- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุค 80 ขอใช้ความทรงจำพลิกชะตา
- บทที่ 22 - ขึ้นเงินเดือนให้เธอ!
บทที่ 22 - ขึ้นเงินเดือนให้เธอ!
บทที่ 22 - ขึ้นเงินเดือนให้เธอ!
บทที่ 22 - ขึ้นเงินเดือนให้เธอ!
พอหมดคาบเรียน เซี่ยหงจวินก็ส่งสมุดที่เขียนเสร็จแล้วให้เฉินเจาตี้ พร้อมกับหยิบสมุดเล่มใหม่ส่งให้เธอช่วยคัดลอกต่อ
"นี่... นี่นายเขียนนิยายเหรอ?" เฉินเจาตี้ตกใจมากหลังจากอ่านไปได้เพียงไม่กี่บรรทัด
เธอคิดว่าเซี่ยหงจวินจะเขียนบทกวีต่อเสียอีก
"พูดเป็นเล่น เขียนกลอนต้องให้เธอช่วยคัดลอกด้วยหรือไง?" เซี่ยหงจวินตอบกลับ ก่อนจะถามอย่างสนใจว่า "เป็นไง ลองอ่านดูสิว่าสนุกไหม?"
เฉินเจาตี้ตั้งใจอ่านอีกรอบแล้วส่ายหน้า "มันเพิ่งจะเริ่มเรื่องเอง ยังดูไม่ออกหรอก"
เป็นเด็กที่ซื่อตรงจริงๆ...
"เอาเถอะ ถ้ามีเวลาว่างก็ช่วยคัดลอกให้หน่อยนะ แล้วก็อย่าลืมเก็บเป็นความลับด้วยล่ะ!" พูดจบเซี่ยหงจวินก็เดินออกจากห้องเรียนไป
เขานั่งเขียนหนังสือจนมึนหัวไปหมดแล้ว จึงตั้งใจจะออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย
เซี่ยหงจวินยืนบิดขี้เกียจอยู่บนระเบียงหน้าห้องเรียน พลางทอดสายตามองเหล่านักเรียนหญิงที่เดินผ่านไปมา ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ต้นฤดูหนาวแล้ว บางคนเริ่มสวมเสื้อแขนยาวบุนวมและกางเกงบุนวมจนดูเทอะทะไปหมด
อืม...
เด็กผู้หญิงคนนั้นหน้าตาน่ารักดีนะ...
"เหล่าเซี่ย มองอะไรอยู่วะ?" แขนข้างหนึ่งพาดลงบนบ่าของเขา โดยไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นหลี่เยี่ยนเฉิง
"ไม่มีอะไร แค่ชื่นชมวิวทิวทัศน์น่ะ"
"มีอะไรน่าดูวะ?" หลี่เยี่ยนเฉิงบ่นพึมพำ ก่อนจะถามต่อว่า "นี่ ตกลงนายกับเฉินเจาตี้มีซัมติงอะไรกันหรือเปล่า?"
"พูดบ้าๆ! นายไปได้ยินอะไรมาอีกล่ะ?" เซี่ยหงจวินไวต่อเรื่องนี้มาก
"ก็ช่วงนี้นายกับเธอชอบซุบซิบอะไรกันก็ไม่รู้ คนอื่นเขาคิดว่าพวกนายกำลังแอบคบกันอยู่น่ะสิ"
"ฉันไม่ได้ทำจริงๆ นะ" เซี่ยหงจวินปฏิเสธเสียงแข็ง
"ความจริงมันก็ไม่ได้มีอะไรหรอก นายดูในห้องสิ มีตั้งหลายคู่นะ"
เซี่ยหงจวินเข้าใจความหมายของเขาเป็นอย่างดี นับตั้งแต่การสอบกลางภาคเสร็จสิ้นลง บรรยากาศเช่นนี้ก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
นักเรียนหลายคนในห้องต่างตระหนักดีว่า ต่อให้พยายามเพียงใดก็คงสอบไม่ผ่านแม้กระทั่งการสอบพรีเทสต์ ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยแม้แต่น้อย
ในตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งปีก่อนจะถึงการสอบพรีเทสต์ในเดือนพฤษภาคมปีหน้า สู้ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตนักเรียนทำในสิ่งที่อยากทำเสียยังดีกว่า จะได้ไม่รู้สึกเสียดายวัยหนุ่มสาวในภายหลัง
ได้ยินมาว่าที่ป่าท้อข้างสนามกีฬา ซึ่งเหล่านักเรียนขนานนามกันว่า 'เกาะดอกท้อ' ก็มีคนถูกจับได้ตั้งหลายคู่แล้ว
แต่เฉินเจาตี้นั้นไม่เหมือนกับคนอื่น
เธอจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำให้ได้!
"นี่ เหล่าหลี่ ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นจริงๆ นะ ถ้าใครกล้าเอาไปนินทาลับหลังล่ะก็ ช่วยจัดการให้ฉันที!"
หลี่เยี่ยนเฉิงเป็นคนที่มีรูปร่างกำยำล่ำสันและชอบมีเรื่องชกต่อย หากเป็นในยุคหลังเขาก็คงถูกเรียกว่าพวกบ้าพลัง
เมื่อเห็นเซี่ยหงจวินพูดจริงจัง หลี่เยี่ยนเฉิงก็เชื่อและพยักหน้ารับ
"เฮ้อ ความจริงแล้ว เฉินเจาตี้มีทางเลือกเดียวเท่านั้นแหละคือต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้" หลี่เยี่ยนเฉิงถอนหายใจ
"หมายความว่าไง?"
"ฉันจะบอกอะไรให้นะ แต่นายห้ามเอาไปพูดมั่วซั่วล่ะ" หลี่เยี่ยนเฉิงลดเสียงลง "ที่บ้านเธอหาคู่หมั้นไว้ให้แล้ว ถ้าสอบไม่ติด ก็จะจับเธอแต่งงานทันที"
หา?!
"ปีนี้เธอยังไม่ถึงยี่สิบเลยนี่ ยังไม่ถึงวัยแต่งงานตามกฎหมายเลยนะ" เซี่ยหงจวินตกใจ
"เฮอะ... ที่นี่ไม่ใช่ในเมืองอย่างพวกนายนะ... แถวบ้านฉัน คนที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์แต่งงานมีเยอะแยะไป แค่หิ้วเหล้าไปให้ผู้ใหญ่บ้านสักขวด ซื้อบุหรี่ไปให้สักซอง เขาก็ออกใบรับรองให้ได้แล้ว! ฉันมีเพื่อนผู้หญิงตอนประถมคนนึง ตอนนี้ลูกกินนมคาอกแล้วเนี่ย"
พระเจ้าช่วย...
"แล้ว นายรู้ไหมว่าผู้ชายที่เขาหาให้เฉินเจาตี้เป็นคนมาจากไหน?" หลี่เยี่ยนเฉิงทำท่าทางลึกลับ
"ที่ไหนล่ะ?" ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเซี่ยหงจวินเริ่มทำงานทันที
"ลูกชายผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านฉันเอง แม่งเป็นไอ้ปัญญาอ่อน!"
"เชี่ย! พ่อแม่เธอใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ?!"
"ก็ทำเพื่อเงินนั่นแหละ... บ้านเขาลูกเยอะ ภาระก็เยอะ ทางนั้นเขาตกลงจะให้ค่าสินสอดตั้งสามร้อยหยวนแน่ะ" หลี่เยี่ยนเฉิงพูดเรียบๆ
เห็นแก่เงิน 300 หยวนถึงกับยอมขายลูกสาวเลยเหรอ?
เซี่ยหงจวินอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเฉินเจาตี้ที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ในห้องเรียน ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกสงสาร
พอเสียงออดเข้าเรียนดังขึ้น เซี่ยหงจวินก็กลับไปนั่งที่โต๊ะ แล้วกระซิบกับเฉินเจาตี้ว่า "ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ฉันจะขึ้นเงินเดือนให้เธอ เป็นเดือนละแปดหยวนกับคูปองอาหารอีกห้าจิน!"
"หา ทำไมล่ะ?" เฉินเจาตี้ตกใจอีกครั้ง
"ก็เพราะเธอต้องสละเวลามาช่วยคัดลอกงานให้ฉันไง แล้วก็ต้องกินของดีๆ ด้วย การเรียนมันใช้สมองเยอะ สารอาหารต้องถึง จะได้สอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ!"
เฉินเจาตี้อยากจะปฏิเสธ แต่พอได้สบสายตากับเซี่ยหงจวิน เธอก็เผลอพยักหน้ารับไปโดยไม่รู้ตัว
"แล้วก็ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตอนกลางคืนฉันจะไม่ซื้อหมั่นโถวหรือมันเผาให้แล้วนะ แต่จะเปลี่ยนเป็นไข่ต้มวันละฟองแทน!"
"อ๊ะ ไม่เอาหรอก ไข่ต้มมันแพงจะตาย ฟองละตั้งแปดเฟินแน่ะ" เฉินเจาตี้รีบปฏิเสธ
"กลัวฉันไม่มีเงินจ่ายหรือไง? จะบอกอะไรให้นะ ฉันหาเงินค่าต้นฉบับได้! ถ้านิยายเรื่องนี้ของฉันได้ตีพิมพ์ล่ะก็ ได้เงินเป็นพันหยวนเลยนะ!" เซี่ยหงจวินพูดอย่างภาคภูมิใจ
"นายเก่งจังเลย!" เฉินเจาตี้มองเขาด้วยสายตาชื่นชม
แม้ผลการเรียนของเธอจะดีมาก แต่ในเวลานี้เธอยังไม่สามารถหาเงินได้เลยสักแดงเดียว แถมยังต้องใช้เงินของที่บ้าน พ่อแม่จึงมักจะด่าว่าเธอเป็นตัวผลาญเงิน
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเด็กสาวดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก และแก้มก็เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างแล้ว เซี่ยหงจวินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภูมิใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
บ้าเอ๊ย...
นี่เรากำลังเล่นเกมจำลองการเลี้ยงต้อยอยู่หรือไงกันเนี่ย?
พอไม่ต้องเรียนวิชาที่น่าเบื่ออย่างคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ หรือเคมี เซี่ยหงจวินก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก วันๆ เขาเอาแต่นั่งเขียนต้นฉบับและลอกการบ้าน พอตกเย็นหลังกินข้าวเสร็จก็มักจะไปเล่นบาสเกตบอลที่สนามกับหลี่เยี่ยนเฉิงสักพัก เสียอย่างเดียวที่ฝีมือการชู้ตของเขาเข้าขั้นห่วยแตก เลยไม่เคยได้รับสายตาชื่นชมจากพวกสาวๆ ข้างสนามเลยแม้แต่น้อย
พอตกค่ำ เซี่ยหงจวินก็วิ่งไปที่หน้าโรงเรียนเพื่อซื้อไข่ต้มให้เฉินเจาตี้ 1 ฟอง จากนั้นจึงขี่จักรยานเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังบ้านของเหม่ยลี่
เหม่ยลี่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตกันลมสีแดงยืนกอดอกพิงจักรยานอยู่ใต้แสงไฟริมถนนเหมือนเช่นเคย ทว่าท่าทางของเธอดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
"เป็นอะไรไป?"
"เซี่ยหงจวิน นายหลอกฉัน!" เหม่ยลี่ทำแก้มป่องอย่างงอนๆ
"ฉันหลอกอะไรเธอ?" เซี่ยหงจวินถึงกับงงงวย นอกจากเรื่องค่าเรียนที่เขาแอบบวกเพิ่มไปนิดหน่อย เรื่องอื่นเขาก็พูดความจริงทั้งหมดเลยนะ
"บทกวี 3 บทในนิตยสารบทกวีเมื่อคราวนั้น นายเป็นคนเขียนชัดๆ!"
อ้อ ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง...
"เธอรู้หมดแล้วเหรอ?"
"ครูขงเป็นคนบอกฉันเอง!"
"แหม... ตอนนั้นฉันไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้นี่นา เธอก็รู้ว่าฉันเป็นคนถ่อมตัวมาตลอด"
"ถึงขนาดไม่ให้ฉันรู้เนี่ยนะ?!"
"อืม... เพราะฉันกลัวน่ะ"
"กลัวอะไร?!" ภายใต้แสงไฟ ดวงตาของเหม่ยลี่ทอประกายสดใส
"ฉันกลัวว่า... กลัวว่าเธอจะขอให้ฉันสอนแต่งกลอนน่ะสิ"
"พรืด"
เหม่ยลี่หลุดหัวเราะออกมา
"นายนี่หน้าหนาจริงๆ เลย"
"บางทีเธออาจจะไม่ได้คิดแบบนั้น แต่คนอื่นล่ะไม่แน่ใช่ไหม?" เซี่ยหงจวินเริ่มอธิบายเป็นฉากๆ "เธอลองนึกภาพดูสิ ถ้าทุกคนมาต่อคิวขอให้ฉันสอน ภาพนั้นมัน... สวยงามจนฉันไม่กล้าดูเลยล่ะ"
"พอเลยๆ นายคิดว่านายเป็นกวีใหญ่มาจากไหนกัน? ไปกันเถอะ" เหม่ยลี่ขึ้นขี่จักรยาน
ความจริงแล้ว ตอนที่เธอรู้ว่า 'เหล่าเซี่ยข้างบ้าน' ก็คือหมอนี่ เธออยากจะขอให้เขาสอนแต่งกลอนจริงๆ นั่นแหละ
"จริงสิ เหม่ยลี่ ฉันมีเรื่องจะปรึกษาหน่อย" เซี่ยหงจวินพูดขณะขี่จักรยานตีคู่ไปกับเธอ
"เรื่องอะไรล่ะ?"
"เธอเห็นไหมว่าตอนกลางคืนเราเต้นรำออกกำลังกายกัน ท่ามกลางหน้าหนาวแบบนี้มันหิวจะตาย เธอพอจะเตรียมของกินไว้ให้หน่อยได้ไหม?"
"ได้สิ นายอยากกินอะไรล่ะ?"
"แค่ไข่ต้มก็พอแล้ว ครั้งละสองฟอง จะได้เพิ่มพลังงาน"
"ฉันไม่ชอบกินไข่ต้มเลย... ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันกลับไปให้แม่ต้มให้ก็แล้วกัน"
(จบแล้ว)