- หน้าแรก
- เกิดใหม่ชาตินี้ขอส่งครอบครัวสารเลวลงนรก
- บทที่ 14 ความต้องการไม่ใช่น้อยๆ
บทที่ 14 ความต้องการไม่ใช่น้อยๆ
บทที่ 14 ความต้องการไม่ใช่น้อยๆ
บทที่ 14 ความต้องการไม่ใช่น้อยๆ
พอกลับมาจากบ้านหลิ่วเยียนหราน ฉินเทียนก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้งในใจ และความห่วงใยที่อบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย
แผนการเดิมที่ตั้งใจจะออกเดินทางคนเดียว ตอนนี้ต้องคิดเผื่อการตั้งรกรากของคนสองคนเสียแล้ว
แม้หลิ่วเยียนหรานจะบอกว่าเธอทนลำบากได้ แต่ฉินเทียนก็ทำใจไม่ได้ที่จะให้เธอต้องมาตกระกำลำบากด้วย อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีกินมีใช้ หรือดีกว่านั้นคือ ต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนทั่วไปสักหน่อย
มิติพื้นที่เพาะปลูกวิญญาณ คือเครื่องมือสำคัญที่สุดของฉินเทียน
พอกลับถึงบ้าน ลงกลอนประตูเรียบร้อย ฉินเทียนก็เข้าไปในมิติ
ภาพตรงหน้าทำให้ฉินเทียนรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที
เวลาผ่านไปแค่สองวัน เมล็ดพันธุ์ที่หว่านไว้ก่อนหน้านี้ ก็งอกทะลุดินขึ้นมาจนเห็นใบอ่อนสีเขียวสองใบแล้ว
ถึงจะยังต้นเล็กๆ แต่มันก็ดูมีชีวิตชีวา และโตเร็วกว่าปกติมาก
ดินดำดูเหมือนจะอุดมสมบูรณ์สุดๆ ยิ่งได้รดน้ำจากน้ำพุวิญญาณด้วยแล้ว ผลลัพธ์ก็ยิ่งน่าทึ่ง
ห่อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรผสมนั่นก็งอกยอดอ่อนเล็กๆ ออกมาแล้ว ส่งกลิ่นหอมของยาสมุนไพรจางๆ
สิ่งที่ทำให้ฉินเทียนประหลาดใจยิ่งกว่าคือโซนเลี้ยงสัตว์ ไก่ฟ้าคู่นั้นดูจะคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแล้ว พวกมันกำลังจิกกินอะไรบางอย่างอยู่ตรงขอบดินดำ บางทีก็เดินไปกินน้ำที่แอ่งน้ำพุวิญญาณตื้นๆ ดูร่าเริงสุดๆ
กระต่ายป่าสองสามตัวก็สงบลงแล้ว วิ่งเล่นอยู่ในพื้นที่ที่กั้นไว้ ส่วนลูกกระต่ายกับลูกไก่ฟ้าก็ยิ่งซุกซน
ในมิติเหมือนจะสร้างระบบนิเวศน์เล็กๆ ขึ้นมาได้แล้ว มูลของไก่และกระต่ายตกลงไปในดินดำ แล้วดินดำก็เลี้ยงดูพืชหรือจุลินทรีย์เล็กๆ ให้พวกมันกิน พอบวกกับน้ำพุวิญญาณ ก็เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
"เยี่ยมไปเลย" ฉินเทียนรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
มีมิตินี้อยู่ อย่างน้อยก็ไม่ต้องห่วงเรื่องผักกับเนื้อสัตว์ในระยะยาวแล้ว
แต่ในช่วงแรก ก็ยังต้องตุนเสบียงอาหารและเนื้อสัตว์ไว้ให้พอ ไม่ใช่อะไรก็จะพึ่งแต่มิติตลอดเวลา ถึงเวลาในมิติจะเดินเร็วยังไง ก็คงไม่ทันกินในช่วงข้าวยากหมากแพงนี้หรอก
ข้าวสาร แป้งสาลี เนื้อหมู
ของพวกนี้ไม่ว่าจะอยู่ชนบทหรือระหว่างทาง ก็มีค่าทั้งนั้น เอาไว้กินบำรุงกำลังก็ได้ หรือจะเอาไปแลกของ แลกน้ำใจในยามจำเป็นก็ได้
ข้าวโพดกับข้าวฟ่างที่ฉินเทียนไปแลกมาจากตลาดมืดรอบก่อนมันเป็นธัญพืชหยาบ พอประทังชีวิตได้ แต่ยังไม่ดีพอ
ฉินเทียนต้องการธัญพืชละเอียด ต้องการเนื้อติดมัน
แถมพอคิดถึงสภาพร่างกายของหลิ่วเยียนหรานที่ดูขาดสารอาหารด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องบำรุงด้วยธัญพืชละเอียดและเนื้อสัตว์
ดูท่าจะต้องไปตลาดมืดอีกรอบซะแล้ว
รอบนี้ต้องมีเป้าหมายชัดเจนขึ้น จำนวนมากขึ้น และแน่นอนว่าความเสี่ยงก็สูงขึ้นตามไปด้วย
แต่ฉินเทียนเก่งกล้าสามารถ แถมยังมีมิติเอาไว้ซ่อนและขนของ ขอแค่ระวังตัวตอนซื้อขาย ก็ไม่น่ามีปัญหา
ตกดึก ฉินเทียนพรางตัวอย่างแน่นหนา พกเงินสดและคูปองอาหารระดับประเทศไปเต็มที่ รอบนี้ต้องใช้ของดีแลกของดี แล้วก็ลอบเข้าไปที่กำแพงเมืองเก่าฝั่งตะวันตกอีกครั้ง
รอบนี้ ฉินเทียนระวังตัวแจ เดินวนไปวนมาหลายรอบ ดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครสะกดรอยตาม ถึงจะเดินเข้าไปในตลาดผีที่มืดมิดนั่น
เทียบกับรอบที่แล้ว รอบนี้ฉินเทียนมีเป้าหมายชัดเจน
เขาพุ่งเป้าไปที่คนที่ดูมีฐานะและน่าจะมีของเยอะๆ
พวกที่ขายข้าวหรือเนื้อเยอะๆ ในตลาดผีไม่ค่อยมีให้เห็นหรอก มักจะซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืดๆ ต้องมีคนรู้จักแนะนำ หรือไม่ก็ต้องรู้รหัสลับ
ฉินเทียนไม่มีเส้นสาย แต่เขามีตาที่เฉียบแหลมและความอดทนสูง
เขาเดินดูช้าๆ เงี่ยหูฟังเสียงกระซิบกระซาบ สายตากวาดมองคนแปลกๆ ที่นั่งบ้างยืนบ้าง
ฉินเทียนเห็นบางคนแบกกระสอบตุงๆ ที่น่าจะเป็นข้าวสาร
เห็นบางคนถือตะกร้าคลุมผ้าหนาๆ มีกลิ่นน้ำมันหมูลอยโชยมา
ฉินเทียนลองเข้าไปหาชายคนหนึ่งที่นั่งยองๆ อยู่ริมกำแพง ตรงหน้าเขามีกระสอบเปิดปากไว้ครึ่งหนึ่ง ข้างในเป็นข้าวโพดบดสีเหลืองทอง
"พี่ชาย มีธัญพืชละเอียดไหม" ฉินเทียนกดเสียงต่ำถาม
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น มองเขาอย่างระแวดระวัง ส่ายหน้า "มีแค่นี้ จะเอาไหม คูปองธัญพืชละเอียดหนึ่งชั่งแลกได้สามชั่ง หรือไม่ก็ชั่งละหนึ่งหยวนสองเหมา"
ฉินเทียนส่ายหน้า เดินหาต่อ
เดินวนไปอีกเกือบครึ่งรอบ ฉินเทียนก็ไปเจอผู้ชายสองคนกำลังนั่งกระซิบกระซาบกันอยู่ในมุมเปลี่ยวๆ หลังกำแพงพังๆ
ตรงหน้าพวกเขามีกระสอบตุงๆ สองใบ กับตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่คลุมด้วยผ้ากระสอบเก่าๆ
คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า ผิวคล้ำ แววตาเจ้าเล่ห์ นิ้วมือหยาบกร้าน เหมือนคนที่ทำงานใช้แรงงานหรือขับรถทางไกลเป็นประจำ
อีกคนดูเด็กกว่า น่าจะเป็นลูกน้อง
ตอนที่ฉินเทียนเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้กลิ่นหอมของข้าวสารกับแป้งสาลีโชยมาจากกระสอบ ส่วนที่ตะกร้าก็มีกลิ่นเนื้อเค็มหรือเนื้อสดลอยมาอ่อนๆ
เขาเลยแกล้งทำเป็นก้มลงผูกเชือกรองเท้า แต่หูผึ่งรอฟัง
"พี่หวัง ของลอตนี้ของดีแน่ๆ ข้าวสารจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขาวจั๊วะเลย แป้งก็เป็นแป้งเบอร์ 75 เนื้อก็หมูเพิ่งเชือดเมื่อวาน มันครึ่งเนื้อครึ่ง" ลูกน้องกระซิบ
"ราคาล่ะ ช่วงนี้เขาตรวจเข้ม ปล่อยยากนะ" ชายที่ชื่อพี่หวังพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ราคาเดิม ข้าวสารชั่งละหนึ่งหยวนแปดเหมา แป้งสาลีชั่งละหนึ่งหยวนหกเหมา เนื้อหมูชั่งละสองหยวนสองเหมา ขอเป็นคูปอง คูปองอาหารระดับประเทศจะดีมาก คูปองเนื้อก็ลดราคาให้ได้"
"แพงไปนะ คราวก่อน"
"พี่หวัง พี่ก็รู้ว่าช่วงนี้มันเป็นยังไง กว่าจะหาของพวกนี้มาได้มันยากแค่ไหน"
ฉินเทียนฟังจนจับใจความได้คร่าวๆ
พอเห็นว่าทั้งสองคนน่าจะยังตกลงกันไม่ได้ และเงียบไปชั่วอึดใจ เขาก็ลุกขึ้น แกล้งทำเป็นเดินผ่านมา แล้วก็หยุดชะงัก หันไปหาพวกเขา กดเสียงต่ำลง "พี่ชายสองคน มีธัญพืชละเอียดกับเนื้อเหรอ"
พี่หวังกับลูกน้องหันขวับมามองเขาด้วยความระแวดระวังทันที
พี่หวังมองสำรวจฉินเทียนตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นแต่งตัวธรรมดา แต่แววตานิ่งสงบ ไม่เหมือนพวกมาก่อกวนหรือพวกสายสืบ ก็เลยพยักหน้าเล็กน้อย "มี จะเอาเท่าไหร่"
"ข้าวสารร้อยชั่ง แป้งสาลีร้อยชั่ง หมูห้าสิบชั่ง เอาแบบมันแทรกเนื้อนะ" ฉินเทียนบอกจำนวนไปอย่างใจเย็น
พี่หวังกับลูกน้องถึงกับสะดุ้ง
นี่มันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะ
ในตลาดผี คนที่ซื้อข้าวกับเนื้อเยอะขนาดนี้ ไม่เป็นบ้านคนรวยที่ต้องการของด่วน ก็ต้องเป็นพวกที่มีช่องทางระบายของพิเศษ
แต่ดูจากสภาพชายหนุ่มตรงหน้าแล้ว ไม่น่าจะใช่พวกแรก
"น้องชาย ความต้องการไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ" แววตาของพี่หวังคมกริบขึ้นมา "นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ มีคูปองไหม หรือมีแต่เงินสด"
"คูปองอาหารระดับประเทศส่วนหนึ่ง ที่เหลือจ่ายเป็นเงินสด" ฉินเทียนตบหน้าอกเสื้อ เป็นเชิงบอกว่ามีเงิน "ของล่ะ ขอผมดูของหน่อย"
พี่หวังส่งสายตาให้ลูกน้อง
ลูกน้องค่อยๆ แก้มัดปากกระสอบออก ฉินเทียนขยับเข้าไปใกล้ อาศัยแสงสลัวๆ มองเห็นข้าวสารเม็ดอวบอ้วน ขาวสะอาดสะอ้าน คุณภาพดีเยี่ยมจริงๆ
เปิดดูอีกกระสอบ ก็เป็นแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียด
ฉินเทียนดีใจจนเนื้อเต้น คิดในใจว่า "หึหึ มาถูกคนแล้วสิเรา"