- หน้าแรก
- เศษวันเวลาที่เหลือไว้ ณ ฉางอาน
- บทที่ 11 วิญญาณหวนคืนร่าง
บทที่ 11 วิญญาณหวนคืนร่าง
บทที่ 11 วิญญาณหวนคืนร่าง
นางกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่นานเช่นนี้ รู้สึกราวกับถูกคนป้อนยาต้มรสขมปี๋ไปหลายครั้ง ก่อนจะหลับใหลไม่ได้สติไปอีก
เมื่อเห็นภาพองครักษ์ลากร่างที่อาบชุ่มไปด้วยเลือดของหลินซือหย่วนมาโยนลงตรงหน้านาง หลินจิ่นเหยียนก็สะดุ้งตื่นและผุดลุกขึ้นนั่ง
ท้องฟ้าเพิ่งจะสาง แสงเทียนดับลงแล้ว ภายในห้องพอมองเห็นได้อย่างเลือนราง
ความเจ็บปวดและแห้งผากในลำคอ ทำให้นางรู้สึกราวกับได้กลับไปอยู่ในตำหนักรองอันหนาวเหน็บแห่งนั้นอีกครั้ง แต่ภาพเบื้องหน้ากลับเป็นห้องนอนของนางอย่างชัดเจน
ความระคายเคืองในลำคอทำให้นางไอเบาๆ สองสามครั้ง สาวใช้ที่อยู่ข้างเตียงขยี้ตา พอเห็นนางตื่นแล้วก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงแผ่วเบา
คุณหนู ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ มีตรงไหนไม่สบายหรือไม่
หลินจิ่นเหยียนมองสาวใช้ตรงหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยปาก
ไม่มีอะไรไม่สบาย แล้วท่านป้าสะใภ้ของข้าล่ะ
ฮูหยินแม่ทัพไม่ได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพักผ่อนเลย คอยดูแลคุณหนูมาตลอดสองวันสามคืน พอตกดึกคุณหนูไข้ลดและหลับสนิทถึงได้ไปพักผ่อนที่เรือนรอง ตอนนี้น่าจะยังหลับอยู่ จะให้บ่าวไปเชิญฮูหยินมาไหมเจ้าคะ
หลินจิ่นเหยียนเอ่ย ไม่ต้องเรียก พวกเจ้าทำอะไรก็ให้เบาเสียงหน่อย ให้นางได้พักผ่อนให้สบาย เจ้าช่วยรินน้ำให้ข้าสักจอก แต่อย่าทำให้คนอื่นตื่นล่ะ
เจ้าค่ะ
หลินจิ่นเหยียนดื่มน้ำไปสองจอกก็รู้สึกว่าลำคอโล่งขึ้นมาก นางกำผ้าห่มแน่น แสร้งทำเป็นถามอย่างไม่ใส่ใจว่า
แล้วคนอื่นๆ ในจวนล่ะ
นายท่านผู้เฒ่า ฮูหยินผู้เฒ่า นายท่าน คุณชาย และฮูหยินรอง สองวันนี้มาเยี่ยมคุณหนูหลายครั้ง คืนก่อนตอนที่คุณหนูไข้ขึ้น ทำเอาคุณชายตกใจจนแทบร้องไห้ ฮูหยินแม่ทัพก็คอยดูแลคุณหนูมาตลอด ท่านแม่ทัพกู้กับคุณชายน้อยจวนแม่ทัพเมื่อวานก็มาเยี่ยมคุณหนูเจ้าค่ะ
หลินจิ่นเหยียนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ รู้สึกว่าเส้นเอ็นและกระดูกที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง พวกเขายังอยู่...คนที่นางรักและห่วงใยที่สุดทุกคนยังอยู่ครบ
คุณหนูเย่ว์เสวี่ยโทษตัวเองที่ดูแลคุณหนูไม่ดีจนทำให้คุณหนูตกน้ำ สองวันที่คุณหนูป่วย คุณหนูเย่ว์เสวี่ยก็เอาแต่สวดมนต์ขอพรให้คุณหนูอยู่ที่ห้องพระเล็ก ฮูหยินผู้เฒ่าเกลี้ยกล่อมตั้งหลายครั้งนางก็ไม่ยอม จนคนผอมซูบลงไปตั้งเยอะเลยเจ้าค่ะ
เมื่อได้ยินดังนั้น ร่างกายของหลินจิ่นเหยียนที่เพิ่งจะผ่อนคลายก็กลับมาแข็งเกร็งในทันที แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นกระหายเลือด โชคดีที่แสงในห้องยังมืดอยู่ สาวใช้จึงมองไม่เห็นสีหน้าของนาง
หลินจิ่นเหยียนเอ่ยเสียงเย็นชาเน้นย้ำทีละคำ โจวเย่ว์เสวี่ยสวดมนต์ขอพรแทนข้างั้นหรือ
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาที่แฝงไปด้วยความคลางแคลงใจของหลินจิ่นเหยียน สาวใช้ก็เอ่ยอย่างลังเล
คุณหนูเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ คุณหนูเย่ว์เสวี่ยสนิทสนมกับคุณหนูมาตลอดไม่ใช่หรือเจ้าคะ นางจิตใจดีเป็นห่วงคุณหนูก็เป็นเรื่องปกตินี่นา
หลินจิ่นเหยียนสูดหายใจเข้าลึกๆ สองครั้ง ถึงจะสะกดกลั้นความอาฆาตแค้นในใจเอาไว้ได้
ไม่มีอะไร ข้าเพลียนิดหน่อยอยากจะนอนต่ออีกสักพัก หากมีใครมาเยี่ยมก็บอกว่าข้าดีขึ้นมากแล้ว พักผ่อนให้มีแรงแล้วจะไปคารวะ เจ้าออกไปเถอะ
เจ้าค่ะ คุณหนูนอนหลับให้สบายเถิด บ่าวจะไปต้มโจ๊กไว้ให้ รอคุณหนูตื่นแล้วค่อยทานนะเจ้าคะ
เมื่อสาวใช้เดินออกไป หลินจิ่นเหยียนก็นอนอยู่บนเตียงและเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว
ตนเองตายไปแล้วชัดๆ เหตุใดถึงกลับมาอยู่ในคืนวันไหว้พระจันทร์เมื่อสิบสองปีก่อนได้ หากเป็นดินแดนสุขาวดี ขุนนางผู้จงรักภักดีตงฉินอย่างคนตระกูลกู้และตระกูลหลินอยู่ที่นี่ก็ถือว่าสมเหตุสมผล แต่นังหญิงพิษสงร้ายกาจอย่างโจวเย่ว์เสวี่ยจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
นางพิจารณามองไปรอบๆ นี่คือห้องนอนของนางจริงๆ แล้วเรื่องราวต่างๆ ในวังก่อนหน้านี้คือความฝันงั้นหรือ ไม่ถูก ภาพเหตุการณ์อันน่าสยดสยองและเจ็บปวดเจียนตายเหล่านั้นจะเป็นเพียงความฝันได้อย่างไร
หรือว่าสวรรค์เห็นแก่ความจงรักภักดีของตระกูลกู้และตระกูลหลิน จึงให้นางได้ล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคต แต่เรื่องเหล่านั้นนางล้วนประสบมาด้วยตัวเองทั้งสิ้น หรือว่า...นางวิญญาณหวนคืนร่างแล้ว หวนคืนมาในช่วงเวลาที่ทุกอย่างยังไม่เริ่มต้นขึ้น
หลินจิ่นเหยียนตกใจกับความคิดของตัวเองจนสับสนวุ่นวายใจไปหมด เมื่อตั้งสติและลองคิดดูให้ดี หากตอนนี้คือความจริง นั่นก็แปลว่านางวิญญาณหวนคืนร่างแล้วจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ ตระกูลกู้และตระกูลหลินก็อาจจะไม่ต้องเผชิญกับจุดจบอันน่าสลดใจเช่นนั้น
ไม่ นางจะไม่มีวันยอมให้ตระกูลกู้และตระกูลหลินต้องพบกับจุดจบเช่นนั้นเด็ดขาด
จบตอน