- หน้าแรก
- เมื่อผมเปย์ ระบบ ให้อาจารย์หญิงสุดสวย
- บทที่ 15 เบิกสติปัญญา
บทที่ 15 เบิกสติปัญญา
บทที่ 15 เบิกสติปัญญา
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้ชุน ใบหน้าของจี้ป๋อตวนก็ซีดเผือดราวกับขี้เถ้า เขารีบร้องขอความเมตตาทันที
"ไม่ ข้าไม่สู้แล้ว! ข้าขอยอมแพ้! ข้ายอมแพ้แล้ว!"
สภาพของจี้ป๋อตวนในยามนี้ช่างน่าเวทนานัก เขานอนขดตัวอยู่บนพื้น ไร้ซึ่งร่องรอยของความหยิ่งผยองก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
เมื่อครู่นี้ เขาได้สัมผัสถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างแท้จริง
เขาไม่สงสัยเลยว่าหากกู้ชุนลงมืออีกครั้ง เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน!
โลกหล้านี้กว้างใหญ่ไพศาล ทว่าชีวิตนั้นสำคัญที่สุด
การยอมรับความพ่ายแพ้ในสถานการณ์เช่นนี้หาใช่เรื่องน่าละอายไม่
กู้ชุนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาคิดว่าจี้ป๋อตวนจะดึงดันสู้ต่อ ไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้อย่างง่ายดายเพียงนี้
ทำไมลูกเจี๊ยบนี่ถึงได้อ่อนแอนักนะ? ข้าเพิ่งจะใช้ไปแค่กระบวนท่าเดียวก็ยอมแพ้เสียแล้ว
ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินพลังของกายาหยางบริสุทธิ์แต่กำเนิด คัมภีร์หยางบริสุทธิ์บรรพกาล และเก้ากระบี่สุริยันชาดต่ำเกินไป ด้วยยอดวิชาที่ทรงพลังเช่นนี้ การสังหารศัตรูที่มีขอบเขตพลังสูงกว่าก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก...
เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้ชุนก็ตื่นตัวขึ้นมาทันทีและลอบส่ายหน้าอยู่ในใจ
ไม่ได้! จะหลงระเริงไม่ได้เด็ดขาด! ต้องใจเย็นเข้าไว้ ห้ามวู่วาม! เส้นทางการฝึกตนนั้นยาวไกลและยากลำบาก ความมั่นคงย่อมสำคัญที่สุด หากประมาทเลินเล่อเมื่อใด ความตายก็อยู่ห่างไปเพียงแค่เอื้อม!
"ในเมื่อจี้ป๋อตวนยอมแพ้แล้ว เรื่องนี้ก็ให้มันจบลงเพียงเท่านี้เถิด"
ลู่เฟิงเอ่ยขึ้นมาถูกจังหวะ เขาหวังจะระงับเหตุการณ์นี้ให้ยุติลงโดยเร็วที่สุดเพื่อลดผลกระทบที่จะตามมา
สำหรับเขาแล้ว การลดผลกระทบจากเรื่องนี้และหลีกเลี่ยงการรบกวนหลิงซวงถือเป็นเรื่องดีที่สุด
เขาไม่อยากให้หลิงซวงบันดาลโทสะจนไปสังหารล้างยอดเขากระบี่
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้ชุนก็หันไปมองต้าหวงแล้วเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน "ต้าหวง ตอนนี้เจ้าพอใจหรือยัง?"
ต้าหวงกระดิกหางและเห่าเสียงดัง บ่งบอกว่ามันพอใจแล้ว
กู้ชุนพยักหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปหาจี้ป๋อตวนและกล่าวอย่างจริงจังว่า "เจ้าลูกเจี๊ยบ ต่อจากนี้ไปเจ้าต้องเชื่อฟังศิษย์อาอย่างข้าให้ดี และห้ามรังแกศิษย์อาหวงของเจ้าอีกเป็นอันขาด"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ มุมปากของลู่เฟิงก็กระตุกเล็กน้อยจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่
บรรดาศิษย์ยอดเขากระบี่ที่ไม่ชอบหน้าจี้ป๋อตวนเป็นทุนเดิมต่างก็หลุดหัวเราะออกมา บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความขบขัน
จี้ป๋อตวนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ความอัปยศอดสูแทบจะกลืนกินเขาทั้งเป็น
ทว่าเขากลับมิอาจระเบิดอารมณ์ออกมาได้
หนทางเดียวที่ทำได้คือการฝังความเคียดแค้นนี้ไว้ลึกสุดหัวใจ
กู้ชุน!!! ฝากไว้ก่อนเถอะ สักวันหนึ่งข้าจะทำให้แกต้องตายอย่างอนาถที่สุด!
แม้ว่าภายในใจจะเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังอย่างหาที่สุดไม่ได้ แต่เขาก็ทำได้เพียงสะกดกลั้นความอาฆาตที่พลุ่งพล่านเอาไว้ แล้วฝืนฉีกยิ้มที่ดูอัปลักษณ์ยิ่งกว่าการร้องไห้ออกมา
"คำสั่งสอนของศิษย์อาถูกต้องแล้ว ข้า... ข้าจะจดจำเอาไว้ขอรับ"
กู้ชุนไม่ได้รู้สึกยินดีกับการยอมจำนนของจี้ป๋อตวนนัก
เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของจี้ป๋อตวน และจับประกายความอาฆาตแค้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในแววตาที่หลุบต่ำลงนั้นได้แวบหนึ่ง
หึ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกคงเกลียดข้าเข้าไส้เลยสินะ ในเมื่อวันนี้เจ้าสำนักอยู่ที่นี่ ข้าจะยอมปล่อยแกไปก่อนก็แล้วกัน แต่ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ ข้าจะถอนรากถอนโคนแกให้สิ้นซาก ข้าจะไม่มีทางยอมให้คนที่เคียดแค้นข้ามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เด็ดขาด!
กู้ชุนแสร้งปั้นยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วลูบหัวจี้ป๋อตวนเบาๆ "ลูกเจี๊ยบน้อย เจ้าช่างเป็นเด็กดีจริงๆ สมกับเป็นศิษย์หลานของข้า"
"ศิษย์อา... ท่านก็ล้อข้าเล่นเกินไปแล้ว" รอยยิ้มของจี้ป๋อตวนแข็งทื่อ
"ในเมื่อเจ้ายอมรับข้าเป็นศิษย์อาแล้ว เจ้าไม่มีของขวัญมาแสดงความเคารพสักหน่อยหรือ?" กู้ชุนเปลี่ยนเรื่องคุยพลางฉีกยิ้มกว้างราวกับจิ้งจอกเฒ่าจอมละโมบ
จี้ป๋อตวนสาปแช่งบรรพบุรุษของกู้ชุนไปถึงร้อยแปดชั่วโคตรอยู่ภายในใจ แต่เขาก็เข้าใจดีว่าหากวันนี้เขาไม่ยอมเสียเลือดเนื้อสักหน่อย คงยากที่จะรอดพ้นไปได้
เขากัดฟันข่มความเจ็บปวด หยิบของขวัญที่เตรียมไว้ให้ลูกพี่ลูกน้องของตนออกมา แล้วยื่นมันให้กับกู้ชุน
มันคือกระบี่สั้นเล่มหนึ่ง ความยาวประมาณหนึ่งฟุต มีการออกแบบลวดลายที่วิจิตรงดงามยิ่งนัก
"ศิษย์อา นี่คือ... น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้าขอรับ" สีหน้าของจี้ป๋อตวนดูปวดร้าวอย่างแสนสาหัส ราวกับเพิ่งกลืนยาขมลงไป
กู้ชุนรับมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
กระบี่สั้นเล่มนี้เป็นเพียงของวิเศษระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งกู้ชุนไม่ได้ให้ค่าเลยแม้แต่น้อย
ทว่า กู้ชุนสามารถมอบกระบี่สั้นเล่มนี้ให้ต้าหวง เพื่อให้ต้าหวงทำภารกิจให้สำเร็จได้
เมื่อได้ผลประโยชน์แล้ว กู้ชุนก็แสร้งทำเป็นไร้เดียงสาและเอ่ยให้กำลังใจอย่างจริงจัง "ศิษย์หลาน จงหมั่นฝึกฝนให้ดี สักวันหนึ่งเจ้าจะต้องเก่งกาจกว่าศิษย์อาคนนี้แน่ ศิษย์อาคาดหวังในตัวเจ้าไว้สูงมากนะ!"
จี้ป๋อตวนสบถด่าในใจ "บัดซบ! แกเป็นแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตรวบรวมปราณ กล้าดีเอ่ยปากเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร? ข้าเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานเชียวนะ! ขอบเขตของข้าสูงกว่าแกตั้งเยอะ!"
กู้ชุนเมินเฉยต่อจี้ป๋อตวนและหันไปหาลู่เฟิง "ท่านเจ้าสำนัก เรื่องที่นี่จัดการเรียบร้อยแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะขอรับ"
"ได้ๆ รีบกลับไปเถอะ อย่าให้อาจารย์ของเจ้าต้องรอนาน" ลู่เฟิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ฟู่ว โชคดีที่ไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมาจริงๆ คงกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่
กู้ชุนที่มีต้าหวงเดินอยู่เคียงข้าง ค่อยๆ เดินทอดน่องกลับขึ้นไปยังยอดเขาอย่างสบายอารมณ์
บนยอดเขา หลิงซวงผู้มีใบหน้างดงามทว่าเย็นชาราวกับน้ำแข็งได้ยืนรออยู่นานแล้ว
ทันทีที่เห็นหลิงซวง กู้ชุนก็พลันรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
ความรู้สึกนี้เหมือนกับตอนเด็กๆ ที่แอบหนีไปเล่นกับเพื่อนแล้วกลับบ้านดึกดื่น โดยมีแม่ยืนดักรออยู่ที่ประตู และสิ่งที่ตามมาติดๆ ก็คือก้านมะยมในมือของแม่
ในตอนนั้นเอง สายตาของกู้ชุนก็เหลือบไปเห็นดอกไม้ป่าที่ผลิบานอย่างดื้อดึงอยู่ตามซอกหิน เขาเกิดแรงบันดาลใจกะทันหัน จึงเดินเข้าไปเด็ดมันมา แล้วยื่นส่งให้ราวกับเป็นของล้ำค่า
"ข้าอยากเด็ดดอกไม้ดอกนี้มามอบให้ท่านอาจารย์ขอรับ ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ ดูสิ ดอกไม้ดอกนี้งดงามมากเลย"
กู้ชุนเพิ่งจะยื่นดอกไม้ให้หลิงซวง ทันใดนั้นหลิงซวงก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เจ้าทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานได้หรือยัง? มัวชักช้าอยู่ไย รีบไปบำเพ็ญเพียรเดี๋ยวนี้!"
กู้ชุนทำปากยื่น แสดงสีหน้าน้อยอกน้อยใจ
เมื่อเห็นดังนั้น น้ำเสียงของหลิงซวงก็อ่อนลง "ที่ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อตัวเจ้าเองทั้งนั้น"
กู้ชุนยอมคลานกลับเข้าไปในกระท่อมหญ้าคาของตนอย่างจำใจ
หลิงซวงจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่ากู้ชุนเริ่มนั่งสมาธิและโคจรพลังปราณแล้ว มุมปากของนางก็ยกขึ้นเล็กน้อย
จากนั้น หลิงซวงก็กลายร่างเป็นลำแสงสีขาวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยไม่ทราบจุดหมายปลายทาง
ภายในกระท่อม กู้ชุนยื่นกระบี่สั้นที่ได้จากจี้ป๋อตวนให้กับต้าหวง
"เอ้า นี่ของเจ้า ต้าหวง"
ต้าหวงอ้าปากงับด้ามกระบี่เอาไว้
ในวินาทีนั้น เสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวของต้าหวง
【ภารกิจเสร็จสิ้น รางวัล: เบิกสติปัญญา กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรเผ่าอสูร】
ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบสิ้นสุดลง ลำแสงสีขาวที่แหลมคมดุจเข็มก็พุ่งทะลวงเข้าสู่กลางหน้าผากของต้าหวง
"เอ๋งงง..."
ร่างของต้าหวงสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับถูกสายฟ้าฟาด ท่าทางของมันดูตลกขบขันยิ่งนัก
ในขณะนี้ ภาพเหตุการณ์ในอดีตได้ปรากฏขึ้นในหัวของต้าหวงทีละฉากราวกับภาพเงาที่ฉายต่อเนื่อง
สิ่งที่เรียกว่าสติปัญญากำลังตื่นขึ้นในจิตใจของมัน
มันกำลังเบิกสติปัญญา!
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญยิ่งในการแปรเปลี่ยนจากสัตว์ธรรมดาให้กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรเผ่าอสูร!
สัตว์วิญญาณนับไม่ถ้วน แม้แต่พวกที่มีพลังอำนาจถึงขั้นเคลื่อนขุนเขาถมมหาสมุทรได้ ก็อาจใช้เวลาทั้งชีวิตโดยไม่อาจเบิกสติปัญญาได้เลย
มีสัตว์ป่าเพียงบางตัวเท่านั้น ที่อาศัยความบังเอิญและโชคชะตาอันหาได้ยากยิ่ง ในการเบิกสติปัญญาและกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรเผ่าอสูรได้
ขณะที่ต้าหวงเบิกสติปัญญา พลังปราณวิญญาณโดยรอบก็ค่อยๆ ควบแน่นและไหลทะลักเข้าสู่จุดชีพจรของมัน ปรับเปลี่ยนร่างกายของมันอย่างแยบยล
กระบวนการนี้กินเวลานานถึงหนึ่งก้านธูป
หนึ่งก้านธูปต่อมา ต้าหวงก็ค่อยๆ สงบลง เมื่อมันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความสับสนงุนงงก็จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความมีชีวิตชีวาและเฉลียวฉลาด
ไม่ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทว่าความจงรักภักดีที่มันมีต่อกู้ชุนก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง!
ต้าหวงเอาหัวถูไถน่องของกู้ชุนอย่างรักใคร่
"รู้สึกอย่างไรบ้าง ต้าหวง?" กู้ชุนเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
"โฮ่ง!" ต้าหวงเห่าตอบเสียงดังพลางกระดิกหางด้วยความตื่นเต้น
"เอาล่ะ ต้าหวง เจ้าออกไปวิ่งเล่นเองก่อนเถอะ ข้าต้องรีบบำเพ็ญเพียรแล้ว มิเช่นนั้นหากท่านอาจารย์กลับมา ข้าคงโดนดุอีกแน่" กู้ชุนลูบหัวต้าหวงเบาๆ
ต้าหวงเชื่อฟังอย่างว่าง่ายและวิ่งเหยาะๆ ออกไปอย่างร่าเริง
เสียงของระบบดังก้องขึ้นในหัวของกู้ชุนทันทีที่ต้าหวงเดินออกจากกระท่อมฟาง
【ขอแสดงความยินดีโฮสต์! ข้ารับใช้หมายเลขสองทำภารกิจสำเร็จลุล่วง ท่านจะได้รับรางวัล】
【รางวัล: 1. บรรลุคาถาอาคมในพริบตาหนึ่งครั้ง 2. ตบะการบำเพ็ญเพียรสิบวัน】