เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ศิษย์ไม่ได้เรื่อง เป็นความผิดของอาจารย์?

บทที่ 3 - ศิษย์ไม่ได้เรื่อง เป็นความผิดของอาจารย์?

บทที่ 3 - ศิษย์ไม่ได้เรื่อง เป็นความผิดของอาจารย์?


บทที่ 3 - ศิษย์ไม่ได้เรื่อง เป็นความผิดของอาจารย์?

เสียงคลื่นสะท้อนกึกก้อง

กลิ่นอายยิ่งใหญ่เกรียงไกร

สิ่งนี้ปลุกขวัญกำลังใจของผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะได้อย่างมหาศาล

สิบยอดฝีมือขั้นทัณฑ์วิญญาณต่างนั่งตัวตรงอยู่บนราชรถบิน หลับตาพักผ่อนจิตใจ รอคอยอย่างเงียบๆ ให้ม่านพลังแตกสลาย

"จอมมารเฒ่าออกมาแล้ว!"

"ระวัง!"

สีหน้าของผู้ฝึกตนล้วนเปลี่ยนไป พวกที่ขี่กระบี่บินอยู่ต่างถอยร่นอย่างต่อเนื่อง ไม่กล้าทำเก่งอีกต่อไป ตัดสินใจร่อนลงมาเหยียบพื้น และยืนรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ

สิบยอดฝีมือก็ลืมตาขึ้นในเวลานี้เช่นกัน

โจวจี้เฟิง ศิษย์เอกสำนักกระบี่สวรรค์ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้า มีเพียงเขาคนเดียวที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศมองลงมาเบื้องล่าง ราวกับต้องการจะเป็นทัพหน้า

สายตาของผู้ฝึกตนทั้งหมด จับจ้องไปที่ทางเข้าภูเขาจินถิง

ลู่โจวเดินนำหน้า โดยมีศิษย์ทั้งสี่คนเดินตามหลังมาติดๆ ก้าวเดินมาอย่างช้าๆ

พวกเขาไม่ได้สำแดงวิชามหาเทวะอันทรงพลังใดๆ เพียงแค่เดินเท้ามาอย่างธรรมดาสามัญ

แต่กลับทำให้ผู้ฝึกตนจำนวนมากไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

ชายชราผมขาวโพลนผู้นี้ ก็คือปรมาจารย์จอมมารผู้โด่งดัง และเป็นอาจารย์ของเก้าศิษย์มารที่ชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วใต้หล้า!

เมื่อเดินมาถึงบริเวณใกล้กับม่านพลัง ลู่โจวก็หยุดฝีเท้าลง

ทว่าในเวลานี้ หัวใจของหมิงซื่ออินศิษย์คนที่สี่กลับกระตุกวูบ...

ทำไมถึงไม่เดินต่อไปข้างหน้าล่ะ?

ลู่โจวยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย

เขารู้ว่าจะทำให้พวกศิษย์ชั่วเกิดความคลางแคลงใจ แต่นั่นไม่เป็นไร รอให้ขับไล่ศัตรูไปได้ ประเดี๋ยวพวกมันก็ยอมศิโรราบไปเอง

ลั่วฉางเฟิง ประมุขสำนักกระบี่สวรรค์หัวเราะฮ่าๆ ออกมา แล้วชิงเอ่ยปากก่อน:

"ไม่เจอกันหนึ่งเดือน ปรมาจารย์จอมมารดูเหมือนจะหนุ่มขึ้นนะ"

คำพูดล้อเลียนนี้ ทำให้ทุกคนพากันหัวเราะครืน

ลู่โจวไม่ใส่ใจ กล่าวอย่างราบเรียบว่า "ลั่วฉางเฟิง เจ้าขวัญกล้าไม่เบานี่"

"เลิกเสแสร้งได้แล้ว เจ้าหลอกลูกศิษย์ชั่วของเจ้าได้ แต่หลอกพวกเราไม่ได้หรอก การทำเป็นเก่งกาจไปก็ไร้ความหมาย ยอมจำนนซะดีๆ สำนักฝ่ายธรรมะในใต้หล้าจะยอมเหลือศพที่สมบูรณ์ไว้ให้เจ้า" ลั่วฉางเฟิงกล่าว

บนท้องฟ้า โจวจี้เฟิงกล่าวเสียงดังว่า "พวกเจ้าทั้งสี่คนคงจะเป็นลูกศิษย์ที่เหลืออยู่ของตาแก่คนนี้สินะ?"

ศิษย์คนที่เก้ายวนเอ๋อร์กลอกตาใส่แล้วพูดว่า:

"ไร้สาระ"

"..."

โจวจี้เฟิงปรายตามองแม่นางน้อยคนนั้น โดยไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด แล้วกล่าวต่อ "จอมมารเฒ่าผู้นี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาตั้งนานแล้ว อุตส่าห์แสดงละครมาจนถึงตอนนี้ก็คงไม่ง่าย ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้ากลับตัวกลับใจ มาร่วมมือกับฝ่ายธรรมะของพวกเราสังหารมันซะ"

"ฆ่ามัน!"

"ฆ่ามัน!"

"ฆ่ามัน!"

ผู้ฝึกตนหลายหมื่นคนตะโกนเป็นเสียงเดียวกัน เสียงดังกึกก้องสะท้านฟ้า

คลื่นเสียงม้วนตัวถาโถม กวาดผ่านไปทั่วทั้งภูเขาจินถิง

"หนวกหูชะมัด... ท่านอาจารย์ ศิษย์ขออนุญาตออกไปต่อสู้ ศิษย์ทนไม่ไหวอยากจะถลกหนังเลาะกระดูกไอ้เด็กจองหองคนนี้เต็มทีแล้ว!" ศิษย์คนที่สี่หมิงซื่ออินค้อมตัวกล่าว

หมิงซื่ออินคือยอดฝีมือขั้นเสินถิงวิถีแปลงร่างอย่างแท้จริง ในระดับเดียวกัน เขาก็นับว่าเหนือกว่าผู้อื่นไปขั้นหนึ่ง

แล้วแบบนี้โจวจี้เฟิงจะเอาอะไรมาต่อกรได้

โจวจี้เฟิงกลืนน้ำลายลงคอ บังคับกระบี่ถอยหลังไปหลายเมตร

การเสนอตัวเป็นทัพหน้าที่ภูเขาจินถิง นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ

ลู่โจวยกมือขึ้นปรามพลางกล่าวว่า "ไม่จำเป็น... สำนักฝ่ายธรรมะที่ยิ่งใหญ่ มีหรือจะให้โอกาสเจ้าได้ประลองแบบตัวต่อตัว?"

"ท่านอาจารย์กล่าวถูกต้องแล้ว" หมิงซื่ออินพยักหน้า

ศิษย์คนที่ห้าเจาเยวี่ยแย้มยิ้มงดงาม จงใจกล่าวถากถางว่า "แหม กระบี่บินของเจ้าไม่เลวนี่... หากเจ้าสามารถรับฝ่ามือของข้าได้สักหนึ่งฝ่ามือ ข้าจะยอมตายแต่โดยดี เอาไหมล่ะ?"

"เจ้า..."

"จี้เฟิง ถอยมา"

"ขอรับ"

ลั่วฉางเฟิงกล่าวต่อ "มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าเก้าศิษย์มารแห่งภูเขาจินถิง ล้วนเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในขั้นเสินถิงขึ้นไปกันทุกคน การรังแกผู้เยาว์แบบนี้ เกรงว่าคงจะมีแต่พวกมารร้ายอย่างพวกเจ้าที่ทำได้"

ลู่โจวไม่พูดอะไร เพียงแค่มองดูพวกเขาเงียบๆ

ฉางเจียนแห่งสำนักวิถีปราชญ์ตวนหลินกล่าวเสริมขึ้นว่า "วันนี้ที่ยอดฝีมือฝ่ายธรรมะร่วมมือกันมาปราบปรามพวกเจ้า ก็เป็นเพราะพวกมารร้ายอย่างพวกเจ้าทำตัวเองทั้งนั้น โทษใครไม่ได้ ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว เลิกขัดขืนอย่างเปล่าประโยชน์ได้แล้ว!"

"สิ่งใดคือธรรมะ สิ่งใดคืออธรรม สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด ข้าย่อมมีวิจารณญาณของข้าเอง ต่อให้ลูกศิษย์ของข้าจะทำผิด ข้าก็จะเป็นคนลงโทษด้วยตัวเอง ไม่ถึงคราวที่พวกเจ้าต้องมาชี้นิ้วสั่งสอน" ลู่โจวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เมื่อลั่วฉางเฟิงและคนอื่นๆ ได้ยินดังนั้น ก็พากันหัวเราะลั่น

"ตาเฒ่า เจ้าช่างพูดจาตลกขบขันนัก... รอให้เจ้ามาลงโทษ ใต้หล้านี้คงถึงคราวพินาศไปหมดแล้ว อวี๋เจิ้งไห่แห่งลัทธิปรโลกไปกลืนกินสำนักอื่นทั่วสารทิศ เจ้าเคยเข้าไปจัดการไหม? อวี๋ซ่างหรงบุกปล้นของล้ำค่าเป็นหมื่นชิ้นที่เมืองหลวงรองแห่งต้าเหยียนอย่างอุกอาจ เจ้าเคยเข้าไปจัดการไหม?"

"ข้าขอถามเจ้าอีกข้อ... พระชายาจากซีอวี้ที่ราชวงศ์ต้าเหยียนอภิเษกสมรสด้วยถูกปล้นชิงตัวไป เป็นฝีมือของอวี๋ซ่างหรงใช่หรือไม่?"

"ใช่"

"ซากศพผู้ฝึกตนสามหมื่นคนที่หรงเป่ย เป็นผลมาจากการยุแยงตะแคงรั่วของซืออู๋หยาใช่หรือไม่?"

"ก็ใช่อีก"

"ในเมื่อเจ้ายอมรับก็ดีแล้ว ศิษย์ไม่ได้เรื่อง เป็นความผิดของอาจารย์! เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีก?"

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกศิษย์ชั่วกลุ่มนี้ ได้ทำเรื่องเลวร้ายไปไม่น้อยเลยจริงๆ...

แต่ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างก็มีจุดยืนของตนเอง!

ลู่โจวมองลั่วฉางเฟิงแวบหนึ่ง แล้วตอบกลับไปช้าๆ สามคำว่า "แล้วไงล่ะ?"

"เจ้าไม่รู้สึกเลยหรือว่าสิ่งที่หอมารฟ้าของเจ้าทำลงไปนั้น เป็นที่เคียดแค้นของทั้งคนและเทพ?" ลั่วฉางเฟิงส่ายหน้า

"ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เรา จิตใจย่อมต่างกัน... ซีอวี้ก็คือเผ่าพันธุ์อื่น หรงเป่ยก็คือเผ่าพันธุ์อื่น... เจ้าเห็นอกเห็นใจเผ่าพันธุ์อื่น สงสารเผ่าพันธุ์อื่น จิตใจช่างสมควรตายนัก"

"เจ้า——"

ลั่วฉางเฟิงถึงกับโมโหจนพูดไม่ออกกับประโยคนี้ของลู่โจว

อีกเก้ายอดฝีมือที่เหลือก็พากันส่ายหน้า... เกินเยียวยาแล้ว!

ลูกศิษย์ทั้งสี่ที่อยู่ด้านหลังลู่โจว มีร่องรอยความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ท่านอาจารย์ไม่ใช่คนที่มีวาทศิลป์ดีนัก หากพูดจาไม่เข้าหูก็แค่ฆ่าศัตรูทิ้งเสีย แต่บัดนี้กลับมาถกเหตุผลกับพวกสำนักฝ่ายธรรมะเหล่านี้ ช่างเป็นเรื่องประหลาดของใต้หล้าเสียจริง

หมิงซื่ออินเหลือบมองท่านอาจารย์ด้วยหางตา สองเท้าของท่านอาจารย์ยืนอยู่ภายในม่านพลัง กลิ่นอายและท่าทีแทบไม่ต่างจากเมื่อก่อน แต่เขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ซึ่งอธิบายไม่ถูก

"จอมมารเฒ่า... หากเจ้าแน่จริง ตอนนี้ก็จงเดินออกมานอกม่านพลังสิ! เสแสร้งต่อไปแบบนี้ก็ไม่มีความหมายหรอก..." ฉางเจียนกล่าว

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะสู้กับพวกเจ้าทั้งสิบคนอีกสักตั้ง"

สิบยอดฝีมือชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นก็พากันหัวเราะร่าออกมา

ศึกใหญ่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เขายังไม่สามารถเอาชนะพวกตนได้ แล้วตอนนี้จีเทียนเต้าที่ได้รับบาดเจ็บจะเอาชนะได้อย่างไร?

ลั่วฉางเฟิงพูดเสียงดังว่า "จอมมารเฒ่า ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้าจะแกล้งทำไปได้อีกนานแค่ไหน รับกระบี่ของข้า!"

ลู่โจวมีสีหน้าเรียบเฉย มองไปที่ลั่วฉางเฟิง

ทว่า หมิงซื่ออินกลับขมวดคิ้ว ก่อนจะคลายออก

นิสัยของท่านอาจารย์ไม่มีทางเป็นแบบนี้แน่ หากมีความสามารถที่จะต่อสู้แบบหนึ่งต่อสิบได้จริงๆ แล้วจะยอมมาถกเถียงหาเหตุผลกับคนอื่นอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? เรื่องนี้อธิบายได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น—— ท่านอาจารย์ได้รับบาดเจ็บจริงๆ!

รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหมิงซื่ออิน

ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน

ลู่โจวเดินออกมานอกม่านพลังจริงๆ

เขายืนอยู่ด้านนอกม่านพลัง ยืนรับลม เผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนนับหมื่น

ฉากอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ลู่โจวไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต จะบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงโกหก แต่เขาต้องรักษาสติให้มั่น

"เอาเถอะ... ให้ข้าได้ประจักษ์ถึงวิชาของเจ้าหน่อยก็แล้วกัน" ลู่โจวกล่าว

ชิ้ง!

ลั่วฉางเฟิงเคลื่อนที่พริบตาขึ้นไปกลางอากาศ กระบี่คู่กายของเขาแบ่งร่างจากหนึ่งเป็นร้อย หมุนวนอยู่กลางอากาศราวกับร่ม

"นี่คือวิชาเฉพาะตัวของสำนักกระบี่สวรรค์ กระบี่สวรรค์พริบตา อานุภาพของการจู่โจมนับร้อยครั้งในชั่วพริบตา ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นทัณฑ์วิญญาณระดับสูงสุด ก็ไม่กล้ารับกระบวนท่านี้ตรงๆ"

เหล่าศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ตื่นเต้นดีใจจนแทบคลั่ง

"นี่คือกระบี่สวรรค์พริบตาของท่านประมุข"

"กระบวนท่านี้สามารถทดสอบความลึกตื้นได้ ต่อให้เขารับไว้ได้ ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี"

"มารร้ายผู้นี้รนหาที่ตายเอง โทษใครไม่ได้หรอก!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3 - ศิษย์ไม่ได้เรื่อง เป็นความผิดของอาจารย์?

คัดลอกลิงก์แล้ว