- หน้าแรก
- หลังเลิกรา ข้าทะลวงสิบขั้นในทุกวัน
- บทที่ 29 ไม่ปิดบังอีกต่อไป ปรมาจารย์ยุทธ์เจ็ดดาวก็สังหารปรมาจารย์ได้
บทที่ 29 ไม่ปิดบังอีกต่อไป ปรมาจารย์ยุทธ์เจ็ดดาวก็สังหารปรมาจารย์ได้
บทที่ 29 ไม่ปิดบังอีกต่อไป ปรมาจารย์ยุทธ์เจ็ดดาวก็สังหารปรมาจารย์ได้
บทที่ 29 ไม่ปิดบังอีกต่อไป ปรมาจารย์ยุทธ์เจ็ดดาวก็สังหารปรมาจารย์ได้
เสิ่นถูหนานนั่งรถแท็กซี่กลับมาถึงบ้าน
หลังจากเขาเดินเข้าบ้านได้ไม่นาน ชายชุดดำหลายคนที่มีท่าทางคล้ายกับบอดี้การ์ดก็เดินถือกล่องหลายใบตามเข้ามา
"คุณเสิ่นถูหนาน นี่คือเสื้อผ้าที่คุณสั่งซื้อไว้ รบกวนเซ็นรับของด้วยครับ!"
หนึ่งในชายชุดดำหยิบแบบฟอร์มออกมาให้เสิ่นถูหนานเซ็นชื่อ
เสิ่นถูหนานจรดปากกาเซ็นชื่อลงไป จากนั้นคนเหล่านั้นก็จากไป
ในตอนนั้นคนในครอบครัวของเขายังไม่มีใครกลับมา
เสิ่นถูหนานเริ่มฝึกฝนวิชากายาสูงสุดเป็นอันดับแรก แต่ด้วยพรสวรรค์เตาหลอม ขั้นตอนการบ่มเพาะจึงถูกข้ามไปโดยตรง
ตัวอักษรในหัวของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งของเขาอย่างรวดเร็ว ปราณโลหิตในร่างกายเริ่มเดือดพล่านอย่างบ้าคลั่ง ทั่วทั้งร่างเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
เขารู้สึกเลือนรางว่าราวกับมีพลังลึกลับบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นภายในร่าง
พลังนั้นเป็นพลังที่เหนือชั้นยิ่งกว่าพลังปราณโลหิต
"ปราณแท้?"
คำสองคำนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเสิ่นถูหนาน ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย
หากเขาสามารถให้กำเนิดปราณแท้ปรมาจารย์ได้ก่อนกำหนด ความแข็งแกร่งของเขาก็จะพุ่งทะยานขึ้นไปอีกขั้น
ต่อให้ยังไม่ทะลวงระดับ ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังคงเพิ่มพูนขึ้นอยู่ดี
เสิ่นถูหนานเริ่มสัมผัสถึงพลังขุมใหม่ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นภายในร่างกายอย่างระมัดระวัง
ทว่าในจังหวะที่เสิ่นถูหนานรู้สึกว่ามันกำลังจะก่อตัวสำเร็จ พลังนั้นกลับสลายหายไปอย่างกะทันหัน ทำเอาร่างกายของเขาสั่นสะท้าน
"อีกแค่นิดเดียวแท้ๆ!"
เสิ่นถูหนานรู้สึกว่าเขาอยู่ห่างจากการควบแน่นมันเพียงแค่ก้าวเดียว แต่น่าเสียดายที่ระดับพลังของเขาในตอนนี้อาจจะยังต่ำเกินไป และความเข้มข้นของปราณโลหิตก็ยังขาดไปอีกเล็กน้อย จึงทำให้ก้าวสุดท้ายต้องล้มเหลวลง
"ดูเหมือนว่าฉันยังคงต้องกินยาโอสถเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งเสียก่อน แล้วค่อยมาลองดูว่าจะสามารถให้กำเนิดปราณแท้ก่อนกำหนดได้ไหม?" เสิ่นถูหนานไม่ได้รู้สึกท้อแท้
เพราะถึงแม้จะไม่ได้ให้กำเนิดปราณแท้ แต่พลังรบของเขาก็ยังคงอยู่ในระดับปรมาจารย์อยู่ดี
หากทำสำเร็จก็ถือเป็นกำไร หากไม่สำเร็จก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปได้
"ถูหนาน กลับมาแล้วเหรอลูก"
นอกประตู แม่เสิ่นเดินเข้ามาจากข้างนอก
ปกติแล้วแม่ของเขามักจะเลิกงานเร็วกว่าคนอื่น
"แม่ครับ นี่ของขวัญที่ผมซื้อมาฝาก ชอบไหมครับ?" เสิ่นถูหนานยื่นเสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อมาให้
แม่เสิ่นมองดูเสื้อผ้าในกล่องที่ดูประณีตงดงามมากแล้วเอ่ยว่า "ลูกออกไปหางานทำไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงไปซื้อเสื้อผ้ามาล่ะ?"
"ตอนนี้ลูกยังไม่มีงานทำนะ ควรจะประหยัดเงินไว้บ้าง"
เสิ่นถูหนานยิ้มและพูดว่า "แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมมีเงินน่ะ"
แม่เสิ่นยังคงกังวลอยู่เล็กน้อย จึงตัดสินใจว่าจะรอคุยกับเสิ่นถูหนานพร้อมกับพ่อของเขาตอนที่กลับมา
แม่เสิ่นถึงกับโทรศัพท์ไปหาผู้เป็นสามีโดยตรง
ไม่นานนัก พ่อเสิ่นก็กลับมา เขาถึงกับลางานเพื่อกลับมาที่บ้านโดยเฉพาะ
"มีเรื่องอะไรกัน?" เขาเพิ่งได้รับสายจากภรรยา
ภรรยาบอกว่าลูกชายยังหางานไม่ได้ แต่กลับเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้าราคาแพงมา
"พ่อครับ นี่ของขวัญของพ่อ สุขสันต์วันพ่อล่วงหน้านะครับ" เสิ่นถูหนานยื่นชุดสูทให้
พ่อเสิ่นมองดูชุดสูท ลองสัมผัสเนื้อผ้าแล้วก็รู้สึกว่ามันนุ่มมาก
"ของชิ้นนี้คงไม่ถูกเลยใช่ไหม!"
แม้ว่าเขาจะไม่เคยสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหราและไม่รู้จักพวกมันเลย แต่เขาก็ดูออกว่ามันมีราคาแพงลิ่วเพียงแค่มองดูความประณีตของการตัดเย็บและเนื้อผ้า
"พ่อกับแม่ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมได้งานใหม่แล้ว" เสิ่นถูหนานพูดปลอบใจ
พ่อเสิ่นและแม่เสิ่นเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่พวกเขาก็ยังคงรับของขวัญเอาไว้ เพราะนั่นถือเป็นความกตัญญูของลูกชาย
เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ น้องชายและน้องสาวของเขาก็กลับมาถึง
เสิ่นถูหนานมอบเสื้อผ้าที่ซื้อมาให้กับพวกเขาทันที
เสิ่นจื่อคัง น้องชายของเขาดีใจมาก เพราะเขาไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่มานานแล้ว และของที่เขาซื้อเองก็มักจะเป็นของราคาถูกเสมอ
เมื่อได้เห็นเสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีตและสวมใส่สบายเช่นนี้ เขาก็รู้สึกยินดียิ่งนัก
เขาไม่รู้จักแบรนด์หรูอะไรพวกนี้หรอก เขาแค่คิดว่ามันใส่สบายก็เท่านั้น
ส่วนเสิ่นเมิ่งเหยานั้น เธอมองปราดเดียวก็รู้ทันที นี่คือเสื้อผ้าแบรนด์เนมสุดหรู ท้ายที่สุดแล้วเธอคือผู้ที่กลับชาติมาเกิด และเธอเองก็เคยซื้อเสื้อผ้าแบบนี้มาก่อน
"พี่คะ พี่เอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ?" เสิ่นเมิ่งเหยากระซิบถาม
"ไม่ต้องห่วงเรื่องพวกนี้หรอก พี่มีของขวัญอีกชิ้นจะให้เธอ"
เสิ่นถูหนานหยิบยาโอสถระดับสองออกมาสองขวดแล้ววางลงในมือน้องสาว
เสิ่นเมิ่งเหยาถึงกับอึ้งไป เธอรู้ราคาของยาโอสถในมือดี
เธออดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาว่า "พี่คะ พี่ถูกลอตเตอรี่มาเหรอ?"
เพราะนอกจากเหตุผลนี้แล้ว เธอไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมจู่ๆ พี่ชายถึงได้รวยขึ้นมาผิดหูผิดตา
ไม่ว่าจะเป็นยาโอสถระดับสองหรือเสื้อผ้าแบรนด์เนมเหล่านี้ พี่ชายของเธอไม่เคยซื้อมันเลยในช่วงก่อนที่เธอจะกลับชาติมาเกิด
เพราะเขาไม่มีปัญญาซื้อพวกมันเลยต่างหาก
และในตอนนี้ หลังจากกลับชาติมาเกิดใหม่ เธอกลับยิ่งไม่เข้าใจพี่ชายของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าเขากำลังถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกแห่งความลึกลับ
"พี่จะไม่ปิดบังอีกต่อไปแล้ว พี่คือปรมาจารย์!" เสิ่นถูหนานกล่าว
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันไปครู่ใหญ่ พ่อเสิ่นและแม่เสิ่นมองดูเสิ่นถูหนานด้วยความกังวล พลางสงสัยว่าทำไมลูกชายของพวกเขาถึงได้พูดจาเหลวไหลเช่นนี้
ตัวตนระดับปรมาจารย์จะมาเกิดในครอบครัวอย่างพวกเขาได้อย่างไรกัน?
บุคคลระดับนั้นเป็นถึงผู้ยิ่งใหญ่ที่เห็นได้แค่ในโทรทัศน์เท่านั้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ครับ พี่ยังไม่เลิกเบียวอีกเหรอ?" เสิ่นจื่อคังหัวเราะลั่น
เขารู้สึกว่าพี่ชายของตัวเองมีอาการจูนิเบียวหนักกว่าเขาเสียอีก
เสิ่นเมิ่งเหยาเองก็อดหัวเราะไม่ได้เช่นกัน "พี่คะ มุกนี้ไม่ค่อยฮาเลยนะ"
เสิ่นถูหนานถึงกับพูดไม่ออก เขาอุตส่าห์ประกาศความแข็งแกร่งของตัวเองแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครในครอบครัวเชื่อเขาเลย
อย่างไรก็ตาม เขาก็คาดการณ์เรื่องนี้เอาไว้อยู่แล้ว เพราะมันดูเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ
เมื่อไม่นานมานี้ เขายังคงดิ้นรนอยู่ในระดับผู้ฝึกยุทธ์ฝึกหัดอยู่เลย การกลายเป็นปรมาจารย์อย่างกะทันหันมันเป็นการก้าวกระโดดที่ยิ่งใหญ่เกินไปจริงๆ
ในเวลานี้ ชายชราในนาฬิกาของเสิ่นจื่อคังส่ายหน้าไปมา "เจ้าเด็กโง่นี่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ชายของตัวเองเป็นถึงปรมาจารย์"
เสิ่นถูหนานถลึงตาใส่น้องชายและน้องสาวก่อนจะพูดว่า "พี่ให้ก็รับๆ ไปเถอะน่า ไม่ต้องถามอะไรให้มากความ"
"พี่พูดความจริงแล้วพวกเธอก็ไม่เชื่อกันเอง!"
เสิ่นเมิ่งเหยาและเสิ่นจื่อคังถูกสยบด้วยอำนาจของสายเลือดผู้เป็นพี่ทันที พวกเขาหุบปากฉับและไม่กล้าหัวเราะอีก
"คิดซะว่าพี่ถูกลอตเตอรี่ก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นพี่คงไม่ได้ไปปล้นธนาคารมาหรอก ใช่ไหมล่ะ?" เสิ่นถูหนานเอ่ย
เมื่อเห็นดังนั้น พ่อเสิ่นและแม่เสิ่นก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเสิ่นถูหนานอีก พวกเขารู้สึกว่านี่คือการแสดงความกตัญญูของลูกชาย และพวกเขาก็ไม่สมควรเคลือบแคลงใจในตัวเขา
ในขณะเดียวกัน น้องชายและน้องสาวของเขาก็กำลังถือตะเกียบกินข้าวกันอย่างว่าง่าย
จากนั้นเสิ่นถูหนานก็แจกจ่ายยาโอสถระดับหนึ่งที่เขาซื้อมาให้กับพ่อแม่และน้องชาย
เขารู้ดีว่าพ่อแม่และน้องชายคงยังไม่สามารถดูดซับยาโอสถที่เขาให้ไปเมื่อวานได้เร็วขนาดนั้นหรอก
แต่ของพวกนี้มีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน ดังนั้นมีไว้เยอะๆ ย่อมดีกว่า
"จื่อคัง เมิ่งเหยา เมื่อมีทรัพยากรบ่มเพาะพวกนี้แล้ว พวกเธอต้องขยันให้มากขึ้นนะ พี่เชื่อว่าด้วยความสามารถของพวกเธอ จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยการต่อสู้ดีๆ ได้อย่างแน่นอน" เสิ่นถูหนานให้กำลังใจน้องๆ
เสิ่นจื่อคังและเสิ่นเมิ่งเหยารับฟังอย่างเชื่อฟัง พร้อมกับพยักหน้าเป็นระยะ
เสิ่นจื่อคังกำยาโอสถในมือแน่น รู้สึกตื่นเต้นและดีใจอยู่ลึกๆ
เขาดูดซับยาโอสถของเมื่อวานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท้ายที่สุดเขาก็มีคำชี้แนะจากชายชราแถมยังมีวิชาการต่อสู้แห่งอนาคตอันทรงพลังอยู่นี่นา
"ด้วยยาโอสถขวดใหม่นี้ ฉันน่าจะลองทะลวงขึ้นสู่ผู้ฝึกยุทธ์ได้แล้ว!" เสิ่นจื่อคังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ในใจ
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากฟังคำพูดของพี่ชาย เขาก็รู้สึกเช่นกันว่าบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องถามให้มากความ
หากพี่ชายไม่อยากบอก ก็คิดเสียว่าเขาถูกลอตเตอรี่มาก็แล้วกัน
ยังไงซะ พอเขาแข็งแกร่งขึ้นเมื่อไหร่ เขาก็จะสามารถซื้อของดีๆ มาตอบแทนพี่ชายได้เหมือนกัน
เสิ่นเมิ่งเหยามองดูยาโอสถระดับสองในมือ และรู้สึกเช่นกันว่ามันจะช่วยให้เธอเลื่อนระดับได้เร็วขึ้น
เธอคิดในใจ 'พี่คะ แม้ฉันจะไม่รู้ว่าพี่ไปเอาเงินมาจากไหน บางทีพี่อาจจะต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาล หรือบางทีพี่อาจจะถูกลอตเตอรี่มาจริงๆ ก็ได้!'
'แต่เรื่องพวกนั้นมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ฉันจะใช้ทรัพยากรบ่มเพาะของพี่เพื่อก้าวไปสู่ความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และฉันจะต้องปกป้องพี่รวมถึงครอบครัวของเราทุกคนให้ได้!'
ไม่นานนัก ครอบครัวก็ทานอาหารกันจนเสร็จ
เสิ่นถูหนานช่วยพ่อแม่เก็บล้างจานชาม จากนั้นก็กลับเข้าห้องของตัวเอง
เขามอบทุกอย่างที่ต้องการให้กับครอบครัวไปหมดแล้ว
ลำดับต่อไป เขาจำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้
เสิ่นถูหนานตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ เขายังมีเงินอยู่อีกกว่าสองล้าน
ด้วยเงินจำนวนนี้ เขาสามารถซื้อยาโอสถระดับสามมาใหม่ได้สบายๆ
อย่างไรก็ตาม หากกินยาโอสถติดต่อกันภายในวันเดียว สรรพคุณของมันจะลดลงอย่างมาก
นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ได้ซื้อยาโอสถระดับสามมาทีเดียวสองขวด
ของพวกนี้จัดส่งถึงบ้านเร็วมาก ขอแค่เขาสั่งซื้อออนไลน์ มันก็ใช้เวลาไม่นานเลย
สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือการหาเงิน จากนั้นก็ไปทำภารกิจให้สำเร็จ
เมื่อเขากลายเป็นปรมาจารย์แล้ว วิชาบ่มเพาะ ทักษะต่อสู้ และยาโอสถของเขา จะต้องถูกอัปเกรดให้สูงขึ้นไปอีกระดับอย่างแน่นอน
ดังนั้น เขาจึงควรหาเงินให้ได้มากกว่านี้
ทว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพวกนี้ เสิ่นถูหนานหยิบยาโอสถที่เพิ่งซื้อมาใหม่ออกมา กระดกรวดเดียวจนหมดขวด จากนั้นก็ใช้พรสวรรค์ของเขาในการดูดซับมัน
ทันใดนั้น เส้นเลือดของเขาก็ปูดโปนขึ้น พลังงานมหาศาลไหลทะลักกลับเข้าสู่ร่างกาย
อย่างที่เสิ่นถูหนานคาดคิดไว้ เขาไม่รู้สึกถึงผลข้างเคียงใดๆ เลย เพียงแค่รู้สึกว่าพลังงานนี้มันพลุ่งพล่านเกินไป และต้องใช้เวลาสักพักในการดูดซับ
เสิ่นถูหนานโคจรวิชากายาสูงสุด และพลังงานที่พลุ่งพล่านเหล่านั้นก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งของเขา
วิชากายาสูงสุดสมกับที่เป็นถึงวิชาบ่มเพาะระดับสามจริงๆ ภายในเวลาไม่กี่นาที เขาก็สามารถดูดซับสรรพคุณของยาโอสถระดับสามได้อย่างสมบูรณ์
กระบวนการนี้ใช้เวลาสั้นกว่าครั้งที่แล้วมาก และไม่มีพลังงานรั่วไหลออกไปแม้แต่น้อย แม้แต่ความเคลื่อนไหวตอนที่ดูดซับพลังวิญญาณก็ยังแผ่วเบากว่าเดิม ซึ่งคนธรรมดาย่อมไม่สามารถตรวจจับมันได้เลย
สิ่งนี้เปรียบเสมือนรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ทรงพลังกว่าแต่กลับมีเสียงรบกวนน้อยลง
เสิ่นถูหนานรู้สึกว่าการตัดสินใจซื้อวิชากายาสูงสุดมานั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ
"ปรมาจารย์ยุทธ์เจ็ดดาว ถ้าตอนนี้ฉันเอาจริงเต็มกำลังล่ะก็ ฉันสามารถสังหารปรมาจารย์ได้เลยสินะ!" เสิ่นถูหนานมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ท้ายที่สุดแล้ว พลังโจมตีพื้นฐานของเขาในตอนนี้...
...สามารถพุ่งสูงถึง 350,000 จิน และหากบวกกับการขยายพลังสิบเท่า มันก็จะกลายเป็น 3.5 ล้านจิน พละกำลังระดับนี้ ต่อให้เป็นปรมาจารย์ที่ใช้ปราณแท้ก็ไม่อาจต้านทานได้
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวของเสิ่นถูหนาน ปราณโลหิตในร่างของเขาก็ไหลเวียนอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
ความรู้สึกที่ว่าปราณแท้กำลังจะถือกำเนิดขึ้นได้ปรากฏขึ้นมาอีกหน
ดวงตาของเสิ่นถูหนานเปล่งประกาย เขารีบนั่งลงขัดสมาธิ เริ่มโคจรวิชากายาสูงสุด สัมผัสถึงพลังปราณโลหิตของตนเองอย่างระมัดระวัง และรับรู้ถึงพลังขุมใหม่ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น
ปราณแท้ปรมาจารย์ คือการที่พลังปราณโลหิตของบุคคลหนึ่งบรรลุถึงระดับที่กำหนด พวกเขาจะสามารถสัมผัสได้ถึงปราณแท้ปรมาจารย์ ด้วยเหตุนี้จึงสามารถทะลวงขีดจำกัดของตนเอง ความแข็งแกร่งจะพุ่งทะยาน และก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ทว่าในตอนนี้ เสิ่นถูหนานอาศัยวิชากายาสูงสุด ทำให้เขากำลังจะสัมผัสถึงพลังนี้ได้ก่อนกำหนด และเข้าใกล้การให้กำเนิดมันอย่างแท้จริง