- หน้าแรก
- สวนหลังบ้านทะลุมิติ เปลี่ยนขยะข้ามภพให้เป็นสมบัติล้ำค่า
- บทที่ 29 - เสี่ยวเถาชี่ผู้ก่อเรื่อง
บทที่ 29 - เสี่ยวเถาชี่ผู้ก่อเรื่อง
บทที่ 29 - เสี่ยวเถาชี่ผู้ก่อเรื่อง
บทที่ 29 - เสี่ยวเถาชี่ผู้ก่อเรื่อง
"ถ้าไม่ใช่เพราะแกใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด ครอบครัวหลิวชิงซงจะตกต่ำมาถึงขั้นนี้ไหม?"
"ถ้าไม่ใช่เพราะแกไร้ยางอาย รวมหัวกับจงซินปิงใส่ร้ายพ่อแม่หลิวชิงซง พวกเขาจะโดนจับไปใช้แรงงานไหม?"
"ป้าหลี่ ยัยป้าบ้า อย่ามาพูดจาส่งเดชจะได้ไหม?" หวังเสี่ยวเหอร้อนรน เอามือกุมหัววิ่งหลบไปมา พร้อมกับพยายามแก้ตัวพัลวัน "ฉัน... ฉันเป็นคนแบบนั้นที่ไหนกัน?"
เถากั๋วชิ่งฟังคำพูดของป้าหลี่แล้วก็ตกตะลึงเหมือนกัน
ตกใจที่ถ้าหวังเสี่ยวเหอเป็นคนแบบนั้นจริงๆ ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้คงโดนจับไปยิงทิ้งนานแล้ว ไม่น่าจะได้มายืนเถียงกับ 'ยัยป้าบ้า' แบบนี้หรอก
แต่เสี่ยวอู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับนิ่งเฉย
ดูเหมือนเขาจะชินกับเรื่องแบบนี้ไปซะแล้ว
"หึ! เป็นคนแบบนั้นหรือเปล่า แกรู้อยู่แก่ใจดี" เมื่อป้าหลี่เห็นว่าวิ่งตามหวังเสี่ยวเหอไม่ทัน ก็โยนไม้กวาดทิ้งแล้วเลิกตาม แต่ความโกรธในใจยังไม่มอดดับ "แกฟังให้ดีนะ ต่อไปนี้ห้ามมาโผล่หน้าบ้านฉันอีก ไม่งั้นเจอแกที่ไหนฉันจะตีแกที่นั่น"
หวังเสี่ยวเหอได้ยินก็อยากจะสวนกลับไปให้รู้แล้วรู้รอด
แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาด้วยความขลาดกลัว
เหตุผลก็ชัดเจนอยู่แล้ว เขากลัวว่าจะทะเลาะกับป้าหลี่จนเรื่องบานปลาย ทำให้ชาวบ้านคนอื่นมารุมล้อม แล้วเขาจะเดือดร้อนเอาน่ะสิ
เพราะคำพูดของป้าหลี่เมื่อกี้มันคือความจริง และชาวบ้านหลายคนก็รู้ความจริงข้อนี้ดี
ขืนทะเลาะกันต่อหน้าเถากั๋วชิ่งแบบนี้ คนที่จะซวยก็คือเขานั่นแหละ ไม่ใช่ป้าหลี่
แต่เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ระวังตัวมาตั้งนาน ทำไมถึงมาโป๊ะแตกต่อหน้าป้าหลี่ได้
ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้
ให้ตายเขาก็ไม่เดินตามมาถึงหน้าบ้านพั่งตุนหรอก
ตอนนี้เป็นไงล่ะ แผนพังหมด แถมหาทางลงไม่ได้ด้วย
พอคิดถึงเรื่องนี้ หวังเสี่ยวเหอก็อยากจะบ้าตาย ปวดหัวสุดๆ
เสี่ยวอู่กับชายหนุ่มอีกคนที่อยู่ข้างๆ มองภาพนี้แล้วก็ได้แต่ส่ายหัว
เถากั๋วชิ่งก็ขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เพราะสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เขาไม่ได้เห็นกับตาว่าหวังเสี่ยวเหอใช้อำนาจข่มเหงครอบครัวหลิวชิงซงยังไง
เขาจึงไม่สามารถเลือกข้างหรือตัดสินอะไรแบบส่งเดชได้
เผื่อว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไร เขาจะได้ไม่กลายเป็นคนที่หน้าแตกทีหลัง
เมื่อเห็นเสี่ยวเถาชี่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็อุ้มลูกสุนัขวิ่งออกมา เถากั๋วชิ่งจึงรีบถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปหา "วันนี้หนูเล่นก็เล่นแล้ว กินก็กินแล้ว ถึงเวลาต้องกลับบ้านไปกินยากับปู่แล้วใช่ไหมฮะ?"
"ไม่เอา หนู... หนูตกลงกับพั่งตุนไว้แล้วนะ ว่าเดี๋ยวเราจะไปตกปลาที่ริมแม่น้ำกันอีก!" เสี่ยวเถาชี่เบะปากอย่างขัดใจ "ยามันขมจะตาย ถ้าปู่อยากกิน ปู่ก็กินไปคนเดียวเถอะ หนูไม่กินหรอก"
พูดจบ
เสี่ยวเถาชี่ก็อุ้มลูกสุนัขวิ่งแจ้นไปทางบ้านหลิวชิงซงทันที
น้องเล็ก เสี่ยวหนัวมี่ และพั่งตุนเห็นแบบนั้น
ก็รีบวิ่งตามไปติดๆ
"นี่..." เถากั๋วชิ่งอยากจะดุ
แต่พอนึกถึงอาการป่วยของเสี่ยวเถาชี่ นึกถึงเวลาที่หลานสาวจะได้อยู่กับเขามีน้อยลงทุกที เขาจึงทำได้แค่สั่งความเสี่ยวอู่สองสามคำ แล้ววิ่งตามไปพร้อมกับถอนหายใจยาว
เสี่ยวอู่มองตามหลังเถากั๋วชิ่งจนลับตา ก่อนจะหันกลับมาหิ้วกระชังปลาเตียวจื่อขึ้นมา "หัวหน้าทีมหวัง ฉันกับเสี่ยวหม่าขอกลับก่อนนะ เดี๋ยวตอนบ่ายจะพาคนมารับปลาที่บ้านหลิวชิงซง นายก็เพลาๆ ลงหน่อยละกัน อย่าไปหาเรื่องอะไรอีกล่ะ"
"ทำแบบนั้นมันไม่ดีกับทั้งตัวนายและก็ตัวฉันด้วยนะ"
ที่จริงเขาไม่อยากจะเตือนหรอก กลัวจะไปทำให้หวังเสี่ยวเหอโกรธเอา
แต่พอลองคิดดู ถ้าไม่เตือนแล้วเกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมา เดี๋ยว 'หวังอู่อี' ที่เป็นรองผู้อำนวยการคอมมูนซงมู่จะมาพาลโกรธเขาเอาได้
หาว่าเขาไม่ยอมดูแลหวังเสี่ยวเหอให้ดี
ก็หวังเสี่ยวเหอน่ะเป็นลูกพี่ลูกน้องของหวังอู่อีนี่นา
ดังนั้น...
คิดไปคิดมา
เขาก็ตัดสินใจว่าเตือนหวังเสี่ยวเหอไว้ก่อนดีกว่า
เพราะแบบนี้ ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมาในภายหลัง อย่างน้อยเขาก็ยังมีข้อแก้ตัวไปบอกหวังอู่อีได้
หวังเสี่ยวเหอไม่ใช่คนโง่ แค่ฟังแวบเดียวก็รู้ความหมายแฝงของเสี่ยวอู่ เขายิ้มแหยๆ แล้วพยักหน้ารับปาก "เรื่องนี้ฉันรู้ ฉันรู้"
"งั้นฉันไปล่ะ" เสี่ยวอู่พูดจบ ก็เดินไปทางเส้นทางบนภูเขาที่คดเคี้ยวพร้อมกับเสี่ยวหม่า ไม่นานก็ลับสายตาไป
หวังเสี่ยวเหอตั้งใจจะตามเถากั๋วชิ่งไป แต่พอเห็นป้าหลี่ยังยืนจังก้าอยู่หน้าประตูบ้าน เขาก็ถลึงตาใส่ด้วยความแค้น "ป้าหลี่ จำไว้เลยนะ ฉันจะทำให้ป้าต้องชดใช้กับสิ่งที่ทำในวันนี้"
"งั้นเหรอ?" ป้าหลี่ยังไม่ทันตอบ ชายร่างกำยำคนหนึ่งก็โผล่มาจากหลังประตูบ้าน แล้วชิงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ชายร่างกำยำคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น
เขาคือพ่อของพั่งตุน 'หวังเย่าชิ่ง' นั่นเอง
ลุงหวังที่หลิวชิงซงมักจะพูดถึงบ่อยๆ
หวังเสี่ยวเหอเห็นหวังเย่าชิ่งโผล่มา
เขาก็ตัวสั่นสะดุ้งโหยง แววตาที่ดุดันเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวทันที "ฉัน... ฉันแค่พูดเล่นน่ะ หวังเย่าชิ่ง นายอย่าเก็บไปคิดมากเลยนะ"
หวังเย่าชิ่งไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป
เขาแค่คว้าจอบที่มุมกำแพงขึ้นมา
"เฮ้ย อย่าบุ่มบ่ามนะเว้ย!" หวังเสี่ยวเหอหน้าถอดสี รีบหันหลังวิ่งหนีเตลิดไปอย่างรวดเร็ว แค่แป๊บเดียวก็หายวับไปกับตา
แต่หวังเย่าชิ่งกลับไม่ได้หัวเราะเยาะ กลับทำหน้าเครียดพูดกับป้าหลี่ว่า "ไอ้หวังเจียเหอกับจงซินปิงมันสรุปรายชื่อคนที่จะเข้าร่วมการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงแล้วนะ แต่ในรายชื่อนั้นไม่มีครอบครัวเรา ครอบครัวหลิวชิงซง หลิวฮว่าเกิน หลิวฮว่าเซิง และครอบครัวแซ่หลิวอีกหลายสิบครอบครัวเลย"
สาเหตุที่ต้องใช้รายชื่อในการยืนยัน ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเพื่อเตรียมการสำหรับการแจกจ่ายของป่าในภายหลัง เพราะคนที่ไม่เข้าร่วมการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงจะไม่มีสิทธิ์ได้รับส่วนแบ่งใดๆ ทั้งสิ้น
"นี่มัน... จงซินปิงกับหวังเจียเหอมันหมายความว่าไงเนี่ย?" ป้าหลี่ขมวดคิ้วแน่น
ที่ครอบครัวเธอไม่ได้เข้าร่วมการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงก็ยังพอเข้าใจได้ เพราะเมื่อวานนี้หวังเย่าชิ่งสามีของเธอเพิ่งจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับหวังเสี่ยวเหอและจงซินปิงครั้งใหญ่ เพื่อทวงความยุติธรรมให้หลิวลี่จวน
แต่ตระกูลหลิวคนอื่นๆ ไม่ได้ไปทะเลาะกับจงซินปิงและหวังเสี่ยวเหอสักหน่อย!
ในสถานการณ์แบบนี้ พวกมันกลับกีดกันไม่ให้ตระกูลหลิวส่วนใหญ่เข้าร่วมการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วง นี่มันช่างหน้าไม่อายและเลวทรามเกินไปแล้ว
"จะหมายความว่าไงล่ะ ก็คือไม่อยากให้ตระกูลหลิวอยู่รอดไงล่ะ!" หวังเย่าชิ่งถอนใจยาว แล้วก็หัวเราะออกมา "แต่คราวนี้ฉันว่าแผนการร้ายของจงซินปิง หวังเสี่ยวเหอ แล้วก็หวังเจียเหอคงจะต้องพังไม่เป็นท่าแน่ๆ"
"คุณหมายความว่าไงอ่ะ?" ป้าหลี่อึกอัก
"เมื่อวานฉันไปปรึกษากับหลิวฮว่าเซิง หลิวฮว่าเกิน แล้วก็คนตระกูลหลิวคนอื่นๆ มาแล้ว พวกเราเตรียมจะตั้งทีมล่าสัตว์ขึ้นมาเอง" หวังเย่าชิ่งไม่ได้ปิดบังป้าหลี่ แต่เล่าให้ฟังตรงๆ เสียงเบา "แล้วพวกเราก็ยังกะว่าจะชวนหลิวชิงซง หลิวลี่จวน แล้วก็นายพรานคนอื่นๆ มาร่วมทีมด้วยนะ"
"นี่... นี่มันจะได้ผลเหรอ?" ป้าหลี่แอบกังวล
การขึ้นเขาไปล่าสัตว์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ พลาดพลั้งขึ้นมานอกจากจะเจ็บตัวแล้ว บางทีอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย
แล้วหลิวชิงซงก็เพิ่งจะอายุแค่สิบห้าสิบหก ส่วนหลิวลี่จวนก็เป็นผู้หญิง พวกเขาจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ได้ยังไงกัน~?
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันจะไปคุยกับหลิวชิงซงและหลิวลี่จวนดูก่อน" หวังเย่าชิ่งเสนอแนะ
สำหรับเขาแล้ว
ขอแค่หลิวลี่จวนกับหลิวชิงซงสองพี่น้องไม่กลัว ก็ไปได้
เพราะยังมีนายพรานรุ่นเก๋าคนอื่นๆ ร่วมเดินทางไปด้วย ถ้ามีการวางแผนที่ดีล่ะก็ พวกเขาสามารถดูแลสองพี่น้องได้สบายๆ แน่นอน และยังช่วยให้สองพี่น้องได้เรียนรู้ประสบการณ์การล่าสัตว์อีกด้วย
"งั้นคุณก็รีบไปสิ!" ป้าหลี่เร่ง
"ได้! ได้!" หวังเย่าชิ่งหันหลังเดินมุ่งหน้าไปทางบ้านหลิวชิงซงทันที
...
ในห้องครัว
ขณะที่หลิวลี่จวนกำลังล้างจานอยู่ เธอก็เห็นเสี่ยวเถาชี่วิ่งไล่ลูกสุนัขกลับมาอีกแล้ว แถมข้างหลังยังมีพั่งตุน น้องเล็ก และเสี่ยวหนัวมี่วิ่งตามมาติดๆ เธอถึงกับส่ายหัวด้วยความเอือมระอา
ตอนที่กำลังจะอ้าปากบอกให้พวกเด็กๆ เงียบๆ หน่อย
ลูกสุนัขก็วิ่งพรวดเข้าไปในครัว แล้วมุดเข้าไปใต้ตู้กับข้าว
"เสี่ยวเฮยขุย หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" เสี่ยวเถาชี่เห็นดังนั้น ก็รีบคลานตามเข้าไปทันที
"หนูระวังหน่อยสิ" เถากั๋วชิ่งที่ยืนอยู่หน้าประตูรีบส่งเสียงเตือน
หลิวลี่จวนก็เริ่มกังวลเหมือนกัน
ในขณะที่เธอกำลังจะเข้าไปช่วยจับลูกสุนัข
ตู้กับข้าวก็เกิดสั่นคลอนจากการชนของเสี่ยวเถาชี่
จากนั้นเสียง "เพล้ง" ก็ดังขึ้น ขวดแก้วที่วางอยู่ชั้นบนสุดหล่นลงมาแตกกระจายเกลื่อนพื้น และเพียงชั่วพริบตา กลิ่นน้ำมันก๊าดฉุนกึกก็ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องครัว
...
(จบแล้ว)