- หน้าแรก
- ข้าเปล่าเป็นจอมมาร ก็แค่ลูกศิษย์ข้ามันเลว
- บทที่ 1 - ปรมาจารย์วายร้ายตัวฉกาจ
บทที่ 1 - ปรมาจารย์วายร้ายตัวฉกาจ
บทที่ 1 - ปรมาจารย์วายร้ายตัวฉกาจ
บทที่ 1 - ปรมาจารย์วายร้ายตัวฉกาจ
"พวกที่เรียกตัวเองว่าสำนักฝ่ายธรรมะช่างต่ำช้าเสียจริง ถึงกับฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นกำลังลำบาก ให้ข้าลงเขาไปฆ่าล้างบางพวกมันให้หมดเลยเถอะ!"
"ศิษย์พี่สาม อย่าผลีผลามไป ขืนทำเช่นนั้นระวังจะตกหลุมพรางของพวกมันเข้า"
"ศิษย์น้องห้าพูดถูก ตอนนี้ไม่อาจลุกลี้ลุกลนได้ แม้ท่านอาจารย์จะลงมือไม่ได้... แต่ยังมีพวกเราสี่คนอยู่ พวกมันย่อมไม่อาจสร้างคลื่นลมอะไรได้"
"แต่ว่า... ยอดฝีมือขั้นทัณฑ์วิญญาณระดับสิบอันดับแรกของฝ่ายธรรมะในใต้หล้าล้วนมากันหมดแล้ว! อีกทั้งร่างกายของท่านอาจารย์..."
"เลิกเถียงกันได้แล้ว ไม่เห็นหรือว่าท่านอาจารย์กำลังพักผ่อนอยู่?"
เสียงโต้เถียงอย่างรุนแรงดังแว่วเข้ามาในหู
ลู่โจวค่อยๆ ลืมตาขึ้น ความทรงจำอันสับสนวุ่นวายราวกับเข็มทองนับหมื่นพันเล่มทิ่มแทงเข้ามาในสมอง ภาพความทรงจำที่แตกสลายกำลังถักทอร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วในหัวของเขา
ที่นี่คือที่ไหน?
เกิดอะไรขึ้นกับฉัน?
ความทรงจำแต่ละช่วงผุดขึ้นมาตอบสนองในทันที!
"ล้อกันเล่นใช่ไหม... ฉันกลายเป็นปรมาจารย์จอมมารเฒ่า จีเทียนเต้า ไปแล้วเนี่ยนะ?"
ลู่โจวมองดูทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ศาลาพักผ่อน ภูเขาจินถิง สี่ศิษย์ชั่ว และผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะนับหมื่นที่กำลังยกทัพมาประชิดเชิงเขา
ความทรงจำยังคงพรั่งพรูออกมาอย่างต่อเนื่อง——
จีเทียนเต้าใช้เวลาทั้งชีวิตสั่งสอนลูกศิษย์เก้าคน ลูกศิษย์ทั้งเก้าคนนี้ ล้วนเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองอาณาเขตของตนเอง และก่อกรรมทำเข็ญไปทั่วทุกสารทิศ
ศิษย์คนโต อวี๋เจิ้งไห่ หลังจากทรยศสำนัก ก็ได้ก่อตั้งลัทธิปรโลก ปัจจุบันกลายเป็นประมุขลัทธิปรโลกผู้มีชื่อเสียงสะท้านไปทั่วสี่คาบสมุทร และได้รับการขนานนามว่าเป็นลัทธิมารอันดับหนึ่งแห่งต้าเหยียน
ศิษย์คนที่สอง อวี๋ซ่างหรง เชี่ยวชาญวิถีกระบี่ ปัจจุบันกลายเป็นจอมมารกระบี่ที่ใครได้ยินชื่อต่างก็ต้องหวาดหวั่น เขามักจะออกท้าประลองกับยอดฝีมือไปทั่ว หากพูดจาไม่เข้าหูก็พร้อมจะลงมือสังหารทันที
ศิษย์คนที่สาม ศิษย์คนที่สี่ และศิษย์คนที่ห้า มักจะออกไปก่อเรื่องวุ่นวายอยู่บ่อยครั้ง แต่โชคดีที่พวกเขายังไม่ได้ทิ้งภูเขาจินถิงไปไหน
ศิษย์คนที่หก เยี่ยเทียนซิน... ประมุขตำหนักเหยี่ยนเยว่ ผู้นำที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ฝึกตนหญิงมากมาย มีฉายาว่า อสุราหน้าหยก
ศิษย์คนที่เจ็ด ซืออู๋หยา มีเครือข่ายข่าวกรองครอบคลุมทั่วใต้หล้า กลายเป็นคนเจ้าเล่ห์แสนกลผู้มีจิตใจซับซ้อนและแผนการลึกล้ำ เคยใช้แผนยุแยงให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากและสร้างความหายนะแก่สรรพชีวิต
ศิษย์คนที่แปด จูหงก้ง หลังจากลงเขาไปเพียงไม่กี่ปี ก็ได้รับฉายาว่าราชันมาร
ศิษย์คนที่เก้า ฉือยวนเอ๋อร์ เป็นผู้ที่เข้าสำนักช้าที่สุด และเป็นศิษย์ที่จอมมารเฒ่าโปรดปรานมากที่สุด ปัจจุบันเป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่ยังมีมโนธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง และยังคงอยู่บนเขาตลอดมา
น่าเสียดาย... จีเทียนเต้ามีชีวิตอยู่มาเกือบหนึ่งพันปีแล้ว ซึ่งแทบจะเป็นขีดจำกัดอายุขัยของผู้ฝึกตน เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น อำนาจการควบคุมที่จีเทียนเต้ามีต่อศิษย์ทั้งเก้าก็ลดลงทุกปี ความน่าเกรงขามของเขาก็สูญเสียตามไปด้วย ศิษย์เก้าคน ทยอยทรยศหลบหนีไปถึงห้าคน อำนาจและบารมีของเขาถูกท้าทายอย่างรุนแรง
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ยอดฝีมือระดับสูงสุดสิบอันดับแรกของฝ่ายธรรมะในใต้หล้าได้วางกับดัก ลอบโจมตีปรมาจารย์จอมมาร จีเทียนเต้าต่อสู้แบบหนึ่งต่อสิบจนจบลงด้วยผลเสมอ
มาบัดนี้ ยอดฝีมือฝ่ายธรรมะได้ยกทัพมาประชิดเชิงเขา เตรียมพร้อมที่จะโจมตี
ภูเขาจินถิงกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ลู่โจวทั้งอยากจะร้องไห้และหัวเราะในเวลาเดียวกัน
เขาพึ่งจะลุกขึ้นยืน แต่ก็ต้องทรุดตัวนั่งลงไปอีกครั้ง เกือบจะล้มพับลงไปกับพื้น
ภายในร่างกายว่างเปล่า ไร้เรี่ยวแรงและอ่อนแออย่างยิ่ง
"ท่านอาจารย์เหมือนจะตื่นแล้ว!"
"ท่านอาจารย์!"
ศิษย์ทั้งสี่คนที่เฝ้ารออยู่นอกศาลาเป็นเวลานานพากันเดินเข้ามา แล้วก้มศีรษะคำนับลู่โจว
สายตาของลู่โจวกวาดมองทั้งสี่คนตรงหน้า ก่อนจะกระแอมไอออกมาหนึ่งครั้ง
เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร
ลูกศิษย์กลุ่มนี้ที่อยู่ตรงหน้าล้วนเป็นจอมมารที่ทำเรื่องเลวร้ายมาสารพัด
การจากไปของศิษย์ทั้งห้าคนนั้น เป็นสัญญาณเตือนภัยสำหรับเขาเป็นอย่างดี
"ท่านอาจารย์ ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง?" ศิษย์คนที่สาม ตวนมู่เซิง เอ่ยถามด้วยความห่วงใย
"ข้าไม่เป็นไร"
ลูกศิษย์ทั้งสี่เผยรอยยิ้มดีใจออกมา
"ท่านอาจารย์... ตอนนี้ยอดฝีมือฝ่ายธรรมะจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ที่เชิงเขา... เกรงว่าอีกไม่นาน พวกมันคงจะพังทลายม่านพลังป้องกันเข้ามาได้" ศิษย์คนที่สี่ หมิงซื่ออิน กล่าว
ลู่โจวพยายามบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง
ในตอนนี้เขาทำได้เพียงยอมรับความทรงจำและร่างกายของจีเทียนเต้ามาทั้งหมดเท่านั้น
"เอาอย่างนี้ ให้ข้าออกไปตามศิษย์พี่ใหญ่กลับมาช่วยดีหรือไม่... เห็นแก่ความผูกพันระหว่างศิษย์อาจารย์ เขาคงไม่ยอมทนดูอยู่เฉยๆ แน่ ศิษย์พี่ใหญ่ตอนนี้เป็นถึงประมุขลัทธิปรโลก มีกองกำลังมารอยู่ใต้บังคับบัญชานับหมื่น"
"ศิษย์น้องเจ็ดก็ดี ศิษย์น้องเจ็ดมีสติปัญญาเฉียบแหลมเกินคน..."
"ท่านอาจารย์..."
คำพูดยังไม่ทันจบ
"หุบปาก" เสียงของลู่โจวดังขัดจังหวะพวกเขา
ต้องนิ่งไว้
จะลุกลี้ลุกลนไม่ได้!
ไม่ว่าจะอย่างไร ฉันก็เป็นถึงอาจารย์ของกลุ่มศิษย์ชั่วพวกนี้!
ยิ่งไปกว่านั้น จะเปิดเผยความลับที่ว่าพลังฝึกตนสูญสิ้นไปแล้วไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือ ถึงตอนนั้นไม่ต้องรอให้พวกฝ่ายธรรมะมาฆ่า ลูกศิษย์ทั้งสี่คนนี้คงจะเอาชีวิตชายชราคนนี้ไปก่อนแน่
"ม่านพลังของภูเขาจินถิงแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานได้อีกระยะหนึ่ง จะลนลานไปทำไม?" ลู่โจวตำหนิเสียงแข็ง
ลูกศิษย์ทั้งสี่หน้าแดงด้วยความละอายใจ
พวกเขาก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรอีก
"เจ้าสาม เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ?" ลู่โจวเลียนแบบน้ำเสียงของจีเทียนเต้าแล้วเอ่ยถาม
แม้ว่าจีเทียนเต้าจะเป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าที่มีอายุพันปี มีสภาพจิตใจเหนือกว่าคนทั่วไปมาก แต่ลู่โจวก็มีข้อได้เปรียบตรงที่เรียนรู้ได้เร็ว บวกกับความทรงจำที่ซ้อนทับกัน ตราบใดที่ไม่หาเรื่องตาย พยายามเลียนแบบท่าทางสักนิด ชั่วขณะหนึ่งพวกเขาก็คงจะไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ
"ท่านอาจารย์ ศิษย์อยากจะเชิญศิษย์พี่ใหญ่กลับมาช่วยเหลือขอรับ" ตวนมู่เซิงรวบรวมความกล้าพูดออกมา ตอนที่เขากุมมือประสานและก้มศีรษะลง ก็แอบชำเลืองมองลู่โจวเล็กน้อย
ลู่โจวถอนหายใจพลางส่ายหน้า:
"คราวก่อนที่ข้าถูกยอดฝีมือทั้งสิบปิดล้อมโจมตี ข้าทำได้เพียงยันเสมอไว้เท่านั้น พวกเจ้าคิดว่าเบื้องหลังเรื่องนี้... จะไม่มีคนคอยชักใยอยู่งั้นหรือ?"
สีหน้าของตวนมู่เซิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขากล่าวว่า "ท่านอาจารย์ ท่านหมายความว่า ศิษย์พี่ใหญ่เป็นคนลอบทำร้ายท่านอยู่เบื้องหลังหรือขอรับ?"
จีเทียนเต้าท่องยุทธภพมานานหลายปี ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อน เมื่ออายุมากขึ้น ความแข็งแกร่งก็ลดลง ความน่าเกรงขามย่อมลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา แม้กระนั้น การจะรับมือกับจอมมารเฒ่าผู้นี้ ก็จำเป็นต้องเป็นคนใกล้ตัวที่รู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี ถึงจะสามารถวางหลุมพรางได้แนบเนียนถึงเพียงนี้
เมื่อลองคิดดูให้ดี ศิษย์คนโต อวี๋เจิ้งไห่ เป็นคนที่เข้าใจท่านอาจารย์มากที่สุด ส่วนเจ้าเจ็ด ซืออู๋หยา ก็เป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านกลอุบาย ทั้งสองคนย่อมหนีความเกี่ยวข้องไปไม่พ้น
ศิษย์คนที่สี่ หมิงซื่ออิน สบถด่าออกมาทันที "ไอ้พวกเนรคุณคิดล้างครูบาอาจารย์ ทรยศภูเขาจินถิงก็ว่าแย่แล้ว นี่ถึงกับกล้าลอบทำร้ายท่านอาจารย์อีก!"
"ถ้าไม่ใช่เพราะมีม่านพลังของภูเขาจินถิงขวางไว้ ป่านนี้พวกมันไม่ยกพวกมาตีพวกเราด้วยแล้วหรือ?"
"..."
"พอได้แล้ว"
เสียงตวาดทุ้มต่ำดังขึ้น ทำให้บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบลงในทันที น้ำเสียงของลู่โจวแฝงความไม่พอใจอย่างชัดเจน:
"พวกเจ้าคิดอะไรอยู่ ทำไมข้าจะไม่รู้? พวกเจ้าคงจะภาวนาให้ข้ารีบๆ ตายไปเสียทีล่ะสิ?"
"หา?"
ลูกศิษย์ทั้งสี่รีบคุกเข่าลงทันที พร้อมกับพูดเป็นเสียงเดียวกัน:
"ศิษย์มิกล้า!"
"ศิษย์มิกล้า!"
สายตาของลู่โจวกวาดมองพวกเขาบรรดาคนทั้งสี่ ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชา แล้วกล่าวว่า "พวกเจ้าล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นเสินถิง บางทีอีกไม่กี่ปี ก็อาจจะก้าวเข้าสู่ขั้นทัณฑ์วิญญาณเหมือนกับศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองของพวกเจ้า ถึงเวลานั้น ข้าที่เป็นอาจารย์ ยังจะควบคุมพวกเจ้าได้อยู่อีกหรือ?"
"ศิษย์มิกล้า!"
"เป็นอาจารย์หนึ่งวัน เคารพดั่งบิดาชั่วชีวิต ต่อให้ให้ความกล้าพวกเราอีกสิบเท่า ก็ไม่กล้าทรยศท่านอาจารย์เด็ดขาด!"
ทั้งสี่คนก้มหน้าหมอบกราบลงกับพื้น
ลู่โจวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้เขาจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ก็ยังอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
"แยกย้ายกันไปเถอะ ข้ามีแผนรับมือศัตรูของข้าเอง"
"ขอรับ!"
ลูกศิษย์ทั้งสี่ถอยออกไปอย่างว่านอนสอนง่ายและเชื่อฟัง
เฮ้อ จะมีแผนรับมือศัตรูบ้าบออะไรกัน ฉันก็แค่อยากอยู่เงียบๆ คนเดียวเท่านั้นแหละ
ในที่สุดลู่โจวก็ผ่อนลมหายใจออกมาได้
เขาพบว่าแผ่นหลังของตนเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ยิ่งเป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งต้องสงบสติอารมณ์... จะสงบสติอารมณ์บ้าอะไรล่ะ... หมาป่าตาขาวสี่ตัวที่พร้อมจะพุ่งเข้ามาขย้ำได้ทุกเมื่อ แถมยังมีพวกที่เรียกตัวเองว่าผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะอีกนับหมื่นอยู่ข้างนอกนั่น!
จีเทียนเต้าเอ๋ยจีเทียนเต้า แกไปทำเวรกรรมอะไรมา ถึงได้ทิ้งความฉิบหายไว้ให้ฉันตามเช็ดตามล้างแบบนี้?
ตัวเองทำบาปทำกรรมยังไม่พอ ยังจะสั่งสอนลูกศิษย์ชั่วๆ ออกมาตั้งมากมายอีก!
สมควรแล้ว!
ทำตัวเองแท้ๆ!
จะทำยังไงดี? ศึกในยังไม่จบ ศึกนอกก็จ่อคอหอย แถมยังมีร่างกายแก่หง่อมที่แทบจะขยับไม่ไหวอีก!
คงไม่มีคนทะลุมิติคนไหนซวยไปกว่าฉันอีกแล้วมั้ง?
【ติ๊ง ตรวจพบว่าเป้าหมายทำภารกิจสำเร็จ ใช้เวลาหนึ่งพันปี... สำเร็จภารกิจสืบทอดวิชา 9/9】
【ระบบแต้มบุญเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ】
หืม?
หัวใจของลู่โจวสั่นสะท้าน ขาทองคำมาแล้ว!
เขาพลันตระหนักได้ในทันทีว่าเหตุใดจีเทียนเต้าถึงได้สั่งสอนศิษย์ชั่วออกมาถึงเก้าคน
น่าเสียดายจีเทียนเต้าจริงๆ อุตส่าห์เหน็ดเหนื่อยมาทั้งชีวิต กลับกลายเป็นทำประโยชน์ให้คนอื่นเสียได้ นี่มันตั้งหนึ่งพันปีเลยนะ!
ระบบได้เรียกเมนูขึ้นมา หน้าจอสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าของลู่โจว
ชื่อ: จีเทียนเต้า
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
ระดับพลังบ่มเพาะ: ขั้นหล่อหลอมกายาระดับเก้า
แต้มบุญ: -100,000 (สามารถใช้แลกพลังชีวิต, สุ่มรางวัล, ฯลฯ)
อายุขัยคงเหลือ: 3 วัน
ไอเทม: ไม่มี
เคล็ดวิชา: ไม่มี
ฟังก์ชันอื่นๆ: สุ่มรางวัล, ร้านค้า
-100,000?!
ลู่โจวเบิกตากว้าง แอบบ่นในใจ "ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม แต้มบุญติดลบหนึ่งแสน ทะลุมิติมาเป็นตาแก่ฉันก็ทนได้นะ แต่นี่มันกะจะเอาให้ตายกันเลยใช่ไหม? แล้วไอ้อายุขัยคงเหลือ 3 วันนี่มันหมายความว่ายังไง?"
【กำลังทำการตรวจสอบใหม่...】
【แก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดเรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนชื่อจาก จีเทียนเต้า เป็น ลู่โจว】
【ติ๊ง กระตุ้นภารกิจหลักเบื้องต้น: ขับไล่ศัตรู】
【หากทำภารกิจเบื้องต้นสำเร็จ เพื่อแก้ไขตนเองให้ถูกต้อง แต้มบุญจะถูกล้างค่าเป็นศูนย์】
【ตรวจพบว่าโฮสต์อ่อนแอเกินไป มอบแพ็กเกจของขวัญมือใหม่หนึ่งชุด ต้องการเปิดหรือไม่?】
เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนที่ขึ้นมาเป็นชุด ลู่โจวก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย
ภารกิจเบื้องต้นที่ระบบมอบหมายให้ก็พอเข้าใจได้ เพราะเรื่องที่จีเทียนเต้าทำมาทั้งชีวิตล้วนเป็นเรื่องเลวร้ายที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ทั้งนั้น
แต่ระบบก็ยังถือว่ามีเหตุผล
รู้ว่าร่างกายแก่ๆ นี้ไม่ไหวแล้ว ก็เลยมอบแพ็กเกจของขวัญมือใหม่มาให้
"เปิด"
【ติ๊ง ได้รับการ์ดทวนกระแสชีวิตหนึ่งใบ สามารถรับพลังชีวิตได้ส่วนหนึ่ง】
【การ์ดสถานะจุดสูงสุด*3 แต่ละครั้งที่ใช้งาน จะได้รับสถานะจุดสูงสุดของจีเทียนเต้าเป็นเวลา 30 นาที】
【ป้องกันการโจมตีถึงตาย*5 ผลติดตัว สามารถช่วยโฮสต์สกัดกั้นการโจมตีถึงชีวิตได้ 5 ครั้ง】
ของพวกนี้ไม่เลวเลยทีเดียว
เขามองดูหน้าต่างสถานะส่วนตัวอีกครั้ง——
ชื่อ: ลู่โจว
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
ระดับพลังบ่มเพาะ: ขั้นหล่อหลอมกายาระดับเก้า
แต้มบุญ: -100,000 (ทำภารกิจเบื้องต้นสำเร็จจะล้างค่าเป็นศูนย์)
อายุขัยคงเหลือ: 2 วัน 23 ชั่วโมง...
ไอเทม: การ์ดสถานะจุดสูงสุดของจีเทียนเต้า3, ป้องกันการโจมตีถึงตาย5 (ติดตัว), การ์ดทวนกระแสชีวิต*1
เคล็ดวิชา: ไม่มี
(จบแล้ว)