- หน้าแรก
- มีพรสวรรค์ระดับพระเจ้าแท้ๆ แต่ไหงดันต้องมาเกาะเมียกินซะงั้น
- บทที่ 24 ความเปลี่ยนแปลง
บทที่ 24 ความเปลี่ยนแปลง
บทที่ 24 ความเปลี่ยนแปลง
ดวงตาของหยางเซี่ยทอประกายวาบ!
แต่จู่ๆ สีหน้าของเขากลับดูแปลกประหลาดไปเล็กน้อย!
ระดับการบำเพ็ญเพียรของฉันก้าวขึ้นมาถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ก่อนนอนยังเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองอยู่เลยไม่ใช่หรือ? แล้วนี่ฉันทะลวงระดับรวดเดียวสองขั้นตั้งแต่ตอนไหน?
หรือว่านี่จะเป็นผลงานความพยายามของพวกหยางอีเมื่อคืนนี้?
สิ่งที่ทำให้หยางเซี่ยรู้สึกแปลกใจยิ่งกว่าก็คือ ตอนที่เพิ่งตื่นขึ้นมาเขาไม่ได้สนใจการต่อสู้เลย และรู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าทุกคนถูกจับตัวไป
ทว่าเมื่อมองดูสถานการณ์การต่อสู้ในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่ากองทหารเงาของเขากำลังเป็นต่อ แม้ว่าส่วนใหญ่จะทำหน้าที่คุ้มกันอยู่รอบตัวเขากับหนานกงหยาก็ตาม
ทว่าทหารเงาเพียงหยิบมือกลับสามารถบีบให้ชายชุดดำสวมหน้ากากหัวหมูนับสิบคนต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ ได้
ชายหน้ากากหัวหมูที่เป็นหัวหน้าสังเกตเห็นสถานการณ์นี้อย่างรวดเร็วและรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก!
"ไม่ ไม่ใช่แน่ นี่ไม่ใช่พรสวรรค์ของไอ้เด็กนี่อย่างแน่นอน คนที่เพิ่งปลุกพลังได้ไม่ถึงสิบวัน จะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์นับสิบคนถอยร่นจนหมดสภาพแบบนี้ได้ยังไง?
แถมยังเป็นสถานการณ์ที่แทบจะสู้กันแบบตัวต่อตัวอีก นี่ต้องไม่ใช่พลังของมันแน่ ต้องมียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่ในเงามืดแน่ๆ
หรือว่าจะเป็นผู้คุ้มกันของคุณหนูตระกูลหนานกงคนนั้น? แต่พวกเราสะกดรอยตามมาตั้งนานก็ไม่พบใครเลยนี่นา เพื่อความปลอดภัย พวกเราถึงขั้นวางยาพวกมันก่อนลงมือตอนรุ่งสางด้วยซ้ำ"
ดวงตาของหัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูทอประกายวูบไหว การนำผู้ฝึกยุทธ์นับสิบคนมาทำภารกิจในครั้งนี้ก็เพื่อความสำเร็จอันเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นทำไมพวกเขาจะต้องระมัดระวังตัวตอนจัดการกับพวกเด็กหน้าใหม่แค่นี้ด้วย?
แต่จนป่านนี้ผู้คุ้มกันคนนั้นก็ยังไม่ปรากฏตัว หรือว่าเงาพวกนี้จะเป็นฝีมือของผู้คุ้มกันคนนั้น? ที่ไม่กล้าเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา เป็นเพราะไม่มั่นใจว่าจะจัดการพวกเราได้ทั้งหมดงั้นหรือ?
ดวงตาของเขาหรี่แคบลง ก่อนที่หัวหน้าชายชุดดำสวมหน้ากากหัวหมูจะตวาดลั่น
"พวกแกหยุดเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าพวกมันทิ้งซะ"
พูดจบ หัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูก็โบกมือ ชายชุดดำสวมหน้ากากหัวหมูคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ จึงรีบนำดาบไปจ่อที่ลำคอของหนานกงชิงและคนอื่นๆ ทันที
ใจของหยางเซี่ยหล่นวูบ ว่าแล้วเชียวว่าลูกไม้นี้ต้องมา หนานกงชิงและคนอื่นๆ ล้วนเป็นคนดี เขาจะปล่อยให้พวกเขามาตายที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด
"นายท่าน พวกเรากลับมาแล้ว มีอะไรให้พวกเราทำหรือไม่ขอรับ?"
ในตอนนั้นเอง เสียงของหยางอีก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของหยางเซี่ย
ดวงตาของหยางเซี่ยเป็นประกาย พวกเขามาได้จังหวะพอดี!
"พวกนายแทรกซึมเข้าไปในเงาของไอ้พวกชุดดำนั่น โจมตีให้เฉียบขาดและสังหารให้ตายในดาบเดียว ทุกอย่างต้องรวดเร็วที่สุด"
หยางเซี่ยออกคำสั่งกับหยางอีและคนอื่นๆ ในใจ
"รับทราบขอรับ นายท่าน"
ณ มุมมืดที่ชายหน้ากากหัวหมูไม่ทันสังเกตเห็น กลุ่มเงามืดได้เคลื่อนตัวกลมกลืนเข้าไปในเงาของบรรดาชายหน้ากากหัวหมูท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรี
เพื่อเป็นการซื้อเวลา หยางเซี่ยจึงรีบพูดกับหัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูทันที
"พวกเราจะถอยแล้ว อย่าเพิ่งลงมือ ไม่อย่างนั้นพวกเราได้ตายตกตามกันหมดแน่"
เมื่อพูดจบ เขาก็ส่งสัญญาณให้ทหารเงาถอยร่นกลับมา
หัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูมองดูทหารเงาที่กำลังถอยทัพกลับไปด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง เขารู้สึกว่าตนเองสามารถกุมจุดอ่อนของหยางเซี่ยและยอดฝีมือที่อยู่เบื้องหลังได้แล้ว
ในขณะที่เขากำลังจะยื่นข้อเรียกร้องที่ขูดรีดและรุกคืบกดดันให้หนักกว่าเดิม
"หยางอี ลงมือ! ฆ่ามันซะ"
หยางเซี่ยออกคำสั่งให้หยางอีและคนอื่นๆ ในใจ เพราะในตอนนี้พวกของหยางอีได้แทรกซึมเข้าไปในเงาของพวกหน้ากากหัวหมูเรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่หยางเซี่ยสิ้นคำสั่ง หัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูที่กำลังเตรียมจะฉวยโอกาสได้เปรียบ รวมถึงชายหน้ากากหัวหมูคนอื่นๆ ก็ถูกเงามืดพุ่งทะยานออกมาจากเงาของพวกมันเองและเข้าโจมตีในทันที
"บัดซบ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
หัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูอาจจะแข็งแกร่งกว่า หรือบางทีประสาทสัมผัสของเขาอาจจะเฉียบคมกว่า เมื่อทหารเงาเข้าโจมตี เขาจึงตอบสนองและเบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็ว
ทว่ายกเว้นหัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูแล้ว ชายหน้ากากหัวหมูคนอื่นๆ ล้วนถูกบั่นคอขาดสะบั้นจนหมดสิ้น
"นี่มันเคล็ดวิชาลับลอบสังหารเงาชัดๆ แต่เงาพวกนี้โผล่มาจากไหนเยอะแยะวะ?"
หัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูมองดูทหารเงาจำนวนมากที่เพิ่มขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาและตื่นตะลึง
ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน
"หยางอี รีบจัดการมันซะ ฆ่ามันให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้มันหนีรอดไปได้"
หยางเซี่ยมองไปที่หัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูซึ่งหลบหลีกการลอบสังหารไปได้ ด้วยความกังวลว่าจะเกิดเหตุพลิกผัน เขาจึงรีบสั่งให้หยางอีและทหารคนอื่นๆ เข้าจู่โจมอีกครั้ง
หัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูนั้นแข็งแกร่งมาก เขาสามารถต้านทานการโจมตีจากทหารเงาระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสี่ถึงสิบคนพร้อมกันได้ แต่ภายใต้วงล้อมของทหารเงานับร้อย ในไม่ช้าเขาก็เริ่มหมดเรี่ยวแรง
"อ๊าก ไอ้พวกเวรตะไล พวกแกบีบให้ฉันต้องทำแบบนี้เองนะ!"
หัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูแผดเสียงร้องลั่น ท่าทางของเขาราวกับเตรียมพร้อมที่จะสู้ถวายหัว
"ท่านทูต ช่วยด้วย!"
"???"
หยางเซี่ยคิดว่าไอ้หน้ากากหัวหมูนี่กำลังจะงัดท่าไม้ตายก้นหีบออกมาเสียอีก เขากำลังจะอ้าปากเตือนให้พวกหยางอีระวังตัวอยู่แล้วเชียว
เขาไม่คิดเลยว่าหัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูคนนี้จะงัดไม้เด็ดแบบนี้ออกมา
นึกว่าเจ้านี่จะใจเด็ด ที่แท้ก็เป็นสายอัญเชิญ ร้องเรียกให้ลูกพี่ออกมาช่วยนี่เอง
แต่ยังมีคนอื่นซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอีกงั้นหรือ?
หรือเจ้านี่กำลังโกหก?
ถ้าไอ้คนที่ซ่อนตัวอยู่ไม่รีบโผล่หัวออกมา ไอ้หน้ากากหัวหมูตัวนี้ได้ดับอนาถแน่!
ขณะที่หยางเซี่ยกำลังสงสัย ร่างในชุดสีเหลืองก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตผีข้างกายหัวหน้าชายหน้ากากหัวหมู
เขาสวมหน้ากากหัวหมูเช่นกัน แต่รูปร่างอ้วนฉุตุ้ยนุ้ย ราวกับหมูจริงๆ ก็ไม่ปาน
"ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ยังจัดการไม่ได้"
"ขอบพระคุณท่านทูตที่ช่วยชีวิตขอรับ ท่านทูต เงาพวกนี้มันประหลาดและรับมือยากมาก โปรดระวังตัวด้วยนะขอรับ"
หัวหน้าชายหน้ากากหัวหมูแสดงความเคารพต่อบุคคลที่เพิ่งมาถึงอย่างยิ่งยวด แม้ว่าหน้ากากหัวหมูของเขาจะแตกกระจาย ใบหน้าบอบช้ำจนปูดโปน แต่เขาก็ยังโค้งคำนับให้คนผู้นี้!
"โอ้ งั้นรึ? เงาพวกนี้น่าประหลาดอยู่สักหน่อย ดูคล้ายวิญญาณยุทธ์แต่ก็เหมือนทักษะพรสวรรค์ ทว่าการมีเงาปรากฏออกมามากมายขนาดนี้ ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็แปลกพิลึก!"
พูดจบ เขาก็ปรายตามองไปทางหยางเซี่ย
หัวใจของหยางเซี่ยเต้นระรัวในทันที เจ้านี่แข็งแกร่งมาก มันกำลังจะโจมตีเขา
"หยางอี ทหารเงาทุกนาย ผสานร่างเข้ากับฉันเดี๋ยวนี้"
เขาออกคำสั่งอย่างเร่งด่วน
บรรดาทหารเงาทยอยหายวับไปทีละนาย และผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับเงาของหยางเซี่ย
"ปัง~"
จู่ๆ ร่างของหยางเซี่ยก็ปลิวละลิ่วกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบเมตรจนไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ ฝุ่นตลบอบอวล ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
"ไอ้เด็กนี่คือตัวการสำคัญ จะจับโจรต้องจับหัวหน้า ไม่ว่าทักษะหรือพรสวรรค์ของมันจะวิปริตผิดมนุษย์มนาแค่ไหน ตัวมันเองก็ยังเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ที่เพิ่งปลุกพลังมาได้ไม่นานอยู่ดี"
ชายหน้ากากหัวหมูร่างอ้วนฉุดึงขาขวาที่ค้างอยู่ในท่าเตะกลับมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ท่านทูต ท่านหมายความว่าเงาพวกนี้คือพรสวรรค์ของไอ้เด็กหยางเซี่ยนี่อย่างนั้นหรือขอรับ?"
ชายหน้ากากหัวหมูที่ใบหน้าบอบช้ำเอ่ยถามด้วยความตกตะลึง เขาแคลงใจมาตลอดว่านี่คือฝีมือของผู้คุ้มกันที่ซ่อนตัวอยู่ เด็กที่เพิ่งปลุกพลังมาได้ไม่ถึงสิบวันจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร?
ต่อให้เป็นพรสวรรค์ระดับ SSS มันก็ยังฟังไม่ขึ้นอยู่ดี แต่ตอนนี้ท่านทูตกลับบอกเขาว่านี่คือฝีมือของไอ้เด็กที่ชื่อหยางเซี่ยเนี่ยนะ!
นี่มันหลุดโลกไปกันใหญ่แล้ว!
โลกนี้มันบ้าไปแล้วหรือไง? เด็กที่เพิ่งปลุกพลังมาได้ไม่ถึงสิบวัน กลับอัดฉันที่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับเก้าจนไม่มีปัญญาจะสู้กลับเนี่ยนะ?
ดวงตาของชายหน้ากากหัวหมูที่ใบหน้าบอบช้ำดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ!
"ถึงแม้มันจะเชื่อได้ยาก แต่ข้าลอบสังเกตการณ์ตอนที่พวกเจ้าต่อสู้กัน และนี่คือคำตอบที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว
แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่พวกเจ้าก็ถือว่าฟลุคเจอมันเข้าแล้ว สัตว์ประหลาดพรรค์นี้นี่แหละคือเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเรา"
ถ้อยคำอันราบเรียบของชายหน้ากากหัวหมูร่างอ้วนฉุดังแว่วมา