- หน้าแรก
- วิถีชีวิตหรูหราสุดแสนสำราญ
- บทที่ 458 เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของเสี่ยวเฮย
บทที่ 458 เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของเสี่ยวเฮย
บทที่ 458 เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของเสี่ยวเฮย
บทที่ 458 เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของเสี่ยวเฮย
เสี่ยวเฮยหายหน้าไปทั้งวัน ตกบ่าย คล้อยหลังมื้อเย็นไปพักใหญ่ เสี่ยวเฮยถึงได้กลับมา เมื่อเห็นลั่วเทียนหวัง มันก็กระดิกหางให้พอเป็นพิธี แล้ววิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อดูชามข้าวตัวเอง ชามว่างเปล่า
"นายไม่กลับมากินข้าวเย็นด้วยซ้ำ แล้วยังจะอยากกินอีกเหรอ" ลั่วเทียนหวังบ่นอย่างอารมณ์เสีย
"คุณไปดุมันทำไม มันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย" หลี่ซือซือมองเสี่ยวเฮยที่กำลังจ้องชามเปล่าตาละห้อย ยืนอยู่อย่างน่าสงสาร แล้วรู้สึกเห็นใจมันมาก เธออดไม่ได้ที่จะต่อว่าลั่วเทียนหวังเล็กน้อย
ลั่วเทียนหวังบ่นอุบอิบ "ซือซือ อย่าไปหลงกลมารยาของเจ้าตัวนี้เชียว ผมยังไม่ได้ชำระความกับมันเรื่องไก่ที่โดนพังพอนคาบไปเลย วัน ๆ เอาแต่วิ่งเล่นข้างนอก ไม่รู้จักรกลับบ้านกลับช่อง!"
หลี่ซือซือไม่สนใจลั่วเทียนหวัง "คุณไม่ได้เลี้ยงหมาไว้เฝ้าไก่นะ อีกอย่าง ถ้าไก่พวกนั้นไม่วิ่งออกไปไกล พังพอนก็คงคาบไปไม่ได้หรอก คุณจะไปโทษเสี่ยวเฮยแบบนี้ไม่ได้นะ"
หลี่ซือซือตักข้าวจากหม้อ คลุกเคล้ากับน้ำซุปกระดูกหมู ใส่เนื้อหมูชิ้นโต ๆ และกระดูกที่เธอตั้งใจเก็บไว้ให้เสี่ยวเฮยโดยเฉพาะ เธอเติมข้าวให้เสี่ยวเฮยจนพูนชามใหญ่
"เสี่ยวเฮย ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก มากินข้าวเถอะ" หลี่ซือซือลูบหัวเสี่ยวเฮยเบา ๆ
ทว่าเสี่ยวเฮยกลับไม่ขยับตัว มันเงยหน้ามองลั่วเทียนหวัง และเนื่องจากลั่วเทียนหวังยังไม่เอ่ยปาก มันจึงไม่กล้ากิน
"เทียนหวัง คุณทำแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย" หลี่ซือซือบ่นอย่างขัดใจ
"ไปกินเถอะ ไปกิน เดี๋ยวฉันค่อยจัดการกับแกทีหลัง" ลั่วเทียนหวังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโบกมือไล่ เขาเดินออกไปข้างนอก ไม่อยากเห็นหน้ามันให้หงุดหงิด
"กินเร็วเข้า เทียนหวังอนุญาตแล้ว ว่าแต่ วันนี้นายหายไปไหนมาทั้งวัน วันนี้พังพอนก็มาอีกแล้วนะ ถ้าลูกไก่ไม่ช่วยกันป้องกัน เราคงเสียลูกไก่ไปอีกหลายตัวเลยทีเดียว ต่อไปนี้อย่าวิ่งซนไปทั่วอีกล่ะ" หลี่ซือซือกล่าว
ลั่วเทียนหวังรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ปกติเสี่ยวเฮยเป็นหมาที่เชื่อฟังมาก ทำไมจู่ ๆ ถึงดื้อรั้นขึ้นมาได้ วันนี้มันหายไปไหนมาทั้งวัน
"มันจะไปไหนได้อีกล่ะ ก็ไปบ้านปู่กวงฝูของนายไง หมาตัวเมียที่ปู่กวงฝูเคยเลี้ยงตายไปแล้ว และเมื่อสองปีก่อน เขาก็ได้หมามาใหม่อีกตัว ขนสีทอง เป็นหมาสายพันธุ์นักล่าแท้ ๆ ที่ได้มาจากเหมียวเซียง เป็นตัวเดียวในหมู่บ้านเลยนะ หมาตัวอื่นเข้าใกล้ไม่ได้เลย โดนกัดเรียบ แต่พอเสี่ยวเฮยกลับมา หมาสองตัวนี้ก็เล่นด้วยกันได้ เสี่ยวเฮยเคยไปผสมพันธุ์กับหมาตัวเมียที่บ่อปลาตงเซิ่ง แต่ไม่ได้พากลับมาด้วย ดูเหมือนมันจะเหงา ๆ เลยไปผสมพันธุ์กับหมาล่าเนื้อที่บ้านปู่กวงฝูเข้าให้ วันนี้มันก็ออกไปแต่เช้า ไปเฝ้าอยู่ที่บ้านปู่กวงฝูนั่นแหละ" ลั่วเป่าหลินไขข้อข้องใจให้ลั่วเทียนหวังกระจ่าง
ลั่วเทียนหวังถึงกับบางอ้อ ในที่สุดเสี่ยวเฮยก็ไม่ควรเรียกว่าเสี่ยวเฮยอีกต่อไป ควรเรียกว่าเหล่าเฮยเสียมากกว่า เลี้ยงมาตั้งหลายปี มันก็ดันมามีความรักครั้งใหม่ที่โค้งเหอม่าซะได้
"งั้นผมต้องรีบบอกปู่กวงฝูไว้แต่เนิ่น ๆ แล้วล่ะ ถ้าคลอดลูกเมื่อไหร่ ผมขอเลี้ยงตัวนึงนะ" ลั่วเทียนหวังบอก
"เลี้ยงไปเลย ไปบอกปู่กวงฝูว่าขอเลี้ยงหมดเลยก็ได้ นายทำฟาร์มใหญ่โตขนาดนี้ มีหมาไว้สักสองสามตัวก็ดี คนอื่นจะได้ไม่กล้ามาทำมิดีมิร้าย" ลั่วเป่าหลินสนับสนุนเต็มที่
หลังจากเสี่ยวเฮยกินอิ่ม มันก็วิ่งออกมาและกระดิกหางอย่างร่าเริงให้ลั่วเทียนหวัง พยายามประจบประแจง ดูเหมือนจะกังวลว่าลั่วเทียนหวังจะยังโกรธมันอยู่
"กินให้เยอะ ๆ นะ เจ้าหมาโง่ ทำไมไม่รู้จักล่อหมาของคนอื่นกลับมาล่ะ แกนี่โง่จริง ๆ" ลั่วเทียนหวังเคาะหัวเสี่ยวเฮยเบา ๆ สองที
"เมื่อกี้คุณยังดุเสี่ยวเฮยอยู่เลย ทำไมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้วล่ะ" หลี่ซือซือถามด้วยความประหลาดใจ
ลั่วเทียนหวังเล่าเรื่องราวให้ฟัง หลี่ซือซือหน้าแดงระเรื่อ เธอหัวเราะคิกคัก "เสี่ยวเฮยตอนนี้ก็เหมือนโกวเซิงเลย ถึงเวลาต้องหาเมียแล้วล่ะ"
"ผมจะให้มันล่อหมาปู่กวงฝูกลับมาให้ได้" ลั่วเทียนหวังพูดพร้อมกับรอยยิ้ม
"มันจะล่อกลับมาได้เหรอ"
"ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหมอนี่จะมีปัญญาทำได้หรือเปล่า"
คืนนั้น เสี่ยวเฮยวิ่งออกไปอีกครั้ง ไม่เห็นแม้แต่เงาที่เล้าไก่บนเขาหัวโล้น แต่พอมันกลับมาในตอนเช้า มันก็พาหมาสีเหลืองกลับมาด้วย หมาตัวนี้ตัวใหญ่กว่าเสี่ยวเฮยเล็กน้อย และดูท่าทางหวาดกลัวเมื่อเห็นลั่วเทียนหวัง
เสี่ยวเฮยเห่าใส่หมาสีเหลืองสองสามครั้ง ก่อนที่หมาสีเหลืองจะกระดิกหางให้ลั่วเทียนหวัง
เมื่อลั่วเทียนหวังเอื้อมมือไปลูบหัวหมาสีเหลือง มันก็ตื่นตัวทันที พร้อมกับส่งเสียงขู่คำรามเป็นเชิงเตือนไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้
เสี่ยวเฮยรีบเห่าใส่หมาสีเหลืองอีกสองสามครั้ง หมาสีเหลืองจึงคลายความระแวดระวังลง มันเดินเข้าไปหาลั่วเทียนหวัง เอาหัวถูไถกับน่องของเขา และกระดิกหางเพื่อแสดงความเป็นมิตร คราวนี้เมื่อลั่วเทียนหวังลูบหัวมัน มันก็ไม่หลบหลีกอีกต่อไป ลั่วเทียนหวังถ่ายทอดพลังวิญญาณสายหนึ่งเข้าสู่ร่างของหมาสีเหลือง มันจึงคุ้นเคยกับลั่วเทียนหวังอย่างรวดเร็ว
ตอนพักเที่ยง หมาสีเหลืองไม่ยอมกลับบ้าน กินข้าวชามเดียวกับเสี่ยวเฮย ลั่วเทียนหวังพิเศษเพิ่มอาหารให้พวกมันเป็นสองเท่า ใส่ทั้งเนื้อและกระดูกชิ้นโต ๆ ลงไปอย่างจุใจ
หลังกินอิ่ม เสี่ยวเฮยก็พาหมาสีเหลืองไปที่เล้าไก่ พวกมันวิ่งเล่นกันบนเขาหัวโล้นอย่างสนุกสนาน ตกเย็นพวกมันก็อยู่เฝ้าเขาหัวโล้นด้วยกัน
วันต่อมา ลั่วกวงฝูก็มาตามหา
"ว่าแล้วเชียว เจ้าตัวนี้ต้องโดนหมาดำของนายล่อมาสักวันแน่ ๆ แล้วก็เป็นไปตามคาดจริง ๆ ด้วย!"
"ปู่กวงฝู ปู่จะไม่พรากคู่รักหรอกใช่ไหมครับ เอาจริง ๆ แบบนี้ก็ดีนะฮะ พอหมาสีเหลืองคลอดลูก ปู่ก็ค่อยเอาลูกหมากลับไปสักตัวนึงไง" ลั่วเทียนหวังพูดพร้อมกับรอยยิ้ม
"ไอ้เด็กบ้า ฝันไปเถอะ ฉันอุตส่าห์ฝึกหมาตัวนี้มากับมือ มันโดนหมาดำของนายล่อมา แล้วถ้าฉันเอาลูกหมาบ้านนายไป มันจะเชื่องเหรอ ฉันไม่ได้โง่นะ เหล่าหวง กลับบ้านเราเถอะ" ลั่วกวงฝูเรียก หมาสีเหลืองก็เดินตามลั่วกวงฝูกลับไปจริง ๆ
ลั่วกวงฝูฝึกหมาสีเหลืองมากับมือจริง ๆ หมาพวกนี้มีความจงรักภักดีสูงมาก ตราบใดที่เจ้าของไม่ทอดทิ้งมัน มันก็จะไม่มีวันทรยศเจ้าของเด็ดขาด
"ไอ้เด็กบ้า หาแต่เรื่อง ปู่กวงฝูกว่าจะได้หมาสีเหลืองตัวนี้มาไม่ใช่เรื่องง่าย หมาตัวนี้ฉลาดเป็นกรด เหมือนคนเลย มีความรู้สึกด้วย นายจะไปล่อหมาของคนอื่นมาได้ยังไง มันเหมาะสมตรงไหน ถ้าทำแบบนี้ พอหมาสีเหลืองคลอดลูก ลุงกวงฝูคงไม่ยอมให้ลูกหมานายสักตัวเดียวแน่" ลั่วเป่าหลินย่อมรู้เจตนาแอบแฝงของลั่วเทียนหวังดี
ผลก็คือ เสี่ยวเฮยวิ่งไปบ้านลั่วกวงฝูทุกวัน ไปเฝ้าหมาสีเหลืองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนกระทั่งพ้นช่วงฤดูผสมพันธุ์ เสี่ยวเฮยถึงยอมอยู่ติดบ้าน
เป็นไปตามคาด ปลาซิวเหวินเจียงดำประสบความสำเร็จในการขึ้นแท่นแทนที่ปลาหลด ปลาซิวเหวินเจียงดำเหล่านี้ได้รับคำชมเชยอย่างล้นหลามจากเหล่านักชิมในซีหลิน พวกเขาลืม 'ยอดหญิงเร้นกายในวังฮั่น' ไปชั่วขณะ จำได้เพียง 'ปลาซิวเหวินเจียงซุปน้ำนม' เท่านั้น ปลาซิวเหวินเจียงซุปน้ำนมยังมีจำนวนจำกัด แต่ก็ไม่ได้จำกัดเข้มงวดเท่ากับ 'ยอดหญิงเร้นกายในวังฮั่น' ในแต่ละวันมีการเสิร์ฟปลาซิวเหวินเจียงดำจำนวนสิบที่
ไม่ไกลจากโรงแรมเหมาหมินนัก มีภัตตาคารฟู่หยวนตั้งอยู่ ซึ่งมีต่งหงซินเป็นเจ้าของ ทำเลที่ตั้งของภัตตาคารฟู่หยวนดีกว่าโรงแรมเหมาหมินเสียอีก มีลานกว้างด้านหน้าและที่จอดรถกว้างขวาง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยมาตรการควบคุมการใช้จ่ายเงินสาธารณะที่เข้มงวดขึ้น ภัตตาคารฟู่หยวนก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน ทว่าด้วยทำเลที่ดีเยี่ยมของภัตตาคารฟู่หยวน แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบ แต่ชีวิตก็ยังสุขสบายกว่าสวีเหมาหมินมากนัก ยังคงทำกำไรได้บ้าง
แต่ตอนนี้สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิง ชีวิตของสวีเหมาหมินดีวันดีคืน ไม่เพียงธุรกิจจะไม่ตกต่ำลง แต่กลับได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ผู้คนในเมืองจำนวนมากเริ่มรู้จักแบรนด์โรงแรมเหมาหมินและตั้งใจเดินทางมากินอาหารที่นี่โดยเฉพาะ ในขณะเดียวกัน ธุรกิจของภัตตาคารฟู่หยวนกลับย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ จนแทบจะประคองตัวไม่รอด
ต่งหงซินสืบหาสาเหตุได้อย่างรวดเร็ว
"แค่มีเมนูเด็ดเพิ่มมาอีกหนึ่งเมนู ก่อนหน้านี้ก็มี 'ยอดหญิงเร้นกายในวังฮั่น' แล้วก็ตามด้วย 'ปลาซิวเหวินเจียงซุปน้ำนม' เดิมทีสองเมนูนี้ก็ไม่ได้พิเศษอะไร ในซีหลิน พ่อครัวคนไหนก็ทำสองเมนูนี้ได้ทั้งนั้น แต่สองเมนูนี้ที่โรงแรมเหมาหมินต่างออกไป ฉันไม่รู้ว่าเขาใช้วัตถุดิบอะไร แต่รสชาติมันดีกว่าของคนอื่น ๆ มากเลย" ผู้พูดคือเผิงหมิงต๋า ซึ่งต่งหงซินจ้างมาสืบเรื่องนี้โดยเฉพาะ
"เขาแอบใส่สารเสพติดลงไปหรือเปล่า เราควรไปแจ้งความไหม" ต่งหงซินถาม
เผิงหมิงต๋าส่ายหน้า "ฉันว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับการใส่สารเสพติดหรอก น่าจะเป็นที่วัตถุดิบมากกว่า ปลาหลดกับปลาซิวเหวินเจียงดำของพวกเขามันสดและหวานอร่อยเป็นพิเศษ แน่นอนว่ารสชาติแบบนี้ไม่ได้เกิดจากการใส่สารผิดกฎหมายแน่ ๆ ปลาซิวเหวินเจียงซุปน้ำนมก็ทำง่าย ๆ แต่รสชาติอร่อยมากจริง ๆ"
"นายสืบรู้หรือยังว่าวัตถุดิบหลักของเมนูเด็ดของพวกเขาส่งมาจากไหน" ต่งหงซินจับจุดสำคัญได้ทันที
"เรื่องนี้แม้แต่พนักงานของโรงแรมเหมาหมินยังไม่รู้เลย วัตถุดิบหลายอย่างสวีเหมาหมินเป็นคนไปหาซื้อมาเอง โดยเฉพาะปลาซิวเหวินเจียงดำกับปลาหลด แม้แต่พ่อครัวในตำบลของสวีเหมาหมินก็ยังไม่รู้ มีแค่สวีเหมาหมินคนเดียวที่รู้ เป็นไปได้มากว่าวัตถุดิบพวกนี้จะมาจากตำบลวัดสุ่ยโข่ว" เผิงหมิงต๋าตอบ
"ผู้เฒ่าเผิง ช่วยไปสืบดูหน่อยได้ไหมว่าเราจะหาวัตถุดิบพวกนี้มาได้หรือเปล่า" ต่งหงซินพูด
"เกรงว่าจะยากอยู่นะ ฉันกะว่าจะไปดักรอสวีเหมาหมินที่ตำบลวัดสุ่ยโข่วเพื่อดูว่าเขาไปรับของมาจากไหน พอรู้แหล่งรับของ เราก็ค่อยเสนอราคาสูง ๆ แข่งกับเขา ช่วงนี้ธุรกิจของโรงแรมเหมาหมินดีมากจริง ๆ" เผิงหมิงต๋ามองออกไปข้างนอก โรงแรมเหมาหมินคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ธุรกิจเฟื่องฟูสุด ๆ
"ไปเถอะ ไม่ต้องกลัวเปลืองเงินหรอก อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ" ต่งหงซินรู้สึกปวดใจอยู่ลึก ๆ
แม้แหล่งที่มาของวัตถุดิบจะถูกปิดเป็นความลับ แต่สวีเหมาหมินก็ไม่ได้ระมัดระวังตัวมากนัก เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกสะกดรอยตามมาจนถึงตำบลวัดสุ่ยโข่ว จากนั้น เมื่อสวีเหมาหมินเดินทางไปโค้งเหอม่า เผิงหมิงต๋าก็สะกดรอยตามไปติด ๆ
สวีเหมาหมินเดินทางไปที่บ้านของลั่วเทียนหวัง ส่วนเผิงหมิงต๋าแกล้งทำเป็นมาติดต่อขอเช่าที่นาในหมู่บ้าน หลังจากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ เขาก็ได้รู้ว่าวัตถุดิบของสวีเหมาหมินนั้นถูกซื้อมาจากบ้านของลั่วเทียนหวังในราคาสูงลิบลิ่ว ดังนั้น ทันทีที่สวีเหมาหมินคล้อยหลังไป เผิงหมิงต๋าก็มุ่งหน้าไปที่บ้านของลั่วเทียนหวังทันที
"ได้ยินมาว่าบ้านของพวกคุณมีปลาซิวเหวินเจียงดำกับปลาหลดขาย ฉันอยากจะขอซื้อไปชิมสักหน่อย ถ้ารสชาติดี ฉันอาจจะรับซื้อจากพวกคุณในระยะยาว ฉันมีเพื่อนเปิดภัตตาคารใหญ่โต เรื่องราคาไม่ใช่ปัญหาหรอก" เผิงหมิงต๋าคิดว่าตราบใดที่เขายอมจ่ายเงิน ทุกปัญหาก็สามารถแก้ไขได้
"ตอนนี้เรายังไม่มีปลาซิวเหวินเจียงดำส่งให้หรอกนะ แล้วก็ไม่มีปลาหลดส่งให้ด้วยเหมือนกัน ขอโทษทีนะ" ลั่วเทียนหวังมองเผิงหมิงต๋าอยู่สองสามครั้ง แทบไม่ต้องเดาเลย คนคนนี้ต้อง 'ตาม' สวีเหมาหมินมาอย่างแน่นอน
"ฉันไม่ได้มาพูดเล่นกับนายนะ ไม่ว่าคนอื่นจะให้ราคาเท่าไหร่ ฉันสู้ราคาให้สูงกว่าได้เสมอ" เผิงหมิงต๋าพูด