- หน้าแรก
- เมื่อตัวแทนแสงจันทร์ขาวทำคนทั้งโลกบำเพ็ญเพียรจมกองน้ำตา
- บทที่ 27: ค่อนข้างยาก
บทที่ 27: ค่อนข้างยาก
บทที่ 27: ค่อนข้างยาก
ของวิเศษย้อนเวลาเป็นของวิเศษระดับเทพ
มีเพียงเจ้าสำนักและผู้อาวุโสระดับเจินจวินไม่กี่ท่านเท่านั้นที่รู้ว่าสำนักกระบี่ไท่เสวียนมีของวิเศษย้อนเวลาครอบครองอยู่
ของวิเศษสำหรับย้อนเวลาถูกเก็บรักษาไว้บนชั้นเจ็ดของหอตำรามาโดยตลอด
เนื่องจากไม่ถูกนำมาใช้งานมาเนิ่นนาน หากเจินจวินเสวียนชิงไม่เอ่ยถึง ทุกคนก็แทบจะลืมเลือนของวิเศษชิ้นนี้ไปแล้ว
เพียงแค่นำเศษซากหินแกะสลักวางลงบนของวิเศษย้อนเวลา และถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไปให้เพียงพอ
อีกไม่นาน ของวิเศษชิ้นนั้นก็จะสามารถฉายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนั้นออกมาได้อย่างครบถ้วน
โดยปราศจากความเท็จแม้แต่น้อย
อวิ๋นชิงเพิ่งรู้ในวันนี้เองว่าสำนักมีของวิเศษย้อนเวลาอยู่ด้วย!
ร่างกายของนางสั่นสะท้าน แทบจะทรงตัวไม่อยู่จนเกือบทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น
ในวันนั้น เหล่าผู้อาวุโสได้ปิดหอตำราและร่วมกันเปิดค่ายกลบนชั้นเจ็ด
เรื่องที่พลังวิญญาณของเจียงเหยียนลู่และอวิ๋นชิงหลงเหลืออยู่บนเศษหินแกะสลักแพร่งพรายออกไปได้อย่างไรก็ไม่อาจทราบได้
บรรดาศิษย์ในสำนักต่างจ้องมองประตูหอตำราที่ปิดสนิทและแสงสว่างเจิดจ้าที่เปล่งประกายออกมาจากชั้นเจ็ดของหอ
สิ่งนี้จุดประกายให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง
"กุญแจสำคัญในการสะกดสัตว์ร้ายปั๋วอี๋ถูกศิษย์ของสำนักกระบี่ไท่เสวียนเราทำลายงั้นหรือ?"
"พวกเจ้าคิดว่าเป็นศิษย์พี่หญิงคนใดที่ทำลายแกนกลางค่ายกล?"
"ย่อมไม่ใช่ศิษย์พี่หญิงอย่างแน่นอน ศิษย์พี่หญิงนั้นทั้งใจดี อ่อนโยน และมีใต้หล้าอยู่ในใจ นางจะไปทำลายแกนกลางค่ายกลได้อย่างไร? ในความเห็นของข้า ต้องเป็นศิษย์พี่หญิงเจียงแน่"
"จริงด้วย ศิษย์พี่หญิงเจียงมักจะขี้อิจฉามาแต่ไหนแต่ไร เป็นไปได้สูงว่าจิตใจที่ไม่บริสุทธิ์ของนางจะถูกปั๋วอี๋ล่อลวงจนทำให้ไปทำลายแกนกลางค่ายกล"
ศิษย์ร่วมสำนักหลายคนเริ่มทนฟังไม่ได้อีกต่อไป
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจให้มุมานะบากบั่นมากขึ้น หลังจากเห็นระดับการบำเพ็ญเพียรที่เพิ่มสูงขึ้นของเจียงเหยียนลู่และซินจู๋
พวกเขาเอาแต่เก็บตัวหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝนตลอดทั้งวัน
ระดับการบำเพ็ญเพียรของพวกเขาเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงตระหนักถึงความแข็งแกร่งของเจียงเหยียนลู่มากยิ่งขึ้น ทัศนคติที่มีต่อนางจึงค่อยๆ เปลี่ยนไป ถึงขั้นกลายเป็นความเลื่อมใสศรัทธา
เมื่อได้ยินศิษย์ร่วมสำนักกล่าวหาอย่างพล่อยๆ เช่นนั้น พวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากโต้แย้ง
"ผลการย้อนอดีตของของวิเศษยังไม่ออกมาเลย แล้วพวกเจ้าเอาอะไรมาตัดสินว่าเป็นฝีมือของศิษย์น้องเจียง? แบบนี้มันไม่ด่วนสรุปเกินไปหน่อยหรือ?"
"นั่นสิ ศิษย์น้องเจียงไปทำอะไรให้พวกเจ้าขุ่นเคืองใจงั้นหรือ? พวกเจ้าถึงได้กล่าวหานางลอยๆ โดยไม่มีหลักฐาน ทำราวกับว่าล่วงรู้ทุกอย่างเช่นนี้ ทำไมไม่ไปบอกผู้อาวุโสอิ่นเจิ้งเลยเล่า?"
ทั้งสองกลุ่มเริ่มโต้เถียงกันอย่างดุเดือด
เจียงเหยียนลู่ไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องราวเหล่านี้เลย นางกำลังทานอาหารกลางวันกับฉีเยว่อยู่ในโรงอาหาร
"ข้ารู้เพียงเท่านี้แหละ ของวิเศษย้อนเวลาต้องใช้พลังวิญญาณจำนวนมหาศาลในการเปิดใช้งาน ต่อให้เป็นผู้อาวุโสหลายท่านร่วมมือกัน ก็คงต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน"
"ยิ่งไปกว่านั้น การย้อนเหตุการณ์แต่ละครั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนกว่าผลลัพธ์จะปรากฏ ในช่วงเวลานี้ หอตำราจะถูกคุ้มกันด้วยค่ายกลและไม่เปิดให้ใครเข้าไป"
ฉีเยว่หลุบตาลง
มิน่าล่ะ วันนี้พอเขาไปถึงหอตำรา ยังไม่ทันขึ้นไปถึงชั้นหก ก็ถูกตาเฒ่าเฝ้าหอตำราไล่ตะเพิดออกมาเสียแล้ว
ที่แท้ก็เป็นเพราะเหตุนี้เอง
ในเมื่อชั้นเจ็ดของหอตำรามีกระทั่งของวิเศษสำหรับย้อนเวลา เช่นนั้นก็ย่อมต้องมีตำราโบราณที่เกี่ยวกับพันธสัญญาเป็นตายอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
ฉีเยว่เงยหน้าขึ้นและเอ่ยถามต่อ "ศิษย์พี่หญิง ชั้นเจ็ดของหอตำราอนุญาตให้เพียงเจ้าสำนักและผู้อาวุโสไม่กี่ท่านเข้าไปได้เท่านั้นหรือขอรับ?"
เจียงเหยียนลู่พยักหน้า ก่อนจะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ก็ไม่เชิงหรอก ในบางสถานการณ์พิเศษ ศิษย์บางคนก็ยังได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้"
"ตัวอย่างเช่น สำนักจะจัดบททดสอบค่ายกลลวงตาหอสยบมารขึ้นทุกๆ สามปี หากเจ้าสามารถสอบติดหนึ่งในสามอันดับแรกได้ เจ้าจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปบนชั้นเจ็ดของหอตำรา และสามารถเลือกของวิเศษระดับสูงชิ้นใดก็ได้เป็นรางวัล"
ยังมีโอกาสที่จะได้เข้าไปในชั้นเจ็ดของหอตำรา
ฉีเยว่เลิกคิ้วและเอ่ยถาม "แล้วบททดสอบค่ายกลลวงตาหอสยบมารครั้งต่อไปจะจัดขึ้นเมื่อใดหรือขอรับ?"
เจียงเหยียนลู่จำวันที่แน่นอนไม่ได้นัก นางลองคำนวณคร่าวๆ แล้วเอ่ยว่า "น่าจะอีกประมาณหนึ่งปี"
หลังจากเจียงเหยียนลู่กล่าวจบ จู่ๆ นางก็เงยหน้าขึ้นและเอ่ยถามฉีเยว่ด้วยความประหลาดใจ "เหตุใดจู่ๆ เจ้าถึงถามเรื่องพวกนี้ขึ้นมาล่ะ? ข้าจำได้ว่าศิษย์พี่หญิงซินจู๋เคยบอกว่าปกติเจ้าไม่ชอบไปหอตำรานี่นา"
ฉีเยว่ "..."
เขาอุตส่าห์ระมัดระวังตัวเป็นอย่างดีในการตะล่อมดึงบทสนทนาเข้าสู่เรื่องหอตำราอย่างช้าๆ แล้วเชียว
เหตุใดนางถึงยังคงระแวดระวังตัวแจขนาดนี้อีกล่ะ?
ฉีเยว่เม้มริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเขาและยิ้มอย่างเขินอาย "หลังจากเผชิญกับเหตุการณ์ของปั๋วอี๋ ข้าก็ตระหนักได้ว่าตนเองมีความรู้เกี่ยวกับโลกบำเพ็ญเพียรน้อยเกินไปขอรับ"
"ในภายภาคหน้าข้าอยากจะไปหอตำราให้บ่อยขึ้น เพื่อเปิดหูเปิดตาและเพิ่มพูนความรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบำเพ็ญเพียรของข้า"
"แต่ข้าไม่คุ้นเคยกับหอตำราเอาเสียเลย ก็เลยคิดว่าจะลองสอบถามศิษย์พี่หญิงดูก่อนขอรับ"
"เป็นเช่นนี้เอง" เจียงเหยียนลู่เอ่ยอย่างเข้าใจ "หากเจ้ามีสิ่งใดไม่เข้าใจเกี่ยวกับโลกบำเพ็ญเพียรหรือเรื่องในสำนัก ก็ถามข้าได้เลย ข้าเข้าสำนักมาก่อนเจ้าไม่กี่ปี ย่อมรู้เรื่องราวมากกว่าสักหน่อย"
"ส่วนเรื่องการบำเพ็ญเพียรและเพลงกระบี่ หากเจ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถามข้าได้เช่นกัน"
ฉีเยว่พยักหน้า "ตกลงขอรับ ขอบคุณศิษย์พี่หญิงมาก"
คืนนั้น หลังจากออกมาจากหอตำรา เจินจวินเสวียนชิงก็เรียกตัวศิษย์ทั้งสามที่ยังอยู่ในสำนักให้ไปพบที่เรือนพักของตน
เจินจวินเสวียนชิงลูบเคราแพะของตนและเดินวนไปมาอยู่เบื้องหน้าทั้งสาม
ทันใดนั้น เขาก็หยุดชะงักอยู่ตรงหน้าซินจู๋ กวาดสัมผัสวิญญาณตรวจสอบนาง และเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึง "เจ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นจินตันแล้วรึ!"
ซินจู๋พยักหน้าด้วยความตื่นเต้น "ต้องขอบคุณศิษย์น้องหญิงที่ช่วยชี้แนะ ข้าจึงสามารถทะลวงขั้นได้เจ้าค่ะ!"
"ไม่เลว ไม่เลว" เจินจวินเสวียนชิงแย้มยิ้มจนใบหน้าปรากฏรอยย่น ก่อนจะเดินเข้าไปหาฉีเยว่
หลังจากใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบระดับการบำเพ็ญเพียรของฉีเยว่ เขาก็ยิ่งตกตะลึงหนักเข้าไปอีก
"ตอนที่ข้าจากมา เจ้ายั้งอยู่แค่ขั้นสร้างรากฐานระดับต้นเท่านั้น แต่ตอนนี้เจ้ากลับบรรลุถึงขั้นสร้างรากฐานระดับสมบูรณ์แบบแล้ว!"
เขาไม่เคยใส่ใจพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของศิษย์คนเล็กผู้นี้เลย เขาแค่เห็นว่าอีกฝ่ายหน้าตาดี จึงช่วยชีวิตให้พ้นจากเงื้อมมือของสัตว์วิเศษมาอย่างไม่ใส่ใจนัก และรับไว้เป็นศิษย์สายปิด
เขาไม่เคยสนใจระดับการบำเพ็ญเพียรของศิษย์คนสุดท้องเลย
คาดไม่ถึงเลยว่า จู่ๆ จะเลื่อนระดับขั้นย่อยไปถึงสามขั้นอย่างเงียบๆ!
ฉีเยว่เม้มริมฝีปากและยิ้มอย่างเขินอาย
"ต้องขอบคุณศิษย์พี่หญิงเจียงที่คอยช่วยเหลือ ข้าถึงทะลวงขั้นได้ขอรับ!"
หากเจียงเหยียนลู่ไม่นำยันต์รวบรวมวิญญาณจำนวนมากมาแปะไว้ในห้องของเขา จิตวิญญาณของเขาคงไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็วถึงเพียงนี้
เจินจวินเสวียนชิงข่มความปีติยินดีเอาไว้ และเลื่อนสายตาไปทางเจียงเหยียนลู่
"ตอนนี้ระดับการบำเพ็ญเพียรของเจ้าอยู่ที่ขั้นใดแล้วล่ะ?"
ดูเหมือนว่าบนตัวของเจียงเหยียนลู่จะมีบางสิ่งกีดกั้นไม่ให้เขามองเห็นระดับของนางได้
โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นเต็มไปด้วยวาสนาและโอกาสมากมาย
วาสนาเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง มีเพียงผู้ที่มีชะตาต้องกันเท่านั้นจึงจะได้พานพบ
ตราบใดที่สิ่งนี้ไม่เป็นภัยคุกคามต่อเจียงเหยียนลู่ เจินจวินเสวียนชิงก็จะไม่ซักไซ้ไล่เลียงให้มากความ
เจียงเหยียนลู่ไม่ได้ปิดบังอันใด "ขั้นสร้างรากฐานระดับปลายเจ้าค่ะ"
เจินจวินเสวียนชิงสูดลมหายใจเฮือก "เจ้าก็เกือบจะถึงขั้นจินตันแล้วเช่นกันรึ?!"
ลูกศิษย์ของเขาไปเผชิญกับสิ่งใดมาในช่วงหลายเดือนที่เขาไม่อยู่กันเนี่ย?
เหตุใดการบำเพ็ญเพียรของพวกเจ้าถึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้?!
แม้จะตกตะลึง แต่เจินจวินเสวียนชิงก็ยังคงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เขามอบเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ขั้นสูงที่พบระหว่างการเดินทางให้กับเจียงเหยียนลู่และคนอื่นๆ
"นี่คือเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ระดับสูงที่ข้าตั้งใจเสาะหามาให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ เคล็ดวิชากระบี่หวนวายุห่านป่าร่วงหล่น"
"เพลงกระบี่ชุดนี้ค่อนข้างฝึกฝนยาก วันนี้ข้าจะอธิบายให้พวกเจ้าฟังก่อน หลังจากกลับไปแล้วก็ค่อยๆ ศึกษาให้ถ่องแท้ น่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนในการฝึกฝนจนสำเร็จ"
ตำรากระบี่ในโลกบำเพ็ญเพียรแบ่งออกเป็นสี่ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง และระดับเทพ