เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 - ลุยสุ่มต่อไป

บทที่ 48 - ลุยสุ่มต่อไป

บทที่ 48 - ลุยสุ่มต่อไป


บทที่ 48 - ลุยสุ่มต่อไป

【ติ๊ง การสุ่มรางวัลครั้งนี้ใช้ 50 แต้มบุญ ขอบคุณที่ใช้บริการ แต้มโชคดี +1】

ลู่โจวขมวดคิ้วเล็กน้อย

ดวงมันไม่ยอมเปิดทางให้เลยหรือไงเนี่ย?

หรือว่าจริงๆ แล้วเป็นเพราะข้าโพสท่าสุ่มรางวัลไม่ถูกหลักกันนะ?

ลู่โจวค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วเริ่มสุ่มรางวัลต่อ

หลังจากสุ่มติดๆ กันอีก 4 ครั้ง ก็ได้แต่คำว่า 'ขอบคุณที่ใช้บริการ' ล้วนๆ

นี่มันหลอกแดกกันชัดๆ!

จากสถิติที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ท่าสุ่มราวัลไม่มีผลอะไรทั้งนั้น

แม้ในใจจะก่นด่าระบบสารพัด แต่ภายนอกลู่โจวก็ยังคงเก็บอาการไว้ได้เป็นอย่างดี

ใบหน้าแก่ๆ ของเขามันดำคล้ำมากพออยู่แล้ว

"แต้มโชคดี 66 แต้ม ราบรื่นตลอดทาง?"

ผู้หญิงมักจะมีซิกซ์เซนส์

ส่วนผู้ชายก็มักจะมีลางสังหรณ์ที่แม่นยำ

คราวนี้ล่ะ ต้องได้แน่!

"สุ่มรางวัล!"

【ติ๊ง การสุ่มรางวัลครั้งนี้ใช้ 50 แต้มบุญ ใช้แต้มโชคดี 66 แต้ม ได้รับการ์ดทวนกระแสชีวิต*1】

"..."

ถามจริง มึงจะกวนตีนกูใช่ไหม

ลู่โจวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาอันลึกล้ำคู่จ้องมองออกไปในความมืดมิด

ทนไม่ไหวแล้วโว้ย...

ช่างเถอะ

การสบถคำหยาบ มันไม่ใช่วิสัยของปรมาจารย์จอมมาร และมันก็ดูไม่สมกับฐานะของข้าเลยด้วย

แต่ว่านะ ผลาญแต้มบุญกับแต้มโชคดีไปตั้งเยอะแยะ กลับสุ่มได้การ์ดทวนกระแสชีวิตมาแค่ใบเดียวเนี่ยนะ!

นี่มัน... จะให้ไปเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับใครได้ฟะ?

ลู่โจวรู้สึกทั้งขำทั้งโมโหอยู่ลึกๆ

ในชาติก่อน ต่อให้เล่นเกมตีบวกอาวุธขึ้น +15 ไม่สำเร็จ ก็ยังไม่เคยหัวเสียขนาดนี้มาก่อนเลย

นี่มันน่าโมโหเกินไปแล้ว

ใจเย็นๆ ไว้ ห้ามโกรธเด็ดขาด ห้ามสติแตก

...

ลู่โจวเหลือบมองดูแต้มบุญที่เหลืออยู่ ตอนนี้เหลือแค่ 1190 แต้มแล้ว

การสุ่มรางวัลนี่มันอันตรายจริงๆ ถ้าขืนสุ่มต่อมีหวังหมดตัวแน่ เลิกสุ่มดีไหมนะ?

"สุ่มรางวัล"

【ติ๊ง การสุ่มรางวัลครั้งนี้ใช้ 50 แต้มบุญ ได้รับอาวุธ 'เว่ยหมิง (ไร้นาม)', ได้รับสัตว์พาหนะ 'ปี้อ้าน'】

ลู่โจว "???"

ใครจะไปเชื่อล่ะเนี่ย?

ตอนที่สะสมแต้มโชคดีได้ถึง 66 แต้ม กลับสุ่มได้การ์ดทวนกระแสชีวิตมาแค่ใบเดียว

แต่พอลดแต้มโชคดีลงเหลือ 0 กลับสุ่มได้ทั้งอาวุธ และสัตว์พาหนะอย่างปี้อ้านมาครอบครองซะงั้น

ลู่โจวถึงกับอึ้งไปเลย ไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ดี

"เว่ยหมิง (ไร้นาม)"

ชื่ออาวุธนี่ฟังดูตั้งส่งเดชไปหน่อยนะ แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก อุตส่าห์ปั่นมาตั้งนาน อย่างน้อยก็คงไม่ถึงกับห่วยแตกกว่าเศษเหล็กในห้องลับนี่หรอกมั้ง?

เมื่อลู่โจวตั้งจิตอธิษฐาน บนฝ่ามือของเขาก็ค่อยๆ ปรากฏก้อนวัตถุสีดำทะมึน เปล่งแสงจางๆ รูปร่างไม่แน่นอน เดี๋ยวกลมเดี๋ยวรี

"นี่มันตัวอะไรฟะ?" ลู่โจวขมวดคิ้วแน่น

เขาพยายามค้นหาคำใบ้จากระบบ แต่น่าเสียดายที่ระบบไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลย

งานนี้ก็เลยหน้าแตกไปตามระเบียบ

เขาสะบัดมือเบาๆ

วัตถุสีดำทะมึนนั้นก็หายวับไป

ในช่องเก็บของ มันก็ดูเหมือนก้อนหินสีดำธรรมดาๆ ก้อนหนึ่งเท่านั้น

ลู่โจวเหลือบไปเห็นตัวหนังสือเล็กๆ ที่เขียนกำกับไว้ด้านล่าง: สามารถเปลี่ยนรูปแบบอาวุธได้ตามใจนึก ยิ่งผู้ใช้มีพลังบ่มเพาะสูง อานุภาพของมันก็จะยิ่งร้ายกาจ

"..."

ของดีนี่หว่า

ลู่โจวเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที

เขายกมือขวาขึ้น บนฝ่ามือก็ปรากฏอาวุธชิ้นหนึ่งขึ้นมา... คราวนี้ มันกลายเป็นกระบี่ เป็นกระบี่เล่มเล็กกะทัดรัดและประณีต ดูคล้ายกับมีดสั้น จากนั้นมันก็ค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างไปเป็น ดาบ ทวน พลอง ง้าว และอาวุธรูปแบบอื่นๆ อีกมากมาย

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง"

นี่คืออาวุธที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ตามใจผู้ใช้

มีของชิ้นเดียว ก็เหมือนมีอาวุธนับสิบชิ้น

การสุ่มรางวัลในครั้งนี้ ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!

"ต้องลองทดสอบอานุภาพของมันดูหน่อยแล้ว"

...

ในเวลาเดียวกัน

ณ ถ้ำสำนึกตน บนยอดเขาด้านหลัง

หมิงซื่ออินปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

เมื่อเห็นใบหน้าที่เศร้าหมองของเยี่ยเทียนซิน เขาก็พูดขึ้นว่า "ศิษย์น้อง... อยากดูวิชากายาธรรมร้อยทัณฑ์ส่องหล้าของข้าไหมล่ะ?"

เยี่ยเทียนซิน "???"

นางขมวดคิ้วแน่น จ้องมองหมิงซื่ออินที่โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยด้วยความฉงน เยี่ยเทียนซินเอ่ยขึ้นว่า "ถ้าจอมมารเฒ่าส่งท่านมาเพื่อฆ่าข้าล่ะก็... ก็รีบๆ ลงมือซะเถอะ ไม่เห็นจะต้องมาโอ้อวดกันแบบนี้เลย..."

หมิงซื่ออินเกาหัวแกรกๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด "ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นเสียหน่อย"

"จะฆ่าจะแกงก็เชิญตามสบายเลย" เยี่ยเทียนซินหันหน้าหนี

หมิงซื่ออินส่ายหน้า ถอนหายใจยาว:

"ศิษย์น้อง ถ้าท่านอาจารย์อยากจะฆ่าเจ้า ท่านก็คงลงมือไปตั้งนานแล้ว จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าทำไมล่ะ?"

"แล้วท่านมาที่นี่ทำไม?"

"ข้าสมัครใจมาเอง... ถึงยังไงพวกเราก็เคยเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน ข้าทนดูเจ้าเดินทางผิดต่อไปไม่ได้หรอก" หมิงซื่ออินตอบ

เยี่ยเทียนซินยิ้มเยาะ:

"เดินทางผิดงั้นรึ? พวกท่านต่างหากล่ะที่เดินทางผิด..."

"ยังเจ็บแค้นท่านอาจารย์เรื่องนั้นอยู่อีกรึ?"

เยี่ยเทียนซินหันหน้าหนีอีกครั้ง

นางไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตอีกแล้ว

ใบหน้าของนางเย็นชาราวกับน้ำแข็ง แววตาก็เยือกเย็นไม่แพ้กัน

หมิงซื่ออินเดินไปนั่งลงข้างๆ นาง เขายกมือขึ้นสะบัดเบาๆ ลำแสงสว่างวาบขึ้นมาภายในถ้ำสำนึกตน

"ข้าเข้าสำนักมาก่อนเจ้า ต้องทนทุกข์ทรมานมามากกว่าเจ้าตั้งเยอะ ข้ายังไม่เคยบ่นสักคำเลยนะ" หมิงซื่ออินพูด

"ถุย... ข้าเห็นมีแต่ท่านนั่นแหละ ที่เอาแต่ด่าทอท่านอาจารย์ลับหลังอยู่บ่อยๆ"

แค่กๆ

หมิงซื่ออินรีบชะโงกหน้าออกไปมองดูลาดเลาข้างนอก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงกระดากอาย "สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วน่า ตอนนี้ท่านอาจารย์ใจดีและมีเมตตามากเลยนะ"

"ใจดีและมีเมตตา? ศิษย์พี่สี่... มุกตลกของท่านนี่มันไม่ขำเอาซะเลยนะ" เยี่ยเทียนซินส่ายหน้า ก่อนจะก้มลงมองสภาพอันน่าสมเพชของตัวเอง ซึ่งก็เป็นการบ่งบอกความหมายได้อย่างชัดเจน

"ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ"

หมิงซื่ออินลุกขึ้นยืนเอามือไพล่หลัง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ท่านอาจารย์อายุมากแล้ว ปล่อยวางเรื่องต่างๆ ไปได้เยอะแล้ว ตอนนี้ทัศนคติของท่านก็เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก"

"แล้วยังไงล่ะ?"

"นี่เจ้ายังฟังที่ข้าพูดไม่เข้าใจอีกรึ?" จู่ๆ หมิงซื่ออินก็หันขวับมาตวาดด้วยความโมโห "ท่านอาจารย์ไม่ได้เก็บเรื่องที่พวกเราเคยทำในอดีตมาใส่ใจเลยสักนิด!"

"แต่ข้าเก็บมาใส่ใจ! ตราบใดที่ตาเฒ่านั่นยังไม่ตาย ข้าก็คงนอนตายตาไม่หลับ!"

เพียะ!

หมิงซื่ออินยกมือขึ้น ตบหน้าเยี่ยเทียนซินฉาดใหญ่

เขาไม่ได้ใช้พลังปราณ ไม่ได้รีดเร้นพลังงานใดๆ ออกมาเลย เป็นเพียงแค่การตบสั่งสอนแบบธรรมดาๆ เท่านั้น

ฝ่ามือนี้ ทำเอาเยี่ยเทียนซินถึงกับหน้าหัน แต่นางก็ยังดื้อรั้นเงยหน้าขึ้นมา จ้องตากับหมิงซื่ออินอย่างไม่ลดละ

หมิงซื่ออินง้างมือขึ้นมาอีกครั้ง...

ฟึ่บ!

เยี่ยเทียนซินหลับตาปี๋!

แต่ฝ่ามือนั้นก็มาหยุดชะงักอยู่ห่างจากแก้มของนางเพียงหนึ่งคืบ

เขาไม่ได้ตบลงไป

หมิงซื่ออินส่ายหน้า ถอนหายใจ ก่อนจะวางมือลงบนบ่าของนางแล้วตบเบาๆ

"เจ้าควรจะไปถามความจริงจากปากท่านอาจารย์ด้วยตัวเองนะ... ข้าพูดแค่นี้แหละ ขอให้โชคดี!"

เขารู้สึกว่าไม่มีประโยชน์ที่จะต้องมานั่งเกลี้ยกล่อมนางอีกต่อไป

เขาทำท่าจะหันหลังเดินจากไป

"เดี๋ยวก่อน" เยี่ยเทียนซินร้องเรียก

"เจ้ามีอะไรจะพูดอีก?"

"พี่น้องในตำหนักเหยี่ยนเยว่ จะต้องรวมตัวกันมาช่วยข้าแน่ๆ... ถ้าเป็นไปได้ ข้าขอให้ท่านช่วยปรานีพวกนางด้วย" น้ำเสียงของเยี่ยเทียนซินแผ่วเบาลง แฝงไปด้วยความอ้อนวอน

เมื่อได้ยินดังนั้น หมิงซื่ออินก็หัวเราะเยาะออกมา แล้วพูดว่า:

"เจ้านี่มันช่างหลงตัวเองเสียจริงๆ ตอนนี้พวกนางก็เหมือนเต่าโคลนข้ามแม่น้ำ เอาตัวเองให้รอดยังยากเลย จะเอาเวลาที่ไหนมาช่วยเจ้าล่ะ?"

"หืม?"

"สำนักอวิ๋นจง สำนักเทียนจง และสำนักหลัวจง ต้องสูญเสียยอดฝีมือขั้นเสินถิงไปมากมายขนาดนั้น เจ้าคิดว่าพวกมันจะโยนความผิดทั้งหมดไปให้ท่านอาจารย์งั้นรึ? เจ้าคิดผิดแล้ว! เป้าหมายแรกที่พวกมันจะกวาดล้าง ก็คือตำหนักเหยี่ยนเยว่ของเจ้านี่แหละ!"

พูดจบ

หมิงซื่ออินก็พุ่งทะยานหายตัวไปในพริบตา

ภายในถ้ำสำนึกตนกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เยี่ยเทียนซินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

...

ตอนที่ลู่โจวเรียกเว่ยหมิงออกมา เสียงเตือนจากระบบที่ดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็ดังแว่วเข้ามาในหู——

【ติ๊ง สั่งสอนคนทรยศ เยี่ยเทียนซิน ได้รับ 100 แต้มบุญ】

ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์คนไหนที่เป็นคนจัดการสั่งสอน แต่อย่างน้อยมันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เยี่ยเทียนซินผู้นี้ ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง

เขาเรียกกระบี่เว่ยหมิงออกมาไว้ในมือ กระบี่เล่มนี้หมุนควงอยู่บนฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะกำมันไว้แน่น

"ขั้นรวมจิตนี่ การจะควบคุมมันให้ได้ดั่งใจนึก ยังถือว่าห่างไกลนัก"

หากพลังบ่มเพาะไม่ถึงขั้น ก็เหมือนกับการเอาดาบของแม่ทัพมาให้ทหารเลวแกว่งเล่นนั่นแหละ

กระบี่เว่ยหมิงตวัดผ่านดาบเล่มใหญ่ที่วางอยู่บนชั้นวางอาวุธข้างๆ

เคร้ง!

ประกายไฟสาดกระเซ็น!

ดาบเล่มใหญ่ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

ส่วนกระบี่เว่ยหมิงก็ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์!

นี่แหละคือของรางวัลที่ได้มาจากการสุ่มรางวัลด้วยแต้มโชคดี 0 แต้มล่ะ

"ของห่วยแตกจริงๆ ด้วย"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 48 - ลุยสุ่มต่อไป

คัดลอกลิงก์แล้ว