- หน้าแรก
- มีพรสวรรค์ระดับพระเจ้าแท้ๆ แต่ไหงดันต้องมาเกาะเมียกินซะงั้น
- บทที่ 18 จ้าวแห่งกองทัพเงา
บทที่ 18 จ้าวแห่งกองทัพเงา
บทที่ 18 จ้าวแห่งกองทัพเงา
การได้หยอกล้อหนานกงหยาในทุกๆ วัน ทำให้หยางเซี่ยรู้สึกมีความสุขและพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
เศรษฐีนีคนนี้ช่างมีจิตใจที่กว้างขวาง ซ้ำการได้ชื่นชมทิวทัศน์ 'ยอดเขา' อันอวบอิ่มของเธอก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
เมื่อมองไปยังกล่องของขวัญที่หนานกงหยามอบให้ หยางเซี่ยก็ค่อยๆ เปิดมันออกอย่างระมัดระวัง
ดาบศึกเล่มนี้ถูกตีขึ้นมาอย่างประณีตงดงาม ตัวใบดาบมีความยาวประมาณเก้าสิบเซนติเมตร กว้างราวห้าเซนติเมตร และหนาไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ส่วนด้ามจับมีความยาวประมาณสามสิบเซนติเมตร บริเวณกึ่งกลางระหว่างด้ามจับและใบดาบยังมีการประดับคริสตัลฝังเอาไว้อีกด้วย
หลังจากที่ได้ศึกษาความรู้เกี่ยวกับอาวุธมาอย่างรวดเร็ว หยางเซี่ยก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือผลึกสัตว์อสูร ซึ่งจะสามารถหาได้จากสัตว์อสูรต่างมิติระดับสองขึ้นไปเท่านั้น
สัตว์อสูรต่างมิติแต่ละชนิดจะมีผลึกสัตว์อสูรที่มีธาตุแตกต่างกันไป และเมื่อนำมาฝังลงในอาวุธ มันก็จะช่วยเพิ่มอานุภาพให้กับอาวุธชิ้นนั้นได้
หนานกงหยา เศรษฐีนีผู้นี้ได้มอบความเมตตาอันล้ำลึกให้เขาอีกแล้ว!
ที่ด้านหลังของกล่องยังมีฝักดาบที่ถูกประดับประดาด้วยลวดลายสีดำทองพร้อมกับสายสะพายไหล่สองเส้น การสะพายดาบด้วยฝักดาบนี้คงจะดูเท่ไม่เบาทีเดียว
หยางเซี่ยวางกล่องดาบลง เขานั่งขัดสมาธิและเริ่มตรวจสอบผลประโยชน์ที่แท้จริงของตนเอง
ภายในมิติวิญญาณยุทธ์ของเขา หลังจากที่ทะลวงระดับเข้าสู่การเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้ว ตามข้อมูลที่วิญญาณยุทธ์ตอบสนองกลับมา จำนวนของทหารเงาไม่ได้มีเพียงหนึ่งร้อยนายอีกต่อไป แต่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งพันเอ็ดนาย
ทหารเงาทั้งหนึ่งพันเอ็ดนายล้วนมีพละกำลังในระดับผู้ฝึกยุทธ์ และผู้ที่นำทัพของพวกมันก็คือขุนพลเงา ซึ่งเป็นตัวตนสุดพิเศษที่จะถูกสร้างขึ้นทุกครั้งที่หยางเซี่ยสามารถทะลวงระดับพลังขั้นใหญ่ได้สำเร็จ
นอกเหนือจากความจงรักภักดีต่อหยางเซี่ยอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เขายังมีสติสัมปชัญญะที่เป็นอิสระเป็นของตัวเองอีกด้วย
ความแข็งแกร่งของเขานั้นเหนือกว่าพวกทหารเงามากนัก ภายใต้คำสั่งของหยางเซี่ย เขาสามารถออกคำสั่งควบคุมทหารเงาได้ และยังมีทักษะพิเศษที่เรียกว่ากองกำลังทหารเงา
ในฐานะขุนพล เขาสามารถหลอมรวมทหารเงานับไม่ถ้วนเข้ากับตัวเองได้ชั่วคราว และความแข็งแกร่งของเขาก็จะทวีคูณเพิ่มขึ้น
และในฐานะจ้าวแห่งเงา หยางเซี่ยสามารถหลอมรวมขุนพลเงาเข้ากับตัวเองเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งได้ชั่วคราว หรือเขาจะรักษาสภาพการหลอมรวมขุนพลเงาเอาไว้ตลอดไปเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของพลังของเขาเองก็ได้
กองทัพเงานั้นไม่เพียงแต่สามารถต่อสู้แบบเป็นกลุ่มได้เท่านั้น แต่ยังสามารถพลิกแพลงใช้กลยุทธ์การต่อสู้แบบเดี่ยวขั้นสุดยอดได้อีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนของทหารเงาจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากที่หยางเซี่ยสามารถทะลวงระดับพลังขั้นใหญ่ได้ในครั้งต่อไป
ข้อมูลอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำเอาหยางเซี่ยถึงกับตกตะลึงจนอ้าปากค้าง!
อยากจะสู้เหรอ? ตัวฉันคนเดียวนี่แหละคือกองทัพ
หมาหมู่เหรอ? ดีเลย มาเจอกับคลื่นทหารเงาของฉันหน่อยเป็นไง
สู้ตัวต่อตัวเหรอ? ดีเลย มาเจอกับคลื่นทหารเงาของฉันหน่อยเป็นไง
ราวกับว่าได้ไปยืนอยู่บนสนามรบ หยางเซี่ยหัวเราะร่วนออกมาด้วยความเบิกบานใจ
และภายใต้การบำเพ็ญเพียรแบบอัตโนมัติของทหารเงาทั้งหนึ่งพันเอ็ดนาย หยางเซี่ยก็สัมผัสได้ว่าเมล็ดพันธุ์วิญญาณของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
มันช่างยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้!
ไม่สิ ก่อนหน้านี้ตอนที่หยางเซี่ยมีทหารเงาเพียงหนึ่งร้อยนาย ความแข็งแกร่งของเขายังไม่ถึงระดับผู้ฝึกยุทธ์ ความปรารถนาที่จะออกไปล่าสัตว์อสูรในดินแดนรกร้างจึงยังไม่รุนแรงเท่าไหร่นัก
แต่ตอนนี้ เมื่อมีทหารเงาถึงหนึ่งพันเอ็ดนาย ความแข็งแกร่งของหยางเซี่ยก็ก้าวเข้าสู่ระดับผู้ฝึกยุทธ์แล้วเช่นกัน
ความปรารถนาที่จะออกล่าสัตว์อสูรในดินแดนรกร้างของเขามันพุ่งพล่านอย่างถึงที่สุด!
สัตว์อสูรในดินแดนรกร้างไม่เพียงแต่เป็นทรัพยากรที่จะช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งอาหารอันโอชะอีกด้วย
นอกจากนี้ หยางเซี่ยที่กำลังฝึกฝนทั้งคัมภีร์มารราตรีนิรันดร์ เคล็ดวิชาเร้นลับเจดีย์ลอยฟ้า และคัมภีร์ลับสังหารเงาไปพร้อมๆ กัน ก็มีพละกำลังที่พัฒนาขึ้นในทุกๆ ด้าน คัมภีร์ลับสังหารเงายังมีเคล็ดวิชาสำหรับการซ่อนเร้นและหลบหนีอีกมากมาย ดังนั้นต่อให้เขาต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่เขาไม่อาจเอาชนะได้ การหลบหนีก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
อย่างไรก็ตาม เขายังคงต้องประเมินความแข็งแกร่งของทหารเงาของเขาให้แน่ชัดเสียก่อน เขาจึงอัญเชิญทหารเงาออกมาหนึ่งนายทันทีเพื่อทดสอบดูค่าพลัง
ทหารเงาปล่อยหมัดเข้าใส่อุปกรณ์ทดสอบพลังอย่างหนักหน่วง
"3000 จิน!"
พระเจ้าช่วย แม้ว่ามันจะเทียบไม่ได้กับความแข็งแกร่งของตัวเขาเอง แต่ตัวเลขนี้มันก็ดูเกินจริงไปมาก ทหารเงาระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่หนึ่ง กลับมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่เก้าระดับสูงสุดของต้าโจวเลยทีเดียว
และหยางเซี่ยก็มีทหารเงาแบบนี้อยู่ถึงหนึ่งพันนาย
สุดยอดไปเลย!
เขาเรียกทหารเงานายนั้นกลับคืนสู่มิติวิญญาณยุทธ์ จากนั้นจึงอัญเชิญขุนพลเงาออกมา
"นายท่าน!"
ทันทีที่ขุนพลเงาถูกอัญเชิญออกมา เขาก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อทำความเคารพหยางเซี่ย
ให้ตายเถอะ เขาแตกต่างออกไปจริงๆ ด้วย!
พวกทหารเงานั้นเปรียบเสมือนนักรบเดนตายที่เงียบงัน คอยทำตามคำสั่งของหยางเซี่ยอย่างเคร่งครัดและเคารพเทิดทูนหยางเซี่ยเป็นอย่างมาก ทว่ากลับไม่มีการโต้ตอบใดๆ เลย
แต่ขุนพลเงาผู้นี้กลับสามารถเป็นฝ่ายทำความเคารพเขาก่อนได้ สมกับที่มีระดับแตกต่างกันจริงๆ
ขณะที่เขากำลังจะพูดคุยกับขุนพลเงาผู้นี้ เขาก็ตระหนักได้ว่าตนเองไม่รู้จะเรียกอีกฝ่ายว่าอะไรดี ขุนพลเงางั้นเหรอ?
เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามคำถามพื้นฐานที่สุดออกไป
"ขุนพลเงา นายมีชื่อไหม?"
"เรียนนายท่าน ทุกสิ่งทุกอย่างของผู้ใต้บังคับบัญชาล้วนเป็นของนายท่าน ขอความกรุณานายท่านโปรดประทานชื่อให้ด้วยครับ"
เอาล่ะ ปัญหาวกกลับมาที่ตัวหยางเซี่ยอีกครั้ง การตั้งชื่อไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัดเอาเสียเลย
"อืม นายเป็นขุนพลคนแรกที่ปรากฏตัวออกมาและยังไม่มีชื่อ งั้นก็ใช้นามสกุลของฉันไปแล้วกัน ตั้งแต่นี้ไปนายชื่อ หยางอี"
"ขอบพระคุณนายท่าน หยางอีขอขอบพระคุณนายท่านที่ประทานชื่อให้ครับ"
"ไม่ต้องหรอก ตอนนี้ลองไปทดสอบพลังของนายกับเครื่องนี้ดูสิ"
เมื่อกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก หยางเซี่ยก็สั่งให้หยางอีทดสอบพลังหมัดของเขา
"ตึง!"
"5000 จิน!"
ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของขุนพลเงาจะเกือบเท่ากับตัวเขาเองเลย
งั้นมาลองทักษะกองกำลังทหารเงาดูกันหน่อยดีกว่า
"หยางอี ลองใช้ทักษะกองกำลังทหารเงาดูสิ ฉันจะเป็นร่างหลักของกองกำลังทหารเงาให้นายเอง นายจงเข้าไปในเงาของฉันซะ"
"รับทราบครับนายท่าน"
หยางอีรับคำสั่ง จากนั้นร่างทั้งร่างของเขาก็กลายสภาพเป็นเงาสีดำ แล้วพุ่งเข้าไปหลอมรวมอยู่ในเงาของหยางเซี่ย
หยางเซี่ยไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ เขารู้สึกเพียงแค่ว่ามีส่วนหนึ่งที่เคยเป็นของร่างกายเขาได้กลับคืนมา
"ตึง!"
"แครก!"
...
คราวนี้ไม่มีตัวเลขแสดงผลใดๆ ปรากฏขึ้น เพราะอุปกรณ์ทดสอบได้แตกละเอียดเป็นชิ้นๆ ไปเสียแล้ว
จบกัน! เกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้นจนได้!
ในตอนนั้นเอง หนานกงหยาก็เดินเข้ามาพร้อมกับชานมสองแก้ว
"หยางเซี่ย นายทำอะไรลงไปน่ะ?"
สายตาของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึงขณะมองดูอุปกรณ์ที่พังยับเยิน และหยางเซี่ยที่ยังคงค้างอยู่ในท่าปล่อยหมัด
"เอ่อ... หนานกงหยา เธอเชื่อไหมว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ?"
"จริงๆ นะ ฉันก็แค่อยากจะทดสอบพลังของตัวเองดูเฉยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้"
หนานกงหยามองหยางเซี่ยด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
"พ่อเคยบอกฉันว่าเครื่องนี้มันรองรับแรงกระแทกได้สูงสุดถึงหนึ่งแสนจิน ฉันเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นนะ แต่ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อความจริงข้อนี้เลย"
"..."
นี่มันบ้าไปแล้ว! เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าพละกำลังที่ผสานรวมกันระหว่างทหารเงาทั้งหมดและขุนพลเงาที่บวกเพิ่มเข้ามาในตัวหยางเซี่ย จะพุ่งทะลุเกินหนึ่งแสนจินไปได้!
...
"พ่อคะ เครื่องที่พ่อซื้อมามันต้องมีปัญหาแน่ๆ เลย พ่อรีบไปหาซื้อเครื่องใหม่มาให้หนูเลยนะ หนังยังต้องใช้ทดสอบอีก!"
หนานกงหยามองหนานกงป้าเทียนด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย
หนานกงป้าเทียนจะไม่รู้สภาพของเครื่องที่เขาซื้อมาเองกับมือได้อย่างไร? มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น หากแรงกระแทกนั้นไม่เกินหนึ่งแสนจินจริงๆ
ยัยลูกสาวคนนี้ยอมเชื่อว่าเครื่องของพ่อตัวเองพัง มากกว่าที่จะเชื่อว่าหยางเซี่ยสามารถปล่อยพลังหมัดได้ถึงหนึ่งแสนจิน
แม้ว่าหนานกงป้าเทียนจะไม่อยากเชื่อเช่นเดียวกัน แต่นี่ก็คือความจริง
ดังนั้น หนานกงป้าเทียนจึงจ้องมองหยางเซี่ยด้วยความสงสัยที่เพิ่มพูนขึ้นไปอีก
ไอ้หนุ่มนี่มันทำได้ยังไงกัน???
นี่มันหนึ่งแสนจินเลยนะ หนึ่งแสนจินเชียวนะ!