- หน้าแรก
- เศษวันเวลาที่เหลือไว้ ณ ฉางอาน
- บทที่ 16 แสร้งร้องไห้บีบน้ำตา
บทที่ 16 แสร้งร้องไห้บีบน้ำตา
บทที่ 16 แสร้งร้องไห้บีบน้ำตา
หลินจิ่นเหยียนก้มหน้าลง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยเสียงเบาว่า
เป็นข้าที่จำผิดไปเอง พอตื่นมาได้ยินว่าพี่เย่ว์เสวี่ยคุกเข่าอยู่ในห้องพระ ก็ไม่ได้ถามไถ่ให้ละเอียด นึกว่า พี่ถูกทำโทษให้คุกเข่า ก็เลย เอาเรื่องในความฝันมาปะปนกับความจริง ท่านปู่ท่านย่าอย่าได้เก็บไปใส่ใจเลยเจ้าค่ะ เป็นเหยียนเอ๋อร์ที่เลอะเลือนจำผิดไปเอง ขอท่านปู่ท่านย่าช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยนะเจ้าคะ ยิ่งห้ามนำไปบอกพี่เย่ว์เสวี่ย ข้า กลัวว่าพี่จะหัวเราะเยาะเอาเจ้าค่ะ
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ย จริงหรือ เย่ว์เสวี่ยคุกเข่าสวดมนต์จนเหนื่อยแทบจะเป็นลม พอตอนเช้าได้ข่าวว่าเจ้าปลอดภัยแล้ว ถึงได้ให้แม่นมฉีพยุงกลับไปนอนพักที่ห้อง ป่านนี้ยังไม่ตื่นเลย หากนางขัดขาเจ้าจริงๆ ย่าจะเรียกนางมาถามให้รู้เรื่อง แต่ถ้าเจ้าจำผิดไปเอง ย่าก็จะไม่เรียกนางมา
หลินจิ่นเหยียนพยักหน้า อืม เป็นเหยียนเอ๋อร์ที่เลอะเลือนไปเอง ทำให้ท่านปู่ท่านย่าต้องว้าวุ่นใจ ข้ารู้ว่าท่านย่ารักและเอ็นดูพี่เย่ว์เสวี่ย ไม่ควรเอาเรื่องในความฝันมาพูดให้ท่านย่าขุ่นเคืองใจ ขอท่านย่าอย่าตำหนิเลยนะเจ้าคะ
พูดจบก็ลุกขึ้นยืน ข้าต้องกลับไปดื่มยาแล้ว ไม่รบกวนท่านปู่ท่านย่าแล้ว วันหน้าหายดีเมื่อไหร่จะมาคารวะใหม่นะเจ้าคะ
พูดจบก็ย่อตัวทำความเคารพแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่ดูอ้างว้างโดดเดี่ยว
เมื่อเดินพ้นประตูออกมา นางก็ก้มหน้าพาอวี้ถงเดินกลับเรือน โดยมีหม่าเนาเดินตามมาส่งด้านหลัง
เมื่อเดินมาส่งจนพ้นประตูเรือนซงเม่า หม่าเนาที่กำลังจะหันหลังกลับ ก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของหลินจิ่นเหยียนพูดกับอวี้ถงว่า
ทำไมนางถึงไม่กล้าจำนนรับผิด อุตส่าห์เป็นห่วงกลัวว่านางจะถูกทำโทษ ข้าถึงกับยอมโกหกท่านปู่ท่านย่า...
เสียงนั้นค่อยๆ ห่างออกไป หม่าเนาเดินออกมาหน้าประตูเรือน มองตามหลังนายบ่าวทั้งสองที่เดินจ้ำอ้าวห่างออกไปเรื่อยๆ ได้ยินเพียงเสียงอวี้ถงที่กำลังร้อนรนปลอบหลินจิ่นเหยียนไม่ให้ร้องไห้อย่างเลือนราง
หม่าเนาขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน ก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึงหมุนตัวกลับเข้าไปในเรือน
เมื่อเดินห่างจากเรือนซงเม่ามาไกลพอสมควร หลินจิ่นเหยียนก็หันกลับไปมอง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครตามมาแล้ว สีหน้าเศร้าสร้อยน้อยใจก็มลายหายไปในทันที
ทำเอาอวี้ถงถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ คุณหนู ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ เมื่อครู่นี้ยังร้องไห้อยู่เลย...
หลินจิ่นเหยียนมีสีหน้าเรียบเฉย แกล้งร้องไห้น่ะ
อวี้ถงยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ เอ๊ะ ทำไมล่ะเจ้าคะ
หลินจิ่นเหยียนหลอกล่อ มีคนไปพูดจาใส่ร้ายข้าต่อหน้าท่านย่า แกล้งร้องไห้จะได้ไม่ถูกดุด่าอย่างไรล่ะ
อวี้ถงขมวดคิ้วจนแทบจะผูกเป็นปม ใครกล้าพูดจาใส่ร้ายคุณหนูกันเจ้าคะ คุณหนูรู้ความมาตลอด ไม่เคยถูกดุด่าเลยนี่นา แล้วคุณหนูไปเรียนรู้วิธีแกล้งร้องไห้มาตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าคะ
หลินจิ่นเหยียนหลอกล่อต่อไป โจวเย่ว์เสวี่ยพูดใส่ร้ายข้าเพราะอยากจะแย่งความโปรดปราน ข้ารู้เรื่องนี้มานานแล้วถึงได้บอกให้เจ้าระวังนางเอาไว้ แต่เจ้าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด เวลาอยู่ต่อหน้าโจวเย่ว์เสวี่ย เจ้าก็ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง หากทำไม่ได้ ข้าจะให้แม่นมตีมือเจ้า ตีให้หนักๆ เลย
อวี้ถงมีสีหน้าโกรธเคือง คุณหนูเย่ว์เสวี่ยทำไมถึงร้ายกาจเช่นนี้ คุณหนูวางใจได้ บ่าวจะต้องทำได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ
ทางด้านหลินจิ่นเหยียนทำให้อวี้ถงเกิดความระแวงโจวเย่ว์เสวี่ยได้สำเร็จ ส่วนสองสามีภรรยาผู้เฒ่าในเรือนซงเม่าต่างก็เกิดความคลางแคลงใจขึ้นมาเช่นกัน
หลินเยี่ยนชิงเอ่ยถาม สิ่งที่เหยียนเอ๋อร์พูด เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร
ฮูหยินผู้เฒ่าตอบ คงจะฝันร้ายจนเลอะเลือนจำผิดไปเองกระมัง เย่ว์เสวี่ยอ่อนแอถึงเพียงนั้น จะทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร
หลินเยี่ยนชิงแย้ง แต่ดูจากท่าทางของเหยียนเอ๋อร์ เหมือนกำลังกล้ำกลืนความน้อยใจอยู่มากกว่านะ
ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวด้วยความสงสาร คงเป็นเพราะตกน้ำจนตกใจกลัว เด็กที่ไม่มีแม่ พอตกใจกลัวก็ย่อมน้อยใจเป็นธรรมดา วันข้างหน้าข้าจะคอยดูแลปกป้องนางให้มากขึ้น ในเมื่อนางไม่อยากให้เย่ว์เสวี่ยรู้ ก็อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ล้วนแต่เป็นลูกหลานในบ้าน รักใคร่ปรองดองกันนั่นแหละดีที่สุด
หลินเยี่ยนชิงถอนหายใจ ในปีนั้น ชิงหลานก็เสียชีวิตไปเพราะคลอดทายาทสืบสกุลให้ตระกูลหลินของเรา ทิ้งเหยียนเอ๋อร์กับจิ่นอัน สองพี่น้องฝาแฝดชายหญิงไว้ให้เติบโตมาโดยไร้ความรักจากมารดา
ความสงสารในใจฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งเพิ่มทวีคูณ ในใจคิดคำนวณว่าวันข้างหน้าจะต้องใส่ใจดูแลสองพี่น้องหลินจิ่นเหยียนให้มากขึ้นกว่าเดิม
จบตอน