เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - พั่งตุนมาหาเรื่องถึงบ้าน

บทที่ 12 - พั่งตุนมาหาเรื่องถึงบ้าน

บทที่ 12 - พั่งตุนมาหาเรื่องถึงบ้าน


บทที่ 12 - พั่งตุนมาหาเรื่องถึงบ้าน

"อืม มีเงินจริงๆ" หลิวชิงซงยืนยัน "เจอเงินยี่สิบกว่าหยวนอยู่ในตู้กับข้าว เป็นเงินที่แม่เก็บไว้ให้น่ะ ถ้าไม่เชื่อ คืนนี้แกไปถามพี่รองดูก็ได้"

"งั้น... งั้นมีเงินซื้อสมุดให้ผมกับน้องห้าไหม? แล้วก็ดินสอด้วย ผม... ผมใช้แต่เศษดินสอที่เพื่อนคนอื่นทิ้งแล้วตอนอยู่ที่โรงเรียนตลอดเลย" หลิวชิงสือรวบรวมความกล้า ถามแบบกล้าๆ กลัวๆ

สาเหตุที่เขาอ้ำๆ อึ้งๆ ก็เพราะกลัวว่าพูดออกไปแล้วจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นอยู่แล้ว และยิ่งไม่อยากให้พี่สาวคนรองต้องมานั่งกลัดกลุ้มจนต้องแอบร้องไห้คนเดียวตอนกลางคืนเพื่อครอบครัวนี้

หลิวชิงซงเดาความคิดของน้องสี่ออก และรู้สึกสงสารในความรู้ความเข้าใจของน้องสี่เป็นอย่างมาก

แต่เขาไม่ได้พูดอะไร กำชับให้น้องเล็กช่วยดูไฟ แล้วก็รีบเดินจ้ำอ้าวไปที่สวนหลังบ้าน

ไม่นาน เขาก็กลับมา แต่ในมือมีสมุดคัดลายมือจีนสิบเล่ม กับดินสอสภาพสมบูรณ์อีกสี่แท่ง

"พี่สาม นี่... สมุดกับดินสอพวกนี้ซื้อให้ผมกับน้องห้าเหรอ?" เมื่อหลิวชิงสือมองเห็นชัดเจน เขาก็ถึงกับหลุดปากตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

หลิวชิงหลงเองก็แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเช่นกัน

"อืม ซื้อให้พวกแกนั่นแหละ" หลิวชิงซงพยักหน้า จากนั้นก็ยื่นสมุดคัดลายมือจีนกับดินสอให้ "แต่พวกแกห้ามไปบอกใครเด็ดขาดเลยนะ รู้ไว้ในใจก็พอ"

หลิวชิงสือได้ยินดังนั้นก็อึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นจมูกก็เริ่มแสบๆ แล้วร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น

หลิวชิงหลงก็ร้องไห้เหมือนกัน เมื่อสัมผัสได้ถึง 'น้ำหนัก' ของสมุดและดินสอในมือ เขากับหลิวชิงสือก็ร้องไห้ฟูมฟายออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าพวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าพี่สามจะดีกับพวกเขาขนาดนี้ และยิ่งคิดไม่ถึงว่าก่อนที่แม่จะถูกจับไปจะยังทิ้งเงินยี่สิบกว่าหยวนไว้ที่บ้าน

ถึงเงินจำนวนนี้จะไม่มาก แต่มันก็ทำให้พี่น้องทั้งสองดูต่างหน้าเพื่อคิดถึงพ่อแม่ที่ถูกจับไป และนึกถึงความใจดีของพ่อแม่ที่เคยมีต่อพวกเขา

หลิวชิงซงเดาความคิดของพวกเขาออก ดังนั้นหลังจากถอนหายใจยาวๆ เขาก็ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายอะไร แต่กลับไปทอดปลาเตียวจื่อธรรมชาติต่อ

พอทอดเสร็จ เขาก็ตักใส่ชามใบใหญ่แบ่งให้หลิวชิงสือ หลิวชิงหลง น้องเล็ก และเสี่ยวหนัวมี่คนละตัว จากนั้นก็ยื่นปลาตัวที่ใหญ่ที่สุดให้หลิวชิงสือน้องสี่ "รีบกินตอนร้อนๆ นะ กินเสร็จแล้วก็เล่ามาให้ละเอียดเลยว่ารอยช้ำบนหน้าน้องห้ามันเกิดอะไรขึ้น"

"เขา... เขา..." หลิวชิงสืออึกอักตอบไม่ถูก และไม่กล้ารับปลาเตียวจื่อทอดน้ำมันมาด้วย

แต่เมื่อหลิวชิงหลงได้ยิน กลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว แถมยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาแทน

ใช่แล้ว โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ โกรธจนเส้นเลือดดำปูดขึ้นมาบนหน้าผากเลยทีเดียว "พี่สาม แผลของผมมันเกิดจากตอนที่ทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียนนั่นแหละ แต่ผมไม่ได้แพ้นะ แถมยังอัดหมอนั่นซะน่วมไปเลยด้วย"

"อ้อ? แล้วแกไปอัดเขาทำไมล่ะ?" หลิวชิงซงถามเสียงต่ำ

"ก็มันสมควรโดนอัดไง บังอาจมาด่าผมกับพี่สี่ว่าเป็นลูกนักโทษใช้แรงงาน!" หลิวชิงหลงกำหมัดแน่น ตอบกลับมาด้วยความเคียดแค้น

อย่าดูถูกประโยคนี้นะ

แค่ชั่วพริบตาเดียว

มันก็ทำให้บรรยากาศในห้องครัวอึดอัดจนถึงขีดสุด

สีหน้าของหลิวชิงซงก็เริ่มดูไม่ได้ "สรุปก็คือ ที่แกกับน้องสี่ทำรองเท้าฟางหาย ก็เพราะทะเลาะกับเพื่อนงั้นสิ?"

"อืม" หลิวชิงหลงพยักหน้า แล้วก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

ที่ร้องไห้ไม่ใช่เพราะทำรองเท้าฟางหายหรอกนะ

แต่เพราะกลัวว่าพี่สาวคนรองจะต้องมาปวดหัวเรื่องหาเงินซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้ต่างหาก

"เอาล่ะ เอาล่ะ! เลิกร้องไห้ได้แล้ว เป็นลูกผู้ชายอกสามศอก เลือดตกหยางออกได้แต่น้ำตาห้ามไหล แกจะร้องไห้ทำไม" หลิวชิงซงมองท่าทางของหลิวชิงหลงแล้วก็ส่ายหัว "รีบกินปลาเตียวจื่อให้หมด แล้วไปทำการบ้านซะ"

"จำไว้นะ! วันหลังถ้าเจอเพื่อนด่าแกว่าเป็นลูกนักโทษใช้แรงงานอีก ก็ให้ชกกลับไปเลย"

"ถ้าแกกับน้องสี่สู้ไม่ไหว ก็มาเรียกพี่ไปช่วย"

นี่ไม่ใช่ว่าเขาสปอยล์น้องชายทั้งสองหรอกนะ แต่เพื่อนที่ด่าก็สมควรโดนตีแล้ว ถ้าไม่ตีกลับไป เกรงว่าต่อไปน้องสี่กับน้องห้าคงจะเชิดหน้าชูตาในโรงเรียนไม่ได้อีกเลย

"เรียกหนูด้วยก็ด้าย!" น้องเล็กชูมือเล็กๆ ขึ้นมาด้วยความโมโห

"หนู... หนูอยากจะปายตีมันเหมือนกาน" เสี่ยวหนัวมี่พูดสมทบด้วยเสียงใสแจ๋ว

"อืม! อืม!" หลิวชิงหลงพยักหน้ารัวๆ จากนั้นก็เปลี่ยนมาร้องไห้สลับหัวเราะกับหลิวชิงสือ รับปลาเตียวจื่อธรรมชาติทอดน้ำมันมา กินคู่กับข้าวสวยที่เหลือ นั่งยองๆ กินคำโตอยู่ตรงหน้าประตูห้องครัวคนละฝั่ง

เมื่อเสี่ยวหนัวมี่กับน้องเล็กเห็นดังนั้น ก็นำเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งยองๆ กินด้วยกัน

หลิวชิงซงไม่ได้สนใจพวกเขา แต่ยังคงใช้ไขมันปลาทอดปลาเตียวจื่อธรรมชาติต่อไป

พอทอดเสร็จ เขาก็โรยพริกป่นกับพริกหอมป่นลงไป จัดใส่กระด้ง แล้วยกออกไปตากที่ลานกว้างหน้าประตูห้องครัว

ขอแค่ตากให้ความชื้นในตัวปลาเตียวจื่อระเหยออกไปในระดับที่พอดี เมนูปลาเตียวจื่อเผ็ดของเขาก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

ต่อไปครอบครัวของเขาก็ไม่ต้องทนกินแต่มันเทศกับผักดองทุกวันอีกแล้ว

เมื่อหลิวชิงสือเห็นภาพนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า "พี่สาม พรุ่งนี้ผมไปโรงเรียน ขอเอาปลาเตียวจื่อทอดที่พี่ทำไปกินด้วยได้ไหม?"

หลิวชิงสือกลัวว่าหลิวชิงซงจะไม่ตกลง จึงรีบพูดเสริมขึ้นมาอีกประโยค "ผมเอาไปกินแค่ตัวเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องเอาฮเทศไปด้วยก็ได้"

"พี่สาม ผมก็ด้วย" หลิวชิงหลงยกมือขึ้นสนับสนุน "แบบนี้เพื่อนๆ จะต้องอิจฉากันตาหงายแน่ๆ เลย เพราะปลาเตียวจื่อทอดที่พี่สามทำมันหอมแล้วก็อร่อยมากจริงๆ"

"แกไม่ต้องมาประจบพี่เลย" หลิวชิงซงได้ยินก็ยิ้มแล้วค้อนให้หลิวชิงหลงไปวงหนึ่ง "แต่ถ้าพรุ่งนี้พวกแกจะเอาไปกินที่โรงเรียนล่ะก็ ได้อยู่แล้วล่ะ ก็วันนี้พี่กับน้องเล็กตกปลาเตียวจื่อธรรมชาติมาได้ตั้งหลายสิบตัวนี่นา"

"แต่ก็จำกัดแค่พรุ่งนี้เท่านั้นนะ เพราะพี่เองก็รับปากไม่ได้ว่าจะตกปลาเตียวจื่อธรรมชาติมาได้ทุกวัน"

"แค่มีของพรุ่งนี้ก็พอแล้วครับ" หลิวชิงสือรีบตอบด้วยความดีใจ

หลิวชิงหลงก็ยิ้มแก้มปริ เมื่อเห็นว่าหลิวชิงซงต้องการคนช่วย เขาก็พาน้องเล็กวิ่งเข้าไปช่วยอย่างกระตือรือร้น

แต่หลิวชิงซงไม่ได้ให้พวกเขาช่วย เขาให้หลิวชิงหลงกับหลิวชิงสือไปทำการบ้าน ให้น้องเล็กไปให้อาหารไก่ ส่วนเขาก็ล้างมือล้างเท้าให้สะอาดหลังจากจัดการปลาเตียวจื่อเผ็ดเสร็จ แล้วเดินมุ่งหน้าไปที่สวนหลังบ้าน

ก็ช่วยไม่ได้นี่นา

ตอนนี้ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ไม่มีรองเท้าใส่

แต่น้องสี่กับน้องห้าก็ไม่มีรองเท้าใส่เหมือนกัน

ในสถานการณ์แบบนี้ ก็ต้องหาเวลาว่างเอายางรถยนต์ที่ได้จากลานขยะหมื่นภพมาทำรองเท้าสักสองสามคู่ซะแล้ว

ไม่อย่างนั้นถ้าน้องชายทั้งสองคนต้องเดินเท้าเปล่าไปโรงเรียนพรุ่งนี้ คงโดนเพื่อนๆ หัวเราะเยาะเอาอีกแน่ๆ

ส่วนยางรถยนต์มันก็เป็นของที่มีมาตั้งแต่ปี 1978 อยู่แล้ว เขาเลยไม่ต้องกังวลอะไรเลย

แม้แต่เรื่องที่จะบอกกับพี่สาวคนรอง เขาก็เตรียมข้ออ้างเอาไว้แล้ว เพราะในเล้าหมูร้างที่สวนหลังบ้าน ก็มีรางข้าวหมูที่พ่อกับแม่ทำมาจากยางรถยนต์อยู่พอดี

...

ท่ามกลางความวุ่นวาย

เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็นย่ำ

เมื่อหลิวชิงซงเห็นว่าดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว เขาก็หยุดทำรองเท้า ล้างมือล้างเท้าให้สะอาดแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็น

เพิ่งจะซาวข้าวเสร็จและเทลงในหม้อเหล็กใหญ่ ก็เห็นพั่งตุนถือคันเบ็ดทำเอง เดินฟึดฟัดพากลุ่มเพื่อนมาโผล่ที่หน้าประตูห้องครัว

"นายมาทำอะไรน่ะ?" หลิวชิงซงสะบัดน้ำที่มือพลางถาม

"มะ... ไม่ได้มาทำอะไร!" เมื่อพั่งตุนเห็นว่าในห้องครัวมีแค่หลิวชิงซง ไม่มีน้องเล็กกับเสี่ยวหนัวมี่ เขาก็หันหลังเตรียมจะเดินกลับ

เรื่องนี้ทำให้หลิวชิงซงสงสัยมาก ในขณะที่กำลังจะตะโกนเรียกพั่งตุนไว้ น้องเล็กก็พาเสี่ยวหนัวมี่วิ่งเล่นหยอกล้อกันมาพอดี

เมื่อพั่งตุนเห็นน้องเล็กวิ่งเข้ามา เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนด่า "ยัยหัวไชเท้าแดง ยัยจอมโกหก วันนี้เธอหลอกฉันกับเสี่ยวหูซะเปื่อยเลยนะ"

"ใช่ ใช่! ฉันจะไม่เล่นกับเธออีกแล้ว" เด็กชายผิวคล้ำอีกคนพูดเสริมด้วยความไม่พอใจ

หัวไชเท้าแดง

คือฉายาของน้องเล็ก

เรื่องนี้หลิวชิงซงรู้ดี

น้องเล็กเองก็รู้ดีเช่นกัน แต่พอเธอได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับทำหน้างง "พั่งตุน ฉาน... ฉานไปหลอกอารายนายตังแต่เมื่อไหร่อ่ะ! นายพูดมาให้ชัดเจนก่อนจาด่าฉานด้ายมั้ย?"

เสี่ยวหนัวมี่ก็เอียงคอเล็กๆ มองพั่งตุนเช่นกัน

"นี่ยังจะไม่ยอมรับว่าหลอกฉันอีกเหรอ?" พั่งตุนยิ่งพูดยิ่งโมโห จนสุดท้ายก็โมโหจัดปาคันเบ็ดทำเองในมือทิ้งลงพื้น "เธอบอกว่าริมแม่น้ำมีปลาเตียวจื่อธรรมชาติให้ตก แล้วทำไมฉันกับเสี่ยวหูถึงตกไม่ได้เลยสักตัวล่ะ?"

น้องเล็ก: "..."

เสี่ยวหนัวมี่: "..."

เมื่อหลิวชิงซงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา "พั่งตุน นายตกปลาเตียวจื่อธรรมชาติไม่ได้ แล้วมาหาเรื่องน้องเล็กของบ้านพี่เนี่ย มันไม่ไร้เหตุผลไปหน่อยเหรอ?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 12 - พั่งตุนมาหาเรื่องถึงบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว