เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 - อย่าใจร้อน ข้าจัดการท่านพ่อเอง

บทที่ 100 - อย่าใจร้อน ข้าจัดการท่านพ่อเอง

บทที่ 100 - อย่าใจร้อน ข้าจัดการท่านพ่อเอง


บทที่ 100 - อย่าใจร้อน ข้าจัดการท่านพ่อเอง

ขายหน้า ขายหน้าชะมัด

หลินเฉินถูกหญิงสาวทั้งสองประคองเดินออกมา พอเห็นรถม้าจอดอยู่ลานกว้าง โดยมีจ้าวหู่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

"นายน้อย ท่านออกมาแล้วหรือขอรับ?"

เมื่อคืนจ้าวหู่นอนหลับเต็มอิ่ม ดังนั้นจึงมีท่าทีกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ พอเห็นหลินเฉินถูกประคองออกมา ก็อดสงสัยไม่ได้ "นายน้อย ท่านเป็นอะไรไป..."

"สะดุดล้มขี้เหร่นิดหน่อย กลับจวนกันเถอะ"

หลินเฉินให้ไฉ่อวิ๋นและชิงเอ๋อร์ขึ้นไปบนรถม้า ส่วนตัวเองคิดไปคิดมาก็ตัดสินใจไม่เข้าไปด้านใน แต่เลือกที่จะบังคับรถม้าคู่กับจ้าวหู่

จ้าวหู่ยิ้ม "คุณชาย ให้ข้าจัดการเองดีกว่าขอรับ"

"เจ้าจะจัดการอะไรเล่า ข้าอยากจะนั่งรับลมให้สร่างเมาหน่อย"

รถม้าเคลื่อนตัวออกจากบริเวณหอหงซิ่วเจา เสียงพ่อค้าแม่ค้าเร่ขายของบนท้องถนน และผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา ทำให้หลินเฉินเริ่มได้สติกลับคืนมาบ้าง

"นายน้อย เมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?"

จ้าวหู่ขยิบตาหลิ่วตาให้

หลินเฉินนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืน เกรงว่าภาพเหตุการณ์เมื่อคืน หากดวงจันทร์ได้เห็นก็คงต้องอับอายจนหน้าแดง

"เรื่องของคุณชายอย่างข้า เจ้าอย่ามาสอดรู้สอดเห็นให้มากนักเลย ว่าแต่เจ้าเถอะ ฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้ แถมยังเป็นทหารแนวหน้าทะลวงฟันมาก่อน เหตุใดถึงได้ตกอับมาอยู่ที่เมืองหลวง แล้วไปขายตัวเป็นทาสในตลาดค้าทาสแบบนี้ได้ล่ะ?"

หลินเฉินรู้สึกสงสัย เขาอยากจะถามเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะในยุคโบราณ การเป็นทหารทะลวงฟันตัดหัวขุนพลยึดธงรบ ถือเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่มาก สามารถใช้เป็นบันไดไต่เต้าเลื่อนขั้นได้อย่างสบายๆ

ยกตัวอย่างเช่น เย่ว์จิ้น (งักจิ้น) ในยุคสามก๊ก ก็ไต่เต้ามาจากทหารแนวหน้าทะลวงฟันนี่แหละ

พอได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของจ้าวหู่ก็สลดลง "นายน้อย ข้ากับพวกหวังหลง ความจริงแล้วเป็นทหารปลดประจำการจากชายแดน ที่บอกว่าบาดเจ็บนั้น ก็เป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้นเองขอรับ"

รถม้าแล่นไปตามฝูงชน หลินเฉินถามต่อ "แล้วเหตุใดถึงได้กลับมาล่ะ?"

"ข้อแรกคือไม่มีเงินขอรับ ที่พวกข้าไปเป็นทหาร ก็เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว แต่ผลลัพธ์เป็นอย่างไรหรือขอรับ? เบี้ยหวัดก่อนหน้านี้ถูกค้างจ่ายมาถึงครึ่งปี แล้วยังบอกว่าจะค้างจ่ายต่อไปอีก แล้วพวกข้าจะหวังอะไรได้อีกล่ะขอรับ?"

หลินเฉินพยักหน้าเข้าใจ "แล้วข้อสองล่ะ?"

"ข้อสองคือ ที่ชายแดนมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันเยอะมากขอรับ พวกข้าเป็นทหารที่ถูกส่งมาจากภาคกลางของต้าเฟิงให้ไปประจำการที่ชายแดน อยู่ใต้สังกัดของแม่ทัพติง แต่ขุนพลที่มีอำนาจที่ชายแดนนั้น เป็นพวกทหารท้องถิ่นที่ประจำการอยู่ก่อนแล้ว พวกเขากับพวกข้าไม่ได้อยู่พรรคเดียวกัน พวกเขาจึงคอยกดขี่ข่มเหงพวกข้า การกดขี่นี้ไม่ได้มีแค่ระดับบนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระดับล่างอย่างพวกข้าด้วย ผลงานความดีความชอบหลายอย่างก็มักจะถูกแย่งชิงไปขอรับ"

หลินเฉินรู้สึกประหลาดใจ "ถ้าเจ้าพูดมาแบบนี้ ประสิทธิภาพการรบของทหารชายแดนต้าเฟิง ดูเหมือนว่า... จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ?"

"หึ ไม่ใช่แค่ไม่ดีหรอกนะขอรับ หากตอนนี้ต้าเฟิงเปิดศึกกับพวกชนเผ่าทุ่งหญ้าจริงๆ ถ้าเป็นการรบแบบประจัญบานในทุ่งราบ ไม่ใช่การรบแบบตั้งรับในกำแพงเมือง ต้าเฟิงแพ้ราบคาบแน่นอน!"

จ้าวหู่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาด

หลินเฉินครุ่นคิด "เรื่องพรรค์นี้ ราชสำนักไม่รู้เรื่องเลยหรือ?"

"นายน้อย พวกราชสำนักจะไปรู้เรื่องอะไรได้ขอรับ พวกข้าเองก็หมดอาลัยตายอยาก ก็เลยกลับมาตายเอาดาบหน้าที่เมืองหลวงนี่แหละขอรับ ไม่อย่างนั้น ใครจะยอมทิ้งผลงานทางการทหารและสถานะทางทหารเพื่อกลับมาเป็นคนธรรมดาเล่าขอรับ?"

พูดจบ จ้าวหู่ก็หัวเราะออกมา "โชคดีที่ได้มาพบนายน้อย พอได้มาติดตามนายน้อย พวกข้าถึงได้อิ่มท้องขึ้นมาบ้าง"

ไม่นึกเลยว่าจ้าวหู่กับหวังหลงจะมีอดีตที่ขมขื่นเช่นนี้ แต่ก็สมเหตุสมผลดี ชีวิตคนเรามีหลากหลายรูปแบบ ทุกคนต่างก็มีความเกี่ยวพันซึ่งกันและกัน

กำลังคิดเพลินๆ จ้าวหู่ก็ถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน "นายน้อย ประเดี๋ยวจะให้เข้าทางประตูหลังหรือประตูหน้าขอรับ?"

หลินเฉินตอบทันที "เข้าทางประตูหน้า"

"เอ่อ ข้าเกรงว่านายท่านอาจจะกำลังรอท่านอยู่นะขอรับ"

"ไม่เป็นไร เรื่องที่ควรจะเกิดก็ต้องเกิด ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องของข้า ข้าก็ต้องเป็นคนตัดสินใจเองสิ ตาแก่ไม่ควรมายุ่งเรื่องของคนอื่นมากนัก มันไม่ค่อยดี ด้วยความหล่อเหลาและพรสวรรค์ของลูกชายเขา จะหาภรรยาไม่ได้เชียวหรือ?"

ไม่นาน รถม้าก็จอดลง หลินเฉินกระโดดลงจากรถม้า เลิกม่านขึ้น เซี่ยรั่วเสวี่ยและชิงเอ๋อร์ก้าวลงมา โดยที่ชิงเอ๋อร์ถือห่อสัมภาระมาด้วย

"คุณชาย"

เซี่ยรั่วเสวี่ยรู้สึกประหม่า นางรู้สถานะของตัวเองดี ถึงแม้หลินเฉินจะมีชื่อเสียงย่ำแย่เพียงใด แต่ครอบครัวของเขาก็เป็นถึงกั๋วกง ดังนั้น วันนี้นางจะสามารถก้าวเข้าประตูบ้านนี้ได้หรือไม่ นางเองก็รู้สึกหวาดหวั่นใจไม่น้อย

"อย่าใจร้อน ข้าจัดการท่านพ่อเอง"

หลินเฉินเดินนำหน้าไป บ่าวไพร่ในจวนหลินพอเห็นหลินเฉินกลับมา ก็รีบตะโกนบอก "นายน้อยกลับมาแล้วขอรับ"

"นายน้อยกลับมาแล้ว"

พ่อบ้านที่ยืนรออยู่ด้านหน้าเดินเข้ามา "นายน้อย นายท่านรอท่านอยู่ขอรับ"

"รู้แล้วน่า"

หลินเฉินพาเซี่ยรั่วเสวี่ยเดินตรงไปที่ห้องรับแขก

เมื่อมาถึงห้องรับแขก ก็เห็นหลินหรูไห่นั่งตัวตรงแหน่ว สีหน้าขึงขังจริงจัง มีอิงเอ๋อร์ยืนอยู่เคียงข้าง

หลินเฉินพาเซี่ยรั่วเสวี่ยเดินเข้าไป "ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว!"

หลินหรูไห่แค่นเสียงเย็น "ในสายตาเจ้ายังมีพ่อคนนี้อยู่อีกหรือ?"

"ท่านพ่อพูดอะไรแบบนั้น ในสายตาข้าอาจจะไม่มี แต่ในปากข้ามีนะตาแก่"

หลินหรูไห่โกรธจนแทบจะตบโต๊ะ เซี่ยรั่วเสวี่ยรีบค้อมตัวทำความเคารพทันที "หญิงชาวบ้านนามเซี่ยรั่วเสวี่ย คารวะหลินกั๋วกง ขอให้หลินกั๋วกงอายุมั่นขวัญยืนเจ้าค่ะ"

หลินหรูไห่หันไปมองเซี่ยรั่วเสวี่ย หลินเฉินนั่งลงข้างๆ หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ "นี่คือเซี่ยรั่วเสวี่ย ตอนนี้ข้าไถ่ตัวให้นางแล้ว ต่อไปนางจะติดตามข้า ถือว่าเป็นคนของตระกูลหลินแล้ว ดังนั้นท่านพ่อไม่ต้องกังวลว่าตระกูลหลินจะสิ้นสุดทายาทสืบสกุล ไว้ให้นางคลอดลูกให้ข้าสักสองสามคน รับรองว่าตระกูลหลินจะมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง ธูปเทียนไม่ขาดสายแน่นอน"

หลินหรูไห่หน้าบูดบึ้ง เซี่ยรั่วเสวี่ยรีบพูดอย่างรู้ความ "นายท่านหลิน คุณชายอาจจะทำตัวเอาแต่ใจไปบ้าง ทำให้นายท่านไม่พอใจ ข้าขอเป็นตัวแทนกล่าวคำขอโทษแทนคุณชายด้วยนะเจ้าคะ คุณชายเป็นคนไถ่ตัวข้าออกมา ข้าก็คือคนของคุณชาย ข้าไม่กล้าอาจเอื้อมที่จะก้าวเข้าประตูจวนตระกูลหลินหรอกเจ้าค่ะ ขอเพียงนายท่านเมตตา อนุญาตให้ข้าได้ติดตามรับใช้คุณชายก็พอแล้ว ข้าไม่หวังฐานะใดๆ ทั้งสิ้น ยินดีที่จะเป็นหญิงไร้นามไปตลอดชีวิตเจ้าค่ะ"

เมื่อเห็นเซี่ยรั่วเสวี่ยพูดเช่นนี้ สีหน้าของหลินหรูไห่ก็อ่อนลงเล็กน้อย หญิงคณิกาจากหอหงซิ่วเจาผู้นี้ ถือว่ารู้กาลเทศะและรู้จักอ่านสีหน้าผู้คนได้ดี

หลินหรูไห่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ข้าก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้น ถึงแม้ไอ้ลูกทรพีของข้าจะหลงใหลในตัวเจ้า แต่นั่นมันก็คนละเรื่องกัน การที่เจ้าจะก้าวเข้าประตูตระกูลหลิน เจ้ายังไม่มีคุณสมบัตินั้น รอให้เจ้ามีคุณสมบัติเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน ช่วงนี้เจ้าก็ติดตามไอ้ลูกทรพีคนนี้ไปก่อนก็แล้วกัน"

หลินเฉินโวยวายด้วยความไม่พอใจ "ท่านพ่อ ไว้หน้าข้าบ้างเถอะ อย่าเอาแต่เรียกข้าว่าไอ้ลูกทรพีสิ พวกเราสนิทกันขนาดนี้ เอาแต่เรียกไอ้ลูกทรพีมันไม่ค่อยดีนะ"

หลินหรูไห่หน้าดำคร่ำเครียด "แล้วจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าอะไร? หรือจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าปู่?"

หลินเฉินทำท่าครุ่นคิด "ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ ก่อนหน้านี้ข้าเคยเห็นมีคนเรียกลูกตัวเองว่าพ่อ ตอนนี้ท่านก็เรียกข้าว่าพ่อได้เหมือนกัน..."

ยังไม่ทันพูดจบ หลินเฉินก็เห็นหลินหรูไห่คว้าไม้กวาดที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา โชคดีที่หลินเฉินมีปฏิกิริยาตอบสนองไว รีบกระโดดหลบฉากออกไปทันที

"หึ ถือว่าวิ่งหนีได้เร็ว ยังคิดจะปีนเกลียวอีกรึ?"

หลินหรูไห่เอ่ยเสียงเย็น

หลินเฉินรู้สึกจนใจ ก็ช่วยไม่ได้นี่นา เพราะคนโบราณให้ความสำคัญกับเรื่องมารยาทและกาลเทศะมาก หากเป็นเด็กยุค 2000 ที่หัวสมัยใหม่ ก็คงจะเรียกกันเล่นๆ ว่าพ่อลูกได้สบายๆ แต่ด้วยความคิดแบบคนยุคปัจจุบันของเขา คงจะปรับเปลี่ยนได้ยากสักหน่อย

ชิงเอ๋อร์ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ก้มหน้างุด

เซี่ยรั่วเสวี่ยยิ่งไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง ยืนสงบนิ่งอย่างว่าง่าย

หลินหรูไห่วางไม้กวาดลง "อิงเอ๋อร์ พานางสองคนไปที่ห้อง แล้วก็ดูว่าขาดเหลือผ้าห่มฟูกนอนอะไรบ้าง ก็ไปจัดการจัดหามาให้ครบ"

"เจ้าค่ะ นายท่าน"

ถึงแม้หลินหรูไห่จะข่มขู่ในตอนแรก แต่การเตรียมห้องหับไว้ให้พร้อมสรรพ ก็แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนปากร้ายใจดี

หลินเฉินยิ้มร่า "ท่านพ่อ ข้ารู้อยู่แล้วล่ะว่าท่านต้องเป็นแบบนี้ สมกับเป็นท่านพ่อของข้าจริงๆ ช่างรู้จักแยกแยะอะไรควรไม่ควร"

"รู้จักแยกแยะอะไรควรไม่ควร นี่ใช่คำที่เจ้าควรเอามาพูดรึ?"

หลินหรูไห่โกรธจนยกถ้วยชาขึ้นมาทำท่าจะปา แต่พอเห็นเซี่ยรั่วเสวี่ยยังยืนอยู่ ก็วางถ้วยชาลง

"เซี่ยรั่วเสวี่ย ในเมื่อเจ้าตกลงปลงใจติดตามไอ้ลูกทรพีคนนี้แล้ว เรื่องมารยาทกาลเทศะ เจ้าก็ช่วยตักเตือนเขาให้มากหน่อย อย่าให้ออกไปก่อเรื่องวุ่นวายข้างนอกอีกล่ะ"

"นายท่านหลินโปรดวางใจ รั่วเสวี่ยจะช่วยตักเตือนคุณชายให้บ่อยขึ้นเจ้าค่ะ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 100 - อย่าใจร้อน ข้าจัดการท่านพ่อเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว