เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - อิ๋งเจิ้ง: เคล็ดวิชาอายุวัฒนะ ข้าฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้ว

บทที่ 10 - อิ๋งเจิ้ง: เคล็ดวิชาอายุวัฒนะ ข้าฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้ว

บทที่ 10 - อิ๋งเจิ้ง: เคล็ดวิชาอายุวัฒนะ ข้าฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้ว


บทที่ 10 - อิ๋งเจิ้ง: เคล็ดวิชาอายุวัฒนะ ข้าฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้ว

ยาลูกกลอนสีแดงสามเม็ดสีเหลืองสองเม็ด รวมห้าเม็ด วางนิ่งสงบอยู่บนฝ่ามือของอิ๋งเจิ้ง

อิ๋งเจิ้งมองฝูซูด้วยใบหน้าเรียบเฉย

"ฝูซู เหตุใดเจ้าจึงรู้ว่ายาอายุวัฒนะนี้มีพิษ?"

ฝูซูจ้องมองอิ๋งเจิ้งตรงๆ แต่ภายในใจกลับมีคลื่นยักษ์ถาโถม!

ในเมื่ออิ๋งเจิ้งแน่ใจแล้วว่ายาอายุวัฒนะมีพิษ แล้วเหตุใดจึงต้องเอามันออกมาในเวลานี้?

เอามาให้เขาดูรึ?

แถมยังถามเขาอีก?

ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ ฝูซูก็ตกตะลึง!

หึหึ สมคำร่ำลือจริงๆ ราชวงศ์นั้นไร้ความปรานีที่สุด!

ความรักของพ่ออะไรกัน สายใยครอบครัวอะไรกัน

และด้วยคำพูดประโยคนี้ของอิ๋งเจิ้ง ทำให้ฝูซูถูกดึงกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง

มิเช่นนั้น หากอิ๋งเจิ้งหลอกถามเขาอีกนิด เขาอาจจะเผลอพูดความคิดทั้งหมดในหัวออกมาโดยไม่ปิดบังเลยก็ได้

ฝูซูสูดลมหายใจเข้าลึก โค้งคำนับประสานมือ

"กราบทูลเสด็จพ่อ ลูกบังเอิญล่วงรู้มาว่ายาอายุวัฒนะนี้มีพิษพ่ะย่ะค่ะ"

อิ๋งเจิ้งเลิกคิ้ว

"บังเอิญรึ?"

"พ่ะย่ะค่ะ"

ฝูซูพยักหน้า

"ตลอดครึ่งปีในคุกหลวง ลูกไม่มีสิ่งใดทำ จึงนั่งสมาธิสำนึกในความผิดบาปที่ผ่านมา"

"ทว่าในความบังเอิญครั้งหนึ่ง ลูกเหมือนจะหลุดเข้าไปในแดนเซียน นับเป็นโชคดีในคราวเคราะห์"

"เคราะห์ดีที่ได้รับคำชี้แนะจากเซียน ลูกจึงได้เข้าใจถึงความหวังดีของเสด็จพ่อ"

"และด้วยคำเตือนของเซียน ลูกจึงล่วงรู้ว่ายาที่เสด็จพ่อเสวยเป็นประจำ แท้จริงแล้วคือยาพิษ"

"แต่ลูกถูกขังอยู่ในคุก เสด็จพ่อก็ไม่อยากพบหน้า ต่อให้ลูกอยากกราบทูล เกรงว่าเสด็จพ่อก็คงไม่เชื่อ"

"ประจวบเหมาะกับที่แม่ทัพเหมิงมาเยี่ยม ลูกจึงฝากข่าวนี้ไปกับแม่ทัพเหมิง"

"มาบัดนี้ดูเหมือนว่า เซียนผู้นั้นมิได้หลอกลวงลูกเลย"

พูดจบ ฝูซูก็ยิ้มบางๆ โค้งคำนับ

เขาไม่มีทางเปิดเผยเด็ดขาดว่าตนเองทะลุมิติมา และไม่กล้าเปิดเผยด้วย!

อีกอย่าง พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ

เรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ จึงกลายเป็นข้ออ้างที่ดีที่สุดของเขา

อิ๋งเจิ้งขมวดคิ้วจ้องมองฝูซูอยู่นาน ภายในใจสั่นสะท้าน ทว่ายังคงแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง

"เจ้าเคยเข้าไปในแดนเซียนรึ? เคยพบเซียนด้วยรึ?"

ฝูซูพยักหน้า

"ในคราแรกลูกก็ไม่เชื่อพ่ะย่ะค่ะ คิดว่าในโลกนี้ไม่มีเซียนอยู่จริง"

"คิดว่าเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ ล้วนเป็นกลอุบายหลอกลวงชาวบ้าน"

"แดนเซียนที่ลูกหลงเข้าไป อาจจะเป็นเพียงความฝันประหลาดตื่นหนึ่ง"

"แต่การที่ยาอายุวัฒนะมีพิษ กลับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเซียนมีอยู่จริงพ่ะย่ะค่ะ"

"การได้รับคำชี้แนะจากเซียน นับเป็นโชคดีของเสด็จพ่อ เป็นโชคดีของลูก และเป็นโชคดีของต้าฉินพ่ะย่ะค่ะ!"

ฝูซูกล่าวด้วยท่าทีไม่ถ่อมตัวและไม่แข็งกร้าวจนเกินไป

แต่อิ๋งเจิ้งกลับตกตะลึงอย่างยิ่ง!

สาเหตุที่เขาส่งสวีฝูออกทะเล ให้พวกนักพรตหลอมยา ก็เพื่อต้องการมีอายุยืนยาวเป็นอมตะ

เขาไม่ได้กลัวความตาย แต่เขาไม่อยากตาย!

เขา ปฐมจักรพรรดิ ตัดใจทิ้งต้าฉินไม่ได้ ตัดใจทิ้งราษฎรไม่ได้ ตัดใจทิ้งใต้หล้าไม่ได้

ปฐมจักรพรรดิ ขอเพียงเขายังอยู่ ต้าฉินย่อมสงบสุขไร้กังวล แคว้นรอบนอกมิกล้ามารุกราน!

"ฝูซู เซียนผู้นั้นเคยบอกเคล็ดวิชาอายุวัฒนะหรือไม่?"

อิ๋งเจิ้งราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้าย จับข้อมือฝูซูแน่น แรงบีบนั้นทำเอาฝูซูขมวดคิ้ว

ฝูซูส่ายหน้า

อิ๋งเจิ้งถอนหายใจ ค่อยๆ คลายมือออก

"ลูกเพิ่งเคยไปแดนเซียนเพียงครั้งเดียว"

ฝูซูประสานมือ เอ่ยปลอบใจ

"แต่เสด็จพ่อโปรดวางพระทัย หากลูกมีวาสนาได้เข้าไปในแดนเซียนอีกครั้ง ย่อมต้องสอบถามเคล็ดวิชาอายุวัฒนะมาถวายเสด็จพ่อให้จงได้พ่ะย่ะค่ะ"

ประกายแสงสว่างวาบขึ้นในดวงตาของอิ๋งเจิ้ง ใบหน้าที่เคยหม่นหมองกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง

"ดี ดีมาก เคล็ดวิชาอายุวัฒนะ ข้าฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้ว"

หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อย ฝูซูก็ทูลลา

เหมิงหยารออยู่หน้าพระราชวังจางไถมานานแล้ว

ทว่า เมื่อฝูซูเห็นหน้าเหมิงหยา กลับพบว่ารอบตาซ้ายของเขามีรอยช้ำสีม่วงคล้ำขนาดใหญ่

โดนใครอัดมาล่ะเนี่ย?

ฝูซูนึกสงสัย เหมิงหยาคือบุตรชายของยอดแม่ทัพเหมิงเถียน คือหลานชายของขุนพลบุ๋นเหมิงอี้ ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังเป็นพระราชวังจางไถ ใครกันที่กล้าลงมือทำร้ายเขา? รนหาที่ตายหรืออย่างไร?

แต่ไม่ว่าฝูซูจะคาดคั้นอย่างไร เหมิงหยาก็เอาแต่อ้ำอึ้งไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนลงมือ

ฝูซูก็คร้านจะเซ้าซี้ต่อ

ในเมื่อตอนนี้เจ้าหนุ่มนี่เป็นองครักษ์ประจำตัวของเขา ฝูซูไปที่ใด เหมิงหยาก็ต้องตามไปที่นั่น

เมื่อเดินพ้นประตูพระราชวังจางไถ ภายในใจฝูซูมีทั้งความยินดีและความเศร้าปะปนกัน

ยินดีที่ในที่สุดเขาก็ได้รับอิสรภาพ และได้รับความห่วงใยจากผู้เป็นบิดา

เศร้าตรงที่ ความห่วงใยที่ว่านั้น ก็เป็นแค่นั้นเอง

ในมุมมองของฝูซู อิ๋งเจิ้งคือจักรพรรดิที่สมบูรณ์แบบ ปฐมจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลอย่างแท้จริง

เล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองของเขา ไม่เคยมีใครเทียบได้ทั้งในอดีตและอนาคต

ฝูซูเดินนำหน้า เหมิงหยาถือดาบเดินตามหลัง

"เหมิงหยา เจ้าว่าเสด็จพ่อจะยอมให้ข้าไปคุมทัพที่ซ่างจวิ้นได้อย่างไร?"

เหมิงหยาส่ายหน้าไม่พูดสิ่งใด หากเป็นการนำทัพออกศึก เขายังพอจะให้ความเห็นได้บ้าง แต่หากเป็นเรื่องการช่วงชิงอำนาจ เขาไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ และก็ไม่อยากรู้ด้วย

"การที่เจ้ากลับมาเสียนหยางครั้งนี้ มันดูบังเอิญเกินไปหน่อยนะ"

ฝูซูชะลอฝีเท้าลง เดินเคียงข้างเหมิงหยา

"เจ้าบอกความจริงมาเถิด เหมิงอี้เรียกตัวเจ้ากลับมาด้วยเรื่องอันใดกันแน่?"

พอได้ยินคำถามนี้ ใบหน้าของเหมิงหยาก็แดงก่ำลามไปถึงใบหู

ฝูซูเห็นดังนั้นก็ร้องอ้อ มีซัมติงจริงๆ ด้วย

ภายใต้การคาดคั้นของฝูซู เหมิงหยาจำต้องสารภาพความจริง

ที่แท้ท่านอาเหมิงอี้ใช้จดหมายลับเรียกเขากลับมาเสียนหยาง ความจริงก็คือเพื่อจะทาบทามหญิงสาวให้เขา

ฝูซูมองเหมิงหยาที่ทำตัวเหนียมอายราวกับหญิงสาวเพิ่งแต่งงาน ก็อดเบะปากไม่ได้

"ดูตัวก็บอกว่าดูตัวสิ มีอะไรน่าอายนักหนา"

แต่พอเหมิงหยากระซิบกระซาบข้างหูเขา ฝูซูกลับได้กลิ่นความเผือกโชยมา

ที่แท้ หญิงสาวที่เหมิงอี้หมายตาไว้ ก็คือคนที่หวังเจี่ยนเลือกไว้ให้หลานชายของเขา!

เหมิงอี้คิดจะชิงตัดหน้านี่นา!

ฝูซูฉีกยิ้ม ในใจคิด: ร้ายนักนะเหมิงอี้คิ้วดกตาโต! นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสง่าผ่าเผย เจ้าจะมีความคิดเจ้าเล่ห์ซุกซ่อนอยู่!

"แม่นางจากตระกูลใดรึ?"

เหมิงหยาเกาหัวอย่างกระอักกระอ่วน

"คือ"

ฝูซูกระทุ้งศอกใส่เขา

"เป็นลูกผู้ชาย อ้ำอึ้งอยู่ได้ เป็นใครก็พูดมาสิ"

"เรียนคุณชาย นางคือหลานสาวของเสนาบดี นามว่าหลี่หวนเยี่ยนขอรับ"

ฝูซูพยักหน้าอย่างเข้าใจ

ที่แท้ก็เป็นหลานสาวของหลี่ซือนี่เอง มิน่าล่ะเหมิงอี้ถึงอยากชิงตัดหน้า

แต่หากมองในมุมนี้ ตระกูลเหมิงเมื่อเทียบกับตระกูลหวัง ถือว่าด้อยกว่ามาก

ยอดแม่ทัพเฒ่าหวังเจี่ยน เมื่อสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ก็วางมือ กลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขที่จวน

และคำสอนประจำตระกูลหวังก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือลูกหลานจะไม่เลือกข้างเด็ดขาด

ตราบใดที่ไม่เลือกข้าง ย่อมไม่มีอันตราย

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลังต้าฉินล่มสลาย ตระกูลเหมิงจึงหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างสิ้นเชิง แต่กลับมีคนตระกูลหวังปรากฏตัวอยู่ทุกยุคทุกสมัย

ประการที่สอง ในเมื่อเหมิงหยามาเป็นองครักษ์ประจำตัวของเขาแล้ว ฝูซูกลับไม่อยากให้เหมิงหยาไปเกี่ยวข้องกับหลี่ซือ

เพราะหลี่ซือคือขุนนางผู้มีอำนาจ ภายในใจของเขามีเพียงอำนาจเท่านั้น มิเช่นนั้นคงไม่ถูกจ้าวเกาหลอกใช้ให้ปลอมแปลงราชโองการ!

หากการใหญ่สำเร็จ ไม่ว่าตระกูลเหมิงจะทำอย่างไร ก็ยากที่จะรอดพ้นจากการถูกกวาดล้าง!

"เหมิงหยา แม่นางผู้นั้นเจ้าเคยพบหน้าหรือไม่?"

ฝูซูเลิกคิ้วมองเขา

เห็นเพียงเหมิงหยาก้มหน้าด้วยความเขินอาย ยิ้มอย่างขวยเขิน

ฝูซูเงียบกริบ

หัวใจเขากระตุกวูบ!

แย่แล้ว แบบนี้คือเคยพบหน้า และก็ถูกใจแล้วด้วย

คราวนี้ฝูซูลำบากใจเลย

โบราณว่าไว้ รื้อถอนวัดวาอาราม ยังดีกว่าทำลายงานมงคลสมรส!

แต่การไปเกี่ยวดองกับเสนาบดีหลี่ซือ ย่อมไม่ใช่เรื่องดี เสนาบดีแห่งต้าฉินผู้นี้ ในภายภาคหน้าจะต้องถูกผู้คนสาปแช่ง!

ทั้งสองเดินคุยกันไปเรื่อยๆ จนก้าวพ้นเขตพระราชวังจางไถ

ถนนหนทางตรงแน่วและกว้างขวาง สามารถรองรับรถม้าแปดคันวิ่งตีคู่กันได้อย่างสบาย

ซ้ำยังมีรถม้าและผู้คนขวักไขว่สัญจรไปมาไม่ขาดสาย

เมื่อเห็นภาพนี้ ฝูซูถึงได้ประจักษ์ถึงความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฉิน รวมถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ซึ่งไกลเกินกว่าที่บันทึกไว้ในตำราจะเทียบได้!

สิ่งนี้ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า อิ๋งเจิ้งคือปฐมจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลอย่างแท้จริง!

ทว่าในตอนนั้นเอง เขากลับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวดังแว่วมา!

ฝูซูคิดว่าตัวเองคงจะอยู่ในคุกหลวงนานเกินไปจนหูแว่ว ที่นี่คือเมืองหลวง เมืองที่ปลอดภัยที่สุดภายใต้เบื้องพระยุคลบาทของจักรพรรดิ ใครมันจะกล้าก่อเหตุอุกอาจกลางวันแสกๆ!

เว้นเสียแต่ว่าไม่อยากมีชีวิตรอดทั้งเก้าชั่วโคตรแล้ว

อย่างไรก็ตาม ครู่ต่อมา เสียงร้องขอความช่วยเหลือของหญิงสาวคนนั้นกลับชัดเจนยิ่งขึ้น!

เสียงดังมาจากตรอกเล็กๆ ข้างๆ นี่เอง!

"ช่วยด้วย!"

ฝูซูมึนงงไปหมด ที่นี่คือเมืองหลวง เมืองที่ปลอดภัยที่สุดภายใต้เบื้องพระยุคลบาทของปฐมจักรพรรดินะ!

แต่เมื่อเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นเรื่อยๆ ฝูซูกก็ได้สติ ตวาดเสียงกร้าว

"ไป ไปช่วยคน!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - อิ๋งเจิ้ง: เคล็ดวิชาอายุวัฒนะ ข้าฝากฝังไว้ที่เจ้าแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว