังคมเสร็จ กัวหยางก็รีบไปหาตัวแทนเพื่อจดทะเบียนบริษัทการลงทุนโดยไม่หยุดพัก

ตอนนั้นเอง กัวหยางถึงนึกขึ้นได้ว่าเขายังรับปากนายหน้าขายบ้านหนุ่มคนนั้นว่าจะไปซื้อบ้านกับอาคารสำนักงาน

แต่เรื่องมันเยอะมากจริงๆ

หลังจากกรอกข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการจดทะเบียนบริษัทที่บริษัทตัวแทนเรียบร้อยแล้ว กัวหยางก็ไปที่บริษัทโฆษณาเพื่อทำโปสเตอร์รับสมัครงาน

เฉินเยว่ช่วยประสานงานเรื่องไปรับสมัครงานที่มหาวิทยาลัยให้เขาแล้ว แต่เขากลับยังไม่ได้เตรียมข้อมูลอะไรเลย

เขาต้องการผู้ช่วยที่เรียกใช้งานได้สักคนอย่างเร่งด่วน

และในเวลานี้ จางเหว่ย ชายหนุ่มที่ทำงานในบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับการถูกเลิกจ้างก่อนกำหนด

(สองตอนนี้จะเล่าเนื้อเรื่องผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้กลับไปที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือโดยเร็ว)

จบบทที่ บทที่ 27 : หลังเลิกประชุม | บทที่ 28 : การเลือกสถานที่และเรื่องจิปาถะ

คัดลอกลิงก์แล้ว