- หน้าแรก
- สัญญารักฉบับมาเฟีย ภรรยาตัวแสบของนายน้อยเหยียน
- บทที่ 53 - สู่ขอ (1)
บทที่ 53 - สู่ขอ (1)
บทที่ 53 - สู่ขอ (1)
บทที่ 53 - สู่ขอ (1)
"อิ่งเอ๋อร์... อิ่งเอ๋อร์..."
จู๋เชี่ยนอิ่งที่พอกลับถึงบ้านก็ล้มตัวลงนอนหลับเป็นตาย สะลึมสะลือเหมือนได้ยินเสียงแม่เรียก
น่ารำคาญจริง!
ทำไมถึงไม่ยอมปล่อยเธอไปแม้แต่ในความฝันเลยนะ?
เธอเป็นลูกสาวของแม่นะ ไม่ใช่พระผู้ช่วยให้รอด เลิกเอาเรื่องขี้ปะติ๋วมาคอยกวนใจเธอสักทีจะได้ไหม?!
เสียงพึมพำยังคงดังแทรกเข้ามาในหูอย่างไม่ลดละ "อิ่งเอ๋อร์... ตื่นได้แล้ว!" คราวนี้เสียงของแม่มาพร้อมกับเสียงเคาะประตูดังก๊อกๆๆ
จู๋เชี่ยนอิ่งเพิ่งจะตื่นเต็มตา ถึงได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
"แม่ ฉันไม่หิว แม่กินกันไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน!" จู๋เชี่ยนอิ่งคิดว่าแม่มาเรียกไปกินข้าวเย็น
"ไม่ใช่ลูก ท่านผู้เฒ่าเหยียน คุณนายผู้เฒ่าเหยียน แล้วก็นายน้อยเหยียนมาหา ตอนนี้นั่งอยู่ข้างล่างแล้ว"
ข่าวที่เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางวันแสกๆ นี้ ทำเอาจู๋เชี่ยนอิ่งเด้งตัวพรวดขึ้นมาจากเตียง อาการปวดเมื่อยตามร่างกายที่ถูกกระชากอย่างแรง ทำให้เธอเจ็บจนต้องสูดปาก
"แม่ พูดว่าอะไรนะคะ?"
จู๋เชี่ยนอิ่งยังนึกว่าตัวเองเมาขี้ตาจนหูฝาดไป
"ครอบครัวตระกูลเหยียนมานั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่น ลูกรีบอาบน้ำล้างหน้าล้างตาแล้วลงไปต้อนรับพวกเขาก่อน พ่อลูกยังกลับมาไม่ถึงเลย"
น้ำเสียงของเฉินจิ้งฟังดูตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
จะโทษแม่ก็ไม่ได้หรอก เพราะแม่เป็นคนขี้ขลาดตาขาวมาแต่ไหนแต่ไร ใช้เวลายี่สิบกว่าปีก็ยังไม่รู้วิธีรับมือกับบรรดาคุณนายของตระกูลจู๋เลย แล้วประสาอะไรกับคนตระกูลเหยียนทั้งสามคนที่แต่ละคนรัศมีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านขนาดนั้น ถ้าแม่ไม่สติแตกสิถึงจะแปลก
จู๋เชี่ยนอิ่งจัดการธุระส่วนตัวด้วยความเร็วแสง เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าลำลองสีฟ้าอ่อนกับกางเกงเจ็ดส่วนแล้วเดินลงไปชั้นล่าง
"สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า!"
จู๋เชี่ยนอิ่งยิ้มทักทายเหยียนป๋อกับนายหญิงเหยียนเสร็จ ก็ถูกนายหญิงเหยียนดึงมือให้ไปนั่งลงข้างๆ ทันที
นายน้อยเหยียนที่ตอนแรกนั่งอยู่ข้างนายหญิงเหยียน เลยจำต้องขยับที่ให้ กลายเป็นว่าตอนนี้เขานั่งติดกับจู๋เชี่ยนอิ่งแทน
จนถึงตอนนี้ จู๋เชี่ยนอิ่งถึงเพิ่งมีเวลาเงยหน้ามองนาฬิกาแขวนผนัง เข็มชี้ไปที่บ่ายสองโมงพอดี
นี่แปลว่า หลังจากกลับมา เธอนอนหลับยาวมาตลอดช่วงเช้าเลยเหรอเนี่ย?
"เป็นอะไรหรือเปล่า?" นายน้อยเหยียนที่ถูกจู๋เชี่ยนอิ่งตั้งใจเมิน จู่ๆ ก็เอ่ยปากถามขึ้นมา
จู๋เชี่ยนอิ่งดึงสายตากลับมา ยิ้มบางๆ ให้เขา อยู่ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ เธอย่อมต้องทำตัวอ่อนหวานน่ารักเป็นธรรมดา
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะเป็นอะไรได้ล่ะ?"
พวกคุณนั่นแหละ เที่ยงวันแสกๆ บุกมาบ้านฉันทำไมเนี่ย? มาสุ่มตรวจงาน? หรือว่าจู่ๆ ก็เกิดตาสว่าง คิดว่าคุณหนูห้าตระกูลจู๋ที่เกิดจากเมียน้อยอย่างฉันมันไม่คู่ควรกับนายน้อยเหยียนผู้สูงส่งอย่างคุณแล้ว?
ในใจของจู๋เชี่ยนอิ่งมีแต่คำถามเต็มไปหมด แต่ภายนอกกลับยังคงรักษากิริยามารยาทของการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ลุกขึ้นรินชาเติมให้ผู้อาวุโสทั้งสอง
นายหญิงเหยียนได้ยินลูกชายถามแบบนั้น ก็เลยหันไปพิจารณาใบหน้าของจู๋เชี่ยนอิ่งอย่างจริงจัง
"อิ่งเอ๋อร์ รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าจ๊ะ ทำไมหน้าซีดเชียว?" ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปจับมือของเธอมาตบเบาๆ
จูเส้าเฟินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่รู้ว่ามาช่วยรับแขกหรือมารอดูเรื่องสนุกกันแน่ ชิงตอบคำถามแทนจู๋เชี่ยนอิ่งไปซะก่อน
"คุณนายเหยียนวางใจได้เลยค่ะ อิ่งเอ๋อร์บ้านเราน่ะ เรื่องอื่นไม่กล้ารับประกันหรอกนะ แต่เรื่องสุขภาพนี่แข็งแรงเป็นที่หนึ่ง กินจุหลับสบายหายห่วงเลยล่ะค่ะ"
จู๋เชี่ยนอิ่งปรายตามองจูเส้าเฟินอย่างเย็นชา กำลังจะอ้าปากสวนกลับ แต่นายหญิงเหยียนก็ตบหลังมือเธอเบาๆ เป็นสัญญาณไม่ให้พูดอะไร
จากนั้น นายหญิงเหยียนก็หันไปพูดกับจูเส้าเฟินด้วยน้ำเสียงเนิบนาบว่า "สุขภาพของอิ่งเอ๋อร์แข็งแรงก็ถูกต้องแล้วล่ะค่ะ มีแม่อย่างอาจิ้งที่ทำอาหารเก่งขนาดนี้คอยดูแล สุขภาพก็ต้องดีอยู่แล้ว แต่ฟังจากที่คุณนายจู๋พูด นี่หมายความว่าลูกๆ ของคุณสุขภาพไม่ดีกันหมดเลยงั้นเหรอคะ? หรือว่าพวกเขากินไม่ได้นอนไม่หลับกัน?"
คำพูดของนายหญิงเหยียน ทำเอาสีหน้าของจูเส้าเฟินเปลี่ยนไปทันที
เธอที่เป็นถึงภรรยาแต่งที่ถูกต้องตามกฎหมายของตระกูลจู๋ ปกติก็วางอำนาจบาตรใหญ่ทั้งในบ้านนอกบ้านมาตลอด เคยโดนใครมาพูดจาฉีกหน้าตรงๆ แบบนี้ที่ไหนกัน?
แต่ตอนนี้ เธอไม่กล้าเถียงกลับแม้แต่ครึ่งคำ เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่แค่คุณนายตระกูลเหยียน แต่ยังเป็นถึงอดีตผู้นำตระกูลถงด้วย คนระดับนี้ จูเส้าเฟินจะไปกล้ามีเรื่องด้วยได้ยังไง?
"แหะๆ คุณนายเหยียนก็พูดถูกนะคะ ฝีมือทำอาหารของอาจิ้งเยี่ยมมากจริงๆ คอยทำอาหารเลี้ยงดูพวกเราคนตระกูลจู๋จนอ้วนท้วนสมบูรณ์กันถ้วนหน้าเลยล่ะค่ะ"
เธอไม่กล้ามีเรื่องกับนายหญิงเหยียน แต่ก็ยังสามารถเอาความโกรธแค้นนี้ไปลงที่เฉินจิ้งได้ไม่ใช่หรือไง?
ครั้งนี้ จู๋เชี่ยนอิ่งไม่รอให้นายหญิงเหยียนอ้าปาก ก็พูดแทรกขึ้นมาทันทีว่า "คุณนายใหญ่ช่างยกย่องแม่ฉันเกินไปแล้วค่ะ พูดซะอย่างกับว่าถ้าไม่มีแม่ฉัน คนตระกูลจู๋จะพากันอดตายกันหมดอย่างนั้นแหละ"
สีหน้าของจูเส้าเฟินยิ่งดูไม่ได้ คิ้วขมวดเข้าหากัน จ้องจู๋เชี่ยนอิ่งตาเขม็ง "อิ่งเอ๋อร์ พูดจาอะไรแบบนั้นฮะ?"
ถ้าเป็นเวลาปกติ จูเส้าเฟินคงด่ากราดไปแล้ว แต่ตอนนี้เพราะเกรงใจคนตระกูลเหยียนทั้งสามคน เธอถึงไม่กล้าอาละวาดเต็มที่ แต่น้ำเสียงก็ยังเต็มไปด้วยความไม่พอใจและการตำหนิติเตียนอย่างชัดเจน
"คุณนายเหยียนคะ อิ่งเอ๋อร์บ้านเรายังเด็ก บางทีพูดจาอะไรก็ไม่ทันคิด รบกวนคุณนายเหยียนโปรดอภัยให้ด้วยนะคะ" หลังจากตำหนิจู๋เชี่ยนอิ่งเสร็จ จูเส้าเฟินก็หันไปทำตัวเป็นผู้ใหญ่ผู้ใจกว้าง กล่าวขอโทษนายหญิงเหยียนแทน
นายหญิงเหยียนมีหรือจะมองการแสดงละครตบตาพวกนี้ไม่ออก?
"คุณนายจู๋คะ ฉันว่าอิ่งเอ๋อร์ก็พูดถูกนะคะ อาจิ้งอยู่ในตระกูลจู๋ ก็มีฐานะเท่าเทียมกับคุณไม่ใช่เหรอคะ? การที่เธอคอยดูแลอิ่งเอ๋อร์ ก็เพราะเธอเป็นแม่อิ่งเอ๋อร์ แต่การที่เธอต้องมาคอยปรนนิบัติรับใช้พวกคุณเนี่ย ฟังยังไงมันก็ไม่สมเหตุสมผลเลยนะคะ! หรือว่าตระกูลจู๋จะยากจนจนจ้างแม่ครัวไม่ได้ ถึงต้องให้ภรรยามาลงครัวเอง? เรื่องนี้ถ้าแพร่งพรายออกไป คุณจู๋คงเอาหน้าไปไว้ไหนไม่ได้เลยนะคะ?"
คำพูดของนายหญิงเหยียน เปรียบเสมือนฝ่ามือที่มองไม่เห็น ตบหน้าจูเส้าเฟินฉาดใหญ่เข้าเต็มเปา
ส่วนจู๋เชี่ยนอิ่ง ก็เพิ่งจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การที่นายหญิงเหยียนบอกว่าจะคอยหนุนหลังเธอนั้น ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่เป็นการแสดงออกให้เห็นด้วยการกระทำจริงๆ
จะบอกว่าเธอไม่ซาบซึ้งใจเลยก็คงเป็นการโกหก
เพียงแต่ ต่อหน้าคนเยอะแยะขนาดนี้ ต่อให้ซาบซึ้งใจแค่ไหนก็แสดงออกมากไม่ได้ เธอจึงทำได้แค่งอนิ้วเกาฝ่ามือของนายหญิงเหยียนเบาๆ ในขณะที่มือยังถูกจับเอาไว้
นายหญิงเหยียนขยิบตาให้เธอทีหนึ่ง แล้วหันไปพูดกับเฉินจิ้ง "อาจิ้ง พวกเราต่างก็รู้ดีว่ากว่าคุณจะเลี้ยงอิ่งเอ๋อร์มาจนโตได้ขนาดนี้มันไม่ง่ายเลย แต่ฉันกับเหล่าเหยียนชอบอิ่งเอ๋อร์มากจริงๆ วันนี้เลยถือวิสาสะมาเยี่ยมเยียนที่บ้าน เพื่อจะขออนุญาตให้คุณตกลงปลงใจให้หนูอิ่งเอ๋อร์แต่งงานกับเสี่ยวหานลูกชายของฉันค่ะ"
คำพูดนี้ของนายหญิงเหยียน ทำเอาทั้งเฉินจิ้ง จูเส้าเฟิน และแม้แต่จู๋เชี่ยนอิ่งเองก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ
ความจริงแล้ว จู๋เชี่ยนอิ่งควรจะดีใจถึงจะถูก เพราะที่เธออุตส่าห์ดิ้นรนไปร่วมการคัดเลือก ก็เพื่อจะได้แต่งงานกับนายน้อยเหยียน แล้วพาแม่กับน้องสาวหลุดพ้นจากขุมนรกตระกูลจู๋ไม่ใช่เหรอ?
แต่การแต่งงานที่ควรจะเป็นเพียงแค่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อันเย็นชา กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและมีมนุษยธรรมขึ้นมาทันที เพราะการกระทำอันจริงใจและตรงไปตรงมาของนายหญิงเหยียน
ในใจของจู๋เชี่ยนอิ่ง จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
สำหรับเธอกับนายน้อยเหยียน ไม่ว่าจะทำเรื่องลึกซึ้งถึงขั้นไหนมันก็ไม่สำคัญ เพราะต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่ามันคือการแลกเปลี่ยน
แต่นายหญิงเหยียนไม่เหมือนกัน ดูเหมือนเธอจะมีความคาดหวังในตัวเธอไปในทางอื่นจริงๆ
ความคาดหวังและความโปรดปรานนี้ ทำให้จู๋เชี่ยนอิ่งรู้สึกละอายใจอย่างยิ่ง
"คุณป้าคะ..."
จู๋เชี่ยนอิ่งอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกนายหญิงเหยียนที่จ้องมองเธออยู่ตลอดเวลาพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"อิ่งเอ๋อร์ ป้ารู้ว่าหนูต้องลำบากมามาก แล้วก็รู้ด้วยว่าการมาขอแบบนี้มันอาจจะกะทันหันไปหน่อย เรื่องสำคัญอย่างการแต่งงาน ความจริงแล้วเสี่ยวหานควรจะเป็นคนขอหนูแต่งงานก่อน แต่ฉันกับลุงเขาร้อนใจรอไม่ไหวแล้ว ก็เลยตัดสินใจมาสู่ขอด้วยตัวเองเลยจ้ะ"
(จบแล้ว)