เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 93 ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ!

ตอนที่ 93 ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ!

ตอนที่ 93 ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ!


ตอนที่ 93 ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ!

"ทะ...ท่านอยากรู้เรื่องอะไรงั้นรึ?" เล่ยซีอองถามด้วยความระวัง

ในโลกแห่งการต่อสู้ ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีคนให้ความเคารพมากเท่านั้น

ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาแม้ว่าจะดูอายุน้อยแต่ก็เป็นถึงนักศิลปะการต่อสู้ในขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง ซึ่งทำให้เล่ยซีอองไม่กล้าแสดงความเย่อหยิ่งออกมา

ลู่ชางเฉิงคลายมือของเขาและถามอย่างใจเย็น “ข้าต้องการรู้ข้อมูลสมบัติของกบสี่ตาทั้งหมด”

“มันเป็นแบบนี้ครับท่าน...”

หลังจากนั้นเล่ยซีอองก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดของสมบัติของกบสี่ตาโดยไม่ปิดบังอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวลือแพร่กระจายไปว่าสมบัติของกบสี่ตาได้ปรากฏขึ้นในเมืองหยานเฉิง

ซึ่งนั้นทำให้ดึงดูดนักศิลปะการต่อสู้จํานวนมากมาที่เมืองหยานเฉิงในทันทีแน่นอนว่ารวมถึงเล่ยซีอองด้วย

เล่ยซีอองต้องการได้รับสมบัติของกบสี่ตาเพื่อเสริมพลังร่างกายของเขา เพื่อทําให้เขามีโอกาสก้าวไปสู่ขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์

"แล้วตอนนี้ใครเป็นผู้ครอบครองสมบัติของกบสี่ตาอยู่?" ลู่ชางเฉิงถามอีกครั้ง

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน แต่ข้าได้ตรวจสอบกลุ่มวารีทมิฬเมื่อไม่นานมานี้และได้รู้ว่ากลุ่มวารีทมิฬเป็นกลุ่มที่ก่อตั้งในเมืองหยานเฉิงซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่สมบัติของกบสี่ตาจะอยู่กับคนกลุ่มนี้”

“แม้ว่ากลุ่มวารีทมิฬจะยังไม่ได้รับสมบัติของกบสี่ตา แต่พวกเขาก็น่าจะมีข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวกับมันซ่อนเอาไว้อยู่ครับท่าน”

ลู่ชางเฉิงกำลังคิดอย่างจริงจัง

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หันหลังและจากไปทันที

เล่ยซีอองมึนงงไปชั่วครู่ แต่หลังจากนั้นเขาก็ตื่นตัวอย่างเต็มที่เมื่อเขาได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากข้างหูของเขาอีกครั้ง “ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ก่อน ว่าเจ้าควรอยู่ให้ห่างจากสมบัติของกบสี่ตาซะ ไม่อย่างนั้นเจ้าอาจจะตายโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้…”

คําพูดของลู่ชางเฉิงดังก้องอยู่ในหูของเขา แต่เล่ยซีอองกลับมองไม่เห็นร่างของเขาด้วยซ้ำ

การแสดงออกของเล่ยซีอองเปลี่ยนไปมาก แต่สุดท้ายเขาก็กัดฟันและพึมพําเบาๆว่า “ฮึๆ ข้าคงวางมือจากสมบัติของกบสี่ตาจริงๆ เพราะมันได้ดึงดูดนักศิลปะการต่อสู้ขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์มาอยู่ที่นี่ด้วย ถ้าหากข้าคิดจะชิงมันจริงๆข้าอาจไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อใช้มันก็ได้…”

แม้ว่าสมบัติของกบสี่ตาจะมีความสําคัญอย่างมากต่อเขา แต่ชีวิตของเขานั้นสำคัญยิ่งกว่า!

ดังนั้นเล่ยซีอองจึงหันหลังจากไปและออกจากเมืองหยานเฉิงไปทันที

เขาตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปยุ่งกับสมบัติของกบสี่ตาอย่างเด็ดขาด!

ส่วนลู่ชางเฉิงที่เห็นว่าเล่ยซีอองออกไปจากเมืองหยานเฉิงแล้ว เขาจึงพยักหน้าเล็กน้อยเพราะดูเหมือนว่าเล่ยซีอองจะไม่ได้โกหกเขา

อันที่จริงเล่ยซีอองนั้นเป็นคนดี ซึ่งลู่ชางเฉิงเองก็ไม่ต้องการให้เขามาเสี่ยงชีวิตเพื่อไล่ตามสมบัติของกบสี่ตา เพราะถ้าหากถึงตอนที่ต้องชิงสมบัติกัน เล่ยซีอองจะเอาชนะเขาได้ยังไง?

"กลุ่มวารีทมิฬงั้นรึ?" แววตาของลู่ชางเฉิงเริ่มเต็มด้วยความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาแล้ว

แต่เนื่องจากตอนนี้เขายังไม่ว่าง ดังนั้นเขาจะหาข้อมูลเรื่องนี้ในตอนเย็นแทน

หลังจากนั้นลู่ชางเฉิงก็ตรงกลับไปที่บ้านพักตระกูลเซี่ย

….

ภายในฐานของกลุ่มวารีทมิฬ หน่วยลาดตระเวนกําลังตรวจสอบพื้นบริเวณโดยรอบทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นภายในฐานหรือภายนอกฐาน กลุ่มวารีทมิฬตอนนี้กำลังตื่นตัวมาก

ทุกวันนี้การใช้ชีวิตของกลุ่มวารีทมิฬนั้นยากลำบากอย่างสุดขั้ว

เนื่องจากข่าวที่แพร่กระจายออกไปว่าสมบัติของกบสี่ตานั้นตกอยู่ในมือของกลุ่มวารีทมิฬ ส่งผลให้นักศิลปะการต่อสู้หลายคนได้บุกเข้ามาโจมตีกลุ่มวารีทมิฬ

ตอนนี้สมาชิกของกลุ่มวารีทมิฬหลายคนได้รับบาดเจ็บ และที่แย่กว่านั้นคือพวกเขาไม่สามารถระบุตัวผู้กระทําได้

เพราะในบรรดาผู้ที่กล้าเข้ามาโจมตีกลุ่มวารีทมิฬส่วนใหญ่เป็นนักศิลปะการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงในโลกแห่งการต่อสู้ และพวกเขาก็ไม่ง่ายที่จะรับมือ

“ท่านครับ สมาชิกมากกว่าสิบคนในห้องโถงที่สามของข้าถูกลักพาตัวและจับไปรีดข้อมูลอยู่สามวันแล้ว ตอนนี้สภาพของเขาใกล้จะตายเต็มทีแล้วครับ!!”

“ช่วยด้วยครับท่าน หลี่ฮวนบุกเข้ามาที่ฐานของเราครับ!”

“ท่านครับ ห้องโถงที่สี่ของพวกเราถูกโจมตีครับ!...”

ภายในห้องโถงในฐานใหญ่ของกลุ่มวารีทมิฬ เหล่าผู้คุมห้องโถงหลายคนกำลังรายงานสถานการณ์กับผู้นำของพวกเขา

ผู้นำของกลุ่มวารีทมิฬ “จางเทียนหวู่” ตอนนี้มีสีหน้าเศร้าหมองมากเพราะเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา และกลุ่มวารีทมิฬก็ไม่สามารถรับมือกับนักศิลปะการต่อสู้จำนวนมากได้

"ฟิ้ววว"

ทันใดนั้น กริชบินได้ก็พุ่งเข้ามาและฝังอยู่ในโต๊ะน้ำชาข้างๆจางเทียนหวู่ทันที

การแสดงออกของจางเทียนหวู่เปลี่ยนไปอย่างมาก เขามองออกไปนอกห้องโถงด้วยสายตาที่เย็นชา

ภายนอกห้องโถง ชายร่างผอมในวัยสามสิบที่มีผิวซีดซีดกำลังเดินเข้าไปในห้องทีละก้าว

“หลี่ฮวน นี่เจ้าหมายความว่าอะไรกัน? เจ้าคิดว่ากลุ่มวารีทมิฬของข้าอ่อนแอมากเลยงั้นรึ?!” ใบหน้าของจางเทียนหวู่เริ่มเปลี่ยนไป

หลี่ฮวนส่ายหัวและยิ้มจางๆ “ท่านจาง ครั้งนี้ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายเลย ข้าแค่อยากเห็นสมบัติของกบสี่ตาเท่านั้น ข้าหวังว่าท่านจาง จะสามารถตอบสนองต่อคําขอเล็กๆน้อยๆของข้าได้นะ”

“สมบัติของกบสี่ตางั้นเรอะ? ข้าเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าสมบัติของกบสี่ตามันเป็นอย่างไร? แต่น่าเสียดายที่สมบัติของกบสี่ตา ไม่ได้อยู่ในมือของข้า!” จางเทียนหวู่รีบปฏิเสธทันที

“ท่านจางไม่สามารถทำตามคําขอเล็กๆน้อยๆของข้าเลยงั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นข้าขอเดินเล่นรอบๆฐานของเจ้าแทนได้ไหม?” หลี่ฮวนมองไปที่จางเทียนหวู่ด้วยรอยยิ้ม

"บังอาจนัก!"

“หลี่ฮวน ที่นี่คือเมืองหยานเฉิงที่ตั้งของกลุ่มวารีทมิฬของข้า อย่าคิดว่าวิชากริชบินของเจ้านั้นแข็งแกร่งมากนัก กลุ่มวารีทมิฬ ของข้าสามารถรับมือกับเจ้าได้โดยที่ไม่เกรงกลัวเจ้าเลยแม้แต่น้อย!” จางเทียนหวู่ตะคอกใส่

หลังจากนั้นจางเทียนหวู่ก็ผายมือของเขาทันที

"ครืน ครืน ครืน"

ทันใดนั้น สมาชิกกลุ่มวารีทมิฬหลายร้อยคนก็เข้ามาล้อมหลี่ฮวนเอาไว้จากทุกทิศทาง

ซึ่งแต่ละคนกำลังถือหน้าไม้และเล็งไปที่หลี่ฮวน

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ต่ำกว่าขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์ แต่พลังของหน้าไม้นั้นก็ถือว่าสูงมาก

“อะไรกัน นี่พวกเจ้ามีกันมากขนาดนี้เลยงั้นรึ? กลุ่มวารีทมิฬนั้นยิ่งใหญ่จริงๆ”

เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังเข้ามาในหูของทุกคนทันที

พร้อมกันนั้น หญิงสาวในชุดสีแดงก็ลงมาจากด้านบนและโปรยผงสีขาวลงบนสมาชิกของกลุ่มวารีทมิฬเบาๆ

"อ๊ากกก..."

"นี่มันอะไรกันน่ะ?!"

"คะ..คัน..คันมาก…ทำไมมันถึงได้ทั้งคันทั้งแสบแบบนี้?!"

จบบทที่ ตอนที่ 93 ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว