- หน้าแรก
- ผมจะเป็นเศรษฐีด้วยการปลูกต้นไม้ ต้นละหนึ่งหยวน
- บทที่ 103 - เนินมันเทศ
บทที่ 103 - เนินมันเทศ
บทที่ 103 - เนินมันเทศ
เช้าวันรุ่งขึ้น คนถางแนวกันไฟก็ขึ้นเขาไปแล้ว
จางต้าเพ่ายังรู้สึกปวดขาตุบๆ แต่ก็ไม่กล้าปริปากบ่น
เมื่อคืนเขาต้องเดินตรวจเวรดึกจนถึงห้าทุ่มกว่า พอกลับไปล้มตัวลงนอนได้ไม่ทันไร ตอนเช้าก็โดนเฉินหลินปลุกขึ้นมาอีกแล้ว
เขาแบกเคียวเดินบ่นกระปอดกระแปดไปตลอดทาง
"ไอ้ภูเขาลูกนี้ตอนนี้มันกลายเป็นบรรพบุรุษไปแล้วเว้ย กลางวันต้องคอยดูแล กลางคืนต้องคอยเฝ้า ตื่นเช้ามายังต้องมาคอยปรนนิบัติอีก"
ป้าหวังเดินมาจากทางเล้าไก่พอดี ได้ยินเข้าก็สวนกลับทันที
"เอ็งเลิกบ่นได้แล้ว ถ้าภูเขามันโดนไฟไหม้ไป เอ็งจะไม่มีบรรพบุรุษให้ปรนนิบัติด้วยซ้ำ"
จางต้าเพ่าหุบปากฉับทันที
แนวกันไฟเริ่มถางจากทางรอบนอกของหุบเขาดอกท้อก่อน
เกี่ยวหญ้าแห้งทิ้งไป
ลากกิ่งไม้แห้งไปทิ้ง
พวกวัชพืชใกล้ๆ เล้าไก่กับเขตก้อนเชื้อเห็ด ก็ถูกถางออกจนเตียนโล่งเป็นวงกว้าง
เฉินหลินไม่ได้สั่งให้คนงานเร่งรีบทำ
"ห้ามเอากองหญ้ามากองทิ้งไว้ตรงริมที่ดินนะ ต้องขนไปทิ้งรวมกัน ถ้าใครมักง่ายโยนทิ้งส่งเดช ต้องกลับมาทำใหม่"
ลุงเจ้ายืนดูอยู่ข้างท่อน้ำ
"ถางเสร็จมันก็ดูสะอาดตาดีหรอก แต่งานนี้มันสูบแรงคนชะมัด"
เฉินเจี้ยนกั๋วบอก "สูบแรงก็ต้องทนทำไป ฤดูใบไม้ร่วงลมมันแรง จะมามัวเสี่ยงดวงไม่ได้หรอก"
หวังเสี่ยวเหมยถือสมุดบันทึกเดินตามหลังคอยจดยิกๆ
"แนวกันไฟรอบนอกหุบเขาดอกท้อ เริ่มงานเก้าโมงเช้า คนงานทั้งหมดสิบสองคน ระยะทางที่เคลียร์ได้เบื้องต้นบันทึกไว้ที่สามร้อยเมตรก่อน"
จางต้าเพ่าเห็นเธอจดซะตั้งใจขนาดนั้น ก็ชะโงกหน้าเข้าไปถาม "แล้วเรื่องที่ฉันวิ่งไล่กวดคนเมื่อวาน จะจดลงไปด้วยไหมเนี่ย"
หวังเสี่ยวเหมยเงยหน้าขึ้นมา
"เรื่องนั้นฉันจดลงในบันทึกความเสี่ยงไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ"
จางต้าเพ่ายิ้มแฉ่งอย่างพอใจ
"เออ ดีมาก"
ป้าหวังก็เดินเข้ามาสมทบด้วย
แกไม่ได้มาช่วยถางหญ้าหรอก แต่มาดูลาดเลาแล้วก็คอยจับผิดคนอื่นตามประสา
พอยืนดูไปได้สักพัก จู่ๆ แกก็โพล่งขึ้นมา "แนวกันไฟถางซะเตียนโล่งขนาดนี้ ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ น่าเสียดายแย่ ไม่ปลูกอะไรสักหน่อยเหรอ"
เฉินหลินกำลังกะระยะความกว้างของแนวกันไฟอยู่ พอได้ยินก็หันกลับมามอง
"แนวกันไฟก็มีไว้กันไฟสิครับ"
ป้าหวังเถียง "ป้าก็รู้ว่ามันเอาไว้กันไฟ แต่เอ็งดูสิ หญ้าก็ถางออกหมดแล้ว หน้าดินก็เปิดโล่ง ปล่อยพื้นที่ขอบๆ ให้ว่างเปล่าไปเฉยๆ ป้าเห็นแล้วมันปวดใจนี่นา"
จางต้าเพ่ารีบผสมโรงทันที "ป้าหวัง นี่ป้ามองไปทางไหนก็คิดแต่จะปลูกของกินไปซะหมดเลยนะ"
ป้าหวังถลึงตาใส่
"เอ็งไม่ได้เป็นคนจ่ายกับข้าวนี่หว่า ถึงไม่รู้ว่าข้าวของมันแพงแค่ไหน ที่ดินว่างๆ มันก็คือที่ดินนะเว้ย ปลูกอะไรให้มันพอกินได้บ้างก็ยังดี"
หลิวกุ้ยฮวาก็เพิ่งเดินขึ้นมาจากหน้าหมู่บ้าน
แกมองดูแนวกันไฟที่เพิ่งถางเสร็จ แล้วก็ออกความเห็น "แนวกันไฟเส้นหลักน่ะจะไปปลูกอะไรมั่วซั่วไม่ได้หรอก แต่ถ้าจะปลูกพืชต้นเตี้ยๆ ไว้ตรงขอบๆ มันก็พอถูไถไปได้นะ"
เฉินหลินยังไม่ได้พยักหน้าตกลงทันที
เรื่องแบบนี้จะมาคิดเอาเองตามใจชอบไม่ได้
แนวกันไฟมันมีไว้เพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่มีไว้เพื่อความสวยงาม หรือเพื่อให้ได้เงินเพิ่มขึ้นมานิดๆ หน่อยๆ
ตอนเที่ยงวันนั้น เขาเลยต่อสายตรงหานายช่างเกาทันที
พอนายช่างเกาฟังจบ ประโยคแรกที่แกพูดก็คือ "แนวกันไฟเส้นหลักห้ามไปแตะต้องเด็ดขาด ห้ามปลูกพืชที่ลำต้นสูง แล้วก็ห้ามปลูกพวกพืชที่ติดไฟง่ายด้วย แต่ถ้าเป็นขอบๆ จะทดลองปลูกพืชต้นเตี้ยๆ เป็นหย่อมเล็กๆ ก็พอได้อยู่ แต่ต้องไม่ให้มันไปเกะกะการลาดตระเวนหรือขวางแนวกันไฟนะ"
เฉินหลินเปิดลำโพงให้ทุกคนได้ยิน
ทั้งป้าหวัง จางต้าเพ่า แล้วก็หลิวกุ้ยฮวา ต่างก็ยืนฟังกันตาปริบๆ
ป้าหวังรีบถามขึ้นมาทันที "นายช่างเกา แล้วถ้าปลูกมันเทศล่ะ ได้ไหม ปลูกถั่วลิสงล่ะ ได้ไหม"
นายช่างเกาตอบ "ถ้าปลูกเป็นหย่อมเล็กๆ ตรงขอบๆ ก็พอได้อยู่ แต่ต้องคอยระวังเถาของมันเทศให้ดี อย่าปล่อยให้มันเลื้อยลามเข้ามาในแนวเส้นหลักเด็ดขาด ถั่วลิสงก็ปลูกได้ แต่ห้ามเอากองซากต้นถั่วลิสงมากองทิ้งไว้บนแนวกันไฟนะ พอเก็บเกี่ยวเสร็จก็ต้องรีบเคลียร์ออกไปให้หมด"
พอป้าหวังได้ยินแบบนั้น ก็เครื่องฟิตสตาร์ทติดทันที
"งั้นก็แปลว่าปลูกได้สิ"
นายช่างเกาหัวเราะหึๆ
"ปลูกได้ แต่ไม่ได้แปลว่าให้ปลูกสะเปะสะปะนะ เฉินหลินต้องคอยกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนด้วย"
เฉินหลินรับคำ "ผมเข้าใจครับ"
พอวางสายปุ๊บ ป้าหวังก็โพล่งขึ้นมาทันที "งั้นพวกเราก็ปลูกมันเทศกันเถอะ มันเทศปลูกง่าย โตไว ทนแดดทนฝน"
จางต้าเพ่าก็เริ่มคึกขึ้นมาบ้าง
"ฉันว่าเราน่าจะตั้งชื่อให้มันสักหน่อยนะ เอาเป็น มันเทศชิงซานหมายเลขหนึ่ง ดีไหม!"
ป้าหวังเหลือบมองด้วยหางตาอย่างเอือมระอา
"เอ็งไปถางหญ้าให้มันเสร็จก่อนเถอะ ค่อยมาสะเออะตั้งชื่อให้มันเทศ"
จางต้าเพ่าเถียง "ชื่อมันต้องมาก่อนสิโว้ย มันถึงจะมีกำลังใจทำงาน"
หลิวกุ้ยฮวาแทรกขึ้นมา "คราวก่อนไข่ไก่แกก็จะตั้งชื่อว่าไข่ทองคำ เกือบโดนป้าหวังจับไปเข้าเวรเฝ้าเล้าไก่ตอนกลางคืนแล้วล่ะสิ"
จางต้าเพ่ากระแอมเบาๆ
"คราวนั้นไอเดียฉันมันล้ำหน้าไปหน่อยน่ะ"
ป้าหวังแขวะ "ปากเอ็งน่ะสิที่มันว่างงานเกินไป"
เฉินหลินเอาไม้ขีดเส้นบนพื้นให้ดู
"แนวเส้นหลักเว้นเอาไว้ ห้ามปลูกอะไรเด็ดขาด ส่วนขอบๆ กว้างประมาณหนึ่งฟุตตรงนี้ ให้ทดลองปลูกมันเทศกับถั่วลิสงได้ ลองทำสักสามจุดก่อน จุดแรกที่หุบเขาดอกท้อ จุดที่สองที่หลิ่วซู่ปัว แล้วก็จุดที่สามตรงเนินลาดหน้าหมู่บ้าน ทุกจุดต้องปักป้ายไว้ให้ชัดเจน ใครเป็นคนดูแลก็ให้คนนั้นเป็นคนลงบัญชี"
หวังเสี่ยวเหมยรีบกางสมุดบันทึกออกทันที
"บันทึกการปลูกทดลองริมแนวกันไฟ ใช่ไหม"
เฉินหลินพยักหน้า
"ใช่ ปลูกอะไร ใครเป็นคนปลูก ปลูกเมื่อไหร่ เก็บเกี่ยวได้เท่าไหร่ ให้จดไว้ให้หมด"
ป้าหวังถามขึ้น "แล้วถ้าเก็บเกี่ยวมันเทศได้ พวกนี้จะตกเป็นของใครล่ะ"
พอคำถามนี้หลุดออกมา ทุกคนก็หันไปมองหน้าเฉินหลินเป็นตาเดียว
เฉินหลินตอบ "พื้นที่ปลูกทดลองตรงนี้ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ขอบเขตของโครงการ ให้เอาไปขายที่ตลาดนัดก่อน รายได้ก็ให้เอาเข้าบัญชีโครงการทดลอง ส่วนคนที่ร่วมลงแรงปลูก ก็ให้แบ่งเงินตามค่าแรงกับคะแนนผลงาน ห้ามเอาไปแบ่งกันเองส่วนตัวเด็ดขาด"
ป้าหวังพยักหน้าหงึกๆ
"ตกลง แค่ทำบัญชีให้มันโปร่งใสก็พอแล้ว"
จางต้าเพ่าบอก "งั้นต่อไปที่ตลาดนัดก็จะมีมันเทศชิงซานวางขายแล้วสินะ"
ป้าหวังบอก "แค่แกอย่าไปตะโกนเรียกว่าหมายเลขหนึ่งก็พอแล้ว"
ช่วงบ่าย ข่าวเรื่องการปลูกทดลองริมแนวกันไฟก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน
บางคนก็รู้สึกแปลกใหม่
"แนวกันไฟก็เอามาปลูกมันเทศได้ด้วยเรอะ"
"ไม่ได้ปลูกตรงเส้นหลักหรอก ปลูกแค่ตรงขอบๆ น่ะ"
"สมองเฉินหลินนี่มันคิดเลขเก่งจริงๆ นะ ขนาดแนวกันไฟยังไม่ยอมปล่อยให้ว่างเปล่าเลย"
แต่บางคนก็อดห่วงไม่ได้
"อย่าให้ถึงเวลาไฟมาแล้วกันไฟไม่อยู่ แถมแปลงปลูกยังเละเทะไปหมดล่ะ"
ลุงเจ้าได้ยินเข้า ก็สวนกลับทันที "เส้นหลักเขาไม่ได้ให้ปลูกโว้ย เขาให้ทดลองปลูกพืชต้นเตี้ยๆ ตรงขอบๆ นู่น กฎระเบียบเขาก็เขียนบอกไว้ชัดเจน พวกแกอย่าเพิ่งตื่นตูม คิดว่าได้ยินคำว่าปลูกมันเทศ แล้วเขาจะเอาไปปลูกจนเต็มแนวกันไฟไปหมด"
วันที่สาม ป้าหวังก็พาพวกผู้หญิงมาช่วยกันเตรียมหน้าดินตรงริมแนวกันไฟ
แกทำงานคล่องแคล่วว่องไว แถมปากก็ขยับขมุบขมิบไม่หยุด
"ดินตรงนี้พอใช้ได้ ปลูกมันเทศลงไปรับรองว่ารอดชัวร์"
จางต้าเพ่านั่งยองๆ ปักป้ายอันเล็กๆ อยู่ข้างๆ
ป้ายเขียนไว้ว่า: พื้นที่ปลูกทดลองริมแนวกันไฟ ห้ามลุกล้ำแนวกันไฟเส้นหลักเด็ดขาด
ป้าหวังปรายตามองแวบหนึ่ง
"ลายมือเอ็งก็พอใช้ได้นี่หว่า"
จางต้าเพ่ารีบยืดอกรับคำชมทันที "วันนี้ป้าชมฉันอีกแล้วนะเนี่ย"
ป้าหวังบอก "ป้าชมตัวหนังสือเว้ย ไม่ได้ชมเอ็ง"
"แต่ฉันเป็นคนเขียนนะ"
"งั้นก็อย่าเพิ่งเหลิงไปหน่อยเลย"
หลิวกุ้ยฮวาหอบต้นกล้ามันเทศเดินเข้ามา
"เลิกเถียงกันได้แล้ว รีบๆ ปลูกตรงนี้ให้มันเสร็จๆ ซะที"
หวังเสี่ยวเหมยยืนถ่ายรูปอยู่ข้างๆ
"ต้องถ่ายรูปเก็บไว้หมดนะ ทั้งก่อนปลูก ระหว่างปลูก แล้วก็หลังปลูก"
ป้าคนหนึ่งพูดปนหัวเราะ "เดี๋ยวนี้เสี่ยวเหมยเจ้าระเบียบกว่าเฉินหลินอีกนะเนี่ย"
หวังเสี่ยวเหมยตอบ "ฉันไม่ได้เจ้าระเบียบหรอก แต่ถ้าบัญชีมันเละขึ้นมา ฉันนี่แหละที่จะต้องมานั่งตามเช็ดตามล้างทีหลัง"
ป้าหวังเสริม "สมุดบันทึกของเสี่ยวเหมยตอนนี้ศักดิ์สิทธิ์จะตายไป ใครอย่าคิดจะมาเนียนทำชุ่ยๆ เชียว"
เฉินหลินยืนดูอยู่ห่างๆ
ในใจเขาคำนวณเอาไว้หมดแล้ว
มันเทศกับถั่วลิสงตอนนี้มันไม่ได้ทำเงินเป็นกอบเป็นกำอะไรหรอก
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นมันอยู่ที่ความคิดของคนในหมู่บ้านเริ่มเปลี่ยนไปแล้วต่างหาก
เมื่อก่อนพอถางแนวกันไฟเสร็จ ทุกคนก็คิดว่ามันเป็นแค่งานๆ หนึ่งที่ต้องทำให้เสร็จ
แต่ตอนนี้เริ่มมีคนคิดต่อยอดแล้วว่า พื้นที่ขอบๆ นี่เอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกนิดได้ไหม จะเอาผลผลิตไปขายที่ตลาดนัดได้หรือเปล่า
นี่แหละคือความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด
แน่นอนว่าต้องไม่ให้มีอะไรผิดพลาด
แนวกันไฟเส้นหลักต้องโล่งเตียนเสมอ
การป้องกันไฟป่าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
เฉินหลินเอาไม้ขีดเส้นแบ่งเขตอีกรอบ
"ถัดจากเส้นนี้เข้าไป ห้ามใครปลูกอะไรเด็ดขาด ถ้าเถามันเทศมันเลื้อยลามออกมา ก็ต้องรีบเด็ดทิ้ง ห้ามปล่อยให้มันล้ำเส้นเข้ามาเด็ดขาด"
ป้าหวังรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ "รู้แล้วน่า ถ้าเถามันเลื้อยสะเปะสะปะ ป้านี่แหละจะจัดการมันเป็นคนแรกเลย"
จางต้าเพ่าอดไม่ได้ที่จะพูดแหย่ "เถามันเทศมันฟังภาษาคนรู้เรื่องด้วยเรอะ"
ป้าหวังเชิดหน้าใส่ "ขนาดไก่ป้ายังปราบซะอยู่หมัด นับประสาอะไรกับเถามันเทศแค่นี้ ป้าจะจัดการไม่ได้เชียวรึ"
คนรอบๆ พากันหัวเราะร่วน
ตอนเย็น พื้นที่ปลูกทดลองจุดแรกก็เสร็จเรียบร้อย
ป้ายถูกปักไว้ชัดเจน
แนวกันไฟเส้นหลักเตียนโล่งสะอาดตา ส่วนตรงขอบก็มีต้นกล้ามันเทศปลูกเรียงรายเป็นแนวยาว
จางต้าเพ่ายืนมองอยู่นาน สุดท้ายก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้
"ต่อไปตรงนี้ก็เรียกมันว่า เนินมันเทศชิงซาน ก็แล้วกัน"
ป้าหวังบอก "ชื่อคราวนี้ฟังดูเข้าหูหน่อย"
จางต้าเพ่ายิ้มกริ่ม
"งั้นฉันขอเขียนชื่อนี้ลงไปในหมายเหตุได้ไหม"
เฉินหลินรีบเบรกทันที "ไม่ต้องเขียน"
รอยยิ้มบนหน้าจางต้าเพ่าหุบลงทันที
"ทำไมล่ะ"
เฉินหลินบอก "ในบันทึกอย่างเป็นทางการต้องใช้ชื่อว่า การปลูกทดลองริมแนวกันไฟ แต่ตอนเอาไปขายที่ตลาดนัดน่ะ จะเรียกว่ามันเทศชิงซานก็ไม่เป็นไร ในบัญชีอย่าไปตั้งชื่อให้มันวุ่นวายเลย"
หวังเสี่ยวเหมยพยักหน้ารับ
"ฉันจะจดชื่ออย่างเป็นทางการลงบัญชีก็แล้วกัน"
จางต้าเพ่าถอนหายใจเฮือกใหญ่
"พวกนายนี่มันเถรตรงกันเกินไปแล้ว"
ป้าหวังดึงหญ้าปึกหนึ่งโยนใส่ตีนเขา
"ถ้าเอ็งไม่อยากเถรตรง ก็เอาหญ้ากองนี้ไปทิ้งให้หมดเลยไป"
จางต้าเพ่าก้มลงมองกอหญ้าที่กองอยู่แทบเท้า
"ฉันก็แค่พูดลอยๆ ประโยคเดียวเองนะ"
ป้าหวังตอกกลับ "ต่อให้พูดแค่ประโยคเดียว ก็ต้องทำงานแลกเว้ย"
ตกค่ำ ที่ป้ายประกาศก็มีกระดาษตารางแผ่นใหม่มาแปะเพิ่ม
[บันทึกการปลูกทดลองริมแนวกันไฟ]
ระบุตำแหน่ง ความยาว ชนิดพืช ผู้รับผิดชอบ และข้อควรระวัง
ชาวบ้านพากันมามุงดูกระดานข่าว
มีคนเปรยขึ้นมา "ถ้าต่อไปมันเทศโตจนเก็บเกี่ยวได้ ก็เอาไปขายได้ด้วยเหรอเนี่ย"
ป้าหวังเดินผ่านมาพอดี เลยตอบไปว่า "จะขายได้ไม่ได้ก็ต้องรอดูว่ามันจะโตดีหรือเปล่า ถ้าโตดีก็เอาไปขาย ถ้าโตไม่ดีก็เก็บไว้กินเอง ยังไงก็ไม่ขาดทุนหรอก"
มีคนพูดกลั้วหัวเราะ "ป้านี่ไม่ยอมให้เสียของเลยจริงๆ นะ"
ป้าหวังตอบกลับ "คนรู้จักทำมาหากิน เขาก็ไม่ปล่อยให้ของเสียเปล่ากันทั้งนั้นแหละ"
เฉินหลินยืนอยู่หน้าทำการหมู่บ้าน ทอดสายตามองไปที่ตารางแผ่นนั้น
แนวกันไฟทำขึ้นมาเพื่อป้องกันความเสี่ยง
ส่วนมันเทศที่ปลูกตรงขอบๆ ก็คือรายได้เสริมที่พลอยได้ตามมา
ถึงมันจะไม่ได้มากมายอะไร
แต่นี่แหละคือวิธีที่ทำให้ก้อนหิมะมันค่อยๆ กลิ้งจนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ที่ดินแปลงหนึ่ง แนวกันไฟเส้นหนึ่ง ไข่ไก่ตระกร้าหนึ่ง เห็ดกิโลหนึ่ง
ดูเหมือนจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ
แต่ทุกอย่างมันก็กำลังเดินไปข้างหน้า
ตอนที่เขากำลังจะหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องทำงาน จางต้าเพ่าก็ถือป้ายอันเล็กๆ เดินเข้ามาหาอีกแล้ว
"เฉินหลิน นายดูป้ายอันนี้สิ ฉันเขียนดีไหม"
เฉินหลินรับป้ายมาดู
บนป้ายเขียนไว้ว่า: ห้ามลุกล้ำแนวกันไฟเส้นหลัก มันเทศก็ต้องรักษากฎนะจ๊ะ
เฉินหลินปรายตามองเขา
"ลบประโยคหลังทิ้งไปเลย"
จางต้าเพ่าทำหน้าเสียดาย
"ฉันว่ามันคล้องจองกันดีออกนะ"
ป้าหวังตะโกนดังมาจากข้างหลัง "จางเจี้ยนจวิน ถ้าเอ็งยังขืนเขียนอะไรเลอะเทอะแบบนี้อีก ป้าจะส่งเอ็งไปเฝ้ายามมันเทศตอนกลางคืนจริงๆ ด้วย!"
จางต้าเพ่ารีบเอาผ้ามาเช็ดป้ายทันที
"เช็ดแล้วจ้า เช็ดเดี๋ยวนี้แหละจ้า"