เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 ความลับของ "กระดูกหยก"

ตอนที่ 23 ความลับของ "กระดูกหยก"

ตอนที่ 23 ความลับของ "กระดูกหยก"


ตอนที่ 23 ความลับของ "กระดูกหยก"

ภายในห้องอันเงียบสงบ หลี่จงหวง และ ลู่ชางเฉิง กำลังนั่งอยู่ในห้อง

ลู่ชางเฉิงเหลือบมองไปรอบๆด้วยความแปลกใจ

“เจ้านี่กล้าจริงๆ เจ้าเล่นอาศัยอยู่ใกล้กับตระกูลเจามาก” ลู่ชางเฉิงพูดขณะที่มองไปที่หลี่จงหวง

เขานั้นคุ้นเคยกับหนานหยางมากและรู้ที่ตั้งของบ้านหลังนี้ได้ทันที

ตระกูลเจานั้นอยู่ห่างออกจากที่นี่ไปแค่หนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น

“ที่ๆอันตรายที่สุดคือที่ๆปลอดภัยที่สุดไงล่ะ แม้ว่าตระกูลเจาจะมีอํานาจ แต่ก็คงไม่คิดหรอกว่าข้าจะอยู่ใกล้พวกเขามากขนาดนี้” หลี่จงหวงพูดขณะที่เธอนอนอยู่บนพื้นและเปิดทางเดินที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงออก

ทางเดินนั้นมีขนาดเล็กและสามารถซ่อนของได้จำนวนหนึ่ง

หลี่หงจวงยกหีบขนาดใหญ่ออกมาจากข้างใน

"แกร๊ก"

หลี่หงจวงเปิดหีบออก

ในหีบนั้นเต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์โบราณหลายม้วน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อได้เห็นชื่อบนม้วนหนังสือ แววตาของลู่ชางเฉิงจึงเปล่งประกายออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“นี่มันศิลปะการต่อสู้นี่!”

คัมภีร์ทั้งหมดในหีบใหญ่นี้เป็นศิลปะการต่อสู้ประเภทต่างๆ

ซึ่งแน่นอนว่ามันมีศิลปะการต่อสู้และเทคนิคต่างๆอย่างน้อยหนึ่งร้อยแบบ

ดูเหมือนว่าหลี่จงหวงนั้นจะไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ

แต่ถึงอย่างนั้นลู่ชางเฉิงก็ไม่ได้ถามถึงตัวตนของหลี่จงหวง เพราะทุกคนต่างก็มีความลับเป็นของตัวเอง

เขาตามหลี่จงหวงมาที่นี่ก็เพื่อซื้อขายศิลปะการต่อสู้เท่านั้น

หลี่จงหวงเงยหน้าขึ้นและพูดอย่างใจเย็นว่า "ข้าได้คัดลอกศิลปะการต่อสู้และเทคนิคการต่อสู้ทั้งหมดที่เจ้าซื้อจากข้ามาก่อน"

“ซึ่งทักษะการต่อสู้ดั้งเดิมนั้นอยู่ภายในหีบนี้”

“เจ้าเลือกดูเอาเองก็แล้วกันว่าเจ้าต้องการซื้อศิลปะการต่อสู้ใด”

การที่หลี่จงหวงได้พาลู่ชางเฉิงเข้าไปที่ที่ซ่อนลับของเธอและแสดงให้เขาเห็นถึงศิลปะการต่อสู้ "ต้นฉบับ" นั่นหมายความว่าเธอนั้นไว้ใจลู่ชางเฉิงมาก

ลู่ชางเฉิงเริ่มดูแต่ละอย่างทันที

ม้วนคัมภีร์ส่วนใหญ่นั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ และบางอย่างเขาก็เคยฝึกมาก่อนแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้นมีศิลปะการต่อสู้อีกมากมายที่เขายังไม่เคยฝึกฝน

ยิ่งไปกว่านั้น ลู่ชางเฉิงยังสามารถบอกได้ว่าศิลปะการต่อสู้บางอย่างนั้นยอดมาก บางทีมันอาจเป็นศิลปะการต่อสู้ระดับสามหรือระดับสี่ด้วยซ้ำ

ขณะที่เขายังคงเลือกอยู่ เวลาก็ผ่านไปเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง

ลู่ชางเฉิงสูดหายใจเข้าลึกๆและเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สายตาของเขาก็เปลี่ยนไป

"บอกราคามาได้เลย"

ลู่ชางเฉิงต้องการศิลปะการต่อสู้และเทคนิคทั้งหมดที่เขายังไม่เคยฝึกในหีบ แต่เขาก็รู้ว่าราคานั้นไม่ธรรมดาแน่ๆ

“ถ้าข้าค่อยๆทยอยขายศิลปะการต่อสู้และเทคนิคเหล่านี้ในตลาดมืด ข้าจะสามารถขายพวกมันแต่ละอย่างได้มากกว่าหนึ่งครั้ง” หลี่จงหวงอธิบาย "แต่ตอนนี้ข้ากำลังต้องการเงินอย่างมาก"

“และเนื่องจากเจ้าได้ช่วยชีวิตข้าเอาในครั้งนี้ ข้าจึงไม่เรียกเงินจากเจ้ามาก ข้าเอาแค่ 3,000 เตลก็พอ!”

ลู่ชางเฉิงพิจารณาและคิดว่าราคานั้นสมเหตุสมผลมาก นอกจากนี้ เขาก็มีเงินเหลือๆ

“ได้ นี่คือเงิน 3,000 เตล ของเจ้า”

ลู่ชางเฉิงมอบเงิน 3,000 เตล ให้กับเธอทันที

"การซื้อขายสำเร็จ"

หลี่จงหวงรับเงินมาและถอนหายใจออกมายาวๆด้วยความโล่งอก

ลู่ชางเฉิงนั้นผูกหีบไว้ที่ด้านหลังของเขาแล้วถามว่า “การที่เจ้าทําให้ตระกูลเจาขุ่นเคืองนั้น มันอาจทำให้เจ้าอยู่ที่เมืองหนานหยางนี่ไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะ”

“ใช่ ตระกูลเจานั้นมีอำนาจมากและข้าก็ไม่ต่อกรกับพวกเขาได้” หลี่จงหวงตอบ “โชคดีที่ตอนนี้ข้ามีเงินมากพอแล้ว และข้าจะวางแผนที่ออกไปจากเมืองหนานหยางนี้ในไม่ช้า”

ลู่ชางเฉิงพยักหน้าแล้วหันหลังไปโดยไม่หันกลับมา จากนั้นจึงหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

"ลาก่อน..."

หลี่จงหวงจ้องมองไปที่ที่ลู่ชางเฉิงหายตัวไปด้วยความสงสัยที่ปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอ

…..

ลู่ชางเฉิงกลับมาที่สำนักเมียวชูอย่างปลอดภัย

เขาล็อคประตูและหน้าต่าง จากนั้นจึงวางหีบลงและหยิบคัมภีร์ศิลปะการต่อสู้ออกมาทีละเล่มและจัดหมวดหมู่ของมันเอาไว้

โดยรวมแล้ว เขามีศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกแปดอย่าง ศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการปรับแต่งอวัยวะสามอย่าง ทักษะการต่อสู้แปดสิบหกอย่าง และเทคนิคการต่อสู้อื่นๆอีกเก้าสิบเจ็ดอย่าง!

นี่ถือว่าเยอะมากสำหรับเขา!

ด้วยจำนวนศิลปะการต่อสู้และเทคนิคต่างๆเหล่านี้ มันมากเพียงพอที่จะทำให้ลู่ชางเฉิงใช้เวลาฝึกฝนเป็นเวลาอีกนาน

ตอนนี้ลู่ชางเฉิงกำลังสนใจศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกมากที่สุด

เขารีบตรวจสอบคู่มือศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกทั้งแปดอย่างละเอียด

เจ็ดอย่างนั้นเป็นศิลปะการต่อสู้แบบขอบเขตการแบ่งเบากระดูกธรรมดา แต่อีกหนึ่งอย่างนั้นคือศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกที่เหนือกว่าที่เรียกว่า "เทคนิคกระดูกเยือกแข็ง"

ภายในคู่มือของศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกนี้ มีคําอธิบายประกอบเอาไว้อย่างคลุมเครือ

และไม่ชัดเจนว่าใครที่เป็นผู้ให้คําอธิบายนี้

แต่คําอธิบายบางส่วนได้กล่าวถึงแง่มุมที่ลู่ชางเฉิงนั้นไม่เคยรู้มาก่อน

การที่จะเข้าถึงขั้นการปรับแต่งสภาพร่างกายนั้นยังไม่ยากเท่ากับการปรับแต่งกระดูกสองสามครั้ง

บางคนนั้นสามารถบรรลุ "กระดูกหยก" ได้ด้วยการปรับแต่งกระดูกเพียงเล็กน้อย แต่คนอื่นๆแม้ว่าจะผ่านการปรับแต่งกระดูกมาหลายสิบครั้งก็ยังไม่มีทีท่าของ "กระดูกหยก" จะเกิดขึ้น

ก่อนอื่น กระดูกของมนุษย์นั้นจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ผิวนอก เนื้อใน และไขกระดูก

มีเพียงการปรับแต่ไขกระดูกเท่านั้นที่จะทำให้สามารถบรรลุ "กระดูกหยก" ได้

ส่วนกระดูกผิวนอกนั้นสามารถเพื่อความแข็งแกร่งได้ด้วยการปรับแต่งกระดูกเพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งการเพิ่มความแข็งแกร่งของเนื้อกระดูกด้านในนั้นยากกว่ามาก

เพื่อให้พลังฉีและเลือดเข้าลึกไปในกระดูกชั้นในได้ จําเป็นต้องมีศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกที่อยู่ในระดับสูงเพื่อค่อยๆปรับแต่งกระดูกชั้นในด้วยวิธีพิเศษ

นอกจากนี้ ยังจําเป็นต้องมีอาหารสมุนไพรเพื่อบํารุงกระดูกโดยเฉพาะเพื่อซ่อมแซมอาการบาดเจ็บหรือผลข้างเคียงที่เกิดจากกระบวนการปรับแต่งกระดูก

สําหรับการปรับแต่งไขกระดูกนั้น จะต้องใช้ศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกชั้นยอดที่สุด ซึ่งลู่ชางเฉิงนั้นยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ

หากไม่มีศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกชั้นยอด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุ "กระดูกหยก" สินะ?

ลู่ชางเฉิงขมวดคิ้ว

ศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกชั้นยอดนั้นเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย

หากไม่มีศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกชั้นยอด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุ "กระดูกหยก" หรือเปล่า?

ลู่ชางเฉิงยังคงอ่านต่อไป

น่าแปลกที่คำอธิบายของ "เทคนิคกระดูกเยือกแข็ง" มีวิธีการเริ่มฝึกอย่างง่ายๆบอกเอาไว้

หากไม่มีศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกชั้นยอด วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการปรับแต่งกระดูกซ้ำๆด้วยศิลปะการต่อสู้ ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกธรรมดา

และด้วยการปรับแต่งที่มากมายหลายครั้ง มันอาจสร้างผลลัพธ์ที่ค่อยๆทันซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยการสะสมของปริมาณผลลัพธ์ที่ทับซ้อนกันนั้น "กระดูกหยก" อาจจะปรากฎขึ้นได้

แต่ถึงอย่างนั้น วิธีนี้ก็ใช่ไม่ได้สําหรับคนส่วนมาก

การฝึกศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกแต่ละครั้งมักใช้เวลาหลายปีเพื่อที่จะให้เชี่ยวชาญอย่างเต็มที่

และถ้าหากใช้วิธีที่กล่าวไว้ในข้างต้น ผู้ฝึกฝนจะต้องฝึกศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกกี่แบบ?

ซึ่งมันอาจจะใช้เวลาหลายปีหรืออาจถึงหลายสิบปี ซึ่งมันก็ไม่รับประกันว่าผู้ฝึกจะบรรลุ "กระดูกหยก" ได้ด้วย

แต่สำหรับวิธีนี้ ลู่ชางเฉิงคิดว่ามันเหมาะกับเขามาก

นอกจากนี้ ตอนนี้ลู่ชางเฉิงก็เข้าใจแล้วว่าทําไม "กระดูกหยก" ถึงได้สําคัญมากขนาดนั้น

นักศิลปะการต่อสู้ทุกคนนั้นล้วนปรารถนาที่จะบรรลุ "กระดูกหยก" ให้ได้ในชีวิต เพราะมีเพียง "กระดูกหยก" เท่านั้นที่สามารถต้านทานต่อแรงกดดันมหาศาลได้เมื่อทะลวงเข้าไปในขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์

ยิ่งกระดูกแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสามารถทนต่อแรงกดดันได้มากขึ้นเท่านั้น

เมื่อพวกเขาทะลวงถึงขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์แล้ว นักศิลปะการต่อสู้ที่มี "กระดูกหยก" จะอยู่เหนือกว่าคนอื่นที่อยู่ในขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์มาก

ข้าจะต้องบรรลุถึง "กระดูกหยก ให้ได้!"

“ข้าเคยฝึกศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกมาแล้วสองครั้งและปรับแต่งกระดูกของข้ามาแล้วแปดครั้ง ซึ่งนั่นก็เทียบเท่ากับการปรับแต่งผิวกระดูกภายนอกของข้าไปแล้ว”

“ถ้าข้าสามารถฝึกฝน 'เทคนิคกระดูกเยือกแข็ง' นี้ได้ ข้าก็อาจจะสามารถปรับแต่งเนื้อกระดูกภายในได้!”

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ลู่ชางเฉิงจึงเริ่มฝึกเทคนิคกระดูกเยือกแข็งทันที

แม้ว่าเขาจะสามารถฝึกฝนได้ตลอด แต่การจะทำได้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เขาจะต้องฝึกในสภาพแวดล้อมที่เย็นจัด

ลู่ชางเฉิงจะต้องอยู่ในที่เย็นหรือฝึกกับก้อนน้ำแข็งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ในตอนนี้ ฤดูหนาวเพิ่งเริ่มต้นขึ้นและอากาศกำลังจะเย็นลงในไม่ช้า

เมื่อถึงตอนนั้น เทคนิคกระดูกเยือกแข็งของเขาก็จะเสร็จสมบูรณ์

นอกจากนี้ ศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการแบ่งเบากระดูกยังต้องการอาหารสมุนไพรที่เฉพาะส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปรับแต่งกระดูก

“อาหารบำรุงกระดูกรึ?... พรุ่งนี้ข้าควรไปที่ร้านขายสมุนไพรเพื่อถามเรื่องนี้ดูสักหน่อย”

ลู่ชางเฉิงจึงเริ่มฝึกฝนเทคนิคกระดูกเยือกแข็งสองสามครั้งและเนื่องจากไม่มีน้ำแข็งหรืออาหารบํารุงกระดูก ทำให้ความก้าวหน้าที่ขึ้นมามีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจหยุดฝึกฝนและพักผ่อนแทน

จบบทที่ ตอนที่ 23 ความลับของ "กระดูกหยก"

คัดลอกลิงก์แล้ว