เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 85 ความดีของภรรยา / บทที่ 86 ซักผ้า

บทที่ 85 ความดีของภรรยา / บทที่ 86 ซักผ้า

บทที่ 85 ความดีของภรรยา / บทที่ 86 ซักผ้า


บทที่ 85 ความดีของภรรยา

ฉู่โม่หลินนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ แต่เสียงน้ำจากห้องน้ำกลับทำให้เขาไม่มีสมาธิจดจ่อกับหนังสือเลยแม้แต่น้อย

เมื่อคนคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในใจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ส่งผลต่อความรู้สึกได้ทั้งนั้น แม้แต่แค่เธอเดินเข้าไปอาบน้ำก็ตาม!

เขาปิดหนังสืออย่างหงุดหงิดวางไว้บนโต๊ะเล็ก พิงหลังกับเก้าอี้หลับตาลงแล้วใช้มือนวดขมับตัวเองเบาๆ!

เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูเขาก็ลดมือลง ลืมตาขึ้นมองหญิงสาวที่เพิ่งเดินออกมาจากการอาบน้ำ ใบหน้าขาวนวลถูกความร้อนจากไออาบน้ำรมจนกลายเป็นสีชมพูระเรื่อช่างน่ามองจนชวนให้อยากกัดสักคำ ลำคอที่โผล่พ้นชุดออกมาดูขาวละเอียด ชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวตัวยาวถึงเข่าของเธอแทบจะหลอมรวมไปกับสีผิวของเธอ!

ที่แท้ผิวของเธอขาวขนาดนี้เลยหรือนี่? เมื่อคืนทำได้เพียงมองผ่านๆ ไม่ได้เห็นชัดเจนเท่าตอนนี้! ดวงตาคมเข้มหรี่ลงเล็กน้อย!

ฉินเสวี่ยเปิดประตูออกมาพอดีเห็นเขากำลังนวดขมับ จึงเดินไปด้านหลังแล้ววางมือลงบนขมับของเขา นวดคลึงเบาๆ อย่างอ่อนโยน ไล่ไปตามจุดต่างๆ รอบศีรษะจนทั่ว

จากนั้นจึงนวดคลึงที่จุดบริเวณลำคออยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงปล่อยมือ: "เป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นไหม?"

ถามไปแต่ไม่เห็นชายหนุ่มตอบสนอง พอชะโงกหน้าไปดูก็เห็นเขายังหลับตาอยู่ หรือว่าจะหลับไปแล้ว?

น้ำก็ยังไม่ได้อาบนะเนี่ย! เธอจึงเดินอ้อมไปตรงหน้าเขาแล้วลูบใบหน้าหล่อเหลาเบาๆ: "ฉู่โม่หลิน ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ อาบเสร็จค่อยไปนอนบนเตียง ได้ยินไหม!"

ทันใดนั้นก็เกิดแรงเหวี่ยง ฉินเสวี่ยถูกชายหนุ่มอุ้มไปนั่งบนตักเขาทั้งตัว ใบหน้าของเขามุดลงที่ลำคอระหงของเธอ: "ภรรยาครับ คุณหอมจัง!" ลมหายใจและไออุ่นจากการพูดทำเอาผิวเธอจั๊กจี้ไปหมด!

ฉินเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคัก: "อย่าเล่นค่ะ ไปอาบน้ำเร็ว คุณทำงานมาทั้งวันไม่เหนื่อยหรือไง?"

"ได้กอดภรรยาผมไม่รู้สึกเหนื่อยเลยครับ!" ฉู่โม่หลินไม่ยอมเงยหน้า ยังคงซุกหน้าอยู่กับคอของฉินเสวี่ย เสียงที่พูดออกมาอู้อี้ไปหมด

ฉินเสวี่ยโดนเขาแกล้งจนหัวเราะไม่หยุด พูดติดๆ ขัดๆ: "อย่า... อย่าแกล้งสิ ได้ยินไหม มันจั๊กจี้!"

ฉู่โม่หลินพอได้ยินดังนั้นตาเป็นประกายทันที! เขาประทับจูบลงบนลำคอแล้วดูดดื่มจนเกิดรอยแดงจางๆ ขึ้นมา:

"แล้วแบบนี้ล่ะ จั๊กจี้ไหม?" เสียงพูดอู้อี้เล็ดลอดออกมา

ริมฝีปากบางขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ ใช้ปลายลิ้นเลียหยอกเย้า มือใหญ่ลูบไล้ไปที่แผ่นหลังช่วงเอวของเธอ:

"แล้วแบบนี้ล่ะ จั๊กจี้ไหม?" เขารับรู้ได้ถึงร่างกายของคนในอ้อมกอดที่สั่นเทาไม่หยุด! เสียงหัวเราะต่ำๆ ดังออกมาจากริมฝีปากของเขา!

ฉินเสวี่ยอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี หมอนี่พอได้โอกาสเป็นต้องหยอดตลอด แถมร่างกายเธอยังไวต่อสัมผัสอีกด้วย!

เธอพยายามจะผลักไสเขาอย่างหงุดหงิด ร่างกายบิดเร่าไปมาบนตักเขาแต่กลับไม่อาจหลุดพ้นจากอ้อมแขนดั่งเหล็กกล้าของชายหนุ่มได้!

"เสวี่ยเอ๋อร์ อย่าดิ้นสิ!" เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยตัณหา!

ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้มันทรมานคนแค่ไหน?

ความยับยั้งชั่งใจของเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้มันพังทลายไม่เหลือชิ้นดี!

เขากอดรัดเธอให้แน่นขึ้นจนแทบจะรวมร่างกับเขา มุดหน้าลงกับลำคอระหงแล้วหอบหายใจถี่

เขานึกอยากจะกินผู้หญิงคนนี้เข้าไปจริงๆ!

ฉินเสวี่ยสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่แข็งขืนดันอยู่ใต้สะโพกของเธอ!

เธอเป็นหมอจึงรู้โครงสร้างร่างกายมนุษย์ดี เธอรู้ว่าสิ่งที่อยู่ใต้สะโพกนั้นคืออะไร!

เธอตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับต่อ เวลานี้ถึงได้รู้ว่าห้ามขยับไปมาบนตักผู้ชายมั่วซั่ว! ไม่อย่างนั้นไฟได้ลุกพรึบแน่!

จนกระทั่งลมหายใจของเขาสงบลง ฉินเสวี่ยจึงขยับร่างกายที่ค้างอยู่นิดๆ: "คุณรีบไปอาบน้ำได้แล้ว!"

ฉู่โม่หลินขบกัดที่ไหล่ของหญิงสาวแรงๆ ครั้งหนึ่งก่อนจะวางเธอลบนเก้าอี้อย่างแผ่วเบาเพื่อไปหยิบเสื้อผ้าอาบน้ำ

ตอนแขวนเสื้อผ้าเขาสังเกตเห็นน้ำในถัง และกลิ่นที่ผ่อนคลายโชยออกมา

เหมือนกับน้ำที่เขาใช้เมื่อคืนตอนอาบน้ำ เขาจึงก้มลงสูดดมใกล้ๆ กลิ่นนี้เต็มไปด้วยพลังงานธรรมชาติ นี่ต้องเป็นสิ่งที่ภรรยาเตรียมไว้ให้เขาแน่ๆ!

มุมปากเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมองหญิงสาวในห้องรับแขกแล้วเริ่มถอดเสื้อผ้าอาบน้ำ!

เขาส่องกระจกดูแผลที่หลัง บาดแผลที่เคยแดงบวมและเริ่มอักเสบเมื่อวาน ตอนนี้กลับเริ่มตกสะเก็ดแล้ว!

อีกแค่หนึ่งหรือสองวันก็คงหายสนิท ความเร็วในการสมานแผลขนาดนี้ถ้าคนอื่นรู้เข้าคงต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่!

แผลแบบนี้เขาเคยได้รับมาก่อน ในสภาพที่ไม่อักเสบยังต้องใช้เวลาถึงครึ่งเดือนกว่าจะหายดีถึงขนาดนี้

แต่ครั้งนี้ในสภาพที่อักเสบ ผ่านไปแค่วันคืนเดียวกลับไม่แดงไม่บวม แถมยังตกสะเก็ดแล้ว!

ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวก็คือ น้ำที่ใช้อาบเมื่อคืน กับน้ำที่ฉินเสวี่ยให้เขาดื่ม!

รวมถึงเหล้าดอกท้อตัวนั้นด้วย! และตอนนี้ภรรยาตัวน้อยยังเตรียมน้ำถังนี้ไว้ให้เขาอีก!

เจตนาที่อยากจะสื่อนั้นชัดเจนอยู่แล้ว เขาจะไม่ทำให้ความปรารถนาดีที่ภรรยามีต่อเขาต้องสูญเปล่า

แต่เขาก็จะไม่ถามเธอหรอกว่าเอาของพวกนี้มาจากไหน

เขาทำเพียงแค่ต้องจำไว้ว่าต้องบอกเธอว่า อย่าเอาของพวกนี้ออกมาให้คนอื่นเห็นง่ายๆ!

เพราะคนไร้ผิด แต่มีสมบัติล้ำค่ากลับนำภัยมาสู่ตัว แค่คิดก็รู้แล้วว่าถ้าของดีขนาดนี้ถูกคนอื่นพบเข้า จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง!

(จบบท)

บทที่ 86 ซักผ้า

ฉู่โม่หลินอาบน้ำแบบทหารเสร็จภายในเวลาไม่กี่นาที มันเป็นของดีจริงๆ อย่างที่คิดไว้ ร่างกายเขารู้สึกสบายและผ่อนคลายไปหมด!

เขาตักน้ำมาซักผ้า เห็นชุดของภรรยาวางอยู่ด้วยจึงถือโอกาสซักไปพร้อมกัน โดยไม่ได้คิดเลยว่าการที่ผู้ชายตัวใหญ่ๆ อย่างเขามาซักชุดชั้นในของผู้หญิงนั้นจะเป็นเรื่องแปลกอะไร

ตอนที่ฉู่โม่หลินซักชุดชั้นในของภรรยา แม้แต่ใบหน้าที่ดูเข้มขรึมยังเห็นสีแดงระเรื่อขึ้นมา กางเกงในตัวนี้เป็นกางเกงในทรงสามเหลี่ยมตัวจิ๋ว ดูเล็กกะทัดรัดและเซ็กซี่มาก ไม่เหมือนกางเกงตัวใหญ่ๆ เทอะทะที่คนทั่วไปสวมใส่กัน ชุดชั้นในของฉินเสวี่ยก็ไม่ใช่เสื้อกล้ามสีขาวแบบที่ใส่กันในสมัยนี้

แต่มีสายสองข้างเชื่อมกับรูปทรงวงกลมสองอันที่ดูออกทันทีว่าเอาไว้สำหรับห่อหุ้มส่วนไหน! ถ้าฉินเสวี่ยมาเห็นเข้า คงต้องเอ่ยปากบอกเขาว่า "พี่ชายคะ นี่เขาเรียกยกทรง ไม่ใช่ชามค่ะ!" น่าสงสารท่านผู้กองฉู่ของเราที่หน้าแดงไปขณะที่ค่อยๆ บรรจงซักชุดชั้นในของภรรยาตัวน้อย

พลางจินตนาการไปว่าถ้าภรรยาของเขาได้สวมใส่มันคงจะสวยมากแน่ๆ!

ถ้าได้เห็นสักครั้งก็คงจะดี!

ฉินเสวี่ยไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มกำลังช่วยเธอซักผ้า เธอนึกถึงเรื่องบาดแผลของเขา จึงใช้น้ำพุจิตวิญญาณกรอกใส่กระติกไว้หนึ่งใบ และรินใส่แก้วไว้อีกหนึ่งแก้ว เพื่อให้เขาดื่มก่อนไปนอน!

ฉินเสวี่ยหยิบหนังสือที่ฉู่โม่หลินอ่านค้างไว้ขึ้นมาดู เป็นหนังสือเกี่ยวกับทางการทหาร เธออ่านแล้วไม่สนใจจึงปิดวางไว้ที่โต๊ะ เมื่อเห็นเวลาแล้วจึงตะโกนไปที่ห้องน้ำว่า: "ฉู่โม่หลิน อาบน้ำเสร็จแล้วอย่าลืมดื่มน้ำในแก้วบนโต๊ะก่อนไปนอนนะคะ รู้ไหม?"

"รับทราบครับ!" ฉู่โม่หลินขานรับเมื่อได้ยินเสียงภรรยาตัวน้อย! เขาซักผ้าเสร็จอย่างรวดเร็ว บิดน้ำออกแล้วใส่กะละมังเตรียมไว้ไปตากที่ระเบียง!

ฉินเสวี่ยได้ยินเสียงตอบรับจึงกลับเข้าห้อง หยิบหนังสือการแพทย์จากในมิติมาอ่านบนเตียง! คิดว่าค่อยซักผ้าของตัวเองพรุ่งนี้แล้วกัน!

ฉู่โม่หลินจัดการตากผ้า โดยเห็นเสื้อผ้าของภรรยาตากอยู่เคียงข้างกับชุดของเขา เขาก็เม้มปากยิ้มออกมา เขาหันไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาจิบ ดวงตาเป็นประกายทันที มันคือน้ำแบบเดียวกับที่เขาดื่มตอนกลางวันจริงๆ เขาแหงนหน้าดื่มน้ำในแก้วจนหมดรวดเดียว ก่อนจะหยิบหนังสือบนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของฉินเสวี่ย! ฉู่โม่หลินวางหนังสือลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะหนังสือของเธอแล้วเปิดอ่าน!

ฉินเสวี่ยเห็นท่าทางของชายหนุ่มหลังเข้ามาในห้อง เธอทำหน้าเหยเกและขยับปากเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นท่าทางของเขาแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ปล่อยเลยตามเลยไป!

ฉินเสวี่ยก้มหน้าอ่านหนังสือของตัวเองต่อ ส่วนฉู่โม่หลินเมื่อเห็นว่าฉินเสวี่ยไม่ได้ไล่เขาออกไป ก็เผยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะในมุมที่เธอไม่เห็น!

คู่สามีภรรยานั่งอ่านหนังสือกันอย่างเงียบๆ ต่างคนต่างไม่พูดจาและไม่มีใครรบกวนใคร! ฉินเสวี่ยอ่านไปหลายรอบก็ไม่เห็นฉู่โม่หลินมีทีท่าว่าจะกลับไปห้องตัวเองเสียที

จึงอ่านหนังสือการแพทย์ของเธอต่อไป จนกระทั่งฉินเสวี่ยเริ่มปวดตาและรู้สึกง่วง จึงปิดหนังสือแล้วหันไปมองฉู่โม่หลินพูดว่า: "ฉู่โม่หลิน ดึกมากแล้วค่ะ!" ความหมายแฝงคือ ดึกมากแล้วฉันจะนอนแล้ว และคุณไม่ควรจะกลับไปนอนห้องคุณหรือคะ?

ฉู่โม่หลินดูเวลาแล้วปิดหนังสือกล่าวว่า: "อื้ม ดึกมากแล้วจริงๆ ได้เวลานอนแล้วครับ!" พูดอย่างนั้นแต่เขากลับนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม!

ฉู่โม่หลินย่อมรู้ว่าฉินเสวี่ยหมายความว่ายังไง เขารู้ตั้งแต่ตอนที่เธอหันมามองเขาหลายครั้งแต่ไม่ยอมเอ่ยปากพูดแล้ว!

แต่เขาไม่อยากทำตามใจเธอ ในเมื่อเขาตั้งใจจะใช้ชีวิตอยู่กับเธอต่อ เขาก็ต้องหาโอกาสใกล้ชิดกับเธอให้ได้ จะให้กลับไปอยู่ในสถานะเดิมได้อย่างไร ดังนั้นท่านผู้กองของเราจึงแกล้งทำเป็นมึนตึงไม่รู้เรื่อง!

ไม่นอนด้วยกัน ก็คงต้องนั่งเฝ้ากันจนเช้าไปเลย!

"เอ่อ... คือว่า คุณไม่กลับไปห้องคุณเหรอคะ? นี่มันห้องฉันนะ!" ฉินเสวี่ยเห็นชายหนุ่มที่ทำเป็นไม่รู้เรื่องจึงพูดตรงๆ ถึงสิ่งที่เธอต้องการสื่อ!

ฉู่โม่หลินมองฉินเสวี่ยด้วยสายตาตัดพ้อ: "เสวี่ยเอ๋อร์ เราเป็นสามีภรรยากันนะครับ!" ความหมายของเขาคือ ในเมื่อเราเป็นสามีภรรยากัน เราก็ควรนอนด้วยกัน!

น้ำเสียงที่ดูน่าสงสารนั่นทำเอาฉินเสวี่ยรู้สึกผิดขึ้นมาเหมือนเธอเป็นฝ่ายทำอะไรผิดเสียอย่างนั้น? แต่ถ้าอ้างอิงจากนิสัยของ 'เจ้าของร่างเดิม' ที่ฟางหงเคยเล่าให้ฟัง การแยกห้องนอนนี้ต้องเป็นชายคนนี้ที่เสนอขึ้นมาเองไม่ใช่เหรอ?

แล้วตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปทำไมกัน? "แต่ว่า... ปกติเราก็แยกกันนอนตลอดไม่ใช่เหรอคะ?"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 85 ความดีของภรรยา / บทที่ 86 ซักผ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว