- หน้าแรก
- หลังลงจากเขา ข้ากลายเป็นลูกรักของบิ๊กบอสทั้งห้า
- บทที่ 1: เณรน้อยลงเขาไปหาท่านพ่อ
บทที่ 1: เณรน้อยลงเขาไปหาท่านพ่อ
บทที่ 1: เณรน้อยลงเขาไปหาท่านพ่อ
บทที่ 1: เณรน้อยลงเขาไปหาท่านพ่อ
"ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ พวกเรากำลังจะไปที่ใดกันหรือเจ้าคะ"
ยามเช้าตรู่ยังมีหมอกหนาลอยละล่องไปตามขุนเขา เสียงเล็ก ๆ ที่อ่อนนุ่มและใสน่าฟังดุจเสียงนกน้อยในพงไพร กำลังร้องถามด้วยความออดอ้อนอยู่ข้างกายร่างสูงใหญ่
"ไปที่เชิงเขา"
เสียงใสกระจ่างดุจหยกกระทบกันตอบกลับมา
"ไปที่เชิงเขาทำไมหรือเจ้าคะ"
"ไปที่เชิงเขา... เพื่อตามหาเหล่าท่านพ่อของเจ้า"
เสียงนั้นดังใกล้เข้ามา เมื่อแหวกม่านหมอกหนาออก ร่างของบุรุษในชุดขาวสูงโปร่งก็ปรากฏขึ้น ราวกับกำลังย่างกรายอยู่บนก้อนเมฆ
บุรุษผู้นั้นสวมอาภรณ์สีขาวดั่งแสงจันทร์ รูปโฉมงดงามประณีตดูสูงส่งห่างไกลจากทางโลก ริมฝีปากบางคลี่โค้งเป็นมุมที่พอเหมาะ นัยน์ตาหงส์เรียวยาวทอดมองเด็กน้อยข้างกายด้วยแววตาเอ็นดูระคนขบขัน
ชุดขาวบริสุทธิ์นั้นทำให้เขาราวกับเป็นเซียนที่หลุดออกมาจากแดนไกล
"ท่านอาจารย์ เหตุใดพวกเราต้องไปหาท่านพ่อของศิษย์ด้วย แล้วท่านอาจารย์จะไปกับศิษย์ด้วยหรือไม่เจ้าคะ"
เด็กน้อยที่กำลังเอ่ยถามมีศีรษะกลมมนเกลี้ยงเกลา ใบหน้าขาวผ่องอวบอิ่มดูน่ารักน่าชัง ขนตางอนยาวงดงามทำให้ดวงตากลมโตสีดำขลับคู่นั้นดูแจ่มใสและมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ปากเล็กสีชมพูเจื้อยแจ้วไม่หยุดหย่อน ทำให้ป่าเขาที่เงียบสงัดดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา
เณรน้อยผู้นี้ดูอายุประมาณห้าขวบ สวมอาภรณ์สีขาวดั่งแสงจันทร์เช่นเดียวกับบุรุษข้างกาย ยิ่งอยู่บนร่างเล็ก ๆ ของนาง ยิ่งดูน่ารักน่าทะนุถนอม
เมื่อได้ยินคำถามของหร่วนหร่วน จี้หยวนก็ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เขาหยุดฝีเท้าที่กำลังเดินอย่างไม่รีบร้อน มือหนาจับหัวไหล่ของหร่วนหร่วนไว้แล้วย่อกายลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน
นิ้วเรียวยาวดุจหยกของเขาลูบไปบนศีรษะกลมมนของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา
"หร่วนหร่วน เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าอาจารย์เคยบอกว่า เณรน้อยแห่งวัดไป๋หลินของเราเมื่อเติบโตขึ้นต้องลงเขาไปฝึกฝน หร่วนหร่วนก็โตขึ้นแล้ว ครั้งนี้อาจารย์จึงพาสจงลงเขาไปเพื่อฝึกฝนตนเอง"
"อาจารย์เองก็ต้องออกเดินทางไกล ต่อจากนี้ไปอีกนาน อาจารย์อาจจะไม่ได้อยู่ข้างกายหร่วนหร่วน ดังนั้นหร่วนหร่วน เจ้าจำเป็นต้องไปตามหาเหล่าท่านพ่อของเจ้า เมื่อเจ้าพบพวกเขาแล้ว อาจารย์จะกลับมารับเจ้าเอง เข้าใจหรือไม่"
เมื่อเห็นหร่วนหร่วนทำหน้ามึนงง จี้หยวนรู้สึกปวดใจอยู่ไม่น้อย เขาจะอยากจากเด็กน้อยที่เขาสั่งสอนมากับมือได้อย่างไรกัน แต่ทว่า...
แววตาของจี้หยวนหม่นแสงลงเล็กน้อย เกิดเรื่องขึ้นกับพี่ชายในครอบครัวของเขา และบิดามารดาก็แก่ชราลงมากในชั่วข้ามคืน เขาไม่อาจนิ่งดูดายจึงจำเป็นต้องกลับไปจัดการปัญหาเหล่านั้น
ทว่าเขากังวลว่าการพาหร่วนหร่วนไปด้วยจะทำให้เกิดอันตราย จึงทำได้เพียงปล่อยให้นางไปตามหาเหล่าท่านพ่อของตน
เมื่อนึกถึงบรรดาท่านพ่อของหร่วนหร่วน เขาก็ยังอดกังวลใจไม่ได้อยู่ดี
"หร่วนหร่วน หากเจ้าไม่ชอบเหล่าท่านพ่อของเจ้า ก็แค่โทรหาอาจารย์ เดี๋ยวอาจารย์จะให้คนมารับเจ้าไปอยู่ที่บ้านของอาจารย์ เพียงแต่อาจารย์อาจจะไม่ได้อยู่ที่บ้าน หร่วนหร่วนคงต้องลำบากอยู่เพียงลำพังชั่วคราว แต่อาจารย์จะรีบกลับไปหาเจ้าให้เร็วที่สุด"
เขารวบตัวเล็กของหร่วนหร่วนเข้ามากอดไว้ ดวงตาของหร่วนหร่วนเริ่มแดงก่ำ นางสะอื้นน้อย ๆ พลางใช้มือเล็กนุ่มนิ่มกอดคอของจี้หยวนไว้แน่น
"ถ้าเช่นนั้น... ท่านอาจารย์ต้องรีบกลับมานะเจ้าคะ หร่วนหร่วน... หร่วนหร่วนจะคิดถึงท่าน"
หลังจากลงจากเขา ท่านอาจารย์ก็จะจากไปแล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หร่วนหร่วนก็อยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ แต่ท่านอาจารย์กำลังเศร้าอยู่แล้ว นางจะร้องไห้ไม่ได้ นางไม่อยากทำให้ท่านอาจารย์เศร้าไปมากกว่านี้
"หร่วนหร่วนเด็กดี สิ่งที่อาจารย์ให้เจ้าไป เจ้าพกติดตัวมาครบถ้วนหรือไม่" จี้หยวนยิ้มบางลูบใบหน้าเล็กพลางใช้นิ้วชี้เขี่ยจมูกของนางเบาๆ ยามมองเด็กน้อยที่แสนรู้ความผู้นี้ แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
หร่วนหร่วนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
"อื้อ... พกมาครบหมดแล้วเจ้าค่ะ หร่วนหร่วนหมั่นดูรูปถ่ายอยู่เสมอจึงจำใบหน้าของท่านพ่อทุกคนได้แม่น หากเห็นแล้วต้องจำได้แน่นอนเจ้าค่ะ แต่ว่า... หากท่านพ่อไม่ชอบหร่วนหร่วน หร่วนหร่วนก็จะไม่สนใจพวกเขาเหมือนกันเจ้าค่ะ"
"เรื่องนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร" จี้หยวนยิ้มพลางอุ้มเณรน้อยขึ้นมา แล้วใช้อีกมือหนึ่งหยิกจมูกเล็กของนาง
"หร่วนหร่วนของเราทั้งน่ารักและเชื่อฟังถึงเพียงนี้ ใครจะไปไม่ชอบเจ้าได้กัน"
"หงิง..."
ลูกสุนัขป่าตัวน้อยที่ติดตามมาด้วยนานแล้วถูกเมินมานานเกินไป จึงรีบใช้เท้าหน้าตะกุยอาภรณ์ของจี้หยวนพลางครางหงิง
หร่วนหร่วนมองลูกสุนัขป่าตัวน้อยที่ดูนุ่มนิ่มไร้เดียงสา แล้วอดหัวเราะทั้งน้ำตาไม่ได้ จนมีน้ำมูกฟองเล็กๆ ผุดออกมาจากปลายจมูกแล้วแตกดังเปาะ
หร่วนหร่วนรีบซุกหน้าเล็กๆ เข้ากับไหล่ของอาจารย์ด้วยความอาย
จี้หยวนหัวเราะอย่างสดใสพลางอุ้มหร่วนหร่วนเดินลงเขาต่อไป
"ท่านอาจารย์วางศิษย์ลงเถอะเจ้าค่ะ สุขภาพท่านไม่ค่อยดี หร่วนหร่วนตัวหนักนะเจ้าคะ อีกอย่างหร่วนหร่วนเป็นเด็กโตแล้ว เดินเองได้เจ้าค่ะ"
"ให้อาจารย์อุ้มเจ้าอีกสักพักเถอะ ไว้เมื่ออาจารย์เหนื่อยแล้วค่อยวางหร่วนหร่วนลงดีหรือไม่"
"ถ้าอย่างนั้น... ก็ได้เจ้าค่ะ แต่อุ้มแค่นิดเดียวนะเจ้าคะ ท่านอาจารย์ห้ามเหนื่อยมากเกินไปนะ"
หร่วนหร่วนกล่าวขณะใช้เสื้อเช็ดหน้าผากของจี้หยวน ท่าทางจริงจังราวกับว่าเขาเหนื่อยอ่อนหนักหนา
แววตาของจี้หยวนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองค่อย ๆ เดินห่างออกไป โดยมีเสียงครางงอแงของลูกสัตว์ตัวน้อยแทรกอยู่เป็นระยะ
จี้หยวนพาหร่วนหร่วนมายังหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง บนภูเขา ข้อมูลที่เขาหามาได้คือ มู่เซินมีโครงการอยู่ที่นี่และจะเดินทางมาตรวจงานด้วยตนเองในอีกไม่กี่วันนี้
เมื่อมองดูหมู่บ้านเล็ก ๆ บนเขานี้ จี้หยวนก็ยิ่งกุมมือของหร่วนหร่วนแน่นขึ้น
ชาวบ้านที่อยู่ภายนอกสังเกตเห็นพวกเขาในทันที จี้หยวนนั้นทั้งรูปโฉมและกิริยาท่าทางดูสูงส่งห่างไกลจากมนุษย์ปุถุชน ผู้เฒ่าบางคนเพียงเห็นก็รีบประสานมือพนมแล้วกล่าวคำสวดมนต์
"ท่านอาจารย์มาจากที่ใดหรือเจ้าคะ" หญิงชราคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาถามด้วยความเคารพ
หญิงชราผู้นี้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว เมื่อเห็นจี้หยวนในชุดอาภรณ์สีขาวดั่งแสงจันทร์ ใบหน้าที่ดูราวกับไม่ใช่คนบนโลกมนุษย์ และท่าทางประหนึ่งเซียนที่พร้อมจะเหาะเหินเดินอากาศได้ทุกเมื่อ นางจึงยกย่องเขาเป็นดั่งเซียนจำแลง
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ต่างก็พากันเข้ามามุงดู แต่ไม่ทราบด้วยเหตุผลอันใด พวกเขาต่างไม่กล้าเข้าใกล้มากนัก ทว่าก็ไม่อยากจากไปไหน ทำได้เพียงยืนมองจี้หยวนและหร่วนหร่วนอยู่ห่าง ๆ
แววตาของจี้หยวนสงบนิ่ง ริมฝีปากประดับด้วยรอยยิ้ม
"อมิตาพุทธ อาตมาและศิษย์กำลังออกธุดงค์ผ่านทางมา ไม่ทราบว่าท่านโยมพอจะมีที่พักให้พวกเราอาศัยสักสองสามวันหรือไม่ ขอท่านอย่าได้กังวลไป อาตมาจะจ่ายค่าที่พักให้"
หญิงชราโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ ไม่จำเป็นเลย ท่านอาจารย์และเณรน้อยเชิญตามข้ามาได้เลย พอดีบ้านของข้ามีห้องว่างอยู่ห้องหนึ่ง หากท่านไม่รังเกียจความเรียบง่ายก็พักที่นี่ได้เลยเจ้าค่ะ"
จี้หยวนพยักหน้าและพาหร่วนหร่วนตามหญิงชราไปที่บ้าน แน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้วจี้หยวนยังคงยืนกรานที่จะมอบเงินค่าตอบแทนให้
หลังจากทำความสะอาดที่พักเรียบร้อยแล้ว ท้องน้อย ๆ ของหร่วนหร่วนก็ส่งเสียงร้องประท้วง
จี้หยวนหัวเราะเบา ๆ ทำให้ใบหน้าเล็กของหร่วนหร่วนแดงก่ำด้วยความเขินอาย
"ท่านอาจารย์ ห้ามหัวเราะหร่วนหร่วนนะเจ้าคะ" เสียงใสเล็ก ๆ ของนางเจือความออดอ้อน
"ได้ๆ อาจารย์จะไม่หัวเราะหร่วนหร่วนแล้ว หร่วนหร่วนอยากทานอะไรหรือ เดี๋ยวอาจารย์จะทำให้"
"หมั่นโถวผักเจ้าค่ะ!" เมื่อได้ยินคำพูดของจี้หยวน ดวงตาของหร่วนหร่วนก็เป็นประกาย แล้วบอกสิ่งที่ต้องการทานออกมาด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
"เจ้าเด็กคนนี้" จี้หยวนหัวเราะอย่างจนใจ เขาหยิกจมูกเล็กของนางเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไป
ดวงตาของหร่วนหร่วนโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยวขณะแย้มยิ้ม ดวงตากลมโตแจ่มใสคู่นั้นคอยติดตามร่างของท่านอาจารย์ไม่ห่าง
นางรีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามหลังจี้หยวนไปราวกับลูกเป็ดน้อยที่คอยเดินตามแม่ไม่ห่าง
จี้หยวนเป็นผู้ที่ชื่นชอบอาหารและมักจะลงมือทำด้วยตนเอง ฝีมือการทำอาหารของเขาจึงอยู่ในระดับยอดเยี่ยม อย่างน้อยในสายตาของหญิงชรา อาหารที่ปรุงโดยท่านอาจารย์ผู้มีรูปโฉมงดงามเกินใครผู้นี้ช่างหอมฟุ้งนัก ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางไม่เคยเห็นอาหารที่ทั้งหน้าตาสวยงาม กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย และรสชาติอร่อยเลิศเช่นนี้มาก่อน
ถึงแม้ว่าทั้งหมดจะเป็นเพียงอาหารเจก็ตาม
"ท่านโยม อาตมาได้ยืมห้องครัวของท่านใช้ หากไม่เป็นการรบกวน รบกวนท่านช่วยทานอาหารส่วนที่เหลือด้วยเถิด"
หญิงชราโบกมืออย่างตื่นเต้น
"ไม่รบกวนเลยเจ้าค่ะ ไม่รบกวนเลย ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากเจ้าค่ะ"
จี้หยวนพยักหน้าแล้วยกอาหารของเขาและหร่วนหร่วนขึ้นไปบนห้องพัก
หลังจากทานอาหารเสร็จ หร่วนหร่วนยืนบนเก้าอี้ตัวเล็ก พับแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นแขนขาวอวบอิ่ม ท่าทางบนใบหน้ากลมมนดูจริงจังยิ่งนัก นางเริ่มลงมือล้างถ้วยชามอย่างตั้งอกตั้งใจ