- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุค 80 ขอใช้ความทรงจำพลิกชะตา
- บทที่ 30 - อั่งเปาสำหรับเธอ!
บทที่ 30 - อั่งเปาสำหรับเธอ!
บทที่ 30 - อั่งเปาสำหรับเธอ!
บทที่ 30 - อั่งเปาสำหรับเธอ!
หลังจากเซี่ยหงจวินอ่านจบ ก็รีบเขียนจดหมายตอบกลับทันที เริ่มแรกเขาวิจารณ์บทกวีของซ่งเจินเจินว่าพัฒนาขึ้นมาก และสามารถส่งเข้าร่วมการประกวดครั้งนี้ได้อย่างสบายๆ
"ซ่งเจินเจิน นอกจากการศึกษาบทกวีของกวีชื่อดังในประเทศแล้ว ครูขอแนะนำให้ลองหาบทกวีชั้นเยี่ยมของต่างประเทศมาอ่านบ้างนะ อย่างเช่น 'รวมบทกวีฝูงนก' และ 'รวมบทกวีจันทร์เสี้ยว' ของรพินทรนาถ ฐากูร"
"'โพรมีธีอุสผู้ถูกปลดปล่อย' และ 'บทกวีสดุดีลมตะวันตก' ของเชลลีย์ หรือ 'การจาริกของไชลด์ ฮาโรลด์' และ 'ดอนฮวน' ของไบรอน ถ้าภาษาอังกฤษแข็งแรงหน่อยก็แนะนำให้อ่านฉบับภาษาอังกฤษเลย จะได้เข้าใจความหมายของบทกวีได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น"
เซี่ยหงจวินสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าซ่งเจินเจินคนนี้มีพรสวรรค์และความเฉลียวฉลาดอยู่พอตัว จึงไม่อยากให้เสียเปล่า ควรเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น
ในยุคนี้ วงการกวีในประเทศกำลังนิยม 'บทกวีกำกวม' ซึ่งโดดเด่นเรื่องความเข้าใจยากและซับซ้อนซ่อนเงื่อน มันคือการแสดงออกถึงจิตวิญญาณแห่ง 'การกบฏ' ทำลายขนบการสร้างสรรค์แบบสัจนิยมที่ครอบงำวงการกวีมาอย่างยาวนาน ถือเป็นการอัดฉีดชีวิตใหม่ให้กับบทกวี และนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอันลึกซึ้งในวรรณกรรมยุคใหม่
แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ในช่วงหลัง กระแสมันเริ่มออกทะเล กลายเป็นว่ายิ่งใช้คำซับซ้อนเท่าไหร่ยิ่งดี กลายเป็นความคลุมเครือเพื่อความคลุมเครือ จนสุดท้ายก็ไม่มีใครเข้าใจว่ากำลังสื่อถึงอะไร และก็เสื่อมความนิยมไปอย่างรวดเร็ว
สำหรับเด็กสาววัยสิบเจ็ดสิบแปดปี การจะให้มานั่งแต่งบทกวีแบบนี้คงไม่ใช่ทางถนัดของเธอแน่ๆ เขาจึงแนะนำบทกวีต่างประเทศชั้นเยี่ยมให้เธอไปศึกษาเพิ่มเติม
ในตอนท้าย เซี่ยหงจวินก็เขียนทิ้งท้ายแบบติดตลกว่า ถ้ามีโอกาสไปกรุงเยียนจิง จะแวะไปหาที่โรงเรียนมัธยมอวี้ไฉ แล้วจะให้เธอเลี้ยงถังหูลู่แน่นอน
แล้วเจอกันนะ...
โอเค เรียบร้อย!
เซี่ยหงจวินพับจดหมายที่เขียนเสร็จอย่างระมัดระวัง ใส่ลงในกระเป๋าเสื้อโค้ต กะว่าจะหาเวลาไปส่งในวันพรุ่งนี้
……
……..
"ว้าย... ครูเขาจะให้ฉันเลี้ยงถังหูลู่จริงๆ ด้วยแฮะ..." พอซ่งเจินเจินได้อ่านจดหมายตอบกลับ ก็อดอมยิ้มออกมาไม่ได้
พอเห็นคำว่า "แล้วเจอกันนะ" แก้มของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที
โชคดีนะที่เขาเป็นครู
ถ้าเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน คงนึกว่ากำลังชวนเดตอยู่แน่ๆ
ฮิฮิ...
ซ่งเจินเจินตัดสินใจแล้วว่า จะไม่เอาจดหมายฉบับนี้ให้พี่สาวดูเด็ดขาด
……
……..
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันที่ 16 มกราคม ช่วงเวลาของการสอบปลายภาคได้เริ่มขึ้นแล้ว
การสอบกินเวลาถึงสามวันเต็มกว่าจะสิ้นสุด เซี่ยหงจวินทำข้อสอบจนรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตไปเลย
ทำไงได้ล่ะ ก็วิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี แถมชีวะอีก เขาทำไม่ได้เลยนี่นา ตอนอยู่ในห้องสอบ ในขณะที่นักเรียนคนอื่นก้มหน้าก้มตาฝนข้อสอบยิกๆ บ่นว่าเวลาไม่พอ เขากลับนั่งเซ็งเป็นชั่วโมงๆ ราวกับเวลาผ่านไปเป็นปี
ปกติอาศัยลอกการบ้านเฉินเจาตี้บ้าง หรือไม่ก็ให้เฉินเจาตี้ช่วยบอกข้อสอบตอนสอบเก็บคะแนนย่อย ผลการเรียนก็เลยดูไม่แย่เท่าไหร่ แต่คราวนี้หมดสิทธิ์โกง เพราะเป็นการสอบแบบสลับที่นั่งข้ามห้อง!
คนไม่สนิทกัน ใครจะยอมเสี่ยงโดนจับทุจริตให้เขาลอกล่ะ?
เพียงเพราะนายเป็นคนดังในโรงเรียน แต่งกลอนเป็น ดีดกีตาร์เป็นแค่นั้นน่ะเหรอ?
ในยุคสมัยนี้ ยังไม่มีพวกแฟนคลับหน้ามืดตามัวหรอกนะ...
หลังจากสอบเสร็จไปสองวัน ผลการสอบของเซี่ยหงจวินก็ทำเอาช็อกกันไปทั้งระดับชั้น
คะแนนวิชาภาษาจีน การเมือง และภาษาอังกฤษ พุ่งกระฉูด โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เขาเป็นคนเดียวในระดับชั้นที่ทำคะแนนได้เต็ม!
แต่วิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยากลับเละเทะไม่เป็นท่า วิชาฟิสิกส์ถึงกับได้แค่ 10 คะแนน!
ทำเอาครูสอนฟิสิกส์โกรธจนควันออกหู เรียกเซี่ยหงจวินไปด่าเปิงที่ห้องพักครู "เซี่ยหงจวินนะเซี่ยหงจวิน ฉันจะพูดยังไงกับเธอดีล่ะ? ข้อสอบช้อยส์ตั้งเยอะแยะ ถึงเธอจะเดามั่วก็ไม่น่าจะได้แค่ 10 คะแนนปะวะ?"
"ครูครับ ผมก็โยนหัวก้อยเดาเอาแหละครับ นึกไม่ถึงว่าดวงจะซวยขนาดนี้..." เซี่ยหงจวินได้แต่ก้มหน้าอธิบายเสียงอ่อย
โอ๊ย จะบ้าตาย...
ครูสอนฟิสิกส์ถึงกับพูดไม่ออกไปเลย
ส่วนหลิวอ้ายอวิ๋นครูประจำชั้นก็รู้สึกทั้งดีใจและหนักใจในเวลาเดียวกัน
ดีใจที่เซี่ยหงจวินทำคะแนนภาษาอังกฤษได้เต็ม ชนะเลิศเหนือนักเรียนสายศิลป์ทุกคน ซึ่งไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนมัธยมซีผิงที่หนึ่งมาก่อนเลย ทำเอาคนเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอย่างเธอยืดอกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
แต่ว่า ทำไมคะแนนวิชาสายวิทย์ของนักเรียนคนนี้ถึงได้แย่ขนาดนี้ล่ะ?!
ไหนบอกว่าให้เฉินเจาตี้ช่วยติวให้แล้วไง? ทำไมยิ่งติวถึงยิ่งแย่ลงล่ะ?
ไม่ได้การละ ต้องเรียกทั้งสองคนมาสอบสวนให้รู้เรื่อง!
และแล้ว เซี่ยหงจวินก็ถูกครูสอนภาษาอังกฤษลากตัวมาที่ห้องพักครูอีกครั้ง โดยมีเฉินเจาตี้เดินตามหลังมาด้วยท่าทางหวาดๆ
"เซี่ยหงจวิน เธออ้างว่าการไปนั่งข้างเฉินเจาตี้จะช่วยให้เธอได้ติววิชาสายวิทย์ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมผลสอบมันถึงได้ห่วยแตกลงเรื่อยๆ แบบนี้ล่ะ?!" หลิวอ้ายอวิ๋นคาดคั้น
"เอ่อ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ..."
เซี่ยหงจวินกำลังลังเลว่าจะบอกความจริงดีไหม
เมื่อเห็นเซี่ยหงจวินอึกอัก หลิวอ้ายอวิ๋นก็หันไปคาดคั้นเอากับเฉินเจาตี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แทน "เฉินเจาตี้ เธอบอกครูมาสิ ว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น?!"
เฉินเจาตี้แอบชำเลืองมองเซี่ยหงจวิน เธอไม่กล้าพูด
ท่าทางแบบนี้ยิ่งทำให้หลิวอ้ายอวิ๋นโมโหหนักเข้าไปอีก
เฉินเจาตี้ที่เป็นเด็กเรียบร้อยมาตลอด ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้!
"พวกเธอไม่ยอมพูดใช่ไหม? งั้นครูพูดเอง พวกเธอกำลังแอบคบกันอยู่ใช่ไหมล่ะ!"
หา?
เซี่ยหงจวินตะลึงงัน ไม่คิดเลยว่าครูหลิวจะมโนไปไกลขนาดนั้น
"ครูหลิวคะ พวกเราไม่ได้คบกันนะคะ ไม่ได้คบจริงๆ ค่ะ..." เฉินเจาตี้หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย รีบปฏิเสธพัลวัน
"แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"หนู... หนู..." เฉินเจาตี้อึกอัก สายตาเหลือบมองไปทางเซี่ยหงจวินด้วยท่าทางน่าสงสาร
เซี่ยหงจวินคิดว่าขืนปิดบังต่อไปก็คงไม่ดีแน่ จึงตัดสินใจบอกความจริงไปทั้งหมด
"อะไรนะ... เธอจะยื่นขอโควตารับเข้าศึกษาเป็นกรณีพิเศษงั้นเหรอ?!"
หลิวอ้ายอวิ๋นตกใจจนแทบสิ้นสติ
"นี่เป็นไอเดียของครูขงครับ" เซี่ยหงจวินเสริม
พอได้ยินว่าเป็นไอเดียของขงชิงเฉวียน หลิวอ้ายอวิ๋นก็เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง
ด้วยประสบการณ์และบารมีของขงชิงเฉวียนในโรงเรียน แถมยังจบจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์เยียนจิง มีลูกศิษย์ลูกหาและเพื่อนร่วมรุ่นอยู่ในแวดวงการศึกษาของกรุงเยียนจิงมากมาย เรื่องนี้น่าจะพอเป็นไปได้
"เซี่ยหงจวิน งั้นเธอก็ต้องทำตามคำแนะนำของครูขง แล้วพยายามให้เต็มที่นะ!" หลิวอ้ายอวิ๋นกำชับ
"ครูหลิวครับ ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ ขอความกรุณาครูช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปก่อนนะครับ" เซี่ยหงจวินรีบขอร้อง
"เข้าใจแล้วล่ะ... พวกเธอไปได้แล้ว"
ทั้งสองคนเดินออกจากห้องพักครู มุ่งหน้ากลับห้องเรียนโดยเดินตามกันไปติดๆ
เซี่ยหงจวินที่เดินนำอยู่ข้างหน้า จู่ๆ ก็หันขวับกลับมา ทำให้เฉินเจาตี้ที่ก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังมาเกือบจะชนเข้าเต็มๆ
"เฉินเจาตี้ เวลาเดินทำไมชอบก้มหน้าก้มตาอยู่เรื่อยเลยล่ะ? ยืดอกเชิดหน้ามันไม่สวยตรงไหน? ถึงหน้าอกเธอจะไม่ได้ใหญ่ก็เถอะ..." เซี่ยหงจวินขมวดคิ้วบ่น
อุ๊ย... หลุดปากซะงั้น
เวรแล้ว...
พูดจาลามกปะการังแบบนี้ออกมาได้ยังไงเนี่ย เฉินเจาตี้หน้าแดงแปร๊ดเป็นลูกตำลึงสุกอีกรอบ
"พรุ่งนี้ก็จะปิดเทอมฤดูหนาวแล้ว ฉันเอาค่าจ้างเดือนนี้มาให้" เซี่ยหงจวินล้วงธนบัตรใบละสิบหยวนสองใบกับคูปองอาหารห้าจินออกมาจากกระเป๋าสตางค์แล้วยื่นให้เฉินเจาตี้
"หา? ให้มาเยอะไปแล้ว" เฉินเจาตี้รีบปฏิเสธ
"แปดหยวนเป็นค่าจ้างของเธอ ส่วนอีกสิบสองหยวนเป็นโบนัสปลายปีไง"
หา? มีโบนัสปลายปีด้วยเหรอ?
"ไม่ได้ๆ ฉันเพิ่งทำงานให้นายยังไม่ถึงสองเดือนเลย" เฉินเจาตี้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
"งั้นก็ถือซะว่าเป็นอั่งเปาที่ฉันให้เธอไปเที่ยวปีใหม่ก็แล้วกัน! รับไปซะ!" เซี่ยหงจวินไม่รอช้า ยัดเงินกับคูปองอาหารใส่มือเฉินเจาตี้ แล้วหันหลังเดินจากไปทันที
อั่งเปาเหรอ?
เฉินเจาตี้อึ้งไปเลย
แต่เธอก็รู้ดีว่า นี่คือวิธีที่เซี่ยหงจวินใช้สนับสนุนทางการเงินให้เธอแบบอ้อมๆ!
ฉัน...
เฉินเจาตี้มองตามแผ่นหลังของเซี่ยหงจวิน ถึงแม้เขาจะชอบทำเสียงดุใส่เธออยู่บ่อยๆ แต่ลึกๆ แล้วเขาเป็นคนดีมากเลยนะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น น้ำตาก็เริ่มเอ่อคลอเบ้า
จู่ๆ เซี่ยหงจวินก็หันกลับมามองเฉินเจาตี้อีกครั้ง "ห้ามเอาไปเก็บสะสมไว้เฉยๆ นะ! เอาไปซื้อของขวัญปีใหม่ไปฝากพี่สาวน้องสาวที่บ้านด้วยล่ะ อ้อ แล้วก็ ถ้าเปิดเทอมกลับมาแล้วฉันเห็นว่าเธอผอมลงล่ะก็ ฉันหักเงินเดือนเธอแน่!"
"อืมๆ..." เฉินเจาตี้รีบปาดน้ำตา แล้วพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น
(จบแล้ว)