เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการความช่วยเหลือ!

ตอนที่ 22 ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการความช่วยเหลือ!

ตอนที่ 22 ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการความช่วยเหลือ!


ตอนที่ 22 ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการความช่วยเหลือ!

ตลาดมืดในตอนนี้คึกคักไปด้วยผู้คน

ลู่ชางเฉิงตรงไปที่แผงที่ผู้หญิงคนนั้นมักจะมาขายของของเธอ

"อ้าว ไม่มีใครอยู่หรอกเหรอ?"

ลู่ชางเฉิงสังเกตว่าที่ตั้งแผงขายของของผู้หญิงคนนั้นตอนนี้ไม่มีแผงอะไรตั้งอยู่เลย

หรือว่าเธอจะย้ายไปขายที่อื่นแล้ว?

ลู่ชางเฉิงจึงเข้าไปสอบถามถึงสาเหตุที่เธอไม่มาตั้งแผงขายของ

หนึ่งในนักศิลปะการต่อสู้นิรนามอธิบายว่า "อ๋อ เหมือนเธอจะมีปัญหาอะไรบางอย่างน่ะ"

“เมื่อไม่กี่วันก่อน เจาลู่เซี่ยวทายาทของตระกูลเจาของเมืองหนานหยางนั้นมีปากเสียงกับผู้หญิงที่ขายของตรงนั้น ทำให้เธอฆ่าเขาไป”

“ซึ่งนั่นทำให้ตระกูลเจาโกรธมากและส่งคนไปตามล่าผู้หญิงคนนั้นทันที”

“ซึ่งมันทำให้เธอไม่ได้มาที่นี่เลยในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา”

ลู่ชางเฉิงพยักหน้าเมื่อได้รู้เรื่องนี้

เขาเองก็พอรู้เรื่องของตระกูลเจาซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลมหาอํานาจในเมืองหนานหยางที่คล้ายๆกับตระกูลเจิ้ง

แต่เนื่องจากตระกูลเจานั้นเป็นที่รู้จักจากความสามารถด้านการต่อสู้ ซึ่งพวกเขาคอยทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันและมีโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้เป็นของตัวเอง

ซึ่งนั่นทำให้ความแข็งแกร่งด้านการต่อสู้ของพวกเขานั้นเหนือกว่าสำนักเมียวชูมาก

การฆ่าทายาทของตระกูลเจา ก็เหมือนกับการแหย่รังแตน ซึ่งมันจะทำให้เธอต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆในเมืองหนานหยาง

"น่าเสียดายจัง..."

ลู่ชางเฉิงส่ายหัวเบาๆ

หลังจากนั้นลู่ชางเฉิงก็ยังคงเดินดูในตลาดมืดต่อไปอีกครู่หนึ่งและเห็นแผงขายของที่มีวิชาและทักษะการต่อสู้จัดตั้งอยู่

เขาเดินเข้าไปและสอบถามทันที

ศิลปะการต่อสู้ส่วนใหญ่ที่ถูกจัดตั้งอยู่นั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ระดับที่สองและเกือบทั้งหมดเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ลู่ชางเฉิงได้ฝึกฝนไปแล้ว ทําให้มันไร้ประโยชน์สําหรับเขา

และศิลปะการต่อสู้ทั้งหมดนั้นก็อยู่ในขอบเขตการเสริมสร้างเลือดเท่านั้น

ลู่ชางเฉิงจึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

ตอนนี้เขามีเงิน แต่เขากลับไม่สามารถตามหาศิลปะการต่อสู้ที่เขาต้องการได้

“ในแง่ของศิลปะการต่อสู้ ดูเหมือนว่าศิลปะการต่อสู้ระดับที่สามจะไม่ค่อยถูกเผยแพร่ออกมามากนัก ซึ่งทำให้มันมีจำนวนที่จํากัด”

“ส่วนศิลปะการต่อสู้ที่เหนือกว่าขั้นการปรับแต่สภาพร่างกายนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะซื้อ...”

(***ขั้นแรกของศิลปะการต่อสู้คือ การปรับแต่งสภาพร่างกาย ซึ่งประกอบด้วยสามระดับ : การเสริมสร้างเลือด การแบ่งเบากระดูก และการปรับแต่งอวัยวะ***)

เมื่อระดับทักษะและศิลปะการต่อสู้ของเขาสูงขึ้น การตามหาทักษะและศิลปะการต่อสู้ที่สูงในระดับเดียวกันกับเขาจึงหายากมากขึ้นเช่นกัน

ลู่ชางเฉิงนั้นได้แต่คิดถึงผู้หญิงคนนั้น เพราะบางทีเธออาจจะมีศิลปะการต่อสู้ระดับที่สาม ที่อยู่ในขอบเขตการปรับแต่ง หรืออาจอยู่เหนือขั้นการปรับแต่งสภาพร่างกายด้วยซ้ำ

น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาไม่ได้เจอกับเธอ

ลู่ชางเฉิงยังคงเดินเตร่ในตลาดมืดอยู่อีกพักหนึ่งแต่ก็ไม่พบศิลปะการต่อสู้ใดๆที่ถูกใจ ซึ่งมันทำให้เขาผิดหวังมากขึ้น

ลู่ชางเฉิงใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงอยู่ในตลาดมืด และตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว

นอกจากตลาดมืดทางตอนใต้แล้ว ถนนส่วนที่เหลือของเมืองหนายหยางนั่นเงียบสงบมาก เพราะผู้คนส่วนใหญ่ตอนนี้กำลังหลับไหลอยู่

ขณะที่ลู่ชางเฉิงกำลังเดินออกจากตลาดมืด เขาเหลือบไปเห็นคนประมาณสองสามคนที่กำลังแอบอยู่

แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้มุ่งเป้ามาที่ลู่ชางเฉิง แต่กำลังดักรอใครสักคนอยู่

ลู่ชางเฉิงเองก็ไม่สนใจพวกเขา

ตลาดมืดนั้นเป็นสถานที่ที่วุ่นวายและมีผู้คนทุกประเภท นอกจากนี้ ความขัดแย้งและการต่อสู้ก็เป็นเรื่องปกติในตลาดมืดเช่นกัน

ไม่ว่าคนเหล่านี้จะดักรอใคร มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับลู่ฉางเฉิง

เขาจึงหันหลังและเดินจากไปก่อนที่จะค่อยๆหายไปในความมืด

"ชิ้งง"

ทันใดนั้น ลู่ชางเฉิงก็ได้ยินเสียงอาวุธที่ถูกชักออกมา

ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่สวมผ้าคลุมในชุดสีแดงก็ถูกขวางทางเอาไว้โดยกลุ่มคนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด

“หลี่หงจวง ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏแล้วงั้นรึ?!”

"คนของตระกูลเจางั้นเหรอ?"

หลี่หงจวงไม่ลังเลและวิ่งหนีทันที

แต่ทันใดนั้น นักศิลปะการต่อสู้เจ็ดถึงแปดคนก็ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งพวกเขาทั้งหมดเป็นของตระกูลเจาและเข้าไปล้อมหลี่หงจวงเอาไว้

การแสดงออกของบนใบนหน้าของหลี่หงจวงภายใต้ผ้าคลุมนั้นเริ่มเปลี่ยนไป

นักศิลปะการต่อสู้ทั้งแปดคนนี้ล้วนอยู่ในขอบเขตการปรับแต่งอวัยวะ

การสังหารเจาลู่เซี่ยวนั้นทําให้ตระกูลเจาโกรธมาก และพวกเขาได้ส่งนักศิลปะการต่อสู้จํานวนมากไปตามล่าเธอ

หลี่หงจวงนั้นมีฝีมืออยู่บ้างก็จริง แต่ถ้าต้องเผชิญกับนักศิลปะการต่อสู้ขอบเขตการปรับแต่งอวัยวะจํานวนมาก เธอเองก็ไม่สามารถต้านทานได้จริงๆ

“ก็ได้ ถ้าตระกูลเจา ต้องการชีวิตของข้า ก็เข้ามาเอามันไปได้เลย!”

หลี่หงจวงชักมีดของเธอออกมา

เนื่องจากเธอเป็นคนนักศิลปะการต่อสู้ ทำให้เธอไม่กลัวพวกเขา

เมื่อบรรยากาศที่ตึงเครียดเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทั้งสองฝ่าย ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้น

"ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ"

ฝีเท้านี้ดังเป็นจังหวะ

ดูเหมือนว่ากำลังมีคนเดินเข้ามาใกล้ๆทีละก้าว

คนของตระกูลเจามองหน้ากันและจ้องไปที่ต้นเสียง

ในความมืด ตอนนี้พวกเขากำลังเห็นร่างลางๆปรากฎอยู่

คนๆแต่งกายด้วยชุดสีดํา สวมหมวกฟางและปกปิดใบหน้า ทําให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้

คนๆนั้นไม่ได้ชักอาวุธอะไรขึ้นมาและกําลังก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว

"ดูเหมือนเจ้ากำลังแย่สินะ?"

คนในชุดดํามองไปที่หลี่หงจวงและพูดช้าๆ

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ หลี่หงจวงจึงสั่นสะท้านไปร่างและนึกถึงตัวตนของคนที่อยู่ในชุดดําได้

"เจ้างั้นรึ?..."

ใช่แล้ว คนๆนั้นก็คือลู่ชางเฉิง

ถึงเขาจะไม่ได้มาบ่อย แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคยของผู้หญิงที่ขายของนั้น เขาจึงเข้ามาช่วยทันที

ซึ่งแน่นอนว่าผู้หญิงที่ตั้งของขายให้เขาก็คือหลี่หงจวงคนนี้

ส่วนคนที่กำลังล้อมเธออยู่นั้นคือคนของตระกูลเจา

"ดูเหมือนว่าเจ้ากำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่สินะ?"

การจ้องมองของลู่ชางเฉิงนั้นจ้องไปที่นักศิลปะการต่อสู้ของตระกูลเจาทีละคน

ผู้นําของทั้งแปดคนอย่าง เจาหลี่ นั้นรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกว่าชายในชุดดำคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาๆเลย

ซึ่งนั่นออกมาจากสัญชาตญาณของเขา!

เพียงแค่เหลือบมองไปที่ชายชุดดำเพียงครั้งเดียว เขาก็รู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างมาก

แต่ในฐานะสมาชิกของตระกูลเจา เขาค่อยๆก้าวไปข้างหน้าและเตือนลู่ชางเฉิงว่า "หลี่หงจวงฆ่าทายาทของตระกูลเจา และพวกเราจะไม่เลิกราจนกว่าพวกเราจะจัดการเรื่องนี้ได้ และเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า ดังนั้นข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องของพวกข้าเช่นกัน”

เขาใช้ชื่อเสียงของตระกูลเจาเพื่อจะข่มลู่ชางเฉิง

ในเมืองหนานหยาง ตระกูลเจานั้นมีอำนาจอย่างมาก

แต่ลู่ชางเฉิงก็ยังไม่จากไป

ใบหน้าของเจาหลี่เริ่มเปลี่ยนไป เขาจ้องไปที่ลู่ชางเฉิงอย่างเย็นชาและพูดว่า "นี่เจ้าคิดจะเป็นศัตรูของตระกูลเจาจริงหรือ?"

"ศัตรูของตระกูลเจาเหรอ?"

“ไม่หรอก ข้าน่ะไม่อยากเป็นศัตรูกับตระกูลเจา ดังนั้นข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฆ่าพวกเจ้าทุกคน”

“ตราบใดที่พวกเจ้าทุกคนตาย ตระกูลเจาก็จะไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเพราะข้าและข้าก็จะไม่ได้เป็นศัตรูกับตระกูลเจา”

ทันทีที่ลู่ชางเฉิงพูดจบ สีหน้าของเจาหลี่ก็เปลี่ยนไปทันที

"ฟุ้บบ"

ร่างของลู่ชางเฉิงเริ่มขยับเล็กน้อย

ทันใดนั้น เจาหลี่ได้ยกดาบขึ้นโดยสัญชาตญาณเพื่อป้องกันด้านหน้าของเขา

"วิ้งงง"

แสงสีขาวส่องผ่าน

จู่ๆ เจาหลี่รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ลําคอของเขา

"แก๊งง..."

ดาบของเขาตกลงกับพื้น

เจาหลี่ป้องคอของเขาไว้แน่นด้วยมือทั้งสองข้าง

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ช่วยให้เขารอดไปได้อยู่ดี

"เจ้า….อั่ก"

“ตุ้บ”

เจาหลี่ค่อยๆล้มลงกับพื้นด้วยร่างกายที่กระตุกอยู่สองสามครั้ง

นักศิลปะการต่อสู้ในขอบเขตการปรับแต่งอวัยวะไม่สามารถต้านทานการโจมตีนี้ได้และตายอย่างรวดเร็ว

ไม่ใช่แค่เจาหลี่เท่านั้น

ลู่ชางเฉิงเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายของเขาอีกครั้ง

ร่างของเขาไปปรากฏข้างๆนักศิลปะการต่อสู้ของตระกูลเจาอย่างรวดเร็ว

จากนั้นแสงสีขาวก็ปรากฎขึ้น

นั่นคือแสงที่กระทบเข้ากับคมกริชของเขา

แม้แต่หลี่หงจวงที่เฝ้าดูจากด้านข้างก็ยังมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของลู่ชางเฉิงได้ทัน

หลังจากนั้นเพียงครู่เดียว ศพจำนวนมากก็นอนกองอยู่บนพื้นและเริ่มมีกลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่ว

ลู่ชางเฉิงยืนอยู่นิ่งๆต่อหน้าหลี่หงจวง โดยที่ร่างกายของเขาไม่มีเลือดเปื้อนอยู่เลย

"ข้าจัดการปัญหาให้เจ้าแล้ว"

ลู่ชางเฉิงพูดอย่างใจเย็น

ขณะที่หลี่หงจวงจ้องมองไปที่ศพบนพื้นและมองไปที่ลู่ชางเฉิง เธอจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่สบายใจ

ถึงแม้ว่าเขาจะช่วยเธอเอาไว้ แต่เธอกลับรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างแปลกๆ

"ขอบคุณ..."

เสียงของหลี่หงจวงเองก็สั่นเล็กน้อย

"เจ้าต้องการเงินงั้นเหรอ?"

ลู่ชางเฉิงถาม

แม้ว่าหลี่หงจวงจะหนีไปแล้ว แต่เธอก็เสี่ยงที่จะมาที่ตลาดมืด

ซึ่งนั่นหมายความว่าเธออยากได้เงิน

หลี่หงจวงกัดฟันและพูดว่า "ใช่ ตอนนี้ข้าต้องการเงินอย่างมาก"

"เจ้าคงไม่ได้ช่วยข้าโดยไม่มีเหตุผลหรอกสินะ?"

"บอกมาว่าเจ้าต้องการอะไร?"

ลู่ชางเฉิงที่ได้ยินแบบนี้จึงรีบความต้องการของเขาทันที “เทคนิคการต่อสู้ในขอบเขตการปรับแต่งอวัยวะ และถ้าหากมีเทคนิคอื่นๆที่อยู่ในขอบเขตการปรับแต่งอวัยวะก็ยิ่งดี นอกจากนี้ข้ายังต้องการศิลปะการต่อสู้อีกจํานวนมาก!”

“เทคนิคการต่อสู้กับศิลปะการต่อสู้งั้นรึ...”

หลี่หงจวงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ตราบใดที่เจ้ามีเงินมากพอเรื่องนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา"

"ตามข้ามา..."

ลู่ชางเฉิงที่ได้ยินแบบนี้จึงเดินตามหลังหลี่หงจวงไปโดยไม่ลังเล และทั้งสองก็หายตัวไปอย่างรวดเร็วในตลาดมืด

จบบทที่ ตอนที่ 22 ดูเหมือนว่าเจ้าต้องการความช่วยเหลือ!

คัดลอกลิงก์แล้ว