- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกแดนร้าง ขอสร้างดาวฤกษ์ด้วยมือเปล่า
- บทที่ 25: สถาบันวิจัยหมายเลข 7
บทที่ 25: สถาบันวิจัยหมายเลข 7
บทที่ 25: สถาบันวิจัยหมายเลข 7
ไม่นานนัก เขาพบเหรียญเงิน 40 กว่าเหรียญ กระสุนปืนลูกซองอีก 30 กว่านัด ปืนไรเฟิลชำรุดที่ยังไม่ได้ซ่อมแซม 2 กระบอก ระเบิดมือ 2 ลูก และห่อหนังเปื้อนเลือดอีก 1 ห่อภายในห้อง
เมื่อคำนวณดูแล้ว หวังจินได้มอบเหรียญเงินให้เฉินหวังผิงมากกว่า 60 เหรียญโดยไม่รู้ตัว พวกนักล่าซากปรักหักพังในเมืองชั้นนอกอาจใช้เวลาถึง 5 หรือ 6 ปีก็ยังไม่สามารถเก็บเงินได้มากขนาดนี้ ช่างเป็นไปตามคำกล่าวที่ว่า ม้าไม่กินหญ้ากลางคืนย่อมไม่อ้วน คนไม่พึ่งโชคชะตาก็ยากจะร่ำรวย
นอกจากนี้ยังมีกระสุนปืนลูกซองอีก 30 กว่านัด ซึ่งสามารถนำมาเติมเสบียงให้ปืนใหญ่พกของเขาได้อย่างประจวบเหมาะพอดี ส่วนห่อหนังนั้น ตอนที่เขาพบก่อนหน้านี้ สังเกตเห็นว่ามีลวดลายบางอย่างที่ดูคล้ายกับเครื่องหมายบอกทาง สู้เอากลับบ้านไปค่อยๆ ศึกษาดูจะดีกว่า
หลังจากค้นหาทุกซอกทุกมุมแล้ว เฉินหวังผิงก็หยิบขวานออกมาสับทำลายเฟอร์นิเจอร์ไม้ทั้งหมดในบ้านของหวังจินจนสิ้น แล้วเก็บรวบรวมทั้งหมดเข้าช่องเก็บของมิติ ได้รับ [ไม้] 11 ท่อน ดูสิ ทรัพยากรไม้สำหรับสร้างเครื่องปรับปรุงผืนดินได้ครบแล้ว หากไม่เป็นเพราะกังวว่าเสียงทุบทำลายบ้านจะดังเกินไป เฉินหวังผิงคงอยากจะรื้อบ้านหลังนี้เพื่อเอาหินไปด้วยซ้ำ
หลังจากลบร่องรอยเท้าอย่างง่ายๆ เฉินหวังผิงก็โอบกอดห่อของด้วยความเบิกบานใจและปีนข้ามกำแพงมุ่งตรงกลับบ้าน ทันทีที่เข้าสู่ห้องใต้ดิน เขาได้นำไม้ 10 ท่อน แผ่นเหล็ก 5 แผ่น หิน 15 ก้อน และขดลวดแม่เหล็ก 2 ชิ้นไปวางบนโต๊ะคราฟต์ จากนั้นจึงเรียกพิมพ์เขียวของเครื่องปรับปรุงผืนดินขึ้นมาแล้วกดปุ่มเริ่มสร้าง
[เครื่องปรับปรุงผืนดินกำลังอยู่ระหว่างการสร้าง ระยะเวลาโดยประมาณ: 1 ชั่วโมง]
หลังจากมอบหมายงานให้เครื่องคราฟต์เสร็จสิ้น เฉินหวังผิงก็เปิดห่อหนังออกภายใต้แสงไฟ ภายในห่อมีสิ่งของ 4 ชิ้นจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ได้แก่ หินรูปกรงเล็บสัตว์ร้าย แผ่นพิมพ์เขียวหนังสัตว์ ขวดน้ำยาสีดำ และเมล็ดพันธุ์รูปทรงกระสวย
เฉินหวังผิงหยิบเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาตรวจสอบเป็นอันดับแรก เมล็ดพันธุ์รูปทรงกระสวยนี้มีสีดำขลับเป็นมันวาว ยาวประมาณ 20 เซนติเมตรและเรียวบางมาก ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขารู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้สัมผัสเจ้านี่
[เมล็ดพันธุ์ไผ่อัสนี]
[สภาพแวดล้อมในการเจริญเติบโต: สภาพแวดล้อมที่ชื้นแฉะ]
[ระยะเวลาเติบโตเต็มที่: 20 วัน]
[เงื่อนไขการออกดอก: สภาพแวดล้อมที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง]
[หมายเหตุ: นี่คืออาหารโปรดของสัตว์ร้ายสายฟ้า]
"ไผ่อัสนีงั้นเหรอ? มิน่าล่ะถึงรู้สึกสบายตัว" เฉินหวังผิงพยักหน้าและเก็บเมล็ดพันธุ์ไผ่อัสนีไว้ ค่อยหาโอกาสที่เหมาะสมในการเพาะปลูก แม้ว่าในหมายเหตุจะบอกว่านี่คืออาหารของสัตว์ร้ายสายฟ้า แต่บางทีเขาอาจจะนำหน่อไม้ของมันมาผัดกินเองก็ได้ หน่อไม้สดผัดเนื้อ... แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว
หลังจากดูเมล็ดพันธุ์เสร็จ เฉินหวังผิงก็หยิบขวดน้ำยาสีดำขึ้นมา น้ำยามีขนาดเท่ากับขวดน้ำทั่วไป สีดำสนิท และปากขวดถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา
[สารละลายโลหะผสมแอลดี]
[การใช้งาน: ของเหลวสำหรับละลายโลหะผสมแอลดี]
[หมายเหตุ: สามารถแยกโลหะผสมแอลดีได้หลังจากให้ความร้อนถึง 500 องศาเซลเซียส]
"สารละลาย? โลหะผสมแอลดี?" เฉินหวังผิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย เขาจึงตัดสินใจเก็บมันไว้ก่อนแล้วค่อยไปถามหาข้อมูลในภายหลัง
เมื่อมองไปยังสิ่งของอีก 2 ชิ้นที่เหลือ เฉินหวังผิงหยิบหินรูปกรงเล็บสัตว์ร้ายขึ้นมา ในตอนที่เขากำลังจะตรวจสอบคุณสมบัติ จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่ปะทุออกมาจากก้อนหิน มันสูบเอาพลังงานสายฟ้าจากร่างกายของเขาไปสายหนึ่งในพริบตา พร้อมกับแผ่คลื่นรัศมีสีฟ้าม่วงกระจายออกไปเป็นวงกลมในอากาศ
เฉินหวังผิงรีบเก็บมันเข้าสู่ช่องเก็บของมิติทันทีเพื่อตัดแรงสูบนั้น "บ้าอะไรเนี่ย? เห็นฉันเป็นพาวเวอร์แบงก์อีกแล้วเหรอ?"
[กุญแจโครงการ 124 ของสถาบันวิจัยหมายเลข 7]
[การใช้งาน: ปลดล็อก]
[หมายเหตุ: มีกุญแจทั้งหมด 3 ดอก]
เฉินหวังผิง: "..."
หนึ่งในกุญแจ 3 ดอกสำหรับปลดล็อกงั้นเหรอ? เดี๋ยวออกก่อน สถาบันวิจัยหมายเลข 7? เฉินหวังผิงพลันนึกขึ้นได้ว่า ซากปรักหักพังที่หวังจินและพ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิมเคยออกไปสำรวจร่วมกันก็คือสถาบันวิจัยหมายเลข 7 แห่งนี้นี่เอง! ถ้าอย่างนั้น สิ่งของเหล่านี้ก็ล้วนมาจากซากปรักหักพังงั้นสิ? สาเหตุการตายของพ่อแม่เจ้าของร่างเดิมจึงกระจ่างแจ้งชัดเจนโดยไม่ต้องสงสัย
เมื่อมองดูกุญแจกรงเล็บสัตว์ร้ายที่มีลวดลายเรืองแสงสีฟ้าม่วงปรากฏขึ้นในช่องเก็บของมิติ เฉินหวังผิงก็รู้สึกสะท้อนใจเล็กน้อย ต่อให้หวังจินจะแย่งชิงก้อนหินนี้ไปได้ มันก็คงไม่มีวันรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร ท้ายที่สุดมันกลับกลายมาเป็นประโยชน์ให้ตัวเขาที่สามารถมองเห็นคุณสมบัติได้แทน
ด้วยประสบการณ์ก่อนหน้านี้ เฉินหวังผิงจึงหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาเขี่ยเปิดพิมพ์เขียวหนังสัตว์ที่ม้วนอยู่ออกดู เขาพบว่าบนนั้นมีเส้นทางและลวดลายบางอย่าง โดยมีตัวเลข 124 เขียนกำกับไว้ที่ปลายทาง เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้ควรจะเป็นแผนที่ที่นำไปสู่โครงการหมายเลข 124
ในตอนนี้เฉินหวังผิงยังไม่มีความคิดที่จะไปตรวจสอบโครงการนี้ เขาจำเป็นต้องสืบหาข้อมูลให้แน่ชัดก่อนว่าข้างในนั้นมีทรัพยากรอะไรอยู่บ้าง การลงทุนย่อมต้องหวังผลตอบแทน เหมือนกับการสังหารหวังจินที่ยอมเสียระเบิดมือไป 30 กว่าลูกแต่ได้เงินก้อนโตและสมบัติกองเบ้อเริ่มกลับคืนมา นับว่าคุ้มค่าเป็นบ้า!
เฉินหวังผิงสะบัดมือเก็บแผนที่หนังสัตว์เข้าช่องเก็บของมิติไปอีกชิ้น จากนั้นก็เดินเข้าห้องครัวเพื่อเริ่มกินข้าว
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ณ ซากปรักหักพังเมืองหลัวที่อยู่ห่างออกไปนับพันกิโลเมตร แสนสีขาวนวลพลันสาดประกายขึ้นวาบหนึ่งภายในกระโจมที่มืดมิด เหล่าผู้พิทักษ์ที่คอยดูแลความปลอดภัยอยู่โดยรอบรีบก้าวเข้ามาที่หน้าประตูกระโจมและเอ่ยถามซ้ำๆ "ท่านรองเจ้าตำหนัก เกิดอะไรขึ้นขอรับ?"
"ไม่มีอะไร ถอยไปซะ"
"ขอรับ"
ภายในกระโจม รองเจ้าตำหนักแห่งตำหนักวิญญาณมองดูก้อนหินกรงเล็บสัตว์ร้ายที่เรืองแสงสีขาวในมือด้วยแววตานึกสนุก ครู่ต่อมาเขาก็มองไปยังทิศทางของเมืองวัวเพลิงด้วยความประหลาดใจ "พลังงานสีฟ้าม่วงงั้นรึ? ไม่น่าจะใช่ดวงที่อยู่ในมือของถังซื่อหนิว น่าสนใจดีนี่"
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงของรองเจ้าตำหนักก็ดังออกมาจากในกระโจม "ส่งผู้พิทักษ์ 2 คนไปยังเมืองวัวเพลิงเพื่อสืบหาข่าวคราวอย่างลับๆ และค้นหาหินรูปกรงเล็บสัตว์ร้ายมาให้ได้"
"รับบัญชา!"
ไม่กี่นาทีต่อมา กลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่ง 2 สายก็ทะยานขึ้นจากกระโจมหลังอื่นและพุ่งทะยานตรงไปยังทิศทางของเมืองวัวเพลิง หากตัดสินจากระดับการใช้พลังพิเศษของพวกเขาแล้ว เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่เป็นผู้มีพลังพิเศษระดับ 3 อย่างแน่นอน! และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ ยังมีกลิ่นอายพลังในระดับเดียวกันอีกนับร้อยสายรายล้อมอยู่รอบตัวพวกเขา!
ภายในเมืองวัวเพลิง ณ คฤหาสน์ร้อยบุปผาที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองชั้นนอก กัวฉีข่ายกำลังนั่งร่ำสุราและชนแก้วกับชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะรบ ผ่านไปครู่หนึ่ง กัวฉีข่ายก็แสร้งทำเป็นเมามายจนไม่ได้สติและฟุบลงกับโต๊ะ
ชายวัยกลางคนรีบก้มหน้าลงมาถาม "น้องกัว คอพับไปแล้วรึ? คออ่อนเกินไปแล้ว! มาดื่มอีกแก้วเร็ว"
กัวฉีข่ายฝืนเงยหน้าขึ้นมาและประสานมือ "ท่านเจ้าเมืองฝางคอทองแดงขนานแท้ ข้าน้อยรับไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอรับ คราวหน้า... คราวหน้าข้าน้อยจะอยู่ดื่มเป็นเพื่อนท่านให้เต็มที่แน่นอน"
ฝางเปี่ย เจ้าเมืองชั้นนอกของเมืองวัวเพลิงโบกมือ "เฮ้อ น่าเบื่อ เอาเถอะๆ ในเมื่อไม่มีคนดื่มด้วย ดื่มคนเดียวก็ไร้ความหมาย คราวหน้าเจ้าห้ามทำตัวแบบนี้อีกนะ!"
พูดจบ ฝางเปี่ยก็ทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศและจากคฤหาสน์ร้อยบุปผาไปทันที
เมื่อเห็นดังนั้น พวกลูกน้องของกัวฉีข่ายก็รีบกรูเข้ามาห้อมล้อม กัวฉีข่ายก้มหน้านิ่งอยู่พักหนึ่งเพื่อสร่างเมา จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นเพื่อฟังรายงานจากลูกน้อง
หลังจากฟังอยู่ 2-3 นาที กัวฉีข่ายก็เอ่ยถาม "เออ แล้วเรื่องหวังจินคนนั้นเป็นยังไงบ้าง? หลังจากมันจัดการศัตรูเสร็จแล้ว มันได้ให้เงินรางวัลพวกแกบ้างไหม?"
กัวก้าย หัวหน้าลูกน้องหันไปมองหน้าลูกน้องคนอื่นๆ เมื่อได้รับการส่ายหน้าตอบกลับมา เขาก็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ไม่มีเลยครับลูกพี่ อย่าว่าแต่เงินรางวัลเลย พวกเราไม่เห็นแม้แต่เงาของหวังจินด้วยซ้ำครับ"
กัวฉีข่ายขมวดคิ้ว "อะไรนะ? ไม่เห็นหวังจินงั้นเร็อ? หรือว่ามันจะยังไม่ได้กลับมา? แล้วศัตรูของหวังจิน... ไอ้เด็กนั่นมันได้ออกมาไหม?"
กัวก้ายเกาหัวแกรก "ฮะ? เด็กคนไหนครับ? ลูกพี่ไม่ได้บอกพวกเราเรื่องคนๆ นี้เลย พวกพี่น้องไม่รู้เรื่องจริงๆ ครับ"
"ไม่ออกมาจากอุโมงค์เหมืองงั้นรึ? น่าสนใจดีนี่" กัวฉีข่ายพลันเงยหน้าขึ้นแล้วชี้ไปยังทิศทางของสำนักงานเมืองชั้นนอก พลางพูดว่า "กัวก้าย แกไปสืบหาที่อยู่ของหวังจินมา เดี๋ยวค่อยเรียกพวกพี่น้องไปที่บ้านมันเพื่อมอบ 'ความช่วยเหลือฉันมิตร' สักหน่อย"
"เอ๊ะ? ลูกพี่ พี่ไม่ได้เมาหรอกเหรอครับ?"
"หุบปาก! พวกแกเป็นคนลงมือทำ ฉันจะเมาหรือไม่มันเกี่ยวอะไรด้วย!"
"ครับๆๆ ลูกพี่พูดถูกที่สุดครับ"