เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7: แบ่งสมบัติของตระกูล

บทที่ 7: แบ่งสมบัติของตระกูล

บทที่ 7: แบ่งสมบัติของตระกูล


บทที่ 7: แบ่งสมบัติของตระกูล

ใบหน้าของเซี่ยติ้งไห่เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีดสลับกันไป ท้ายที่สุดเขาก็ยอมสู้หัวชนฝาเพื่อเงิน เขาเชิดหน้าขึ้นแล้วเอ่ยว่า

"ความสำเร็จของตระกูลเซี่ยในปัจจุบัน ล้วนเป็นเพราะความทุ่มเทของพวกเราทั้งสามพี่น้อง ไม่ใช่แค่ผลงานของพ่อเจ้าเพียงคนเดียว"

"ตกลง เช่นนั้นก็แบ่งให้ข้าหนึ่งในสาม"

เซี่ยเชียนเชียนคร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก

คนฉลาดย่อมรู้ว่าเมื่อใดควรรุกเมื่อใดควรตอย คนบางคนรักเงินยิ่งชีพ หากเธอพยายามจะแบ่งสมบัติตามกฎหมายจริงๆ เขาคงสู้ตายแน่ พวกเธอที่เป็นเพียงแม่ม่ายและลูกกำพร้า ย่อมไม่มีทางเอาชนะคนพวกนั้นได้หรอก

"ไม่!"

เซี่ยติ้งไห่ปฏิเสธเสียงแข็ง

"สมบัติของพ่อเจ้าล้วนเป็นของเซี่ยอวี่ อีกอย่าง ท่านปู่ท่านย่าของเจ้าก็ยังมีชีวิตอยู่ พวกท่านคือผู้นำตระกูล!"

"งั้นก็หนึ่งในสี่"

เซี่ยเชียนเชียนยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง

พ่อบ้านกู้มองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง รู้จักหลบหลีกรู้จักถอย นับว่าเป็นเด็กสาวที่มองการณ์ไกลเข้าใจสถานการณ์โดยรวม

"ไม่ได้อยู่ดี!"

เซี่ยติ้งไห่ก็ยังคงไม่ยอมตกลง แค่คิดว่าจะต้องควักเงินออกจากบ้าน เขาก็รู้สึกราวกับถูกเฉือนเนื้อตัวเองออกไป จนถึงขั้นลืมความหวาดกลัวที่มีต่อพ่อบ้านกู้ไปเสียสนิท

จังหวะนั้นเอง ท่านย่าเซี่ยก็เดินร้องห่มร้องไห้โวยวายเข้ามา โดยมีคู่สามีภรรยาจากบ้านสามคอยพยุง

"คนสารเลวคนไหนมันคิดจะมาแบ่งสมบัติตระกูลข้า? ข้าจะขอสู้ตายกับมัน..."

ฟ่านหมิงขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ชาวบ้านต่างพากันลอบถอนหายใจ ท่านย่าเซี่ยคือคนที่ไร้ยางอายที่สุดในบรรดาทุกคน และเซี่ยเชียนเชียนก็คงจะไม่ได้เงินเลยแม้แต่อีแปะเดียว

"ท่านแม่"

เซี่ยติ้งไห่ดีใจจนเนื้อเต้น เขารีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงท่านย่าเซี่ย พลางขยิบตาให้เซี่ยติ้งเฟิงกับหยางซื่อไม่หยุดหย่อน

ท่านย่าเซี่ยเดินเตาะแตะด้วยเท้าที่ถูกมัดของนาง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

"ฉินซื่อ นี่เจ้าคิดจะพรากชีวิตแก่ๆ ของข้าไปงั้นรึ? เจ้าลืมคำสาบานหน้าโลงศพไปแล้วหรืออย่างไร?"

ใบหน้าของฉินซื่อซีดเผือดจนน่ากลัว เซี่ยเชียนเชียนจึงกระซิบถามว่า

"ท่านแม่ ท่านพูดอะไรไว้หน้าโลงศพหรือเจ้าคะ?"

"เชียนเชียน สมบัตินั่น... พวกเราไม่เอาแล้ว"

ฉินซื่อเอ่ยอย่างยากลำบาก สองมือของนางกำที่จับเกวียนเอาไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยท่ามกลางแสงแดด

เซี่ยเชียนเชียนเบะปาก

"แบบนี้มันไม่ปล่อยพวกเขาไปง่ายเกินไปหน่อยหรือเจ้าคะ?"

"ถือซะว่าเป็นการแสดงความกตัญญูครั้งสุดท้ายที่พ่อของเจ้ามีต่อพวกเขาก็แล้วกัน!"

น้ำเสียงของฉินซื่อแผ่วเบาลงกว่าเดิม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

"ท่านย่าของเจ้า... นางทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ พวกเราจะต้อนนางให้ถึงตายไม่ได้หรอกนะ"

เซี่ยเชียนเชียนไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็เคยเห็นคนใช้ความชรามาเป็นข้ออ้างในการทำตัวไร้ยางอายมานักต่อนักแล้ว มันก็เหมือนกับเด็กผู้หญิงที่ปวดท้องบนรถโดยสาร แต่กลับถูกทำร้ายเพียงเพราะไม่ยอมสละที่นั่งให้กับคนแก่ นั่นมันคือการข่มขู่ทางศีลธรรมชัดๆ เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น

"ก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฟังท่านแม่"

"แม่เฒ่าเซี่ย เชียนเชียนแค่เรียกร้องในสิ่งที่นางสมควรได้รับ นางไม่ได้พยายามจะบีบบังคับใครเลย..."

"มันกำลังบีบบังคับข้าอยู่ต่างหาก!"

ก่อนที่ฟ่านหมิงจะพูดจบ ท่านย่าเซี่ยก็พูดแทรกขึ้นมา นางยืนทุบอกชกตัวและกระทืบเท้าเร่าๆ

"หากวันนี้ใครหน้าไหนมันกล้ามาแบ่งสมบัติตระกูลเซี่ยของข้าล่ะก็ ข้าจะยอมตายต่อหน้ามันให้ดู!"

ฟ่านหมิงเองก็กลัวว่าจะเกิดเรื่องถึงแก่ชีวิตขึ้นมาจริงๆ เขามองไปทางเซี่ยเชียนเชียนด้วยความลำบากใจ จากนั้นจึงเบนสายตาไปทางพ่อบ้านกู้

ลึกๆ แล้ว เซี่ยเชียนเชียนหวังว่าผู้ช่วยคนเก่งที่แสนใจดีคนนี้จะออกหน้าพูดแทนเธออีกครั้ง ทว่าพ่อบ้านกู้กลับไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก

คนทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความเงียบงันอย่างน่าประหลาด

เซี่ยเชียนเชียนถอนหายใจอย่างหมดหนทาง แล้วเอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ

"ท่านย่า ข้ารู้ดีว่าสมบัติทั้งหมดของท่านพ่อตกเป็นของเซี่ยอวี่ ข้าไม่ได้อยากเรียกร้องอะไรมากมาย ขอแค่ห้องให้พวกเราซุกหัวนอน แป้งขาวห้าสิบชั่ง กับข้าวสารอีกร้อยชั่ง แล้วก็ช่วยเก็บเสื้อผ้าของพวกเราที่ทิ้งไว้ในบ้านโยนออกมาให้ก็พอเจ้าค่ะ"

คำขอนี้ไม่ได้มากเกินไปเลยสักนิด ฤดูหนาวใกล้จะมาเยือนแล้ว ธัญพืชชั้นดีรวมกันแค่หนึ่งร้อยห้าสิบชั่ง คงพอให้สามแม่ลูกรอดพ้นช่วงหน้าหนาวไปได้เท่านั้น

ทว่าถึงกระนั้น ท่านย่าเซี่ยก็ยังคงรู้สึกปวดใจอยู่ดี

"กระท่อมมุงแฝกท้ายหมู่บ้านนั่นตกเป็นของพวกเจ้า ข้าวสารกับแป้งรวมกันให้แค่หนึ่งร้อยชั่งเท่านั้น ห้ามมากไปกว่านี้แม้แต่ชั่งเดียว!"

"ตกลงเจ้าค่ะ แต่ท่านคงจะให้เมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิแก่ข้าได้กระมัง?"

เซี่ยเชียนเชียนเอ่ยถาม

จบบทที่ บทที่ 7: แบ่งสมบัติของตระกูล

คัดลอกลิงก์แล้ว