- หน้าแรก
- วิถีชีวิตหรูหราสุดแสนสำราญ
- บทที่ 511 การเริ่มต้นมักยากลำบากเสมอ
บทที่ 511 การเริ่มต้นมักยากลำบากเสมอ
บทที่ 511 การเริ่มต้นมักยากลำบากเสมอ
บทที่ 511 การเริ่มต้นมักยากลำบากเสมอ
ในช่วงสุดสัปดาห์ ย่านการค้าของเมืองเอกมณฑลคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา
เหลียวหย่งฉู่และสวี่ลี่จูเดินช้อปปิ้งกันมาหลายซอย และกำลังเตรียมตัวแวะทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารข้างถนนคนเดิน สองมือของชายหนุ่มเต็มไปด้วยถุงช้อปปิ้งใบเล็กใบใหญ่พะรุงพะรัง
สวี่ลี่จูยิ้ม "วันนี้ลำบากคุณแล้ว เดี๋ยวฉันจะเลี้ยงขาหมูตุ๋นของโปรดคุณเองนะ"
"ทำหยั่งกับคุณไม่ชอบกินงั้นแหละ... เอ๊ะ ทำไมร้านอาหารร้านนี้ถึงกลายเป็นฟาร์มไปแล้วล่ะ? ฟาร์มเถาหยวนคืออะไรเนี่ย?" เหลียวหย่งฉู่กับสวี่ลี่จูเคยมาทานอาหารที่นี่หลายครั้งและค่อนข้างประทับใจร้านนี้พอสมควร ไม่นึกเลยว่าตอนนี้จะเปลี่ยนมาเป็นฟาร์มเถาหยวนไปเสียแล้ว
"ร้านขายผักงั้นเหรอ? มาเปิดร้านขายผักในที่แบบนี้ เจ้าของร้านสติไม่ดีหรือเปล่าเนี่ย?" สวี่ลี่จูหัวเราะร่วน
"การตกแต่งดูหรูหราเอาเรื่องเลยนะ ลองเข้าไปดูข้างในกันไหมล่ะ? ซื้อผลไม้มากินสักหน่อยก็คงดี" เหลียวหย่งฉู่เสนอ
ทั้งสองคนจึงพากันเดินเข้าไปในร้านฟาร์มเถาหยวน
"ยินดีต้อนรับค่ะ!" พนักงานสาวหน้าร้านกล่าวต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
เมื่อเดินเข้าไปด้านใน พวกเขาก็พบว่าการตกแต่งภายในของร้านนั้นดูดีมากจริงๆ ทว่าร้านนี้ก็เป็นไปตามที่พวกเขาคาดเดาไว้ไม่มีผิด... มันเป็นร้านขายผักจริงๆ ด้วย
"เจ้าของร้านนี้สมองมีปัญหาแน่ๆ มาเปิดร้านขายผักผลไม้ตรงนี้ กำไรจะพอจ่ายค่าเช่าที่หรือเปล่าเนี่ย?" เหลียวหย่งฉู่กลั้วหัวเราะ
"อย่าว่าแต่ค่าเช่าเลย เผลอๆ จะหาเงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงานยังไม่ได้ด้วยซ้ำมั้ง? ดูนั่นสิ! ราคาผักร้านนี้!" สวี่ลี่จูชี้ให้ดูป้ายราคา
เหลียวหย่งฉู่เหลือบมองตามก่อนจะเบิกตากว้าง "พระเจ้าช่วย! กล้าตั้งราคาขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย! ทำแบบนี้กะจะไม่ค้าขายกันดีๆ แล้วสินะ"
"กะหล่ำดอกชั่งละ 30 หยวน! ซูเปอร์มาร์เก็ตเทียนหงขายแค่ชั่งละ 5 หยวนเองไม่ใช่เหรอ? กะหล่ำปลีชั่งละ 20 หยวน เทียนหงก็ขายแค่ชั่งละ 2 หยวนเอง..." สวี่ลี่จูนำราคาผักของที่นี่มาเปรียบเทียบกับซูเปอร์มาร์เก็ตที่พวกเขาไปซื้อเป็นประจำแบบชิ้นต่อชิ้น
"สวัสดีครับคุณผู้หญิง ผักของร้านเราแตกต่างจากผักตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปครับ ผักทั้งหมดส่งตรงมาจากฟาร์มของเราเอง ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ยเคมีใดๆ ในกระบวนการเพาะปลูก จัดเป็นอาหารออร์แกนิกปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้นทุนผักของเราจึงสูงกว่าผักทั่วไปหลายเท่าตัวครับ ทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติของผักเหล่านี้ก็แตกต่างจากผักธรรมดาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ เรายังเคยส่งให้หน่วยงานอิสระทำการทดสอบ ซึ่งตัวชี้วัดทุกประการก็ผ่านมาตรฐานคุณภาพระดับอาหารออร์แกนิกแล้วครับ" เผิงหย่งเดินเข้ามาแนะนำตัวด้วยท่าทีที่เป็นมิตร
"คุณบอกว่าไม่ได้ใช้ยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ยเคมี แค่พูดใครก็พูดได้ไม่ใช่หรือไง? ใครจะรับประกันได้ว่าคุณไม่ได้โกหก? พวกรายงานผลการทดสอบอะไรนั่น ขอแค่มีเงินจ่ายก็ซื้อมาได้ทั้งนั้นแหละ จริงไหม?" เหลียวหย่งฉู่อดไม่ได้ที่จะสวนกลับ
"เรื่องที่คุณพูดมาก็อาจจะเป็นไปได้ครับ แต่คุณสามารถตรวจสอบกับหน่วยงานที่ออกใบรับรองให้เราได้เลยว่าสามารถใช้เงินซื้อรายงานแบบนี้จากพวกเขาได้หรือเปล่า ส่วนเรื่องที่ว่าเราใช้ยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ยเคมีในฟาร์มหรือไม่นั้น สามารถพิสูจน์ได้จากรสชาติและคุณภาพของผัก หรือจะนำไปผ่านกระบวนการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ก็ได้เช่นกันครับ" เผิงหย่งอธิบายอย่างใจเย็น
"แต่ผักร้านคุณแพงหูฉี่เลยนะ! ราคาแพงกว่าของที่อื่นเป็นสิบเท่าเลย" สวี่ลี่จูท้วง
"การที่ผักออร์แกนิกจะราคาสูงกว่าผักทั่วไปเป็นสิบเท่าถือเป็นเรื่องปกติมากครับ เพราะคุณภาพที่ต่างกันของทั้งสองชนิดนั้นห่างกันเกินสิบเท่าอย่างแน่นอน!" เผิงหย่งยืนยัน
"คุณแน่ใจเหรอว่าร้านของคุณจะไม่เจ๊งเพราะขายผักพวกนี้ไม่ออกน่ะ?" เหลียวหย่งฉู่ถาม
เผิงหย่งส่งยิ้ม "เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ อันที่จริงกำไรของร้านเราวันนี้ก็ถือว่าน่าพอใจมากทีเดียว เพราะเราไม่ได้พึ่งพารายได้จากการขายหน้าร้านเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันรายได้หลักของเรามาจากยอดสั่งซื้อของร้านอาหารระดับไฮเอนด์ในเมืองเอกครับ อ้อ ทางด้านนั้นมีผักจัดโปรโมชั่นลดราคาพิเศษอยู่ด้วยนะครับ คุณลูกค้าสามารถซื้อไปลองชิมดูก่อนได้ ผมรับรองว่ารสชาติผักของเราแตกต่างจากผักธรรมดาตามซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างสิ้นเชิงแน่นอนครับ"
สวี่ลี่จูมองตามทิศทางที่เผิงหย่งชี้ไป และพบว่ามีกระบะผักจัดโปรโมชั่นลดราคาพิเศษวางอยู่ตรงนั้นจริงๆ
มะเขือเทศ ราคาปกติชั่งละ 35 หยวน ลดเหลือชั่งละ 5 หยวน
แตงกวา ราคาปกติชั่งละ 35 หยวน ลดเหลือชั่งละ 5 หยวน... ราคาผักในโซนนี้ดูสมเหตุสมผลขึ้นมามากทีเดียว
"ไปกันเถอะ ผมหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว" เหลียวหย่งฉู่บ่น
"อย่าเพิ่งรีบสิ เราซื้อมะเขือเทศไปกินเล่นกันสักหน่อยเถอะ ดูสีสันมะเขือเทศของที่นี่สิ น่ากินมากเลยนะ แตงกวาก็ด้วย ดูสดแถมยังกรอบน่าดูเลย!" สวี่ลี่จูแค่อยากจะลิ้มลองรสชาติของผักที่ราคาปกติสูงถึงชั่งละ 35 หยวนดูสักครั้ง
"งั้นก็ซื้อสิ" เหลียวหย่งฉู่จึงจัดการเลือกมะเขือเทศและแตงกวามาสองสามลูก
หลังจากจ่ายเงินเสร็จ เหลียวหย่งฉู่ก็นำมะเขือเทศและแตงกวามาล้างด้วยน้ำแร่ ก่อนจะยื่นมะเขือเทศลูกหนึ่งให้สวี่ลี่จู "เอ้า ลองชิมดูสิว่ามะเขือเทศชั่งละ 35 หยวนรสชาติมันจะเป็นยังไง"
สวี่ลี่จูรับมะเขือเทศมากัดไปคำหนึ่ง ดวงตาของเธอพลันเบิกโพลงเป็นประกาย น้ำจากมะเขือเทศลูกนี้ทั้งหวานและหอมหวน แตกต่างจากมะเขือเทศธรรมดาทั่วไปราวฟ้ากับเหว
"หืม?"
เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของสวี่ลี่จู เหลียวหย่งฉู่ก็คิดว่ามะเขือเทศคงจะรสชาติห่วยแตก จึงรีบถามขึ้น "เป็นไง? ถ้าไม่อร่อยล่ะก็ เราเอาไปคืนมันเดี๋ยวนี้เลย!"
"คืนบ้าอะไรล่ะ! มะเขือเทศนี่อร่อยโครตๆ เลยต่างหาก คุณลองชิมดูสิ เดี๋ยวพอกินเสร็จเรากลับไปซื้อเพิ่มกันเถอะ ตอนที่เขายังจัดโปรลดราคาอยู่ รีบไปซื้อตุนไว้เยอะๆ เลย" สวี่ลี่จูกล่าวอย่างตื่นเต้น
เหลียวหย่งฉู่มีท่าทีสงสัย "มันจะอร่อยขนาดนั้นเชียวเหรอ?"
เหลียวหย่งฉู่คิดในใจว่าต่อให้มะเขือเทศลูกนี้จะอร่อยแค่ไหน มันจะวิเศษวิโสไปได้สักเท่าไหร่เชียว? ใช่ว่าเขาไม่เคยกินมะเขือเทศออร์แกนิกมาก่อนเสียเมื่อไหร่ เอาเข้าจริงคำว่าผักออร์แกนิกมันก็แค่ชื่อเรียกให้ดูหรูเท่านั้นแหละ รสชาติแทบไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน ทว่าเมื่อเขากัดลงไปและได้ลิ้มรสชาติของมันจริงๆ เขาก็ได้ตระหนักว่าบนโลกใบนี้มีมะเขือเทศที่อร่อยเลิศล้ำปานนี้อยู่จริงๆ
ท้ายที่สุด เหลียวหย่งฉู่และสวี่ลี่จูก็จัดการฟาดมะเขือเทศกับแตงกวาพวกนี้แทนมื้อเที่ยงไปเสียเลย คนหนุ่มสาวย่อมกินเก่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งแตงกวากับมะเขือเทศพวกนี้รสชาติหวานฉ่ำชื่นใจ ยิ่งกว่าผลไม้ชั้นดีเสียอีก พวกเขาซื้อมาไม่เยอะนัก พอกินจนหมดเกลี้ยงก็ยังรู้สึกไม่อยู่ท้อง
ทว่าเมื่อเหลียวหย่งฉู่และสวี่ลี่จูวิ่งกลับไปที่ร้านฟาร์มเถาหยวน พวกเขากลับพบว่ามะเขือเทศกับแตงกวาถูกเหมาซื้อไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว ไม่ใช่แค่มะเขือเทศกับแตงกวาเท่านั้น แต่ผักโปรโมชั่นราคาพิเศษทั้งหมดในร้านก็ถูกกวาดเรียบไม่มีเหลือ ดูท่าทางว่าคงไม่ได้มีแค่พวกเขาคู่เดียวแน่ๆ ที่เข้ามามุงดูความแปลกใหม่ ในเมื่อพวกเขาหลวมตัวซื้อไปลองชิมได้ คนอื่นก็ย่อมทำแบบเดียวกัน
"รู้งี้ฉันน่าจะเหมามาให้เยอะกว่านี้ตั้งแต่แรก" สวี่ลี่จูเริ่มรู้สึกเสียดาย
"งั้นเราลองซื้อผักผลไม้อย่างอื่นกลับไปทานกันดีไหม? ผมว่าแคนตาลูปพวกนั้นก็ดูน่ากินดีนะ" เหลียวหย่งฉู่เสนอ
"แพงหูฉี่เลยนะ! ตั้งชั่งละ 50 หยวนแน่ะ" สวี่ลี่จูเหลือบมองป้ายราคาพลางรู้สึกปวดใจอยู่ลึกๆ
"แต่มันอาจจะอร่อยยิ่งกว่านี้ก็ได้นะ?" เหลียวหย่งฉู่พยายามจูงใจ
"งั้นเราลองซื้อสักสองลูกดีไหม? เต็มที่ฉันก็แค่ซื้อเสื้อผ้าน้อยลงสักตัว" สวี่ลี่จูเองก็อยากลิ้มลองรสชาติของมันเช่นกัน
"งั้นก็จัดมาสองลูกเลย" เหลียวหย่งฉู่เอ่ย
แคนตาลูปของที่นี่ลูกไม่เล็กเลย น้ำหนักตกลูกละเกือบ 1 ชั่ง สองลูกก็ราคารวมกันเกือบ 100 หยวน ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีกำลังทรัพย์จะจ่าย แต่การต้องควักเงินก้อนโตขนาดนี้เพื่อแลกกับแคนตาลูปแค่สองลูกก็ยังทำให้รู้สึกเสียดายเงินอยู่ดี
ผลสุดท้าย เหลียวหย่งฉู่กับสวี่ลี่จูที่หิ้วแคนตาลูปมาด้วย ยังไม่ทันจะเดินพ้นถนนคนเดิน พวกเขาก็อดใจไม่ไหว ต้องรีบหาที่นั่งปอกแคนตาลูปกินกันเสียเดี๋ยวนั้น
พอกินเสร็จ สวี่ลี่จูก็รู้สึกเสียดายขึ้นมาทันที เธอไม่ได้เสียดายเงิน 100 หยวนที่จ่ายค่าแคนตาลูปสองลูกนี่หรอกนะ แต่เธอเสียดายที่ดันเอาเงินไปละลายกับการช้อปปิ้งเสื้อผ้ามากเกินไป ไม่อย่างนั้นล่ะก็ เธอคงได้กว้านซื้อผลไม้อีกหลายชนิดที่ร้านฟาร์มเถาหยวนมาลองชิมแล้ว
"ยอดขายร้านฟาร์มเถาหยวนวันนี้เป็นยังไงบ้าง?" ลั่วเทียนหวังเอ่ยถาม
เผิงหย่งส่ายหน้า "ไม่ค่อยตรงตามเป้าเท่าไหร่ครับ ผู้คนยังไม่ค่อยรู้จักผักจากฟาร์มเถาหยวนของเราดีพอ ยอดขายวันนี้ส่วนใหญ่มาจากออเดอร์ของภัตตาคารส่วนตัวไม่กี่แห่งเท่านั้น ส่วนโรงแรมสตาร์ซิตี้ไม่แม้แต่จะลองเปิดใจรับพิจารณาเลยด้วยซ้ำ พวกเขามีเครือข่ายซัพพลายเออร์เจ้าประจำอยู่แล้ว เลยเมินข้อเสนอของเราไปอย่างสิ้นเชิงครับ"
"ไม่เป็นไร ค่อยเป็นค่อยไปเถอะ ฉันก็ไม่ได้คาดหวังให้ธุรกิจนี้เปรี้ยงปร้างขึ้นมาในพริบตาอยู่แล้ว ผักพวกนี้เก็บไว้สักสองสามวันก็ไม่เสียหรอก ดูเหมือนว่าผักจัดโปรโมชั่นวันนี้จะขายหมดเกลี้ยงเลยสินะ นั่นถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีเลยล่ะ" ลั่วเทียนหวังระบายยิ้ม