- หน้าแรก
- ผมจะเป็นเศรษฐีด้วยการปลูกต้นไม้ ต้นละหนึ่งหยวน
- บทที่ 104 - สมุดบันทึกสร้างผลงาน
บทที่ 104 - สมุดบันทึกสร้างผลงาน
บทที่ 104 - สมุดบันทึกสร้างผลงาน
การสุ่มตรวจจากอำเภอมาแบบกะทันหัน
ตอนเก้าโมงเช้า หัวหน้าหวังพาคนสองคนมาที่ทำการหมู่บ้าน
เฉินหลินกำลังตรวจสอบใบเสร็จค่าท่อน้ำของล็อตที่สามอยู่ พอได้ยินเสียงรถก็เดินออกมา
หัวหน้าหวังลงจากรถมาก็ไม่มัวพูดพร่ำทำเพลง
"วันนี้จะมาขอสุ่มตรวจพื้นที่สักสองสามจุดนะ ทั้งสองล็อตแรกแล้วก็ล็อตที่สาม ขอตรวจดูสักนิดนึง"
เฉินหลินพยักหน้ารับ
"ได้เลยครับ ข้อมูลอยู่ที่ทำการหมู่บ้าน ส่วนหน้างานก็ลงไปดูได้เลยครับ"
จางต้าเพ่าโผล่หน้าออกมาจากในห้อง
"หัวหน้าหวัง ดื่มน้ำก่อนไหมครับ"
หัวหน้าหวังโบกมือปฏิเสธ
"ไม่ดื่ม ขอขึ้นไปดูบนเขาก่อนเลย"
จางต้าเพ่ารีบวางโทรโข่งลงทันที
"เดี๋ยวผมนำทางให้เองครับ"
เฉินเจี้ยนกั๋วเดินตามหลังออกมา
"หุบปากให้มันน้อยๆ แล้วหัดสังเกตให้มันเยอะๆ ซะบ้าง"
จางต้าเพ่าวางโทรโข่งลงบนโต๊ะ
"วันนี้ฉันจะไม่ตะโกนโหวกเหวกหรอกน่า"
ป้าหวังที่ยืนอยู่ในลานบ้านถึงกับหลุดขำ
"พอคนจากอำเภอมา เอ็งก็รู้จักสงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นมาเชียวนะ"
จางต้าเพ่าไม่กล้าเถียงกลับ
การสุ่มตรวจเริ่มจากหลิ่วซู่ปัวเป็นที่แรก
ทั้งเล้าไก่ เขตก้อนเชื้อเห็ด แนวกันไฟ และพื้นที่ทดลองปลูกมันเทศ ล้วนอยู่ในบริเวณนี้ทั้งหมด
เจ้าหน้าที่จากอำเภอเดินตรวจดูป้าย รั้วกั้น แล้วก็จุดถ่ายรูปบันทึกข้อมูล
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งชี้ไปที่ต้นกล้าบนเนินแล้วถามขึ้น "แปลงนี้รดน้ำครั้งล่าสุดเมื่อไหร่"
เฉินหลินเพิ่งจะอ้าปากตอบ
หวังเสี่ยวเหมยก็ถือสมุดบันทึกเดินปรี่เข้ามาจากด้านหลังซะก่อน
"หลิ่วซู่ปัวแปลงที่สอง รดน้ำครั้งล่าสุดเมื่อบ่ายวันที่ 28 กันยายน ลุงเจ้าพาคนไปรดน้ำสามคน หลังจากรดน้ำเสร็จในวันถัดมาก็มีการถ่ายรูปเก็บไว้ สภาพต้นกล้าเป็นไปตามที่บันทึกไว้ตรงนี้เลยค่ะ"
เธอเปิดสมุดบันทึกให้ดู
ข้างในจดรายละเอียดไว้อย่างถี่ยิบ
ทั้งวันที่ แปลงปลูก รายชื่อคนรดน้ำ หมายเลขรูปถ่าย และจำนวนต้นกล้าที่มีปัญหา
หัวหน้าหวังรับไปดูแวบหนึ่ง แล้วก็ส่งให้เจ้าหน้าที่อีกคนดูต่อ
เจ้าหน้าที่คนนั้นถามต่อ "ต้นกล้าต้นไหนที่ปลูกซ่อม มีการจดแยกไว้ต่างหากไหม"
หวังเสี่ยวเหมยพลิกหน้ากระดาษไปอีกสองหน้า
"ต้นที่ปลูกซ่อม เราผูกเชือกแดงทำเครื่องหมายไว้ค่ะ มีทั้งหมด 27 ต้น ในจำนวนนั้น 13 ต้นมีปัญหารากแห้งเร็ว 7 ต้นมีปัญหาฟื้นตัวช้าจากการย้ายปลูก ส่วนอีก 7 ต้นฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติแล้วค่ะ"
เจ้าหน้าที่คนนั้นเงยหน้าขึ้นมองเธอ
"ไปเช็กที่หน้างานแล้วตรงกันไหม"
หวังเสี่ยวเหมยพยักหน้าอย่างมั่นใจ
"ตรงกันค่ะ"
เธอเดินนำเจ้าหน้าที่ไปข้างหน้า
พอไปหยุดอยู่หน้าต้นกล้าแถวหนึ่ง เธอก็ค้อมตัวลงชี้ไปที่เชือกแดง
"สองสามต้นนี้แหละค่ะ เชือกแดงยังผูกอยู่เลย ในรูปถ่ายก็มีให้เห็นเหมือนกัน"
จางต้าเพ่าที่ยืนอยู่ข้างๆ อดกระซิบไม่ได้ "สมุดของเสี่ยวเหมยนี่มันใช้จับผิดคนได้จริงๆ นะเนี่ย"
ป้าหวังรีบสวนทันที "แหงล่ะ ใครทำตัวอู้งาน พอเปิดสมุดของเสี่ยวเหมยดูก็รู้ไส้รู้พุงหมดแหละ"
หวังเสี่ยวเหมยได้ยินเข้า ก็ก้มหน้าก้มตาพลิกสมุดต่อไป ไม่ได้พูดอะไร
เฉินหลินปรายตามองเธอแวบหนึ่ง
ช่วงนี้หวังเสี่ยวเหมยเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ
เมื่อก่อนเธอไม่ค่อยพูดค่อยจา เวลาทำอะไรก็มักจะกลัวการทำตัวเด่น
แต่ตอนนี้ พอมีสมุดบันทึกอยู่ในมือ เธอกลับไม่ตื่นตระหนก ไม่แย่งพูด แต่ไม่ว่าใครจะถามอะไร เธอก็เปิดหาข้อมูลมาตอบได้หมด
ทำแบบนี้ได้ มันมีค่ามากกว่าตะโกนคำขวัญสิบประโยคซะอีก
การสุ่มตรวจดำเนินต่อไปจนถึงหุบเขาดอกท้อ
เจ้าหน้าที่จากอำเภอถามขึ้นอีก "จุดที่เจอไข่แมลงศัตรูพืช หลังจากจัดการไปแล้ว มีการตรวจสอบซ้ำกี่ครั้ง"
คราวนี้จางต้าเพ่ารีบชูมือขึ้นสุดแขน
"เรื่องนี้ผมมีรูปถ่ายเก็บไว้ครับ"
เฉินเจี้ยนกั๋วถลึงตาใส่เขาทันที
จางต้าเพ่ารีบพูดแก้เก้อ "ผมจะอธิบายตามบันทึกครับ ไม่พูดจาซี้ซั้วแน่นอน"
เขากดเข้าแอปรูปภาพในโทรศัพท์
"เจอครั้งแรกตอน 10 โมง 20 นาทีครับ หลังจากนั้นก็เคลียร์พื้นที่ในวันเดียวกัน พอวันที่สองก็มาตรวจซ้ำ วันที่สามก็มาตรวจซ้ำอีกรอบ แล้วพอถึงวันที่เจ็ดก็ตรวจซ้ำเป็นรอบที่สามครับ หมายเลขรูปถ่ายผมส่งให้หวังเสี่ยวเหมยหมดแล้ว"
หวังเสี่ยวเหมยเปิดสมุดบันทึก
"อยู่นี่ค่ะ บันทึกการตรวจสอบซ้ำจุดที่พบไข่แมลง ผู้ค้นพบคือจางเจี้ยนจวิน ทีมที่รับผิดชอบจัดการคือกลุ่มของหลิวต้าจู้ ตรวจสอบซ้ำแล้วปกติสามครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เจอไข่แมลงเล็กน้อยซ่อนอยู่หลังใบไม้ ก็เด็ดทิ้งไปเรียบร้อยแล้วค่ะ"
เจ้าหน้าที่จากอำเภอมองดูข้อมูลในสมุด สลับกับรูปถ่ายในโทรศัพท์ของจางต้าเพ่า
หัวหน้าหวังพยักหน้าหงึกๆ
"ข้อมูลตรงกันเป๊ะ"
จางต้าเพ่าอยากจะฉีกยิ้มกว้าง แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้
ป้าหวังที่เดินตามอยู่ข้างหลังกระซิบเตือน "กลั้นไว้ให้ดีล่ะ อย่าเผลอหัวเราะออกมาเชียว"
จางต้าเพ่ากระซิบตอบ "ตอนนี้ฉันเป็นคนสุขุมแล้วนะป้า"
ป้าหวังบอก "สุขุมจนหน้าเอ็งจะปริอยู่แล้วนั่น"
จากนั้นพวกเจ้าหน้าที่จากอำเภอก็เดินไปตรวจเนินเขาใหม่ของล็อตที่สาม
ทางฝั่งนั้นถนนยังไม่ค่อยดีนัก ทุกคนเลยเดินกันช้าหน่อย
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งชี้ไปที่ต้นกล้าแปลงหนึ่งอย่างสุ่มๆ
"แปลงนี้ปลูกไปเมื่อไหร่ ในวันนั้นมีจุดที่ต้องทำใหม่กี่จุด"
เฉินหลินหันไปมองหัวหน้ากลุ่ม
หลี่ต้าไห่เพิ่งจะอ้าปาก หวังเสี่ยวเหมยก็เปิดสมุดไปที่หน้าบันทึกของล็อตที่สามซะแล้ว
"วันที่หกของล็อตที่สาม แปลงย่อยที่สามด้านนอกตงหลิ่ง ปลูกต้นกล้าไป 320 ต้น มีหลุมที่ต้องทำใหม่ 19 จุด ในจำนวนนั้นเป็นหลุมที่ขุดตื้นเกินไป 12 จุด และกลบดินไม่แน่นอีก 7 จุด พอตรวจสอบซ้ำในวันรุ่งขึ้นก็ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดค่ะ"
เจ้าหน้าที่คนนั้นชะงักไปนิดหนึ่ง
"เรื่องทำใหม่นี่ก็จดไว้ด้วยเหรอ"
หวังเสี่ยวเหมยตอบ "ต้องจดค่ะ ถ้าไม่จด ทีหลังเราก็จะไม่รู้ว่าปัญหามันเกิดจากกลุ่มไหน"
หัวหน้าหวังยิ้มออกมา
"คราวก่อนนายช่างเกาบอกว่าพวกนายจดบันทึกได้ละเอียดยิบ ฉันก็นึกว่าพูดเกินจริงไปหน่อย วันนี้มาเห็นกับตา ยอมรับเลยว่าละเอียดจริงๆ"
ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่ นายช่างเกาก็โทรมาพอดี
หัวหน้าหวังเปิดลำโพง แล้วรายงานสถานการณ์หน้างานให้ฟัง
นายช่างเกาถามมาในสาย "หวังเสี่ยวเหมยอยู่ตรงนั้นด้วยรึเปล่า"
หวังเสี่ยวเหมยพอได้ยินชื่อตัวเอง ก็รีบยืดตัวตรงทันที
เฉินหลินตอบ "อยู่ครับ"
นายช่างเกาสั่ง "ถ่ายรูปบันทึกการรดน้ำกับต้นกล้าที่มีปัญหาของเธอมาให้ฉันดูหน่อยสิ"
หวังเสี่ยวเหมยกางสมุดบันทึกออก
เฉินหลินถ่ายรูปแล้วส่งไปให้
ผ่านไปสักพัก นายช่างเกาก็ส่งข้อความเสียงตอบกลับมา
"สมุดบันทึกเล่มนี้จดรายละเอียดได้ดีกว่าสหกรณ์หลายๆ แห่งซะอีก โดยเฉพาะการติดตามต้นกล้าที่มีปัญหา ทำแบบนี้จะช่วยประหยัดเวลาตอนตรวจรับงานไปได้เยอะเลยล่ะ"
หวังเสี่ยวเหมยหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที
เธอก้มหน้างุด ตอบอ้อมแอ้ม "ฉันก็แค่จดตามที่เฉินหลินบอกนั่นแหละค่ะ"
ป้าหวังได้ยินเข้า ก็ออกอาการไม่พอใจทันที
"เอ็งอย่าโยนความดีความชอบให้เฉินหลินคนเดียวสิ สิ่งที่เอ็งทำ ทุกคนเขาก็เห็นกันทั้งนั้นแหละ ตอนเช้าก็ไปดูเขตก้อนเชื้อเห็ด ตอนบ่ายก็มาดูต้นกล้า ตกกลางคืนยังต้องมานั่งจัดระเบียบรูปถ่ายอีก สมุดเล่มนี้มันมาจากน้ำพักน้ำแรงของเอ็งเองต่างหาก"
หลิวกุ้ยฮวาก็เสริมขึ้นมา "ผลงานใครก็ต้องเป็นของคนนั้นสิ ไม่ต้องมามัวอายหรอก"
หวังเสี่ยวเหมยเม้มริมฝีปากแน่น
"ฉันก็แค่กลัวว่าจะจดผิดน่ะค่ะ"
เฉินหลินบอก "การที่เธอรู้สึกกลัวว่าจะจดผิด ก็แปลว่าเธอตั้งใจทำมันจริงๆ ไงล่ะ"
หัวหน้าหวังปิดสมุดบันทึก แล้วส่งคืนให้เธอ
"เก็บสมุดเล่มนี้ไว้ให้ดีนะ ต่อไปทางอำเภออาจจะขอเรียกตรวจอีก ห้ามทำหายเด็ดขาด"
หวังเสี่ยวเหมยรีบตอบ "ฉันมีก๊อปปี้เก็บไว้ค่ะ หน้าสำคัญๆ ก็ถ่ายรูปเก็บไว้หมดแล้ว"
จางต้าเพ่ารีบกระซิบ "ในโทรศัพท์ฉันก็มีรูปเก็บไว้เหมือนกันนะ"
เฉินเจี้ยนกั๋วหันไปดุ "โทรศัพท์เอ็งน่ะ อย่าเผลอไปกดลบซี้ซั้วล่ะ"
จางต้าเพ่ารีบรับคำ "ไม่ลบหรอก รูปงานฉันแยกเก็บไว้ต่างหากเลย"
การสุ่มตรวจเสร็จสิ้นลงในช่วงเที่ยง
ไม่มีปัญหาใหญ่อะไรให้หนักใจ
มีแค่ป้ายสองอันที่โดนลมพัดจนเอียง ก็จัดการดัดให้ตรงซะเดี๋ยวนั้น
แล้วก็เถามันเทศตรงริมแนวกันไฟช่วงหนึ่งที่ยาวเกินไป ป้าหวังก็จดบันทึกไว้เดี๋ยวนั้นเลยว่าจะต้องรีบจัดการ
ก่อนกลับ หัวหน้าหวังหันมาบอกเฉินหลิน "ตอนนี้พวกนายขยายงานไปซะกว้างเลยนะ ทั้งต้นไม้ ไก่ เห็ด ตลาดนัด แล้วก็ยังมีการทดลองปลูกริมแนวกันไฟอีก ยิ่งงานเยอะ การจดบันทึกก็ยิ่งสำคัญ วันนี้สมุดบันทึกของหวังเสี่ยวเหมยช่วยดึงคะแนนให้พวกนายได้เยอะเลยนะ"
เฉินหลินพยักหน้ารับ
"เดี๋ยวผมจะเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาให้คะแนนผลงานพิเศษกับเธอครับ"
หวังเสี่ยวเหมยพอได้ยินแบบนั้น ก็รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน "ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันก็แค่ทำงานของฉันไปตามหน้าที่เท่านั้นเอง"
ป้าหวังแทรกขึ้นมาทันควัน
"ไม่ต้องอะไรล่ะ! ควรได้ก็ต้องได้สิวะ ทีพวกผู้ชายเจอรังแมลงยังได้ตั้งห้าสิบหยวน แล้วสมุดของเอ็งช่วยให้ผ่านการสุ่มตรวจจากอำเภอได้ ทำไมเอ็งจะรับรางวัลไม่ได้หา"
จางต้าเพ่ารีบยกมือสนับสนุน "ฉันเห็นด้วย สมุดของหวังเสี่ยวเหมยมีประโยชน์กว่าโทรโข่งของฉันตั้งเยอะ"
ป้าหวังเหลือบมองเขา
"ในที่สุดเอ็งก็พูดจาเข้าหูคนซะทีนะ"
จางต้าเพ่ายิ้มแหยๆ "ช่วงนี้ฉันพูดจาเข้าหูคนบ่อยนะ"
เฉินเจี้ยนกั๋วบอก "งั้นก็พูดให้น้อยๆ หน่อยเถอะ จะได้ดูน่าเชื่อถือขึ้น"
ช่วงบ่าย ที่ทำการหมู่บ้านก็มีการประชุมสั้นๆ กันอีกรอบ
เฉินหลินสรุปสถานการณ์การสุ่มตรวจให้ฟัง
"วันนี้ทางอำเภอมาสุ่มตรวจกะทันหัน ภาพรวมถือว่าสอบผ่าน มีแค่ป้ายเอียงสองจุด กับเถามันเทศยาวเกินไปอีกหนึ่งจุด ซึ่งบ่ายนี้เราจะจัดการแก้ไขให้เรียบร้อย ส่วนสมุดบันทึกการรดน้ำ ต้นกล้าผิดปกติ และการตรวจสอบซ้ำของหวังเสี่ยวเหมย ข้อมูลตรงกับหน้างานเป๊ะ แล้วก็ตรงกับรูปถ่ายด้วย"
หวังเสี่ยวเหมยนั่งอยู่ตรงมุมห้อง มือยังกำสมุดบันทึกไว้แน่น
เธอไม่ค่อยชินกับการถูกชมต่อหน้าคนเยอะๆ แบบนี้
เฉินหลินหันไปมองเธอ
"เพิ่มคะแนนผลงานพิเศษด้านการบันทึกให้หวังเสี่ยวเหมย 100 หยวน (ประมาณ 480 บาท) หลังจากนี้บันทึกข้อมูลที่เธอรับผิดชอบ จะมีจางเจี้ยนจวินคอยเป็นผู้ช่วย และจะมีการตรวจสอบร่วมกันทุกสิ้นเดือน"
พอประกาศออกมา ในห้องก็ฮือฮากันใหญ่
"ร้อยหยวนเลยเหรอ"
"สมควรได้แล้วล่ะ"
"สมุดของเสี่ยวเหมยนี่มันละเอียดยิบจริงๆ นะ"
หวังเสี่ยวเหมยเงยหน้าขึ้นมอง
"เฉินหลิน ร้อยหยวนนี่มันไม่เยอะไปหน่อยเหรอคะ"
เฉินหลินบอก "ไม่เยอะหรอก ถ้าวันนี้ข้อมูลไม่ตรงกัน มันจะลากให้ข้อมูลทั้งล็อตพังพินาศไปด้วย เงินร้อยหยวนนี่คือคะแนนผลงาน ไม่ใช่เงินให้เปล่า"
ป้าหวังสำทับ "ได้ยินไหม เลิกทำเป็นกระมิดกระเมี้ยนได้แล้ว รับๆ ไปเถอะ เอาไปซื้อเนื้อให้ลูกกินที่บ้านบ้าง"
หวังเสี่ยวเหมยไม่กล้าปฏิเสธอีก
เธอตอบเสียงอ่อย "งั้นหลังจากนี้ฉันจะจดให้ละเอียดกว่านี้อีกค่ะ"
เฉินหลินบอก "ไม่ต้องละเอียดกว่านี้หรอก แต่เอาให้แม่นยำขึ้น อะไรที่ควรจดก็จด อะไรที่ไม่จำเป็นก็อย่าฝืนทำจนเหนื่อยตายเลย"
จางต้าเพ่ารีบแทรก "ฉันเข้าใจแล้ว ห้ามจดตอนที่ป้าหวังด่าฉันลงไปเด็ดขาด"
ป้าหวังหันขวับ
"ถ้าเอ็งอยากเขียน ป้ามีเรื่องให้เขียนเพียบเลย เอามั้ยล่ะ"
คนในห้องพากันหัวเราะครืน
ตกค่ำ หน้าป้ายประกาศก็มีกระดาษแผ่นใหม่มาแปะเพิ่ม
[ตารางการแก้ไขข้อบกพร่องจากการสุ่มตรวจ]
แล้วก็มีข้อความอีกบรรทัดอยู่ด้านล่าง
คะแนนผลงานพิเศษด้านการบันทึกของหวังเสี่ยวเหมย: 100 หยวน
ชาวบ้านที่มามุงดูก็พากันวิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
"แค่เขียนสมุดบันทึกก็ได้คะแนนผลงานแล้วเว้ย"
"ก็ใช่น่ะสิ การดูแลภูเขามันไม่ได้มีแค่แบกจอบแบกเสียมซะหน่อย"
"ผู้หญิงที่ทำงานละเอียดๆ ก็มีประโยชน์ไม่แพ้กันเลยนะเนี่ย"
หวังเสี่ยวเหมยเดินผ่านป้ายประกาศ ฝีเท้าเธอชะงักไปนิดหนึ่ง
ป้าหวังตะโกนเรียกเธอมาจากข้างๆ
"เสี่ยวเหมย ไม่ต้องแอบดูหรอก เข้าไปดูใกล้ๆ เลย นั่นมันชื่อเอ็งนะเว้ย ไม่ใช่ชื่อคนอื่น"
โดนป้าหวังตะโกนเรียกซะขนาดนั้น หวังเสี่ยวเหมยก็เลยจำใจต้องเดินเข้าไปใกล้ๆ
เธอยืนจ้องชื่อตัวเองนิ่งๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เฉินหลินยืนอยู่หน้าทำการหมู่บ้าน เขามองเห็นภาพนั้นพอดี
เขารู้ดีว่า เงินร้อยหยวนนี่มันไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องเงิน
แต่มันเป็นการประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ที่บริษัทป่าไม้เชิงนิเวศชิงซานน่ะ คนที่เสียงดังกว่าไม่ใช่ว่าจะมีประโยชน์มากกว่าเสมอไป
คนที่ทำงานเก่งต่างหากที่มีประโยชน์
คนที่เดินตรวจตราภูเขาเก่งต่างหากที่มีประโยชน์
คนที่จดบันทึกบัญชีเก่งต่างหากที่มีประโยชน์
การจะดูแลภูเขาทั้งลูกให้รอด มันต้องอาศัยพลังของคนทุกคน